ปลอมเป็นตำรวจหรือ DSI วิดีโอคอลข่มขู่ให้โอนเงิน ป้องกันอย่างไร

มิจฉาชีพอาจโทรมาอ้างว่าคุณเกี่ยวข้องกับคดี มีบัญชีพัวพันการฟอกเงิน หรือมีคนใช้ข้อมูลส่วนตัวไปทำผิด จากนั้นส่งเอกสารปลอมและวิดีโอคอลให้เห็นคนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ เพื่อกดดันให้โอนเงินหรือทำตามคำสั่ง

ComSiam แนะนำให้จำไว้ว่า ภาพเครื่องแบบ หมายเลขคดี หรือการรู้ข้อมูลส่วนตัวบางอย่าง ไม่ได้ยืนยันว่าคนในสายเป็นเจ้าหน้าที่จริง

① กลโกงวิดีโอคอลทำงานอย่างไร?

มิจฉาชีพมักเริ่มจากโทรศัพท์หรือข้อความ แล้วสร้างเรื่องให้เหยื่อกลัว เช่น อ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมาย มีบัญชีม้า หรือมีหมายจับ จากนั้นอาจส่งสายต่อให้ “ตำรวจ” หรือ “เจ้าหน้าที่ DSI” ปลอม และชวนคุยผ่าน LINE หรือวิดีโอคอล

ระหว่างคุย คนร้ายอาจ:

  • เปิดภาพหรือวิดีโอคนแต่งเครื่องแบบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • ส่งหมายเรียกหรือเอกสารราชการปลอม
  • บอกให้เก็บเรื่องเป็นความลับ ห้ามวางสายหรือห้ามปรึกษาคนอื่น
  • สั่งให้โอนเงินไป “ตรวจสอบ” หรือ “ยืนยันความบริสุทธิ์”
  • ให้ถอนเงินสด ส่งมอบเงิน หรือย้ายไปพักในสถานที่ที่ควบคุมได้
  • บังคับให้เปิดกล้องและอยู่ในสายตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ติดต่อครอบครัว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีรายงานคดีที่ผู้เสียหายถูกข่มขู่และควบคุมผ่านวิดีโอคอล ส่วน DSI เตือนเรื่องมิจฉาชีพแอบอ้างเจ้าหน้าที่เพื่อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีและหลอกให้โอนเงิน

② คำพูดแบบไหนให้วางสายทันที?

ให้สงสัยและยุติสาย หากผู้โทรพูดว่า:

  • “คุณเป็นผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า”
  • “โอนเงินมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน แล้วจะคืนให้”
  • “ห้ามวางสาย ห้ามบอกครอบครัว”
  • “ต้องเปิดกล้องตลอดเวลา หรือไปอยู่คนเดียว”
  • “ให้แอด LINE นี้เพื่อรับหมายหรือเอกสารคดี”
  • “ถ้าไม่ทำตามจะถูกจับทันที”

ตำรวจจริงไม่มีเหตุให้ประชาชนโอนเงินไปตรวจสอบความบริสุทธิ์ และไม่ควรเชื่อเอกสารหรือภาพจากวิดีโอคอลเพียงอย่างเดียว

③ ควรทำอย่างไรเมื่อมีคนโทรมาอ้างเป็นตำรวจหรือ DSI?

  1. วางสาย ไม่ต้องเถียงหรือทำตามคำสั่ง
  2. อย่ากดลิงก์และอย่าแอดบัญชีแชต ที่ผู้โทรส่งมา
  3. อย่าโอนเงิน ถอนเงิน หรือบอกรหัส OTP, PIN และรหัสผ่าน
  4. อย่าเปิดหน้าจอหรือแชร์หน้าจอ และอย่าติดตั้งแอปตามคำสั่ง
  5. ติดต่อหน่วยงานเอง โดยค้นหาเบอร์จากเว็บไซต์ทางการหรือสอบถามสถานีตำรวจใกล้บ้าน อย่าโทรกลับหมายเลขที่ผู้โทรให้
  6. บอกคนใกล้ตัวทันที โดยเฉพาะถ้าผู้โทรสั่งให้อยู่คนเดียวหรือห้ามติดต่อครอบครัว

ถ้ากังวลว่ามีคดีจริง ให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง กระทรวงดิจิทัลฯ แนะนำให้วางสายเมื่อมั่นใจว่ากำลังถูกหลอก และแจ้งหน่วยงานที่ดูแล

④ ถ้าคนในครอบครัวถูกควบคุมผ่านวิดีโอคอล

หากญาติหายไป ติดต่อไม่ได้ หรือโทรมาขอเงินโดยพูดเหมือนกำลังถูกข่มขู่ อย่ารีบโอนเงิน ให้ลองโทรกลับผ่านเบอร์ที่บันทึกไว้ ติดต่อคนที่อยู่ใกล้ตัวเขา และแจ้งตำรวจหรือ AOC 1441 หากคิดว่าอาจมีอันตรายเร่งด่วน ให้ติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือ

อย่าพยายามทำตามคำสั่งของคนร้ายเพื่อ “ช่วยให้จบเรื่อง” เพราะการโอนครั้งแรกอาจตามมาด้วยการเรียกเงินเพิ่ม

⑤ ถ้าเผลอโอนเงินหรือให้ข้อมูลไปแล้ว

  • โทรหาธนาคารทันทีผ่านหมายเลขทางการ เพื่อแจ้งเหตุและขอให้ตรวจสอบหรือระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • โทร AOC 1441 เพื่อขอคำแนะนำและแจ้งเหตุ
  • เก็บหลักฐาน เช่น เบอร์โทร แชต บัญชีปลายทาง สลิป เอกสารปลอม และภาพหน้าจอ
  • แจ้งความผ่านเว็บไซต์ทางการ thaipoliceonline.go.th หรือไปสถานีตำรวจ
  • เปลี่ยนรหัสผ่านที่อาจถูกเปิดเผย โดยใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัย

ComSiam ย้ำว่าอย่าโอนเงินให้ใครเพียงเพราะเห็นเครื่องแบบหรือเอกสารในวิดีโอคอล ให้วางสายแล้วตรวจสอบกับหน่วยงานผ่านช่องทางทางการทุกครั้ง