มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นธนาคารทางโทรศัพท์ มีคำพูดแบบไหนที่ควรวางสาย

มิจฉาชีพอาจโทรมาอ้างว่าเป็นพนักงานธนาคาร แจ้งว่าบัญชีมีปัญหา มีคนเปิดบัญชีแทน หรือพบธุรกรรมผิดปกติ จากนั้นจะสร้างความกลัวและเร่งให้ทำตามขั้นตอนที่เตรียมไว้ เช่น โอนเงิน ติดตั้งแอป หรือบอกรหัสยืนยัน

ComSiam ชวนจำหลักสำคัญ: ถ้าปลายสายสั่งให้โอนเงินหรือเปิดทางให้เข้าถึงโทรศัพท์ ให้วางสายก่อน แล้วติดต่อธนาคารด้วยหมายเลขทางการที่ค้นหาเอง

① คำพูดที่ควรทำให้สงสัยและวางสาย

ให้ระวังทันทีเมื่อผู้โทรพูดว่า:

  • “บัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับคดี” หรือ “มีคนใช้บัญชีคุณทำผิดกฎหมาย”
  • “ต้องโอนเงินไปบัญชีปลอดภัย” หรือ “โอนเงินมาตรวจสอบเส้นทาง”
  • “ห้ามวางสาย ห้ามบอกใคร ไม่อย่างนั้นจะถูกจับหรือเสียเงิน”
  • “กำลังโอนสายให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงาน”
  • “ต้องติดตั้งแอปเพื่อยืนยันตัวตน” หรือให้เปิด Accessibility และแชร์หน้าจอ
  • “ขอรหัส OTP, PIN, รหัสผ่าน หรือเลขหลังบัตร เพื่อยกเลิกธุรกรรม”
  • “ทำตามทันที ไม่อย่างนั้นบัญชีจะถูกระงับ”

ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงดิจิทัลฯ มีตัวอย่างคดีที่มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ต่อสายให้ตำรวจปลอม แล้วข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินไปตรวจสอบ

② ถ้าผู้โทรรู้ชื่อหรือข้อมูลบางอย่าง เชื่อได้ไหม?

ยังเชื่อไม่ได้ มิจฉาชีพอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนจากหลายแหล่ง หรือใช้ข้อมูลนั้นเพื่อทำให้บทสนทนาดูน่าเชื่อถือ การรู้ชื่อ เลขบางส่วน หรือชื่อธนาคาร ไม่ได้ยืนยันว่าผู้โทรเป็นเจ้าหน้าที่จริง

อย่าใช้เบอร์โทรที่ผู้โทรให้มาเพื่อโทรกลับ และอย่าเชื่อเพียงเพราะหมายเลขที่แสดงบนหน้าจอคล้ายหมายเลขธนาคาร ให้ตัดสายและติดต่อธนาคารผ่านเบอร์หลังบัตร แอปธนาคาร หรือเว็บไซต์ทางการที่ค้นหาเอง

③ วิธีรับมือระหว่างสาย

  1. วางสายได้ทันที ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงหรืออธิบาย
  2. อย่ากดลิงก์และอย่าติดตั้งแอป ที่ผู้โทรส่งมา
  3. อย่าบอกรหัส OTP, PIN หรือรหัสผ่าน และอย่าอ่านรหัสที่ได้รับทาง SMS ให้ปลายสายฟัง
  4. อย่าโอนเงินหรือถอนเงินตามคำสั่ง แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็นการตรวจสอบหรือป้องกันเงิน
  5. โทรหาธนาคารเอง ผ่านหมายเลขที่ตรวจสอบจากแหล่งทางการ
  6. หากยังไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาคนที่ไว้ใจได้ก่อนทำธุรกรรม

ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้หยุดคุย วางสาย และโทรตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงก่อนเสมอ

④ ถ้าเผลอติดตั้งแอปหรือแชร์หน้าจอไปแล้ว

  • ตัดอินเทอร์เน็ตชั่วคราว หากสงสัยว่ามีคนกำลังควบคุมโทรศัพท์
  • อย่าเปิดแอปธนาคารหรือทำธุรกรรมผ่านเครื่องนั้น
  • ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องโทรหาธนาคาร แจ้งว่าอาจมีผู้อื่นเข้าถึงมือถือหรือข้อมูลบัญชี
  • ให้ธนาคารช่วยตรวจสอบรายการและดำเนินการป้องกันช่องทางที่เสี่ยง
  • หลังจากตัดการเชื่อมต่อแล้ว ตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้งและสิทธิ์ Accessibility, แสดงทับหน้าจอ, อ่านการแจ้งเตือน และผู้ดูแลอุปกรณ์
  • เก็บเบอร์โทร ข้อความ ลิงก์ ชื่อแอป และภาพหน้าจอไว้เป็นหลักฐาน

หากมีเงินถูกโอนออก ให้รีบแจ้งธนาคารและโทร AOC 1441 เพื่อขอคำแนะนำ อย่ารอให้ผู้โทรติดต่อกลับมาอีก

⑤ บทสนทนาสั้น ๆ ที่ใช้จบสายได้

หากไม่แน่ใจว่าผู้โทรเป็นใคร ให้ตอบสั้น ๆ ว่า:

“ขอบคุณค่ะ/ครับ ฉันจะวางสายและโทรตรวจสอบกับธนาคารผ่านหมายเลขทางการเอง”

จากนั้นวางสาย ไม่ต้องทำตามคำสั่งที่ให้โอนเงิน เปิดแอป หรือรอสายโอนไปยังเจ้าหน้าที่คนอื่น

เช็กให้ชัวร์ก่อนทำธุรกรรม

  • มีใครสั่งให้โอนเงินไป “บัญชีปลอดภัย” หรือไม่?
  • มีใครขอ OTP, PIN หรือรหัสผ่านหรือไม่?
  • มีใครห้ามวางสายหรือห้ามปรึกษาคนอื่นหรือไม่?
  • มีใครให้ติดตั้งแอปหรือแชร์หน้าจอหรือไม่?

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ให้วางสายและตรวจสอบกับธนาคารเอง การโทรกลับผ่านช่องทางทางการช่วยให้ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องเชื่อคำกล่าวอ้างของปลายสาย

ComSiam สรุปว่าเจ้าหน้าที่จริงไม่ควรขอให้คุณบอกรหัสลับหรือโอนเงินไปตรวจสอบ หากถูกเร่ง ข่มขู่ หรือสั่งให้ควบคุมโทรศัพท์ ให้วางสายก่อน แล้วติดต่อธนาคารด้วยตัวเอง