Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก Disney+ ภาพค้างแต่เสียงยังเล่น ให้กดหยุดแล้วเล่นใหม่ เปลี่ยนไปทดสอบเรื่องอื่น จากนั้นถอดปลั๊ก Smart TV ประมาณ 1 นาทีและรีสตาร์ตเราเตอร์ หากยังไม่หายให้อัปเดตแอปกับซอฟต์แวร์ทีวี ล้างแคช หรือติดตั้ง Disney+ ใหม่
อาการนี้หมายความว่าแอปยังเล่นเสียงได้ แต่ส่วนประมวลผลหรือแสดงภาพเกิดปัญหา สาเหตุอาจมาจากแอปค้าง อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ระบบถอดรหัสวิดีโอ ซอฟต์แวร์ทีวี หรือสาย HDMI หากรับชมผ่านกล่องภายนอก บทความจาก comsiam จะช่วยตรวจสอบทีละจุดโดยไม่รีเซ็ตทีวีตั้งแต่ขั้นตอนแรก
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
การสังเกตว่าอาการเกิดกับแอปอื่นด้วยหรือไม่ จะช่วยระบุว่าเป็นปัญหาของ Disney+ หรือระบบภาพของทีวี
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
อาการเสียงยังเล่นไม่จำเป็นต้องหมายความว่าหน้าจอทีวีเสีย เพราะส่วนเสียงและภาพสามารถทำงานแยกกันได้
เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุด
หากภาพกลับมาแล้วค้างซ้ำ ให้ปิดเรื่องนั้นและทดลองเนื้อหาอื่น
การทดสอบเรื่องอื่นช่วยแยกปัญหาได้รวดเร็ว
ให้จดชื่อเรื่อง ซีซัน ตอน และเวลาที่เริ่มค้างไว้ หากปัญหาเกิดซ้ำที่ตำแหน่งเดิมทุกครั้ง
หากกดกลับไม่ได้หรือแอปค้างทั้งระบบ ให้ถอดปลั๊กทีวีตามขั้นตอนถัดไป
การปิดด้วยรีโมตอาจทำให้ทีวีเข้าสู่โหมดสแตนด์บายและไม่ล้างสถานะของแอป
วิธีนี้ช่วยรีเซ็ตหน่วยความจำ ระบบประมวลผลวิดีโอ และแอปที่ค้างอยู่
ทดลองเปิด YouTube หรือแอปสตรีมมิงอื่น
ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
ให้เน้นตรวจสอบ
การรีเซ็ตการตั้งค่าภาพไม่ควรเป็นวิธีแรกหากแอปอื่นทำงานปกติทั้งหมด
แม้เสียงจะเล่นต่อได้ แต่อินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียรอาจทำให้ข้อมูลภาพคุณภาพสูงโหลดไม่ทันหรือการเล่นผิดปกติ
ให้ตรวจสอบดังนี้
หากภาพค้างเฉพาะช่วงที่สมาชิกในบ้านใช้เน็ตพร้อมกันจำนวนมาก ควรตรวจสอบความเร็วรวมและการจัดการเครือข่าย
หากภาพไม่ค้างหลังรีสตาร์ตเราเตอร์ ปัญหาน่าจะเกิดจากเครือข่ายมากกว่าตัวทีวี
ควรเตรียมรหัสผ่าน Wi-Fi ไว้ก่อนลบการเชื่อมต่อ
ถ้าภาพค้างเฉพาะเนื้อหา 4K หรือ HDR ให้ทดลองลดคุณภาพจากอุปกรณ์หรือบัญชีชั่วคราว
วิธีทดสอบอาจทำได้โดย
ถ้า HD เล่นได้แต่ 4K ค้าง ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับความเร็วอินเทอร์เน็ต สาย HDMI พอร์ต หรือระบบถอดรหัสวิดีโอ
Smart TV บางรุ่นอัปเดตแอปโดยอัตโนมัติ จึงอาจไม่แสดงปุ่มอัปเดต
ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่อาจแก้ปัญหาการแสดงภาพ HDR การถอดรหัสวิดีโอ และความเข้ากันได้ของแอป
วิธีนี้ช่วยปิดกระบวนการของแอปอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องล้างบัญชี
ใช้ได้กับ Android TV และ Google TV รวมถึงอุปกรณ์บางระบบ
การล้างแคชมักไม่ทำให้บัญชีออกจากระบบ จึงควรทำก่อนล้างข้อมูล
การล้างข้อมูลจะทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่ แต่ไม่ลบโปรไฟล์หรือยกเลิกสมาชิก
หากหลายแอปมีปัญหาภาพพร้อมกัน อาจต้องรีเซ็ต Smart Hub แต่ควรใช้หลังจากวิธีพื้นฐานไม่ได้ผล
การรีเซ็ต Smart Hub จะลบข้อมูลเข้าสู่ระบบและการตั้งค่าของแอปบางส่วน
เส้นทางที่พบบ่อยคือ
การตั้งค่า > การสนับสนุน > การดูแลอุปกรณ์ > การวินิจฉัยตนเอง > รีเซ็ต Smart Hub
จากนั้น
หากไม่เคยเปลี่ยน PIN ค่าเริ่มต้นในทีวีหลายรุ่นอาจเป็น 0000
Quick Start+ อาจทำให้ทีวีเก็บสถานะของแอปที่ค้างไว้แม้ปิดเครื่องด้วยรีโมตแล้ว
พื้นที่ใกล้เต็มอาจทำให้แอปค้างหรือประมวลผลวิดีโอไม่เสถียร
ให้ลบเฉพาะรายการที่ไม่จำเป็น เช่น
หลังเพิ่มพื้นที่ให้ถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที แล้วเปิด Disney+ ใหม่
Android TV และ Google TV บางรุ่นเปิดหลายแอปค้างไว้ ทำให้หน่วยความจำเหลือน้อย
วิธีแก้คือ
ไม่ควรติดตั้งแอปปิดหน่วยความจำจากแหล่งที่ไม่รู้จัก เพราะอาจรบกวนระบบของทีวี
หากทุกแอปมีภาพผิดปกติ ให้ลองรีเซ็ตเฉพาะโหมดภาพก่อนรีเซ็ตทั้งทีวี
ถ้าอาการหาย ให้เปิดฟังก์ชันเดิมกลับทีละรายการเพื่อหาว่าตัวเลือกใดทำให้เกิดปัญหา
ระบบเพิ่มความลื่นของภาพมีชื่อแตกต่างกันตามยี่ห้อ เช่น ระบบลดภาพสั่นหรือแทรกเฟรม
หากภาพค้างหรือกระตุก ให้ทดลอง
ถ้าไม่ช่วย สามารถเปิดกลับตามเดิมได้
หาก Disney+ ทำงานผ่านกล่องภายนอก เช่น กล่อง Android TV, Google TV หรืออุปกรณ์สตรีมมิงอื่น ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ Smart TV
ให้ตรวจสอบ
ให้รีสตาร์ตทั้งกล่องและทีวี ไม่ใช่รีสตาร์ตเพียงเครื่องเดียว
อาการภาพหาย จอดำ หรือค้างแต่เสียงยังมา อาจเกิดจากสาย HDMI ส่งภาพไม่สมบูรณ์
ถ้าอาการหายหลังเปลี่ยนสายหรือพอร์ต แสดงว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากบัญชี Disney+
ถ้าตั้งกล่องเป็น 4K HDR แต่ทีวีหรือสายรองรับไม่สมบูรณ์ ภาพอาจค้างหรือจอดำ
ให้ทดลองดังนี้
หาก 1080p ทำงานปกติ ควรตรวจสอบความสามารถของทีวี พอร์ต และสายก่อนกลับไปใช้ 4K
สาเหตุอาจมาจาก
ให้ทดลองเรื่อง HD ปกติ หากเล่นได้ตลอดแต่ 4K ค้าง ให้เน้นตรวจสอบระบบภาพและความเร็วเครือข่าย
ถ้าค้างตำแหน่งเดิมบนหลายอุปกรณ์และหลายเครือข่าย อาจเป็นปัญหาของเนื้อหา ไม่ควรรีเซ็ต Smart TV
บางครั้งปัญหาอาจเกิดเฉพาะชุดเสียง คำบรรยาย หรือรูปแบบวิดีโอของเนื้อหา
ให้ทดลอง
วิธีนี้ไม่ใช่การแก้หลัก แต่ช่วยระบุว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับตัวเลือกของเนื้อหาหรือไม่
ทีวีบางรุ่นไม่สามารถถอนแอประบบได้ ให้ใช้คำสั่งติดตั้งใหม่ ล้างข้อมูล หรือรีเซ็ตระบบแอปแทน
ควรรีเซ็ตเป็นค่าโรงงานเมื่อ
ก่อนรีเซ็ตควรจดชื่อ Wi-Fi รหัสผ่าน บัญชีแอป และการตั้งค่าภาพหรือเสียงที่สำคัญ
ควรตรวจสอบฮาร์ดแวร์เมื่อพบอาการดังนี้
หากเกิดเฉพาะ Disney+ แอปเดียว โอกาสเป็นฮาร์ดแวร์จะน้อยกว่า
อาจเกิดได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว แอปค้าง ระบบถอดรหัสวิดีโอ ซอฟต์แวร์ทีวี และ HDMI ก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้
ไฟล์เนื้อหา ความละเอียด HDR เสียง หรือคำบรรยายของเรื่องนั้นอาจมีปัญหา ให้ทดลองเรื่องอื่นและอุปกรณ์อื่นก่อนแก้ที่ทีวี
ช่วยปิดระบบอย่างสมบูรณ์และล้างสถานะชั่วคราวของแอป หน่วยความจำ และระบบประมวลผลภาพ
โดยทั่วไปไม่หาย แต่การล้างข้อมูลจะทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
อาจเกิดจากความเร็วอินเทอร์เน็ต สาย HDMI พอร์ตทีวี หรือระบบภาพที่รองรับ 4K และ HDR ไม่สมบูรณ์
ช่วยได้หากรับชมผ่านกล่องภายนอกและสายเดิมส่งภาพไม่เสถียร แต่ไม่มีผลหากใช้แอป Disney+ ที่ติดตั้งในทีวีโดยตรง
ยังไม่ควรรีเซ็ตจนกว่าจะลองถอดปลั๊ก อัปเดตแอป ล้างข้อมูล ติดตั้งใหม่ และตรวจสอบอินเทอร์เน็ตครบแล้ว
หาก Disney+ ภาพค้างแต่เสียงยังเล่น ให้แก้ตามลำดับนี้
หากเสียงเดินต่อแต่ภาพค้างเฉพาะ Disney+ ให้เน้นแก้ที่แอปก่อน แต่ถ้าทุกแอปและทุกช่องสัญญาณมีอาการเหมือนกัน comsiam แนะนำให้ตรวจสอบระบบภาพ สาย HDMI และฮาร์ดแวร์ของทีวีเพิ่มเติม