Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากมีผู้อื่นเปลี่ยนอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้กับ Apple Account ให้รีบปกป้องบัญชีทันที หากยังมี iPhone, iPad หรือ Mac ที่ลงชื่อเข้าใช้อยู่ ให้ใช้เครื่องนั้นเปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัย หากเข้าไม่ได้แล้ว ให้เริ่มกู้คืนบัญชีผ่านช่องทางทางการของ Apple และรักษาความปลอดภัยให้อีเมลกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีด้วย
ComSiam แนะนำว่าอย่าบอกรหัสผ่าน รหัสยืนยัน หรือ Recovery Key ให้ผู้ที่ติดต่อมาอ้างว่าจะช่วยกู้บัญชี และอย่ากดลิงก์ในข้อความที่ไม่แน่ใจว่าเป็นของ Apple จริง
ใช้ iPhone, iPad หรือ Mac ที่ยังลงชื่อเข้า Apple Account อยู่ เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านก่อนผู้ไม่หวังดีจะเข้าถึงบัญชีต่อ
บน iPhone หรือ iPad ให้ไปที่ การตั้งค่า > ชื่อของคุณ > ลงชื่อเข้าและความปลอดภัย > เปลี่ยนรหัสผ่าน จากนั้นยืนยันตัวตนตามที่ระบบขอและตั้งรหัสผ่านใหม่
บน Mac ให้เลือก เมนู Apple > การตั้งค่าระบบ > ชื่อของคุณ > ลงชื่อเข้าและความปลอดภัย > เปลี่ยนรหัสผ่าน ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันระบบ
ตั้งรหัสผ่านใหม่ที่ไม่เคยใช้กับบัญชีอื่น หากระบบถามว่าจะให้อุปกรณ์อื่นอยู่ในระบบต่อหรือไม่ ให้พิจารณาให้อุปกรณ์อื่นต้องลงชื่อเข้าอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ที่คุณไม่รู้จัก
หลังเปลี่ยนรหัสผ่าน ให้ตรวจสอบข้อมูลที่ใช้ลงชื่อเข้าและยืนยันตัวตนในหน้า ลงชื่อเข้าและความปลอดภัย หรือการตั้งค่าบัญชี
① ตรวจสอบอีเมลหลักและอีเมลเพิ่มเติมที่ผูกกับบัญชี
② ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อถือได้ และนำหมายเลขที่ไม่ได้เป็นของคุณออก
③ เพิ่มอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่คุณควบคุมได้ หากระบบอนุญาต
④ ตรวจสอบผู้ติดต่อกู้คืนหรือ Recovery Key หากคุณเคยตั้งค่าไว้
หากยังลงชื่อเข้าได้แต่ข้อมูลติดต่อถูกแก้ ให้เปลี่ยนข้อมูลที่ผิดหรือไม่รู้จักกลับเป็นข้อมูลของคุณ และตรวจสอบว่าผู้ไม่หวังดีไม่ได้เปลี่ยนวิธีกู้คืนบัญชีอื่นไว้ด้วย
ลองลงชื่อเข้าด้วยอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์อื่นที่คุณเคยใช้กับ Apple Account เพราะบัญชีอาจยังรับการลงชื่อเข้าด้วยข้อมูลเดิมหรือข้อมูลสำรองที่ผูกไว้ได้ หากรหัสผ่านใช้ไม่ได้ ให้เลือก ลืมรหัสผ่าน และทำตามขั้นตอนยืนยันตัวตน
หากผู้ไม่หวังดีเปลี่ยนข้อมูลบัญชีจนคุณยืนยันตัวตนไม่ได้ ให้เริ่ม การกู้คืนบัญชี ผ่านหน้ากู้คืนบัญชีทางการของ Apple ทำตามคำแนะนำและใช้ข้อมูลที่คุณยังเข้าถึงได้
ระยะเวลาการกู้คืนขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตน และอาจใช้เวลาหลายวันหรือนานกว่านั้น การติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Apple ไม่สามารถรับประกันหรือเร่งระยะเวลาการกู้คืนได้
เมื่อกลับเข้าใช้งานได้ ให้ตรวจสอบรายการอุปกรณ์ในหน้าการตั้งค่าบัญชี หากพบ iPhone, iPad, Mac หรืออุปกรณ์อื่นที่ไม่รู้จัก ให้ตรวจสอบชื่อและรายละเอียดก่อนนำออกจากบัญชี
อุปกรณ์ที่นำออกจะไม่สามารถเข้าถึง iCloud และบริการ Apple ต่อได้จนกว่าจะลงชื่อเข้าใหม่ หากอุปกรณ์ที่หายยังเปิดค้นหาของฉันอยู่ อย่านำออกจากค้นหาของฉันหรือบัญชีเพียงเพื่อแก้ปัญหา เพราะอาจกระทบ Activation Lock ให้ใช้โหมดสูญหายหรือคำสั่งลบข้อมูลผ่านค้นหาของฉันแทน
หากผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอีเมลหลักหรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณได้ เขาอาจใช้ช่องทางเหล่านั้นเพื่อเปลี่ยนข้อมูลบัญชีซ้ำได้
ตรวจสอบอีเมลแจ้งเตือนจาก Apple รายการซื้อ การสมัครรับ และวิธีการชำระเงิน หากพบรายการที่คุณไม่ได้ทำ ให้จัดการผ่านบัญชีหรือช่องทางช่วยเหลือทางการของ Apple และติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินหากมีรายการเรียกเก็บเงินที่น่าสงสัย
หากได้รับอีเมลแจ้งว่ามีการเปลี่ยนอีเมลหรือหมายเลข แต่คุณไม่ได้ทำ อย่าตอบกลับด้วยรหัสยืนยันหรือข้อมูลส่วนตัว ให้เปิดการตั้งค่าบัญชีโดยตรงและตรวจสอบสถานะด้วยตนเอง
ผู้ไม่หวังดีอาจอ้างว่าเป็นฝ่ายช่วยเหลือและขอรหัสยืนยันเพื่อ “ยืนยันตัวตน” อย่าเปิดเผยรหัสยืนยัน รหัสผ่าน หรือ Recovery Key กับใคร Apple Support จะไม่ขอให้คุณส่งรหัสลับเหล่านี้ทางข้อความหรือโทรศัพท์ที่ไม่คาดคิด
ComSiam แนะนำให้ดำเนินการผ่านอุปกรณ์ของคุณหรือช่องทางทางการของ Apple เท่านั้น และเก็บหลักฐานการแจ้งเตือนหรือรายการที่ไม่ได้ทำไว้ หากต้องติดต่อฝ่ายช่วยเหลือ
อาจยังลงชื่อเข้าได้ด้วยอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์อื่นที่ผูกกับบัญชี หากทำไม่ได้ ให้เริ่มรีเซ็ตรหัสผ่านหรือกู้คืนบัญชีผ่าน Apple
ควร หากอีเมลนั้นใช้รับการแจ้งเตือนหรือกู้คืน Apple Account เพราะผู้ที่ควบคุมอีเมลอาจใช้เข้าถึงบัญชีต่อได้
เริ่มกระบวนการกู้คืนบัญชีผ่านช่องทางทางการของ Apple และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับการตรวจสอบและไม่สามารถรับประกันได้
ควรตรวจสอบและนำอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตออกเมื่อกลับเข้าบัญชีได้ หากเป็นอุปกรณ์ของคุณที่หายและยังใช้ค้นหาของฉันอยู่ ให้ใช้โหมดสูญหายหรือสั่งลบข้อมูล และอย่านำออกจากค้นหาของฉันโดยไม่จำเป็น
ยังสรุปไม่ได้ แต่ไม่ควรอนุญาตคำขอลงชื่อเข้าหรือบอกรหัสแก่ใคร ให้เปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจสอบอุปกรณ์กับข้อมูลความปลอดภัย หากพบการเปลี่ยนแปลงที่คุณไม่ได้ทำ