เครื่องพิมพ์ต่อ Wi‑Fi แล้วแต่ขึ้นออฟไลน์ แก้ทีละขั้นตอน

เครื่องพิมพ์อาจเชื่อมต่อ Wi‑Fi แล้ว แต่คอมพิวเตอร์หรือมือถือยังแสดงสถานะออฟไลน์ เพราะอุปกรณ์ติดต่อเครื่องพิมพ์ไม่ได้ หรือสถานะที่แสดงค้างอยู่ ให้ตรวจจากตัวเครื่องก่อน แล้วไล่แก้ที่เครือข่ายและอุปกรณ์ที่ใช้สั่งพิมพ์

① ตรวจสถานะ Wi‑Fi บนเครื่องพิมพ์

ดูไฟสัญญาณหรือข้อความบนหน้าจอเครื่องพิมพ์ หากมีเมนูเครือข่าย ให้ตรวจชื่อ Wi‑Fi ที่เชื่อมต่อและสถานะออนไลน์ หากไม่มีหน้าจอ ให้พิมพ์รายงานเครือข่ายตามคู่มือของรุ่นนั้น

ถ้าเครื่องพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่อหรือใช้ชื่อ Wi‑Fi เก่า ให้ตั้งค่าเครือข่ายใหม่ก่อน หากเครื่องแสดงว่าออนไลน์ ให้ไปตรวจอุปกรณ์ที่ใช้สั่งพิมพ์ต่อ

② ตรวจว่าอุปกรณ์ใช้เครือข่ายที่เข้าถึงเครื่องพิมพ์ได้

ดูชื่อ Wi‑Fi บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ แล้วเทียบกับเครือข่ายของเครื่องพิมพ์ หากอุปกรณ์อยู่บน Guest Wi‑Fi หรือเครือข่ายที่แยกจากเครื่องพิมพ์ อาจสั่งพิมพ์ไม่ได้แม้ทั้งคู่จะใช้อินเทอร์เน็ตได้

ให้เชื่อมอุปกรณ์กับ Wi‑Fi หลักที่ไว้ใจได้ และตรวจว่าเราเตอร์ไม่ได้เปิดการแยกอุปกรณ์ที่ป้องกันไม่ให้สื่อสารกัน หากเปิด VPN อยู่ ให้ทดลองตัดการเชื่อมต่อชั่วคราวแล้วตรวจสถานะอีกครั้ง

③ ปิดและเปิดเครื่องพิมพ์ใหม่

ปิดเครื่องพิมพ์ ถอดปลั๊กประมาณ 30 วินาที แล้วเสียบกลับและเปิดเครื่อง รอให้เชื่อมต่อ Wi‑Fi จนเสร็จ จากนั้นปิดและเปิด Wi‑Fi บนอุปกรณ์ที่ใช้สั่งพิมพ์ แล้วลองค้นหาเครื่องพิมพ์อีกครั้ง

หากเครื่องพิมพ์ต่อกับเราเตอร์ผ่าน Wi‑Fi และยังออฟไลน์ ลองรีสตาร์ตเราเตอร์ตามคู่มือ แล้วรอให้ทั้งเราเตอร์และเครื่องพิมพ์กลับมาออนไลน์ก่อนทดสอบ

④ ตรวจสถานะเครื่องพิมพ์ใน Windows

  1. เปิด Settings > Bluetooth & devices > Printers & scanners
  2. เลือกเครื่องพิมพ์ที่ต้องการ
  3. เปิดคิวงานพิมพ์ แล้วตรวจว่าไม่ได้เลือก Pause Printing หรือ Use Printer Offline
  4. หากยังออฟไลน์ ให้เรียกตัวแก้ปัญหาเครื่องพิมพ์จากแอป Get Help ใน Windows 11

ถ้าสถานะยังไม่เปลี่ยน ให้ตรวจว่าเครื่องพิมพ์และคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สื่อสารถึงกันได้ และอัปเดตไดรเวอร์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

⑤ ตรวจสถานะบน Mac

เปิด System Settings > Printers & Scanners แล้วเลือกเครื่องพิมพ์ ตรวจคิวงานใน Print Center และดูว่ามีข้อความแจ้งว่าออฟไลน์หรือไม่ หากเครื่องพิมพ์อยู่บนเครือข่าย ให้ตรวจว่า Mac และเครื่องพิมพ์ยังอยู่ในเครือข่ายเดียวกันและเครื่องเปิดอยู่

⑥ ตรวจมือถือและแอปที่ใช้สั่งพิมพ์

หากสถานะออฟไลน์แสดงเฉพาะในมือถือ ให้ตรวจว่าเปิดบริการพิมพ์บน Android หรือเลือกเครื่องพิมพ์ที่รองรับ AirPrint บน iPhone/iPad แล้ว หากใช้แอปของผู้ผลิต ให้ตรวจว่าแอปเลือกเครื่องพิมพ์ตัวที่ถูกต้องและแสดงสถานะพร้อมใช้งาน

⑦ ลบแล้วเพิ่มเครื่องพิมพ์ใหม่เป็นขั้นตอนท้าย

หากเครื่องพิมพ์ออนไลน์และเครือข่ายปกติ แต่คอมพิวเตอร์ยังแสดงออฟไลน์ อาจมีรายการเครื่องพิมพ์เดิมหรือข้อมูลเครือข่ายเก่าค้างอยู่ ให้ลบเฉพาะรายการที่มีปัญหา แล้วเพิ่มเครื่องพิมพ์อีกครั้งตามขั้นตอนของ Windows หรือ Mac

หากติดตั้งด้วย IP Address ให้ตรวจ IP ปัจจุบันจากหน้าจอหรือรายงานเครือข่ายก่อนเพิ่มใหม่ อย่าเดา IP หรือรีเซ็ตการตั้งค่าโรงงานทันที เพราะอาจต้องตั้งค่า Wi‑Fi และค่าต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมด

⑧ สรุปเช็กลิสต์

  • เครื่องพิมพ์เชื่อมต่อ Wi‑Fi และไม่มีข้อความผิดพลาด
  • อุปกรณ์ที่สั่งพิมพ์อยู่ในเครือข่ายที่เข้าถึงเครื่องพิมพ์ได้
  • ไม่ได้เชื่อมต่อ Guest Wi‑Fi หรือเครือข่ายแยกอุปกรณ์
  • ปิดและเปิดเครื่องพิมพ์กับ Wi‑Fi ใหม่แล้ว
  • ตรวจสถานะ Offline หรือ Pause ในคิวงานพิมพ์แล้ว
  • หากยังไม่หาย ค่อยลบและเพิ่มเครื่องพิมพ์ใหม่

ComSiam แนะนำให้เริ่มจากตรวจสถานะ Wi‑Fi ที่ตัวเครื่องพิมพ์ก่อน หากเครื่องออนไลน์จริง ค่อยตรวจการเชื่อมต่อและสถานะในอุปกรณ์ที่ใช้สั่งพิมพ์ เพื่อแก้ได้ตรงจุด