เสียง AI เลียนแบบคนในครอบครัวโทรขอยืมเงิน ควรยืนยันตัวตนอย่างไร

เมื่อได้ยินเสียงลูก หลาน พ่อแม่ หรือคนใกล้ชิดโทรมาขอเงินด่วน หลายคนอาจรีบช่วยโดยไม่ทันตรวจสอบ ปัจจุบันมิจฉาชีพอาจใช้ AI เลียนแบบเสียงจากคลิปหรือเสียงที่เผยแพร่บนโซเชียล แล้วสร้างเรื่องฉุกเฉินเพื่อกดดันให้โอนเงิน

ComSiam แนะนำว่าอย่าใช้ “เสียงที่คุ้นเคย” เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียว ให้หยุดตั้งสติและตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นก่อนโอนเงิน

① กลโกงเสียง AI เลียนแบบคนใกล้ตัวทำอย่างไร?

คนร้ายอาจโทรหรือส่งข้อความเสียง โดยอ้างว่าเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท แล้วพูดว่าเกิดอุบัติเหตุ ถูกจับ โทรศัพท์เสีย หรือจำเป็นต้องใช้เงินทันที บางครั้งอาจมีคนอื่นรับช่วงต่อ อ้างเป็นตำรวจ โรงพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนว่ามิจฉาชีพอาจใช้ AI เลียนแบบเสียงของญาติหรือคนใกล้ชิด แล้วโทรมาขอยืมเงินหรือขอข้อมูลสำคัญ

② คำพูดหรือพฤติกรรมแบบไหนน่าสงสัย?

  • ขอให้โอนเงินทันที โดยไม่ให้เวลาตรวจสอบ
  • ห้ามวางสาย ห้ามโทรหาใคร หรือบอกว่าอย่าให้ครอบครัวรู้
  • ขอให้โอนไปบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับคนที่อ้างว่าโทรมา
  • บอกว่าโทรศัพท์เครื่องเดิมใช้ไม่ได้ แต่กลับมาโทรจากเบอร์หรือแอปแชตใหม่
  • ขอ OTP, PIN, รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตร
  • อ้างเหตุฉุกเฉิน แต่ตอบคำถามยืนยันตัวตนไม่ได้หรือเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกถาม

อย่าคิดว่าการเห็นหน้าในวิดีโอคอลหรือได้ยินเสียงเหมือนจริงยืนยันตัวตนได้แน่นอน เพราะภาพและเสียงก็อาจถูกปลอมแปลงได้

③ วิธีตรวจสอบตัวตนก่อนโอนเงิน

  1. วางสายก่อน แล้วโทรกลับไปยังเบอร์ที่บันทึกไว้เดิม อย่าโทรกลับเบอร์ที่คนโทรเข้ามาให้
  2. ติดต่อผ่านช่องทางอื่น เช่น โทรหาเบอร์ปกติ ส่งข้อความไปยังบัญชีแชตเดิม หรือสอบถามญาติอีกคน
  3. ตกลงคำลับในครอบครัวล่วงหน้า ใช้คำถามหรือรหัสที่ไม่โพสต์ไว้บนโซเชียล และเปลี่ยนเป็นระยะ
  4. ถามคำถามเฉพาะที่คนในครอบครัวรู้ แต่ไม่ใช้คำถามนี้แทนการโทรกลับหรือยืนยันอีกช่องทาง
  5. ตรวจชื่อบัญชีและยอดเงินก่อนโอน หากชื่อผู้รับไม่ตรงกับคนที่ขอเงิน ให้หยุดและตรวจสอบเพิ่มเติม
  6. อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือ OTP แม้เสียงจะเหมือนคนรู้จักก็ตาม

ถ้าผู้โทรบอกว่าโทรศัพท์หายหรือใช้เบอร์เดิมไม่ได้ ให้ติดต่อคนใกล้ชิดคนอื่นที่รู้จักเขา อย่าให้ความเร่งด่วนทำให้ข้ามขั้นตอนยืนยันตัวตน

④ ป้องกันข้อมูลเสียงและบัญชีของครอบครัว

  • จำกัดผู้ที่เห็นคลิปเสียงและวิดีโอส่วนตัวในโซเชียล
  • ตั้งค่าบัญชีให้เป็นส่วนตัวเท่าที่ทำได้ และระวังการโพสต์ข้อมูลตารางชีวิตหรือเบอร์ติดต่อ
  • คุยกับสมาชิกในบ้านให้รู้วิธีตรวจสอบก่อนโอนเงิน
  • ตั้งกติกาว่า หากมีการขอเงินด่วน ต้องโทรกลับเบอร์เดิมหรือยืนยันกับอีกคนก่อนเสมอ
  • หากเพื่อนหรือญาติส่งข้อความขอยืมเงิน ให้โทรยืนยันด้วยตัวเองก่อนโอน

การป้องกันเหล่านี้ช่วยลดข้อมูลที่คนร้ายอาจนำไปใช้สร้างเรื่องให้ตรงกับชีวิตจริง แต่การยืนยันผ่านช่องทางอิสระยังเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด

⑤ ถ้าเผลอโอนเงินไปแล้ว

  • โทรหาธนาคารทันทีผ่านหมายเลขทางการ เพื่อแจ้งเหตุและขอให้ตรวจสอบหรือระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • โทร AOC 1441 เพื่อขอคำแนะนำ
  • เก็บเบอร์โทร ข้อความเสียง แชต สลิป และข้อมูลบัญชีปลายทางไว้
  • แจ้งความผ่านเว็บไซต์ทางการ thaipoliceonline.go.th
  • แจ้งคนในครอบครัวให้ระวัง หากคนร้ายอาจนำข้อมูลหรือเสียงไปติดต่อซ้ำ

ComSiam สรุปว่าเมื่อมีคนโทรมาขอเงินด่วน อย่ารีบโอนเพราะเสียงเหมือนคนในครอบครัว วางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมหรือยืนยันกับญาติอีกคนก่อนทุกครั้ง