Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หลายคนลบรูป วิดีโอ หรือไฟล์ออกจากมือถือแล้วสงสัยว่า ทำไมพื้นที่ยังไม่เพิ่ม สาเหตุสำคัญคือไฟล์ที่ลบอาจไม่ได้หายไปทันที แต่ถูกย้ายไปอยู่ใน Trash, Bin หรือ Recently Deleted เพื่อเปิดโอกาสให้กู้คืนหากลบผิด
บน iPhone รูปและวิดีโอที่ลบจะอยู่ใน Recently Deleted 30 วัน ก่อนถูกลบถาวร ส่วนไฟล์ที่ลบผ่าน Files App ก็อยู่ใน Recently Deleted ได้ 30 วันเช่นกัน และหากลบไฟล์ออกจาก Recently Deleted แล้ว Apple ระบุว่าจะถูกลบทันทีและไม่สามารถกู้คืนจากตรงนั้นได้อีก
บน Android ตำแหน่งถังขยะขึ้นอยู่กับแอปที่ใช้ลบ เช่น Google Photos มี Trash สำหรับรูปและวิดีโอ ส่วน Files by Google สามารถย้ายไฟล์ไป Trash ได้เช่นกัน
บทความนี้ comsiam จะพาเช็กถังขยะทุกจุดสำคัญ และอธิบายว่าควรลบถาวรอย่างไรโดยไม่ทำข้อมูลสำคัญหายโดยไม่ตั้งใจ
นี่คือสิ่งแรกที่ต้องเข้าใจ
โทรศัพท์หนึ่งเครื่องอาจมี
ดังนั้นการล้าง Trash ในแอปหนึ่งไม่ได้หมายความว่า Trash ของทุกแอปจะถูกล้างตามไปด้วย
ต้องดูว่าไฟล์ต้นฉบับถูกลบจากแอปไหน
เปิด
Photos > Collections > Utilities > Recently Deleted
Apple ระบุว่ารูปและวิดีโอที่ลบจะอยู่ใน Recently Deleted เป็นเวลา 30 วัน ก่อนถูกลบถาวร
หากต้องการคืนพื้นที่เร็วขึ้น สามารถเข้าไปตรวจและลบถาวรก่อนครบ 30 วันได้
Apple ระบุว่า Recently Deleted ถูกป้องกันด้วย Face ID, Touch ID หรือ Passcode ตามการตั้งค่าของอุปกรณ์
ดังนั้นหากเปิด Album แล้วไม่เห็นรูปทันที อาจต้องกด
View Album
แล้วปลดล็อกก่อน
เข้า
Photos > Collections > Recently Deleted
จากนั้น
Select > เลือกรูป/วิดีโอ > More > Delete
Apple ระบุว่าสามารถ Permanently Delete รายการภายในช่วง 30 วันที่ยังอยู่ใน Recently Deleted ได้
⚠️ ตรวจให้แน่ใจก่อนกดยืนยัน เพราะหลังลบถาวรแล้วจะไม่สามารถกู้กลับจาก Recently Deleted ได้ตามปกติ
หากแน่ใจว่ารายการทั้งหมดไม่ต้องการแล้ว สามารถเลือกหลายรายการแล้วลบถาวรได้
แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้เพียงเพื่อรีบคืนพื้นที่โดยไม่ได้ตรวจรูปก่อน เพราะ Recently Deleted มีไว้ช่วยกู้รูปที่ลบผิดภายในช่วง 30 วัน
ถ้าใช้ iCloud Photos การลบรูปจาก iPhone ไม่ได้จำกัดเฉพาะเครื่องนี้
Apple ระบุว่าเมื่อเปิด iCloud Photos และลบรูปหรือวิดีโอจากอุปกรณ์หนึ่ง การลบนั้นจะมีผลกับอุปกรณ์อื่นที่ Sign in Apple Account เดียวกันด้วย
ดังนั้นก่อนลบถาวรควรแน่ใจว่ามี Backup ของรูปสำคัญจริง
ถ้าไฟล์ที่ลบไม่ใช่รูป เช่น
ให้เปิด
Files > Browse > Recently Deleted
Apple ระบุว่าไฟล์ที่ลบจาก iCloud Drive หรือ On My iPhone จะถูกย้ายไป Recently Deleted และเก็บไว้ 30 วัน
ทำตามนี้:
1. เปิด Files
2. แตะ Browse
3. ดูใต้ Locations
4. แตะ Recently Deleted
จากตรงนี้สามารถเลือก Recover หากลบผิด หรือจัดการไฟล์ที่ไม่ต้องการแล้วได้
Apple ระบุว่าไฟล์ใน Recently Deleted จะถูก Permanently Delete หลัง 30 วัน
และหากผู้ใช้ลบไฟล์จาก Recently Deleted ด้วยตัวเอง ไฟล์จะถูกลบทันทีและไม่สามารถ Recover จาก Recently Deleted ได้อีก
จึงควรเปิดไฟล์หรือตรวจชื่อให้เรียบร้อยก่อนลบถาวร
ใน Files App อาจเห็นทั้ง
iCloud Drive
และ
On My iPhone
iCloud Drive คือข้อมูลที่ Sync กับ Cloud ส่วน On My iPhone คือไฟล์ที่จัดเก็บในตัวเครื่องตามแอปและตำแหน่งที่รองรับ
Apple ระบุว่าไฟล์ที่ลบจากทั้ง iCloud Drive และ On My Device สามารถเข้าสู่ Recently Deleted ได้
Apple ระบุว่าเมื่อ Delete File จาก iCloud Drive บนอุปกรณ์หนึ่ง ไฟล์นั้นจะถูกนำออกจากอุปกรณ์อื่นที่ Sign in Apple Account เดียวกันและใช้ iCloud Drive ด้วย
ดังนั้นอย่าลบเอกสารจาก iCloud Drive โดยคิดว่าเป็นการลบเฉพาะไฟล์ Local ใน iPhone
นี่เป็นจุดสำคัญมาก
หากไฟล์อยู่ใน iCloud Drive และคุณต้องการเพียงคืน iPhone Storage Apple มีตัวเลือก
Remove Download
ซึ่งนำสำเนาที่ดาวน์โหลดไว้บนอุปกรณ์ออก แต่เก็บต้นฉบับไว้ใน iCloud Drive
วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการกด Delete หากยังต้องการไฟล์อยู่
จำง่าย ๆ:
Remove Download
→ คืนพื้นที่ใน iPhone
→ ไฟล์ยังอยู่ใน iCloud Drive
Delete
→ ลบไฟล์ออกจาก iCloud Drive
→ การเปลี่ยนแปลง Sync ไปอุปกรณ์อื่น
Appleแยกสองคำสั่งนี้อย่างชัดเจนใน Files App
ถ้าใช้ Google Photos ให้เปิด
Google Photos > Collections > Trash
Google ระบุว่ารูปและวิดีโอที่ถูกลบจาก Google Photos จะถูกเก็บไว้ใน Trash ชั่วคราวก่อนการลบถาวร
ตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตาม Version แต่ใช้ชื่อ Trash หรือ Bin
Google ระบุว่า
รูป/วิดีโอที่ Backup แล้ว
→ อยู่ใน Trash 60 วัน
รูป/วิดีโอที่ไม่ได้ Backup บนอุปกรณ์ Android 11 หรือใหม่กว่า
→ อยู่ใน Trash 30 วัน
ก่อนถูกลบถาวร
ดังนั้นลบรูปออกจากหน้า Library แล้วพื้นที่หรือข้อมูลอาจยังเกี่ยวข้องกับ Trash อยู่ในช่วงดังกล่าว
ได้
หากแน่ใจว่ารูปหรือวิดีโอไม่ต้องการแล้ว สามารถเข้า Trash และเลือก Permanently Delete ได้
Google ระบุว่ารูปและวิดีโอที่ถูก Permanently Deleted แล้วไม่สามารถ Restore ผ่าน Trash ได้อีก
จึงต้องตรวจ Backup ให้เรียบร้อยก่อน
ถ้ารูปถูก Backup อยู่บน Google Photos การ Delete จาก Google Photos มีเป้าหมายลบรายการออกจาก Photos Library ไม่ใช่เพียงลบสำเนาจากมือถือ
ถ้าเป้าหมายคือ เก็บรูปไว้บน Google Photos แต่คืนพื้นที่โทรศัพท์ ควรใช้ฟังก์ชัน Free up space แทน
เหมาะกับคนที่
Google มีเครื่องมือ Free up space สำหรับนำสำเนาที่ Backup แล้วออกจากตัวอุปกรณ์
ต้องตรวจว่า Backup เสร็จแล้วก่อนใช้
สำหรับไฟล์ทั่วไปบน Android หากใช้ Files by Google การลบไฟล์ผ่าน Browse จะใช้คำสั่ง
Move to Trash
Google ระบุขั้นตอนนี้โดยตรงสำหรับการลบไฟล์ผ่าน Files by Google
ดังนั้นไฟล์ไม่ได้จำเป็นต้องหายทันทีเมื่อกด Delete จากแอปนี้
เปิด
Files by Google
เลือก Category หรือ Storage
จากนั้นเลือกไฟล์และใช้
Move to Trash
Google รองรับวิธีนี้ทั้งการลบจาก Browse และการลบไฟล์ขนาดใหญ่จากเครื่องมือ Clean
ก่อนลบไฟล์ใหญ่ควรตรวจว่าไม่มีสำเนาที่ต้องการเก็บอยู่
เพราะ Android แต่ละผู้ผลิตอาจใช้
ต่างกัน
ดังนั้น Samsung, Pixel, Xiaomi, OPPO, vivo หรือยี่ห้ออื่นอาจมีเมนู Trash/Recycle Bin คนละตำแหน่ง
หากใช้ Google Apps ให้ยึดเมนู Google Photos และ Files by Google ตามขั้นตอนข้างต้น ส่วน Gallery ของผู้ผลิตควรตรวจคู่มือของรุ่นนั้น
มือถือ Android บางเครื่องมี Gallery ของผู้ผลิตและ Google Photos พร้อมกัน
หากลบรูปจาก Gallery อาจต้องตรวจ Trash ของ Gallery
หากลบจาก Google Photos ให้ตรวจ Google Photos Trash
อย่าคิดว่าล้าง Trash หนึ่งแอปแล้วถังขยะอีกแอปจะถูกล้างด้วยเสมอ
Google ระบุว่ารูปหรือวิดีโอที่ถูกลบอาจยังอยู่บน Removable Memory Card และอาจต้องจัดการผ่าน Gallery ของอุปกรณ์เพื่อ Permanently Delete จากการ์ด
ดังนั้นหากเครื่องมี microSD และ Storage ยังเต็ม ให้ตรวจ
แยกกัน
ถ้าไฟล์อยู่ใน Google Drive แล้วกด Delete ไฟล์จะเกี่ยวข้องกับ Cloud Storage ของ Google Drive ไม่ใช่ Internal Storage ในโทรศัพท์โดยตรง
ดังนั้นต้องแยก
Storage โทรศัพท์เต็ม
กับ
Google Account Storage เต็ม
ก่อนล้างถังขยะ
การลบ Cloud File ไม่ได้หมายความว่าจะคืน Internal Storage ถ้าไม่มีสำเนา Offline อยู่ในเครื่อง
Apple ระบุว่าไฟล์ใน iCloud Drive ที่อยู่ใน Recently Deleted ไม่ถูกนับเป็น iCloud Storage แล้ว แม้ยังสามารถ Recovery ได้ในช่วงเวลาที่รองรับ
ดังนั้นหากเป้าหมายคือแก้ iCloud เต็ม การลบ iCloud Drive Recently Deleted ซ้ำอาจไม่ได้คืนพื้นที่ Cloud เพิ่ม เพราะพื้นที่นั้นอาจถูกคืนแล้ว
แต่ถ้าเป้าหมายคือไม่ต้องการให้ไฟล์กู้กลับได้ผ่าน Recently Deleted จึงค่อย Permanently Delete
ถ้าล้าง Trash แล้ว Storage ยังเต็ม ให้ตรวจว่าตัวกินพื้นที่จริงอยู่ตรงไหน
อาจเป็น
Google Android Help แนะนำให้ดู Storage และใช้ Free up space เพื่อดูไฟล์หรือแอปที่สามารถจัดการได้
ดังนั้นอย่าลบรูปสำคัญเพิ่มเพียงเพราะ Storage ยังเต็ม
Google มีเครื่องมือ Clean สำหรับช่วยหา
และข้อมูลที่อาจไม่จำเป็นใน Files by Google
หาก Trash ว่างแต่พื้นที่ยังเต็ม ให้ตรวจ Large Files ต่อ
ไฟล์ Download ที่ลืมไว้มักประกอบด้วย
หากใช้ Files by Google สามารถเข้า Browse/Clean เพื่อหา Downloads และจัดการไฟล์เหล่านั้นได้ โดย Google ใช้กระบวนการ Move to Trash สำหรับไฟล์ที่ผู้ใช้เลือก
ไฟล์ ZIP ที่ Extract แล้วสามารถทำให้มี
ไฟล์ ZIP เดิม + ไฟล์ที่แตกออกมา
สองชุดใน Storage
Files by Google รองรับตัวเลือก Delete ZIP File หลัง Extract ได้
หากแน่ใจว่าไม่ต้องใช้ ZIP ต้นฉบับแล้ว สามารถพิจารณาลบเพื่อลดการใช้พื้นที่ซ้ำ
ถ้าใช้ Safe Folder ใน Files by Google ต้องระวังเป็นพิเศษ
Google ระบุว่าเมื่อ Reset Safe Folder ไฟล์ในนั้นจะสูญหายถาวร
ดังนั้น Safe Folder ไม่ใช่ Trash และไม่ควร Reset เพื่อหวังคืนพื้นที่โดยไม่ได้ตรวจข้อมูลก่อน
อย่าคาดหวังว่าจะกู้กลับได้ง่าย
Apple ระบุว่าไฟล์ที่ถูกลบจาก Recently Deleted ใน Files App จะถูกลบทันทีและไม่สามารถ Recover จากตรงนั้นได้
Google Photos ระบุเช่นกันว่า Photos/Videos ที่ Permanently Deleted ไม่สามารถ Restore ผ่าน Trash ได้อีก
ดังนั้นคำว่า Delete Forever / Permanently Delete ต้องถือว่าเป็นขั้นสุดท้าย
ตรวจอย่างน้อย:
☑ รูปมี Backup หรือไม่
☑ Video มีสำเนาบน Cloud/Computer หรือไม่
☑ Documents ยังต้องใช้หรือไม่
☑ Files งานมีสำเนาอื่นหรือไม่
☑ เป็นไฟล์จาก iCloud Drive หรือ Local
☑ เป็น Google Photos ที่ Backup แล้วหรือไม่
☑ มี SD Card หรือไม่
ถ้าตอบไม่ได้ ให้หยุดก่อนลบถาวร
จำนวนไฟล์ไม่สำคัญเท่าขนาด
Trash อาจมีรูปขนาดเล็กหลายพันรูปแต่ใช้พื้นที่น้อยกว่าวิดีโอ 4K ไม่กี่รายการ
หากต้องการคืน Storage ให้ดู
ร่วมด้วย
Google มี Large Files tool ใน Files by Google สำหรับช่วยหาไฟล์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ
ทำตามลำดับนี้:
1. Settings > General > iPhone Storage
2. ดูหมวดที่กินพื้นที่สูง
3. Photos > Recently Deleted
4. Files > Browse > Recently Deleted
5. ตรวจ Downloads
6. ตรวจ Apps
7. ถ้าไฟล์อยู่ iCloud Drive และต้องการเก็บไว้ ให้ใช้ Remove Download
Apple รองรับ Remove Download เพื่อคืนพื้นที่อุปกรณ์โดยยังเก็บไฟล์ไว้ใน iCloud Drive
ทำตามนี้:
1. Settings > Storage
2. ดูว่า Photos, Videos, Apps หรือ Files หมวดไหนใหญ่
3. ตรวจ Google Photos Trash
4. ตรวจ File Manager/Files by Google
5. ตรวจ Downloads
6. ตรวจ Large Files
7. ตรวจ App Storage/Cache
Google Android Help มี Storage > Free up space สำหรับช่วยเลือกไฟล์และเนื้อหาที่สามารถจัดการได้
ปัญหาถังขยะหรือ Storage เต็มควรแก้ด้วยการจัดการ Files, Photos และ Apps ก่อน
Factory Reset จะลบข้อมูลมากเกินจำเป็น
หาก Trash ว่างแต่ Storage ยังเต็ม ให้ดู Storage Breakdown เพื่อหา Data ตัวจริงแทนการล้างเครื่องทั้งหมด
เมื่อกำลังล้างถังขยะในมือถือ หลีกเลี่ยงการ
แก้จากแอปและพื้นที่ต้นทางให้ถูกต้องก่อน
ถ้าเป็นรูป:
Photos > Collections > Recently Deleted > Select > Delete
ถ้าเป็นไฟล์:
Files > Browse > Recently Deleted > เลือกไฟล์ > Delete
Apple ระบุว่าทั้ง Photos และ Files ใช้ระบบ Recently Deleted ประมาณ 30 วัน และผู้ใช้สามารถ Permanently Delete ก่อนครบกำหนดได้
ถ้าเป็นรูป/วิดีโอใน Google Photos:
Google Photos > Collections > Trash
ตรวจรายการก่อนเลือก Permanently Delete
ถ้าเป็นไฟล์ทั่วไป:
เปิด Files by Google/File Manager ที่ใช้ลบไฟล์
แล้วตรวจ Trash ของแอปนั้น โดย Files by Google รองรับการ Move File to Trash เมื่อผู้ใช้ลบไฟล์
หากเป็น Gallery ของผู้ผลิต ให้ตรวจ Trash/Recycle Bin ของ Gallery นั้นโดยตรง
ตรวจให้ครบ:
☑ Photos Recently Deleted
☑ Files Recently Deleted
☑ Google Photos Trash
☑ Android Gallery Trash
☑ Files by Google/File Manager
☑ Downloads
☑ SD Card
☑ Large Files
☑ Offline Content ในแอป
ถ้าตรวจครบแล้วยัง Storage เต็ม ตัวกินพื้นที่อาจไม่ใช่ Trash แต่เป็น Apps, Cache, Downloads หรือ System Data
หากใช้ iPhone ถังขยะไม่ได้อยู่จุดเดียว
รูปและวิดีโออยู่ที่
Photos > Collections > Recently Deleted
Apple ระบุว่ารายการจะอยู่ประมาณ 30 วัน ก่อนถูกลบถาวร และสามารถลบ Permanently ก่อนครบกำหนดได้
ส่วนไฟล์ทั่วไปอยู่ที่
Files > Browse > Recently Deleted
Apple ระบุว่าไฟล์จาก iCloud Drive และ On My iPhone ที่ถูกลบจะอยู่ตรงนี้ 30 วัน และถ้าลบจาก Recently Deleted จะถูกลบทันทีและไม่สามารถ Recovery ผ่านตรงนั้นได้อีก
หากใช้ Android และลบรูปผ่าน Google Photos ให้เปิด
Google Photos > Collections > Trash
Google ระบุว่ารูปหรือวิดีโอที่ Backup แล้วจะอยู่ใน Trash 60 วัน ส่วนรายการที่ไม่ได้ Backup บนอุปกรณ์ Android 11 ขึ้นไปจะอยู่ประมาณ 30 วัน ก่อน Permanently Delete
ส่วนไฟล์ทั่วไป หากใช้ Files by Google การลบไฟล์จะใช้กระบวนการ Move to Trash และควรเข้าไปตรวจ Trash ในแอปที่ใช้จัดการไฟล์นั้น
ที่สำคัญ หากต้องการเพียงคืนพื้นที่ iPhone แต่ยังต้องการเก็บไฟล์ iCloud Drive Apple รองรับ Remove Download เพื่อเอาสำเนา Local ออกจากเครื่องโดยไม่ Delete ต้นฉบับบน iCloud
หลักที่ comsiam แนะนำคือ “รู้ก่อนว่าไฟล์ถูกลบจากแอปไหน → เปิด Trash ของแอปนั้น → ตรวจ Backup → ลบถาวรเฉพาะสิ่งที่แน่ใจ → เช็ก Storage อีกครั้ง”
และถ้าล้างถังขยะแล้วพื้นที่ยังเต็ม อย่ารีบ Factory Reset ให้ตรวจ Downloads, Large Files, Apps, Cache และ System Data ต่อ เพราะตัวกินพื้นที่จริงอาจไม่ได้อยู่ในถังขยะเลย