Prime Video ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์ไม่ได้ เกิดจากอะไร ปุ่มดาวน์โหลดไม่ขึ้นแก้อย่างไร

หาก Prime Video ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์ไม่ได้ ให้ตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์รองรับหรือไม่ เพราะ Smart TV เว็บเบราว์เซอร์ และกล่องสตรีมมิงส่วนใหญ่ไม่มีฟังก์ชันดาวน์โหลด หากใช้โทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ให้ตรวจสอบพื้นที่ว่าง อินเทอร์เน็ต เวอร์ชันแอป แพ็กเกจ และสิทธิ์ของเนื้อหา

หนังและซีรีส์ใน Prime Video ไม่ได้ดาวน์โหลดได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเนื้อหาจากช่องเสริม หนังเช่า หรือรายการที่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดยังเปิดได้เฉพาะในแอปบนอุปกรณ์และบัญชีเดิม บทความจาก comsiam จะช่วยตรวจสอบตั้งแต่ปุ่มดาวน์โหลดที่หาย ไปจนถึงไฟล์ค้าง หมดอายุ และอุปกรณ์ดาวน์โหลดครบจำนวน

สารบัญ

  • อุปกรณ์ใดดาวน์โหลด Prime Video ได้
  • Smart TV ดาวน์โหลดได้หรือไม่
  • ทำไมปุ่มดาวน์โหลดไม่ขึ้น
  • วิธีแก้ดาวน์โหลดค้าง
  • วิธีตรวจสอบพื้นที่และอินเทอร์เน็ต
  • วิธีแก้เมื่อดาวน์โหลดครบจำนวน
  • วิธีดูไฟล์แบบออฟไลน์
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

1. Smart TV ดาวน์โหลด Prime Video ไว้ดูออฟไลน์ได้หรือไม่

Smart TV โดยทั่วไปไม่รองรับการดาวน์โหลดวิดีโอ Prime Video เก็บไว้ดูโดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ต แอปบนทีวีออกแบบมาสำหรับการสตรีมออนไลน์เป็นหลัก

อุปกรณ์ที่มักไม่มีปุ่มดาวน์โหลด ได้แก่

  • Samsung Smart TV
  • LG Smart TV
  • TCL Smart TV
  • Android TV
  • Google TV
  • Apple TV
  • กล่องสตรีมมิง
  • เครื่องเล่นเกม
  • เว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์
  • เว็บเบราว์เซอร์ของทีวี

หากไม่พบปุ่มดาวน์โหลดบน Smart TV ถือว่าเป็นการทำงานปกติ ไม่ได้หมายความว่าทีวีเสียหรือพื้นที่เต็ม

2. อุปกรณ์ใดอาจดาวน์โหลด Prime Video ได้

ฟังก์ชันดาวน์โหลดมักมีในแอปบนอุปกรณ์พกพาที่รองรับ เช่น

  • โทรศัพท์ Android
  • แท็บเล็ต Android
  • iPhone
  • iPad
  • แท็บเล็ต Amazon Fire
  • แอปบนคอมพิวเตอร์บางระบบและบางเวอร์ชัน

การรองรับอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันแอป ระบบปฏิบัติการ ประเทศ แพ็กเกจ และอุปกรณ์ จึงควรตรวจสอบจากเมนูภายในแอปที่ใช้งานจริง

3. วิธีดาวน์โหลดภาพยนตร์ Prime Video

  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์กับ Wi-Fi
  2. เปิดแอป Prime Video
  3. เข้าสู่ระบบบัญชี Amazon
  4. เลือกโปรไฟล์
  5. ค้นหาภาพยนตร์
  6. เปิดหน้ารายละเอียด
  7. มองหาปุ่ม Download
  8. เลือกคุณภาพไฟล์หากมี
  9. รอจนดาวน์โหลดครบ
  10. เปิดเมนู Downloads
  11. เลือกเรื่องที่ดาวน์โหลด
  12. กดเล่นเพื่อทดสอบ

ไม่ควรปิดแอปหรือสลับเครือข่ายบ่อยระหว่างดาวน์โหลด

4. วิธีดาวน์โหลดซีรีส์ Prime Video

  1. เปิด Prime Video
  2. เลือกซีรีส์
  3. เลือกซีซัน
  4. แตะไอคอนดาวน์โหลดข้างตอนที่ต้องการ
  5. เลือกคุณภาพไฟล์
  6. รอจนเสร็จ
  7. ดาวน์โหลดตอนอื่นเพิ่มเติม
  8. เปิดเมนู Downloads
  9. เลือกชื่อซีรีส์
  10. ตรวจสอบทุกตอน

แอปบางเวอร์ชันอาจมีปุ่มดาวน์โหลดทั้งซีซัน แต่ควรตรวจสอบพื้นที่ก่อน เพราะหลายตอนอาจใช้พื้นที่จำนวนมาก

5. ทำไม Prime Video ไม่มีปุ่มดาวน์โหลด

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • อุปกรณ์ไม่รองรับ
  • กำลังใช้เว็บเบราว์เซอร์
  • กำลังดูผ่าน Smart TV
  • เนื้อหาเรื่องนั้นดาวน์โหลดไม่ได้
  • แพ็กเกจหรือช่องเสริมไม่อนุญาต
  • หนังเช่าหรือซื้อมีเงื่อนไขเฉพาะ
  • แอป Prime Video เป็นเวอร์ชันเก่า
  • ระบบปฏิบัติการเก่า
  • บัญชีหรือประเทศมีข้อจำกัด
  • โปรไฟล์เด็กมองไม่เห็นเนื้อหา
  • อุปกรณ์ไม่ผ่านการรับรอง
  • ใช้ VPN
  • แอปติดตั้งจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ

หากปุ่มหายเฉพาะบางเรื่อง แสดงว่าอุปกรณ์น่าจะทำงานปกติ แต่เนื้อหาเรื่องนั้นมีข้อจำกัด

6. ตรวจสอบว่าเนื้อหาเรื่องอื่นดาวน์โหลดได้หรือไม่

  1. เปิด Prime Video
  2. ค้นหาเนื้อหาอีกสองหรือสามเรื่อง
  3. เปิดหน้ารายละเอียด
  4. มองหาปุ่ม Download
  5. ทดลองดาวน์โหลดไฟล์สั้นๆ
  6. เปรียบเทียบผล

วิเคราะห์ได้ดังนี้

  • ถ้าเรื่องอื่นดาวน์โหลดได้ ปัญหาอยู่ที่เนื้อหาเดิม
  • ถ้าไม่มีปุ่มทุกเรื่อง ให้ตรวจสอบอุปกรณ์และแอป
  • ถ้ามีปุ่มแต่กดไม่ได้ ให้ตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและพื้นที่
  • ถ้าดาวน์โหลดเฉพาะบางโปรไฟล์ไม่ได้ ให้ตรวจสอบข้อจำกัดโปรไฟล์

7. อัปเดต Prime Video

บน Android

  1. เปิดร้านแอป
  2. ค้นหา Prime Video
  3. เลือกอัปเดต
  4. รอจนติดตั้งเสร็จ
  5. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  6. เปิดแอปใหม่

บน iPhone และ iPad

  1. เปิด App Store
  2. แตะรูปบัญชี
  3. ดูรายการอัปเดต
  4. เลือกอัปเดต Prime Video
  5. ปิดและเปิดแอปใหม่

หากไม่มีปุ่มอัปเดต อุปกรณ์อาจใช้แอปรุ่นล่าสุดที่รองรับแล้ว

8. อัปเดตระบบปฏิบัติการ

  1. เปิดการตั้งค่าอุปกรณ์
  2. เลือกเกี่ยวกับอุปกรณ์หรือการอัปเดตซอฟต์แวร์
  3. ตรวจสอบเวอร์ชันใหม่
  4. สำรองข้อมูลสำคัญ
  5. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  6. ชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอ
  7. ติดตั้งการอัปเดต
  8. รีสตาร์ตเครื่อง
  9. อัปเดต Prime Video
  10. ทดลองดาวน์โหลด

ระบบเก่าอาจติดตั้ง Prime Video รุ่นที่รองรับการดาวน์โหลดปัจจุบันไม่ได้

9. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง

  1. เปิดการตั้งค่าอุปกรณ์
  2. เลือกพื้นที่จัดเก็บ
  3. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  4. ลบแอปที่ไม่ใช้
  5. ลบรูปและวิดีโอที่สำรองไว้แล้ว
  6. ลบไฟล์ดาวน์โหลดเก่า
  7. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  8. เปิด Prime Video
  9. ดาวน์โหลดใหม่

ควรเหลือพื้นที่มากกว่าขนาดไฟล์ เพราะระบบอาจต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวขณะดาวน์โหลด

10. ลดคุณภาพไฟล์ดาวน์โหลด

  1. เปิด Prime Video
  2. เปิดเมนูโปรไฟล์
  3. เลือกการตั้งค่า
  4. เลือก Streaming & Download
  5. เปิด Download Quality
  6. เลือกคุณภาพที่ใช้พื้นที่น้อยลง
  7. ลบไฟล์เดิมที่ค้าง
  8. ดาวน์โหลดใหม่

คุณภาพต่ำใช้พื้นที่และอินเทอร์เน็ตน้อยกว่า เหมาะกับโทรศัพท์หน้าจอเล็กหรืออุปกรณ์ที่มีพื้นที่จำกัด

11. ตรวจสอบการตั้งค่า Wi-Fi เท่านั้น

หากเปิดตัวเลือกดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi เท่านั้น แอปจะไม่ดาวน์โหลดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตมือถือ

  1. เปิด Prime Video
  2. เปิดการตั้งค่า
  3. เลือก Streaming & Download
  4. ตรวจสอบ Download on Wi-Fi Only
  5. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  6. เริ่มดาวน์โหลดใหม่

หากต้องใช้เน็ตมือถือ สามารถปิดตัวเลือกนี้ได้เมื่อแอปอนุญาต แต่ควรตรวจสอบปริมาณข้อมูลคงเหลือก่อน

12. ดาวน์โหลดผ่านเน็ตมือถือได้หรือไม่

อาจทำได้หากแอปและแพ็กเกจมือถืออนุญาต

ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบ

  • ปริมาณข้อมูลคงเหลือ
  • ความเร็วปัจจุบัน
  • ขนาดไฟล์
  • คุณภาพดาวน์โหลด
  • เงื่อนไขลดความเร็ว
  • ค่าใช้บริการเพิ่มเติม

ภาพยนตร์คุณภาพสูงอาจใช้ข้อมูลหลาย GB จึงควรใช้ Wi-Fi เมื่อทำได้

13. Prime Video ดาวน์โหลดค้างที่ 0%

  1. ทดสอบอินเทอร์เน็ตด้วยแอปอื่น
  2. ปิดและเปิด Wi-Fi
  3. เข้าใกล้เราเตอร์
  4. หยุดการดาวน์โหลดอื่น
  5. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  6. ยกเลิกไฟล์ที่ค้าง
  7. ปิด Prime Video
  8. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  9. เปิดแอป
  10. ดาวน์โหลดใหม่

ถ้าค้างเฉพาะเรื่องเดียว ปัญหาอาจอยู่ที่ไฟล์หรือสิทธิ์ของเนื้อหานั้น

14. ดาวน์โหลดไปบางส่วนแล้วหยุด

สาเหตุอาจเกิดจาก

  • Wi-Fi หลุด
  • พื้นที่เต็มระหว่างดาวน์โหลด
  • อุปกรณ์เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน
  • ปิดแอปเบื้องหลัง
  • สลับเครือข่าย
  • VPN ตัดการเชื่อมต่อ
  • แอปค้าง
  • เซิร์ฟเวอร์มีปัญหาชั่วคราว

ให้ยกเลิกไฟล์เดิม รีสตาร์ตอุปกรณ์ เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร และดาวน์โหลดใหม่โดยไม่สลับแอปบ่อย

15. ปิดโหมดประหยัดพลังงานชั่วคราว

โหมดประหยัดพลังงานอาจจำกัดการทำงานเบื้องหลัง

  1. เปิดการตั้งค่าแบตเตอรี่
  2. ปิดโหมดประหยัดพลังงานชั่วคราว
  3. อนุญาต Prime Video ให้ทำงานเบื้องหลัง
  4. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  5. เปิดแอปค้างไว้
  6. เริ่มดาวน์โหลดใหม่
  7. รอจนเสร็จ
  8. เปิดโหมดประหยัดพลังงานกลับเมื่อเรียบร้อย

ไม่จำเป็นต้องปิดฟังก์ชันนี้ถาวร

16. ตรวจสอบสิทธิ์พื้นที่จัดเก็บ

Android บางรุ่นอาจต้องให้สิทธิ์แอปเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บ

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือก Prime Video
  4. เลือกสิทธิ์
  5. ตรวจสอบสิทธิ์ไฟล์หรือพื้นที่จัดเก็บ
  6. อนุญาตตามที่แอปต้องใช้
  7. เปิด Prime Video
  8. ดาวน์โหลดใหม่

ชื่อสิทธิ์อาจแตกต่างตามเวอร์ชัน Android

17. เปลี่ยนพื้นที่ดาวน์โหลดไปยัง SD Card ได้หรือไม่

อุปกรณ์ Android บางรุ่นอาจมีตัวเลือกให้ใช้ SD Card

  1. ใส่ SD Card
  2. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์อ่านการ์ดได้
  3. เปิด Prime Video
  4. เปิดการตั้งค่าดาวน์โหลด
  5. เลือก Storage Location
  6. เลือก SD Card
  7. อนุญาตการเข้าถึง
  8. ทดลองดาวน์โหลด

หากไม่มีตัวเลือก แสดงว่าแอปหรืออุปกรณ์อาจอนุญาตให้ใช้เฉพาะหน่วยความจำภายใน

18. ดาวน์โหลดลง SD Card ไม่ได้

ตรวจสอบว่า

  • SD Card มีพื้นที่ว่าง
  • อุปกรณ์อ่านการ์ดได้
  • การ์ดไม่เสียหาย
  • การ์ดไม่ได้ถูกล็อก
  • Prime Video มีสิทธิ์เข้าถึง
  • ไม่ได้ถอดการ์ดระหว่างดาวน์โหลด
  • ความเร็วการ์ดเพียงพอ

หากยังไม่ได้ ให้เปลี่ยนตำแหน่งกลับเป็นหน่วยความจำเครื่องแล้วทดลองใหม่

19. ล้างแคช Prime Video บน Android

  1. ปิด Prime Video
  2. เปิดการตั้งค่า
  3. เลือกแอป
  4. เลือก Prime Video
  5. เปิดพื้นที่จัดเก็บและแคช
  6. เลือกล้างแคช
  7. เปิดแอป
  8. ทดลองดาวน์โหลด

การล้างแคชโดยทั่วไปไม่ควรลบไฟล์ดาวน์โหลด แต่ควรตรวจสอบรายการหลังดำเนินการ

20. ล้างข้อมูล Prime Video ต้องระวังอะไร

การล้างข้อมูลอาจทำให้

  • บัญชีออกจากระบบ
  • การตั้งค่าแอปถูกรีเซ็ต
  • ไฟล์ดาวน์โหลดถูกลบ
  • ต้องลงทะเบียนอุปกรณ์ใหม่
  • ต้องดาวน์โหลดเนื้อหาใหม่

จึงควรใช้เมื่อแอปค้าง เปิดเมนูดาวน์โหลดไม่ได้ หรือล้างแคชแล้วไม่หาย

21. ถอนและติดตั้ง Prime Video ใหม่

  1. ตรวจสอบว่าจำบัญชีได้
  2. ทราบว่าไฟล์ดาวน์โหลดอาจหาย
  3. ถอนการติดตั้ง Prime Video
  4. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  5. เปิดร้านแอปอย่างเป็นทางการ
  6. ค้นหา Prime Video
  7. ติดตั้งใหม่
  8. เข้าสู่ระบบ
  9. ทดลองดาวน์โหลด

ไม่ควรติดตั้งไฟล์แอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก เพราะอาจไม่รองรับการดาวน์โหลดหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

22. อุปกรณ์ดาวน์โหลดครบจำนวนแล้ว

บัญชีอาจกำหนดจำนวนอุปกรณ์ที่เก็บไฟล์ออฟไลน์ได้

วิธีแก้คือ

  1. ตรวจสอบอุปกรณ์เก่าที่เคยใช้
  2. ลบไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่ต้องการ
  3. ออกจากระบบ Prime Video บนอุปกรณ์เก่า
  4. เปิดการจัดการอุปกรณ์ของบัญชี
  5. ยกเลิกการลงทะเบียนเครื่องที่ไม่ใช้
  6. รอให้ระบบอัปเดต
  7. เปิด Prime Video บนอุปกรณ์ใหม่
  8. ดาวน์โหลดอีกครั้ง

จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลดกับจำนวนจอที่รับชมพร้อมกันเป็นข้อจำกัดคนละส่วน

23. ดาวน์โหลดเนื้อหาเรื่องเดิมครบจำนวนครั้ง

เนื้อหาบางเรื่องอาจจำกัดจำนวนครั้งในการดาวน์โหลดหรือจำนวนอุปกรณ์ที่เก็บไฟล์เดียวกัน

หากพบข้อความดังกล่าว

  • ตรวจสอบไฟล์ในอุปกรณ์อื่น
  • ลบไฟล์ซ้ำ
  • อ่านวันที่ที่ดาวน์โหลดใหม่ได้
  • รอให้ข้อจำกัดหมดลง
  • เลือกรับชมออนไลน์ชั่วคราว
  • ดาวน์โหลดเนื้อหาอื่นแทน

การล้างข้อมูลหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ไม่สามารถยกเลิกข้อจำกัดด้านสิทธิ์ได้เสมอไป

24. หนังเช่าดาวน์โหลดไม่ได้เกิดจากอะไร

หนังเช่าอาจมีเงื่อนไขต่างจากเนื้อหาที่รวมอยู่ในสมาชิก เช่น

  • จำกัดอุปกรณ์
  • มีเวลารับชม
  • เริ่มนับเวลาหลังเปิดเล่น
  • ดาวน์โหลดได้เพียงบางแพลตฟอร์ม
  • ต้องชำระเงินให้สำเร็จ
  • สิทธิ์อาจใช้ได้เฉพาะประเทศที่ซื้อ
  • ต้องใช้บัญชีที่เช่าเรื่องนั้น

ให้ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบบัญชีที่ซื้อหรือเช่าจริง และใช้แอปบนอุปกรณ์ที่รองรับ

25. ช่องเสริมใน Prime Video ดาวน์โหลดได้หรือไม่

เนื้อหาจากช่องเสริมอาจใช้เงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย บางเรื่องดาวน์โหลดได้ ขณะที่บางเรื่องรับชมได้เฉพาะออนไลน์

หากไม่มีปุ่มดาวน์โหลดเฉพาะเนื้อหาจากช่องหนึ่ง ให้ทดลองเนื้อหาที่รวมใน Prime Video โดยตรงเพื่อเปรียบเทียบ

26. โปรไฟล์เด็กดาวน์โหลดไม่ได้

โปรไฟล์เด็กอาจไม่แสดงเนื้อหาที่เกินระดับอายุหรือถูกจำกัดไว้

  1. เปลี่ยนไปใช้โปรไฟล์ผู้ใหญ่
  2. ค้นหาเนื้อหาเดิม
  3. ตรวจสอบว่ามีปุ่มดาวน์โหลดหรือไม่
  4. ตรวจสอบระดับความเหมาะสม
  5. กลับโปรไฟล์เด็ก
  6. เลือกเนื้อหาที่ได้รับอนุญาต

ไม่ควรเปลี่ยนข้อจำกัดเพียงเพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาที่ไม่เหมาะกับโปรไฟล์นั้น

27. ใช้ VPN แล้วดาวน์โหลดไม่ได้

  1. ปิด VPN
  2. ตรวจสอบ VPN ที่เราเตอร์
  3. ปิด Prime Video
  4. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  5. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตปกติ
  6. เปิดแอป
  7. ทดลองดาวน์โหลด

VPN อาจทำให้ตำแหน่งเครือข่ายไม่ตรงกับสิทธิ์ของเนื้อหาหรือบัญชี

28. วิธีดู Prime Video แบบออฟไลน์

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ให้ครบ 100%
  2. เปิดเมนู Downloads
  3. ตรวจสอบว่าไม่มีเครื่องหมายเตือน
  4. ปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือ
  5. หรือเปิดโหมดเครื่องบิน
  6. เปิด Prime Video
  7. เข้าเมนู Downloads
  8. เลือกเรื่อง
  9. กดเล่น

ควรเปิดจากเมนู Downloads โดยตรง ไม่ใช่ค้นหาผ่านหน้าแรกขณะไม่มีอินเทอร์เน็ต

29. ดาวน์โหลดเสร็จแต่เปิดออฟไลน์ไม่ได้

  1. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  2. เปิด Prime Video
  3. ตรวจสอบว่าบัญชียังเข้าสู่ระบบ
  4. ตรวจสอบสถานะสมาชิก
  5. ตั้งวันที่และเวลาอัตโนมัติ
  6. ตรวจสอบว่าไฟล์หมดอายุหรือไม่
  7. อัปเดตแอป
  8. ลบไฟล์ที่มีปัญหา
  9. ดาวน์โหลดใหม่
  10. ทดสอบโหมดเครื่องบินอีกครั้ง

ควรทดสอบทุกไฟล์ก่อนเดินทาง

30. ไฟล์ดาวน์โหลดหมดอายุหรือไม่

ไฟล์ Prime Video อาจมีระยะเวลารับชมตามสิทธิ์ของเนื้อหา โดยบางรายการอาจเริ่มนับเวลาหลังดาวน์โหลดหรือหลังเริ่มเล่น

แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อ

  • ตรวจสอบบัญชี
  • ตรวจสอบสมาชิก
  • ตรวจสอบสิทธิ์เนื้อหา
  • ต่ออายุไฟล์
  • ตรวจสอบประเทศ
  • อัปเดตข้อมูลอุปกรณ์

หากไฟล์หมดอายุ ให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและตรวจสอบว่าต่ออายุหรือดาวน์โหลดใหม่ได้หรือไม่

31. ย้ายไฟล์ Prime Video ไปเปิดอีกเครื่องได้หรือไม่

ไม่ได้ตามปกติ เพราะไฟล์เชื่อมโยงกับ

  • บัญชี
  • อุปกรณ์
  • แอป Prime Video
  • โปรไฟล์
  • สิทธิ์เนื้อหา
  • วันหมดอายุ

ไม่สามารถคัดลอกไปเปิดด้วยโปรแกรมวิดีโอทั่วไปหรือส่งให้โทรศัพท์เครื่องอื่นได้

32. ย้ายไฟล์ลงแฟลชไดรฟ์แล้วเปิดบนทีวีได้หรือไม่

ไม่ได้ ไฟล์ดาวน์โหลดไม่ใช่วิดีโอทั่วไปและต้องเปิดภายใน Prime Video บนอุปกรณ์เดิม

การคัดลอกไปยังแฟลชไดรฟ์ไม่ทำให้ Smart TV เปิดไฟล์ได้ หากต้องการดูบนทีวีต้องสตรีมผ่านแอป Prime Video ที่รองรับและใช้อินเทอร์เน็ต

33. วิธีเตรียม Prime Video ก่อนเดินทาง

  1. ตรวจสอบสมาชิกและบัญชี
  2. อัปเดต Prime Video
  3. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  4. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  5. เลือกคุณภาพดาวน์โหลด
  6. ดาวน์โหลดใกล้วันเดินทาง
  7. รอให้ครบ 100%
  8. ตรวจสอบเสียงและคำบรรยาย
  9. ตรวจสอบวันหมดอายุ
  10. เปิดโหมดเครื่องบิน
  11. ทดลองเล่นทุกไฟล์
  12. ปิดโหมดเครื่องบินหลังทดสอบ
  13. อย่าออกจากระบบ
  14. อย่าลบแอปก่อนเดินทาง

ควรเตรียมหลายเรื่อง เผื่อไฟล์หนึ่งมีปัญหาหรือหมดอายุเร็วกว่าที่คาด

คำถามที่พบบ่อย

Smart TV ดาวน์โหลด Prime Video ไว้ดูออฟไลน์ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ได้ แอปบน Smart TV ใช้สำหรับสตรีมออนไลน์และไม่มีฟังก์ชันเก็บวิดีโอไว้ดูแบบออฟไลน์

ทำไมไม่มีปุ่มดาวน์โหลด?

อุปกรณ์หรือเนื้อหาอาจไม่รองรับ รวมถึงแอป ระบบปฏิบัติการ แพ็กเกจ และประเทศอาจมีข้อจำกัด

ดาวน์โหลดแล้วไฟล์อยู่ที่ไหน?

ไฟล์อยู่ในพื้นที่ของแอป Prime Video และเปิดผ่านเมนู Downloads เท่านั้น

ดาวน์โหลดผ่านข้อมูลมือถือได้หรือไม่?

อาจทำได้หากปิดตัวเลือก Wi-Fi เท่านั้น แต่ไฟล์วิดีโออาจใช้ข้อมูลจำนวนมาก

ทำไมดาวน์โหลดค้างที่ 0%?

มักเกิดจากอินเทอร์เน็ต พื้นที่ไม่พอ โหมดประหยัดพลังงาน หรือแอปค้าง

ย้ายไฟล์ไปดูบน Smart TV ได้หรือไม่?

ไม่ได้ ไฟล์ผูกกับบัญชี แอป และอุปกรณ์ที่ดาวน์โหลด

ลบ Prime Video แล้วไฟล์ดาวน์โหลดหายหรือไม่?

โดยทั่วไปไฟล์จะถูกลบพร้อมแอปและต้องดาวน์โหลดใหม่

ไฟล์ดาวน์โหลดเก็บไว้ถาวรได้หรือไม่?

ไม่ได้ ไฟล์มีเงื่อนไขด้านสิทธิ์และอาจหมดอายุหรือต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อยืนยันใหม่

สรุป

หาก Prime Video ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์ไม่ได้ ให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับ
  2. เข้าใจว่า Smart TV โดยทั่วไปดาวน์โหลดไม่ได้
  3. ใช้แอปแทนเว็บเบราว์เซอร์
  4. ทดลองเนื้อหาเรื่องอื่น
  5. อัปเดต Prime Video
  6. อัปเดตระบบปฏิบัติการ
  7. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  8. ลดคุณภาพไฟล์
  9. ตรวจสอบ Wi-Fi เท่านั้น
  10. รีสตาร์ตอินเทอร์เน็ต
  11. ยกเลิกไฟล์ที่ค้างแล้วดาวน์โหลดใหม่
  12. ปิดโหมดประหยัดพลังงานชั่วคราว
  13. ตรวจสอบสิทธิ์พื้นที่จัดเก็บ
  14. ล้างแคช
  15. ตรวจสอบอุปกรณ์ดาวน์โหลด
  16. ปิด VPN
  17. ตรวจสอบเงื่อนไขหนังเช่าและช่องเสริม
  18. ทดสอบแบบออฟไลน์ก่อนเดินทาง

หากไม่มีปุ่มดาวน์โหลดบน Smart TV ถือว่าเป็นข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ทีวีเสีย ส่วนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่เคยดาวน์โหลดได้แต่ใช้งานไม่ได้ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบพื้นที่ อินเทอร์เน็ต เวอร์ชันแอป และสิทธิ์ของเนื้อหาก่อนล้างข้อมูลหรือติดตั้งแอปใหม่