Disney+ ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์อย่างไร ดูหนังโดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือและแท็บเล็ต

การดาวน์โหลด Disney+ ไว้ดูออฟไลน์ ให้เปิดแอปบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต เลือกหนังหรือซีรีส์ แตะไอคอนดาวน์โหลด แล้วรอจนเสร็จ จากนั้นเปิดเมนูดาวน์โหลดเพื่อรับชมโดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ Smart TV และเว็บเบราว์เซอร์โดยทั่วไปไม่รองรับการดาวน์โหลดวิดีโอไว้ดูออฟไลน์

ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจะเปิดได้ภายในแอป Disney+ บนอุปกรณ์และบัญชีเดิมเท่านั้น ไม่สามารถนำออกมาเป็นไฟล์วิดีโอ ส่งให้เครื่องอื่น หรือคัดลอกลงแฟลชไดรฟ์เพื่อเปิดบนทีวีได้ บทความจาก comsiam จะแนะนำตั้งแต่การตั้งค่าคุณภาพ การเลือกพื้นที่จัดเก็บ ไปจนถึงวิธีทดสอบไฟล์ก่อนเดินทาง

สารบัญ

  • อุปกรณ์ใดดาวน์โหลด Disney+ ได้
  • วิธีดาวน์โหลดหนังและซีรีส์
  • วิธีตั้งค่าคุณภาพไฟล์
  • วิธีดู Disney+ แบบออฟไลน์
  • วิธีลดพื้นที่และข้อมูลอินเทอร์เน็ต
  • วิธีแก้เมื่อไม่มีปุ่มดาวน์โหลด
  • ไฟล์ดาวน์โหลดหมดอายุหรือไม่
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีดาวน์โหลด

1. อุปกรณ์ใดดาวน์โหลด Disney+ ไว้ดูออฟไลน์ได้

ฟีเจอร์ดาวน์โหลดมักออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์พกพาที่ติดตั้งแอป Disney+ เช่น

  • โทรศัพท์ Android ที่รองรับ
  • แท็บเล็ต Android ที่รองรับ
  • iPhone
  • iPad
  • แท็บเล็ตบางรุ่นที่แอปรองรับ

การรองรับยังขึ้นอยู่กับ

  • รุ่นอุปกรณ์
  • เวอร์ชันระบบปฏิบัติการ
  • เวอร์ชันของ Disney+
  • แพ็กเกจที่ใช้งาน
  • ประเทศที่สมัคร
  • สิทธิ์ของเนื้อหา
  • การรับรองของอุปกรณ์

หากไม่พบปุ่มดาวน์โหลดทั้งที่ใช้โทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ให้ตรวจสอบแพ็กเกจและอัปเดตแอปก่อน

2. Smart TV ดาวน์โหลด Disney+ ได้หรือไม่

Smart TV โดยทั่วไปไม่สามารถดาวน์โหลดหนังหรือซีรีส์ Disney+ เก็บไว้ดูออฟไลน์ เนื่องจากแอปบนทีวีออกแบบมาสำหรับการสตรีมผ่านอินเทอร์เน็ต

อุปกรณ์ที่มักไม่มีฟีเจอร์ดาวน์โหลด ได้แก่

  • Samsung Smart TV
  • LG Smart TV
  • TCL Smart TV
  • Android TV
  • Google TV
  • Apple TV
  • กล่องสตรีมมิง
  • เครื่องเล่นเกม
  • เว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์
  • เว็บเบราว์เซอร์ของทีวี

การไม่พบปุ่มดาวน์โหลดบน Smart TV จึงเป็นข้อจำกัดของแอป ไม่ได้หมายความว่าทีวีเสียหรือพื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม

3. วิธีดาวน์โหลดภาพยนตร์ Disney+

  1. เชื่อมต่อโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตกับ Wi-Fi
  2. เปิดแอป Disney+
  3. เข้าสู่ระบบ
  4. เลือกโปรไฟล์
  5. ค้นหาภาพยนตร์ที่ต้องการ
  6. เปิดหน้ารายละเอียด
  7. มองหาไอคอนลูกศรดาวน์โหลด
  8. แตะดาวน์โหลด
  9. รอจนวงกลมหรือแถบสถานะครบ
  10. เปิดเมนูดาวน์โหลด
  11. ตรวจสอบว่ารายการแสดงสถานะพร้อมรับชม
  12. แตะปุ่มเล่นเพื่อทดสอบ

ไม่ควรปิดแอปหรือเปลี่ยนเครือข่ายบ่อยระหว่างดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่

4. วิธีดาวน์โหลดซีรีส์ Disney+

ซีรีส์สามารถดาวน์โหลดเป็นรายตอนหรือหลายตอน ขึ้นอยู่กับหน้าตาแอปและเวอร์ชันที่ใช้งาน

  1. เปิด Disney+
  2. ค้นหาซีรีส์
  3. เลือกซีซัน
  4. เลือกตอนที่ต้องการ
  5. แตะไอคอนดาวน์โหลดข้างชื่อตอน
  6. ดาวน์โหลดตอนอื่นเพิ่มเติมตามต้องการ
  7. เปิดเมนูดาวน์โหลด
  8. แตะชื่อซีรีส์
  9. ตรวจสอบว่าทุกตอนดาวน์โหลดครบ
  10. เปิดตอนแรกทดสอบ

ควรเลือกเฉพาะตอนที่ต้องการดู เพื่อประหยัดพื้นที่และเวลาในการดาวน์โหลด

5. ดาวน์โหลดทั้งซีซันได้หรือไม่

แอปบางเวอร์ชันอาจมีคำสั่งดาวน์โหลดหลายตอนหรือทั้งซีซัน แต่บางเวอร์ชันต้องแตะทีละตอน

ก่อนดาวน์โหลดทั้งซีซันควรตรวจสอบ

  • พื้นที่ว่าง
  • คุณภาพไฟล์
  • จำนวนตอน
  • ความยาวแต่ละตอน
  • ปริมาณอินเทอร์เน็ต
  • ระยะเวลาเดินทาง
  • สิทธิ์ของเนื้อหา

ซีรีส์หนึ่งซีซันอาจใช้พื้นที่หลาย GB โดยเฉพาะเมื่อเลือกคุณภาพสูง

6. วิธีเปิดเมนูดาวน์โหลดของ Disney+

ชื่อเมนูอาจแตกต่างตามเวอร์ชันแอป โดยทั่วไปให้มองหา

  • ดาวน์โหลด
  • Downloads
  • ไอคอนลูกศรชี้ลง
  • เมนูโปรไฟล์
  • Disney+ ของฉัน

ภายในเมนูจะแสดง

  • รายการที่ดาวน์โหลดแล้ว
  • สถานะการดาวน์โหลด
  • ขนาดไฟล์
  • รายการที่ค้าง
  • ตอนที่ดาวน์โหลด
  • ข้อความหมดอายุ
  • ปุ่มลบไฟล์

ควรตรวจสอบว่ารายการดาวน์โหลดเสร็จสมบูรณ์ก่อนปิดอินเทอร์เน็ต

7. วิธีตั้งคุณภาพไฟล์ดาวน์โหลด

คุณภาพสูงให้ภาพชัดกว่า แต่ใช้พื้นที่และอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด Disney+
  2. เลือกไอคอนโปรไฟล์
  3. เปิดการตั้งค่าแอป
  4. เลือกคุณภาพการดาวน์โหลด
  5. เลือกระดับที่ต้องการ
  6. กลับไปยังหน้ารายละเอียด
  7. ดาวน์โหลดเนื้อหา

ตัวเลือกอาจแบ่งเป็นคุณภาพมาตรฐาน ปานกลาง หรือสูงตามเวอร์ชันของแอป

8. ควรเลือกคุณภาพดาวน์โหลดระดับใด

คุณภาพมาตรฐาน

เหมาะกับ

  • โทรศัพท์หน้าจอเล็ก
  • พื้นที่ว่างน้อย
  • อินเทอร์เน็ตจำกัด
  • ดาวน์โหลดหลายตอน
  • ต้องการความเร็วในการดาวน์โหลด

คุณภาพสูง

เหมาะกับ

  • แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่
  • มีพื้นที่ว่างมาก
  • ใช้ Wi-Fi ไม่จำกัด
  • ต้องการรายละเอียดภาพชัด
  • ดาวน์โหลดเนื้อหาจำนวนไม่มาก

ถ้าดูบนโทรศัพท์ ความแตกต่างระหว่างคุณภาพมาตรฐานกับคุณภาพสูงอาจไม่เด่นเท่าบนหน้าจอขนาดใหญ่

9. ตรวจสอบพื้นที่ก่อนดาวน์โหลด

  1. เปิดการตั้งค่าอุปกรณ์
  2. เลือกพื้นที่จัดเก็บ
  3. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  4. ลบแอปที่ไม่ใช้
  5. ลบรูปหรือวิดีโอที่สำรองไว้แล้ว
  6. ลบไฟล์ดาวน์โหลดเก่า
  7. กลับมาเปิด Disney+
  8. เริ่มดาวน์โหลด

ควรเหลือพื้นที่มากกว่าขนาดไฟล์ที่ต้องการ เพราะแอปและระบบอาจต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวระหว่างดาวน์โหลด

10. เปลี่ยนตำแหน่งดาวน์โหลดไปยัง SD Card ได้หรือไม่

อุปกรณ์ Android บางรุ่นอาจให้เลือกตำแหน่งจัดเก็บ แต่ไม่ได้มีในทุกเครื่อง

หากพบตัวเลือก ให้ทำดังนี้

  1. ใส่ SD Card
  2. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์อ่านการ์ดได้
  3. เปิด Disney+
  4. เปิดการตั้งค่าแอป
  5. เลือกตำแหน่งดาวน์โหลด
  6. เลือก SD Card
  7. อนุญาตการเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บ
  8. ทดลองดาวน์โหลด

หากไม่มีตัวเลือก แสดงว่าแอปหรืออุปกรณ์อาจอนุญาตให้บันทึกเฉพาะหน่วยความจำภายใน

11. ตั้งให้ดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi เท่านั้น

การเปิดตัวเลือกนี้ช่วยป้องกันการใช้เน็ตมือถือโดยไม่ตั้งใจ

  1. เปิด Disney+
  2. เปิดเมนูโปรไฟล์
  3. เลือกการตั้งค่าแอป
  4. ค้นหาการดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi เท่านั้น
  5. เปิดตัวเลือก
  6. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  7. เริ่มดาวน์โหลด

หากกดดาวน์โหลดขณะใช้ข้อมูลมือถือแล้วไม่ทำงาน ให้ตรวจสอบตัวเลือกนี้ก่อน

12. ดาวน์โหลดผ่านเน็ตมือถือได้หรือไม่

อาจทำได้หากแพ็กเกจและแอปอนุญาต และปิดตัวเลือก Wi-Fi เท่านั้นแล้ว

ก่อนใช้เน็ตมือถือควรตรวจสอบ

  • ปริมาณข้อมูลคงเหลือ
  • ความเร็วของแพ็กเกจ
  • ขนาดไฟล์
  • คุณภาพดาวน์โหลด
  • การจำกัดความเร็วหลังใช้ครบ
  • ค่าบริการเพิ่มเติม

ภาพยนตร์และซีรีส์คุณภาพสูงอาจใช้ข้อมูลจำนวนมาก จึงควรใช้ Wi-Fi เมื่อทำได้

13. วิธีดู Disney+ แบบออฟไลน์

  1. ดาวน์โหลดวิดีโอให้ครบ
  2. เปิดเมนูดาวน์โหลด
  3. ตรวจสอบว่าไม่มีแถบโหลด
  4. ปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือ
  5. หรือเปิดโหมดเครื่องบิน
  6. เปิด Disney+
  7. เข้าเมนูดาวน์โหลด
  8. เลือกเรื่อง
  9. แตะปุ่มเล่น

ขณะออฟไลน์ ควรเปิดเนื้อหาจากเมนูดาวน์โหลดโดยตรง ไม่ใช่ค้นหาจากหน้าแรกของแอป

14. ทดสอบไฟล์ก่อนเดินทาง

ไม่ควรรอทดสอบเมื่ออยู่ในพื้นที่ไม่มีสัญญาณแล้ว

ให้ทำดังนี้

  1. อัปเดต Disney+
  2. ดาวน์โหลดเนื้อหา
  3. รอให้ครบ 100%
  4. ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบอยู่
  5. เปิดโหมดเครื่องบิน
  6. เปิด Disney+
  7. เข้าเมนูดาวน์โหลด
  8. เล่นแต่ละไฟล์สั้นๆ
  9. ตรวจสอบเสียง
  10. ตรวจสอบคำบรรยาย
  11. ตรวจสอบภาพ
  12. ปิดโหมดเครื่องบินหลังทดสอบ

หากไฟล์มีปัญหา จะยังสามารถลบและดาวน์โหลดใหม่ได้ก่อนออกเดินทาง

15. ไฟล์ดาวน์โหลดต้องใช้อินเทอร์เน็ตอีกหรือไม่

วิดีโอที่ดาวน์โหลดสมบูรณ์สามารถเปิดดูออฟไลน์ได้ แต่แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อ

  • ตรวจสอบสถานะบัญชี
  • ตรวจสอบแพ็กเกจ
  • ยืนยันสิทธิ์เนื้อหา
  • ต่ออายุไฟล์
  • อัปเดตแอป
  • ตรวจสอบอุปกรณ์
  • ตรวจสอบวันหมดอายุ

จึงควรเปิด Disney+ ผ่านอินเทอร์เน็ตก่อนเดินทางไกลหรือก่อนเข้าพื้นที่ไม่มีสัญญาณ

16. ดาวน์โหลด Disney+ เก็บไว้ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาอาจแตกต่างตาม

  • เนื้อหา
  • สิทธิ์การเผยแพร่
  • ประเทศ
  • แพ็กเกจ
  • วันที่ดาวน์โหลด
  • วันที่เริ่มเล่น
  • สถานะสมาชิก
  • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่าสุด

แอปอาจแสดงวันหรือเวลาที่เหลือข้างรายการ หากไฟล์ใกล้หมดอายุ ควรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและตรวจสอบว่าสามารถต่ออายุได้หรือไม่

17. ทำไมไฟล์หมดอายุหลังเริ่มดู

เนื้อหาบางรายการเริ่มนับเวลาหลังจากกดเล่นครั้งแรก จึงไม่ควรเปิดทุกเรื่องล่วงหน้านานเกินไปก่อนเดินทาง

ควร

  1. ดาวน์โหลดใกล้วันเดินทาง
  2. ตรวจสอบไฟล์ให้ครบ
  3. ทดสอบเฉพาะช่วงสั้นๆ
  4. ดูเวลาที่เหลือ
  5. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อนออกเดินทาง
  6. ต่ออายุไฟล์เมื่อมีตัวเลือก

ไม่ควรเปลี่ยนวันที่และเวลาเพื่อยืดอายุไฟล์ เพราะอาจทำให้แอปทำงานผิดปกติ

18. วิธีต่ออายุไฟล์ดาวน์โหลด

  1. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  2. เปิด Disney+
  3. เลือกโปรไฟล์เดิม
  4. เปิดเมนูดาวน์โหลด
  5. เลือกไฟล์ที่หมดอายุ
  6. แตะเครื่องหมายแจ้งเตือน
  7. เลือกต่ออายุหากมี
  8. รอให้ระบบตรวจสอบสิทธิ์
  9. เปิดไฟล์ทดสอบ

หากไม่มีปุ่มต่ออายุ ให้ลบไฟล์แล้วดาวน์โหลดใหม่ แต่ต้องตรวจสอบว่าเนื้อหายังอยู่ในบริการ

19. ทำไมบางเรื่องไม่มีปุ่มดาวน์โหลด

สาเหตุอาจเป็น

  • เนื้อหาไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด
  • แพ็กเกจไม่รองรับ
  • อุปกรณ์ไม่รองรับ
  • แอปเป็นเวอร์ชันเก่า
  • ระบบปฏิบัติการเก่า
  • ประเทศนั้นไม่มีสิทธิ์ดาวน์โหลด
  • เนื้อหากำลังจะออกจากบริการ
  • โปรไฟล์ถูกจำกัด
  • อุปกรณ์ดาวน์โหลดครบจำนวนแล้ว

หากไม่มีปุ่มเฉพาะเรื่องเดียว ให้ทดลองเรื่องอื่นก่อนแก้ที่อุปกรณ์

20. ไม่มีปุ่มดาวน์โหลดทุกเรื่องต้องทำอย่างไร

  1. ตรวจสอบว่าใช้แอป ไม่ใช่เว็บเบราว์เซอร์
  2. ตรวจสอบว่าเป็นโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่รองรับ
  3. อัปเดต Disney+
  4. อัปเดตระบบปฏิบัติการ
  5. ตรวจสอบแพ็กเกจ
  6. ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่
  7. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  8. ทดลองอีกครั้ง

หากใช้ Smart TV หรือคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ การไม่มีปุ่มดาวน์โหลดอาจเป็นข้อจำกัดปกติของแพลตฟอร์ม

21. ดาวน์โหลดค้างที่ 0% แก้อย่างไร

  1. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต
  2. ปิดและเปิด Wi-Fi
  3. เข้าใกล้เราเตอร์
  4. หยุดดาวน์โหลดรายการอื่น
  5. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  6. ยกเลิกไฟล์ที่ค้าง
  7. ปิด Disney+
  8. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  9. เปิดแอป
  10. ดาวน์โหลดใหม่

หากค้างเฉพาะเรื่องเดียว ปัญหาอาจอยู่ที่เนื้อหานั้น

22. ดาวน์โหลดแล้วขึ้นเครื่องหมายตกใจ

เครื่องหมายตกใจอาจหมายถึงไฟล์ดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์ หมดอายุ หรือไม่สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้

ให้ลองดังนี้

  1. แตะเครื่องหมายตกใจ
  2. อ่านข้อความทั้งหมด
  3. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  4. เลือกลองใหม่
  5. หากยังไม่ได้ ให้ลบไฟล์
  6. รีสตาร์ตแอป
  7. ดาวน์โหลดใหม่
  8. ตรวจสอบพื้นที่และบัญชี

ควรจดรหัสข้อผิดพลาดหากมีตัวเลขปรากฏ

23. อุปกรณ์ดาวน์โหลดครบจำนวนแล้วทำอย่างไร

บัญชีหรือแพ็กเกจอาจกำหนดจำนวนอุปกรณ์ที่เก็บไฟล์ออฟไลน์ได้

วิธีแก้คือ

  1. ตรวจสอบโทรศัพท์และแท็บเล็ตเครื่องเก่า
  2. ลบไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่ใช้
  3. ออกจากระบบอุปกรณ์เก่า
  4. เปิดเมนูจัดการอุปกรณ์
  5. ลบเครื่องที่ไม่ใช้งาน
  6. รอให้ระบบอัปเดต
  7. เปิด Disney+ บนอุปกรณ์ใหม่
  8. ดาวน์โหลดอีกครั้ง

จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลดไม่จำเป็นต้องเท่ากับจำนวนจอที่ดูพร้อมกัน

24. ลบไฟล์ที่ดูจบแล้ว

  1. เปิด Disney+
  2. เปิดเมนูดาวน์โหลด
  3. เลือกแก้ไขหรือจัดการ
  4. เลือกรายการที่ดูจบ
  5. แตะลบ
  6. ยืนยัน
  7. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง

หากต้องการลบทั้งหมด ให้ใช้คำสั่งลบการดาวน์โหลดทั้งหมดในเมนูการตั้งค่า แต่ควรตรวจสอบก่อนเพราะกู้ไฟล์กลับไม่ได้ ต้องดาวน์โหลดใหม่

25. การดาวน์โหลดอัตโนมัติใช้พื้นที่หรือไม่

หากแอปมีฟังก์ชันดาวน์โหลดตอนถัดไปหรือเนื้อหาแนะนำ ระบบอาจเพิ่มไฟล์ใหม่โดยอัตโนมัติ

ควรตรวจสอบ

  • เปิดการดาวน์โหลดอัตโนมัติอยู่หรือไม่
  • กำหนดพื้นที่ไว้เท่าไร
  • มีตอนเก่าที่ดูจบหรือไม่
  • มีเนื้อหาแนะนำที่ไม่ต้องการหรือไม่
  • พื้นที่ในอุปกรณ์เหลือเท่าไร

หากพื้นที่น้อย ให้ปิดการดาวน์โหลดอัตโนมัติและเลือกดาวน์โหลดด้วยตนเอง

26. ย้ายไฟล์ Disney+ ไปเปิดอีกเครื่องได้หรือไม่

ไม่ได้ตามปกติ เพราะไฟล์เชื่อมโยงกับ

  • แอป Disney+
  • บัญชี
  • โปรไฟล์
  • อุปกรณ์ที่ดาวน์โหลด
  • สิทธิ์ของเนื้อหา
  • วันหมดอายุ

แม้จะคัดลอกไฟล์ได้ อุปกรณ์อื่นก็ไม่สามารถเปิดด้วยเครื่องเล่นวิดีโอทั่วไป ต้องดาวน์โหลดผ่าน Disney+ บนอุปกรณ์นั้นใหม่

27. ย้ายไฟล์ไปแฟลชไดรฟ์แล้วเปิดบนทีวีได้หรือไม่

ไม่ได้ ไฟล์ดาวน์โหลดไม่ใช่วิดีโอทั่วไปสำหรับเล่นผ่านพอร์ต USB ของทีวี

ไม่สามารถ

  • เปิดด้วยโปรแกรมดูหนังทั่วไป
  • คัดลอกไปแฟลชไดรฟ์
  • ส่งให้โทรศัพท์เครื่องอื่น
  • นำไปเปิดบน Smart TV
  • เก็บเป็นไฟล์ถาวร
  • เปลี่ยนชื่อแล้วเปิดภายนอกแอป

หากต้องการดูบนทีวี ต้องสตรีมผ่านแอป Disney+ ที่รองรับและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

28. เปลี่ยนบัญชีแล้วใช้ไฟล์เดิมได้หรือไม่

ไม่ได้ตามปกติ ไฟล์ดาวน์โหลดผูกกับบัญชีเดิม

หากเปลี่ยนบัญชี ให้ทำดังนี้

  1. ลบไฟล์เดิม
  2. ออกจากระบบ
  3. เข้าสู่ระบบบัญชีใหม่
  4. เลือกโปรไฟล์
  5. ค้นหาเนื้อหา
  6. ดาวน์โหลดใหม่

การเข้าสู่ระบบบัญชีใหม่ไม่ทำให้ไฟล์เดิมเปลี่ยนเจ้าของโดยอัตโนมัติ

29. ออกจากระบบแล้วไฟล์ดาวน์โหลดหายหรือไม่

อาจหายหรือไม่สามารถเปิดได้ เพราะไฟล์เชื่อมโยงกับบัญชีที่เข้าสู่ระบบ

ก่อนออกจากระบบควร

  • ตรวจสอบว่าจำรหัสผ่านได้
  • ทราบว่าอาจต้องดาวน์โหลดใหม่
  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • ตรวจสอบไฟล์ที่ยังต้องการ
  • หลีกเลี่ยงการออกจากระบบก่อนเดินทาง

หากออกไปแล้ว ให้เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีและโปรไฟล์เดิม จากนั้นตรวจสอบเมนูดาวน์โหลด

30. ล้างข้อมูลหรือติดตั้งแอปใหม่ทำให้ไฟล์หายหรือไม่

การล้างข้อมูลและถอนการติดตั้งแอปมักทำให้ไฟล์ดาวน์โหลดหาย

ควรใช้เฉพาะเมื่อ

  • แอปค้าง
  • เปิดเมนูดาวน์โหลดไม่ได้
  • ไฟล์เสียหลายรายการ
  • ล้างแคชแล้วไม่หาย
  • แอปแสดงพื้นที่ผิด
  • ไม่สามารถลบไฟล์เสียได้

หลังดำเนินการต้องเข้าสู่ระบบและดาวน์โหลดเนื้อหาใหม่

31. วิธีเตรียม Disney+ ก่อนขึ้นเครื่องหรือเดินทางไกล

  1. ตรวจสอบสมาชิก
  2. อัปเดต Disney+
  3. อัปเดตระบบอุปกรณ์
  4. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  5. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  6. เลือกคุณภาพดาวน์โหลด
  7. ดาวน์โหลดใกล้วันเดินทาง
  8. รอจนทุกไฟล์ครบ 100%
  9. ตรวจสอบวันหมดอายุ
  10. ตรวจสอบเสียงและคำบรรยาย
  11. เปิดโหมดเครื่องบิน
  12. ทดลองเล่นไฟล์
  13. ปิดโหมดเครื่องบินหลังทดสอบ
  14. อย่าออกจากระบบก่อนเดินทาง

ควรดาวน์โหลดมากกว่าหนึ่งเรื่อง เผื่อเนื้อหาบางรายการเปิดไม่ได้หรือหมดอายุเร็วกว่าที่คาด

คำถามที่พบบ่อย

Disney+ ดาวน์โหลดไว้ดูแบบไม่ใช้เน็ตได้หรือไม่?

ได้บนโทรศัพท์และแท็บเล็ตที่แอปและแพ็กเกจรองรับ โดยต้องดาวน์โหลดให้เสร็จก่อนปิดอินเทอร์เน็ต

Smart TV ดาวน์โหลด Disney+ ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ได้ แอปบน Smart TV ใช้สำหรับสตรีมออนไลน์และไม่มีฟังก์ชันเก็บวิดีโอไว้ดูออฟไลน์

ดาวน์โหลดแล้วเปิดดูตรงไหน?

เปิด Disney+ แล้วเข้าเมนูดาวน์โหลด จากนั้นเลือกหนังหรือซีรีส์ที่ดาวน์โหลดไว้

ไฟล์ Disney+ อยู่ในเครื่องได้นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับเนื้อหา สิทธิ์ ประเทศ แพ็กเกจ และการยืนยันบัญชี ควรตรวจสอบสถานะในเมนูดาวน์โหลด

ดูไฟล์เดิมซ้ำแบบออฟไลน์ใช้เน็ตเพิ่มหรือไม่?

ไม่ต้องสตรีมวิดีโอใหม่ แต่แอปอาจต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อตรวจสอบสิทธิ์

ทำไมไม่มีปุ่มดาวน์โหลด?

อุปกรณ์ แพ็กเกจ หรือเนื้อหาอาจไม่รองรับ รวมถึงแอปอาจเป็นเวอร์ชันเก่า

ย้ายไฟล์ไปดูบน Smart TV ได้หรือไม่?

ไม่ได้ ต้องเปิดผ่าน Disney+ บนอุปกรณ์ที่ดาวน์โหลดไฟล์ไว้

ลบ Disney+ แล้วไฟล์ดาวน์โหลดหายหรือไม่?

โดยทั่วไปไฟล์จะถูกลบพร้อมแอปและต้องดาวน์โหลดใหม่หลังติดตั้ง

สรุป

วิธีดาวน์โหลด Disney+ ไว้ดูออฟไลน์มีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ใช้โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่รองรับ
  2. ติดตั้งและอัปเดต Disney+
  3. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  4. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  5. เลือกคุณภาพดาวน์โหลด
  6. เปิดหน้าหนังหรือซีรีส์
  7. แตะไอคอนดาวน์โหลด
  8. รอจนเสร็จ 100%
  9. เปิดเมนูดาวน์โหลด
  10. ตรวจสอบเสียงและคำบรรยาย
  11. เปิดโหมดเครื่องบินเพื่อทดสอบ
  12. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นระยะเพื่อยืนยันสิทธิ์
  13. ลบไฟล์เก่าที่ดูจบแล้ว
  14. ดาวน์โหลดใหม่เมื่อไฟล์หมดอายุ

Smart TV และเว็บเบราว์เซอร์โดยทั่วไปดาวน์โหลด Disney+ ไว้ดูออฟไลน์ไม่ได้ หากต้องเดินทาง comsiam แนะนำให้ดาวน์โหลดผ่านโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตใกล้วันเดินทาง ตรวจสอบวันหมดอายุ และทดสอบทุกไฟล์ในโหมดเครื่องบินก่อนออกจากบ้าน