Disney+ ดูพร้อมกันได้กี่อุปกรณ์ เช็กจำนวนจอ โปรไฟล์ และเครื่องที่เข้าสู่ระบบ

Disney+ ดูพร้อมกันได้กี่อุปกรณ์ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและประเทศที่สมัคร โดยทั่วไปแพ็กเกจอาจรองรับประมาณ 2 หรือ 4 จอพร้อมกัน แต่จำนวนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดแพ็กเกจในบัญชีของตัวเองก่อนใช้งานหลายจอ

จำนวนโปรไฟล์ จำนวนอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ จำนวนจอที่ดูพร้อมกัน และจำนวนเครื่องที่ดาวน์โหลดวิดีโอ เป็นข้อจำกัดคนละประเภท การสร้างโปรไฟล์เพิ่มจึงไม่ได้เพิ่มจำนวนจอพร้อมกัน บทความจาก comsiam จะอธิบายความแตกต่างทั้งหมด พร้อมวิธีแก้เมื่อ Disney+ แจ้งว่ามีผู้ใช้งานเต็มจำนวน

สารบัญ

  • Disney+ ดูพร้อมกันได้กี่จอ
  • จำนวนโปรไฟล์กับจำนวนจอต่างกันอย่างไร
  • อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบกับอุปกรณ์ที่กำลังดู
  • วิธีตรวจสอบแพ็กเกจ
  • วิธีแก้เมื่อจำนวนจอเต็ม
  • วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  • การดาวน์โหลดนับรวมกับจอสตรีมหรือไม่
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปจำนวนอุปกรณ์

1. Disney+ ดูพร้อมกันได้กี่อุปกรณ์

จำนวนจอพร้อมกันขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่บัญชีใช้งาน รวมถึงเงื่อนไขในประเทศที่สมัคร

โดยทั่วไปอาจพบรูปแบบดังนี้

  • แพ็กเกจหนึ่งรองรับประมาณ 2 จอพร้อมกัน
  • แพ็กเกจระดับสูงอาจรองรับประมาณ 4 จอพร้อมกัน
  • แพ็กเกจสำหรับโทรศัพท์อาจมีข้อจำกัดเพิ่มเติม
  • แพ็กเกจที่ซื้อผ่านผู้ให้บริการอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ
  • จำนวนจออาจเปลี่ยนเมื่อปรับแพ็กเกจ
  • เงื่อนไขอาจต่างกันระหว่างประเทศ

ควรตรวจสอบตัวเลขในหน้ารายละเอียดแพ็กเกจของบัญชี ไม่ควรยึดข้อมูลจากผู้ใช้รายอื่น เพราะอาจสมัครคนละแพ็กเกจหรือคนละช่วงเวลา

2. จำนวนจอพร้อมกันหมายความว่าอย่างไร

จำนวนจอพร้อมกันหมายถึงจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถเปิดเล่นหนังหรือซีรีส์ในเวลาเดียวกันด้วยบัญชีเดียว

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่นับเป็นหนึ่งจอเมื่อกำลังเล่นวิดีโอ ได้แก่

  • Smart TV
  • โทรศัพท์
  • แท็บเล็ต
  • คอมพิวเตอร์
  • กล่องสตรีมมิง
  • เครื่องเล่นเกม
  • อุปกรณ์ที่กำลังแคสต์วิดีโอไปยังทีวี

หากมีอุปกรณ์เล่นครบสิทธิ์แล้ว อุปกรณ์ถัดไปอาจเปิดแอปและเลือกโปรไฟล์ได้ แต่กดเล่นวิดีโอไม่ได้

3. จำนวนอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบไม่เท่ากับจำนวนจอพร้อมกัน

บัญชีอาจเข้าสู่ระบบค้างไว้ในอุปกรณ์หลายเครื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเครื่องจะเล่นวิดีโอพร้อมกันได้

ตัวอย่างเช่น บัญชีอาจเข้าสู่ระบบอยู่ใน

  • ทีวีห้องนั่งเล่น
  • ทีวีห้องนอน
  • โทรศัพท์ของสมาชิก
  • แท็บเล็ต
  • คอมพิวเตอร์
  • กล่องสตรีมมิง

แต่จำนวนเครื่องที่เล่นวิดีโอในเวลาเดียวกันยังต้องเป็นไปตามสิทธิ์ของแพ็กเกจ

การติดตั้งและเข้าสู่ระบบแอปเฉยๆ จึงไม่จำเป็นต้องนับเป็นการรับชมหนึ่งจอ จนกว่าจะกดเล่นเนื้อหา

4. จำนวนโปรไฟล์ไม่เท่ากับจำนวนจอ

โปรไฟล์ใช้สำหรับแยกข้อมูลของผู้ชม เช่น

  • ประวัติการรับชม
  • รายการโปรด
  • คำแนะนำ
  • ภาษาของแอป
  • ภาษาของเสียงและคำบรรยาย
  • การควบคุมเนื้อหา
  • โปรไฟล์เด็ก

แม้บัญชีจะสร้างโปรไฟล์ได้หลายโปรไฟล์ แต่จำนวนจอที่เล่นพร้อมกันยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจเดิม

ดังนั้น การสร้างโปรไฟล์ใหม่ไม่สามารถแก้ข้อความว่ามีอุปกรณ์รับชมครบจำนวนแล้ว

5. วิธีตรวจสอบว่าแพ็กเกจดูได้กี่จอ

ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามประเทศและวิธีสมัคร โดยทั่วไปทำได้ดังนี้

  1. เปิด Disney+ บนเว็บเบราว์เซอร์หรือแอป
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเจ้าของ
  3. เปิดเมนูโปรไฟล์
  4. เลือกบัญชี
  5. เปิดรายละเอียดสมาชิกหรือแพ็กเกจ
  6. ตรวจสอบชื่อแพ็กเกจ
  7. ดูจำนวนอุปกรณ์ที่รับชมพร้อมกัน
  8. ตรวจสอบความละเอียดที่รองรับ
  9. ตรวจสอบจำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลด
  10. ดูวันที่ต่ออายุสมาชิก

หากสมัครผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต หรือแพ็กเกจรวม อาจต้องตรวจสอบรายละเอียดจากเมนูสมาชิกของผู้ให้บริการนั้นด้วย

6. ทำไมดูพร้อมกันไม่ได้ทั้งที่คิดว่ายังเหลือจอ

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • มีคนอื่นกำลังดูอยู่
  • Smart TV เครื่องหนึ่งเปิดวิดีโอค้างไว้
  • โทรศัพท์ยังเล่นอยู่เบื้องหลัง
  • แอปปิดผิดปกติและระบบยังไม่คืนสิทธิ์
  • บัญชีถูกใช้ในอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  • เข้าใจจำนวนโปรไฟล์เป็นจำนวนจอ
  • เพิ่งลดระดับแพ็กเกจ
  • การเปลี่ยนแพ็กเกจมีผลแล้ว
  • ระบบยังไม่อัปเดตสถานะอุปกรณ์
  • มีผู้ใช้ในสถานที่อื่นเปิดบัญชี
  • กำลังแคสต์ไปยังทีวีและนับเป็นการรับชมหนึ่งจอ
  • บัญชีหรือแอปเกิดข้อผิดพลาด

ให้ตรวจสอบสมาชิกในบ้านและอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบก่อนเปลี่ยนแพ็กเกจ

7. วิธีแก้เมื่อ Disney+ แจ้งว่ามีผู้ใช้มากเกินไป

  1. สอบถามสมาชิกในบ้านว่าใครกำลังดู
  2. ให้หยุดวิดีโอบนอุปกรณ์ที่ไม่ใช้
  3. กลับไปหน้าแรกของ Disney+
  4. ปิดแอปอย่างสมบูรณ์
  5. รอประมาณ 2–5 นาที
  6. ปิดและเปิด Disney+ บนอุปกรณ์ที่ต้องการใช้
  7. ทดลองเล่นวิดีโอ
  8. หากยังไม่ได้ ให้รีสตาร์ตอุปกรณ์
  9. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ
  10. ออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จัก

ระบบอาจต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อคืนสิทธิ์หลังอุปกรณ์หนึ่งหยุดเล่น

8. กดหยุดวิดีโอแล้วทำไมยังดูอีกเครื่องไม่ได้

เพียงกดหยุดชั่วคราวอาจยังถือว่าแอปอยู่ในหน้ารับชม ควรออกจากเนื้อหาและปิดแอปด้วย

ให้ทำดังนี้

  1. กดหยุดวิดีโอ
  2. กดกลับไปหน้ารายละเอียด
  3. กลับหน้า Home
  4. ปิด Disney+
  5. หากเป็น Smart TV ให้กลับหน้า Home ของทีวี
  6. รอประมาณ 2–5 นาที
  7. ทดลองอุปกรณ์ใหม่

ถ้าอุปกรณ์เดิมค้าง ให้ปิดเครื่องและถอดปลั๊กประมาณ 1 นาที

9. ปิด Smart TV แล้วทำไมยังขึ้นว่าจอเต็ม

Smart TV บางรุ่นเข้าสู่โหมดสแตนด์บายแทนการปิดระบบ แอปจึงอาจยังเก็บสถานะเดิมไว้

วิธีแก้คือ

  1. เปิดทีวีเครื่องเดิม
  2. เปิด Disney+
  3. กดหยุดวิดีโอ
  4. ออกจากแอป
  5. ปิดทีวี
  6. ถอดปลั๊กประมาณ 1 นาที
  7. รอให้ระบบอัปเดต
  8. ทดลองดูบนอุปกรณ์ใหม่

หากไม่สามารถเข้าถึงทีวีเครื่องเดิม ให้ใช้เมนูจัดการอุปกรณ์ในบัญชีเพื่อออกจากระบบ

10. โทรศัพท์ยังเล่นเบื้องหลังหรือไม่

โทรศัพท์อาจยังคงแอปไว้ในหน่วยความจำ แม้ผู้ใช้เปลี่ยนไปเปิดแอปอื่นแล้ว

Android

  1. เปิดรายการแอปล่าสุด
  2. ปัดปิด Disney+
  3. หากยังไม่หาย ให้เปิดการตั้งค่า
  4. เลือกแอป
  5. เลือก Disney+
  6. เลือกบังคับหยุด

iPhone หรือ iPad

  1. เปิดหน้ารวมแอปล่าสุด
  2. ปัดหน้าต่าง Disney+ ขึ้น
  3. รอสักครู่
  4. ทดลองบนอุปกรณ์ใหม่

11. การแคสต์ Disney+ นับเป็นหนึ่งจอหรือไม่

เมื่อแคสต์ไปยังทีวี อุปกรณ์รับสัญญาณหรือทีวีจะเป็นเครื่องที่เล่นวิดีโอ จึงอาจนับเป็นการรับชมหนึ่งจอ

โทรศัพท์ที่ใช้เป็นรีโมตควบคุมไม่ได้แปลว่าจะนับเพิ่มอีกหนึ่งจอเสมอไป แต่ถ้าเปิดเล่นวิดีโออีกเรื่องบนโทรศัพท์ด้วย ก็อาจเกิดการใช้งานเพิ่ม

หากหยุดแคสต์แล้วจอยังเต็ม ให้

  1. กดหยุดวิดีโอ
  2. ยกเลิกการเชื่อมต่อแคสต์
  3. ปิด Disney+ บนโทรศัพท์
  4. ปิดอุปกรณ์รับสัญญาณ
  5. รอสักครู่
  6. ทดลองใหม่

12. ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์นับรวมกับจอพร้อมกันหรือไม่

การรับชมไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้แบบออฟไลน์เป็นคนละรูปแบบกับการสตรีมออนไลน์ แต่ยังมีข้อจำกัดด้าน

  • จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลด
  • จำนวนไฟล์
  • ระยะเวลาของไฟล์
  • สิทธิ์ของเนื้อหา
  • แพ็กเกจที่ใช้งาน
  • การยืนยันบัญชีเป็นระยะ

จำนวนเครื่องที่ดาวน์โหลดได้ไม่จำเป็นต้องเท่ากับจำนวนจอสตรีมพร้อมกัน จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขทั้งสองส่วนแยกกัน

13. จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลดเต็มแก้อย่างไร

หากระบบแจ้งว่าใช้อุปกรณ์ดาวน์โหลดครบจำนวนแล้ว ให้ทำดังนี้

  1. ตรวจสอบโทรศัพท์และแท็บเล็ตที่เคยใช้
  2. ลบไฟล์ดาวน์โหลดจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช้
  3. ออกจากระบบ Disney+ บนอุปกรณ์เก่า
  4. เปิดหน้าจัดการอุปกรณ์
  5. ลบอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งาน
  6. รอให้ระบบอัปเดต
  7. เปิด Disney+ บนอุปกรณ์ใหม่
  8. ดาวน์โหลดอีกครั้ง

การลบแอปจากอุปกรณ์เดิมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้รายการอุปกรณ์ในบัญชีหายทันที

14. วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ

  1. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเจ้าของ
  2. เปิดเมนูบัญชี
  3. เลือกจัดการอุปกรณ์หรือการเข้าถึง
  4. ตรวจสอบชื่ออุปกรณ์
  5. ตรวจสอบวันที่ใช้งานล่าสุด
  6. ตรวจสอบตำแหน่งโดยประมาณหากมี
  7. เปรียบเทียบกับอุปกรณ์ของสมาชิกในบ้าน
  8. ออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จัก

ชื่ออุปกรณ์อาจแสดงเป็นชื่อทั่วไป เช่น Smart TV หรือเว็บเบราว์เซอร์ จึงควรดูวัน เวลา และตำแหน่งประกอบกัน

15. บัญชีถูกคนอื่นใช้มีอาการอย่างไร

สัญญาณที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • จำนวนจอเต็มบ่อย
  • มีโปรไฟล์ที่ไม่รู้จัก
  • มีประวัติรับชมแปลกๆ
  • มีรายการโปรดที่ไม่ได้เพิ่ม
  • ภาษาโปรไฟล์ถูกเปลี่ยน
  • มีอุปกรณ์จากสถานที่ไม่คุ้นเคย
  • อีเมลแจ้งการเข้าสู่ระบบใหม่
  • ข้อมูลบัญชีถูกเปลี่ยน

หากพบความผิดปกติ ให้เปลี่ยนรหัสผ่านและออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก

16. วิธีเปลี่ยนรหัสผ่านและป้องกันบัญชี

  1. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเจ้าของ
  2. เปิดการตั้งค่าบัญชี
  3. เลือกเปลี่ยนรหัสผ่าน
  4. สร้างรหัสผ่านใหม่ที่ไม่ซ้ำกับบริการอื่น
  5. บันทึก
  6. ออกจากระบบอุปกรณ์อื่น
  7. เข้าสู่ระบบใหม่เฉพาะเครื่องของสมาชิก
  8. ตรวจสอบโปรไฟล์
  9. ลบโปรไฟล์ที่ไม่รู้จัก
  10. ไม่ส่งรหัสผ่านในกลุ่มสาธารณะ

ควรป้องกันอีเมลของเจ้าของบัญชีด้วย เพราะอีเมลใช้สำหรับกู้คืนและเปลี่ยนข้อมูลสมาชิก

17. ออกจากระบบทุกอุปกรณ์ช่วยได้หรือไม่

ช่วยได้เมื่อไม่ทราบว่าเครื่องใดกำลังใช้บัญชีหรือสงสัยว่ามีบุคคลอื่นเข้าถึง

ก่อนดำเนินการควรทราบว่า

  • ทุก Smart TV ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
  • โทรศัพท์และแท็บเล็ตต้องเข้าสู่ระบบใหม่
  • กล่องสตรีมมิงจะออกจากบัญชี
  • สมาชิกในบ้านอาจรับชมไม่ได้ชั่วคราว
  • ต้องเตรียมอีเมลและรหัสผ่าน
  • ระบบอาจใช้เวลาสักครู่เพื่ออัปเดต

หลังออกจากระบบทั้งหมด ให้เข้าสู่ระบบเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้งานจริง

18. สร้างโปรไฟล์เพิ่มช่วยเพิ่มจำนวนจอหรือไม่

ไม่ช่วย เพราะโปรไฟล์ไม่ได้กำหนดจำนวนการสตรีมพร้อมกัน

แม้จะสร้างโปรไฟล์ใหม่

  • จำนวนจอยังเท่าเดิม
  • แพ็กเกจยังเหมือนเดิม
  • อุปกรณ์ยังใช้บัญชีเดียวกัน
  • ข้อจำกัดการดาวน์โหลดยังเหมือนเดิม
  • การจัดการอุปกรณ์ยังอยู่ภายใต้บัญชีเดียว

โปรไฟล์ใช้แยกประสบการณ์ของผู้ชม ไม่ใช่เพิ่มสิทธิ์การรับชม

19. โปรไฟล์เด็กนับเป็นหนึ่งจอหรือไม่

หากโปรไฟล์เด็กกำลังเล่นวิดีโอ จะนับเป็นการรับชมหนึ่งจอตามปกติ

โปรไฟล์เด็กมีหน้าที่

  • จำกัดระดับเนื้อหา
  • แสดงรายการที่เหมาะสม
  • แยกประวัติการรับชม
  • แยกคำแนะนำ
  • ป้องกันการเปิดเนื้อหาบางประเภท

ไม่ได้รับสิทธิ์จำนวนจอแยกจากโปรไฟล์ผู้ใหญ่

20. เปลี่ยนโปรไฟล์ช่วยแก้ข้อความจำนวนจอเต็มหรือไม่

ไม่ช่วย หากจำนวนจอของบัญชีเต็มแล้ว การเปลี่ยนไปใช้โปรไฟล์อื่นยังอยู่ในบัญชีและแพ็กเกจเดียวกัน

ควรหยุดวิดีโอบนอุปกรณ์อื่นหรือรอให้ระบบคืนสิทธิ์แทน

21. ดูเรื่องเดียวกันพร้อมกันหลายเครื่องได้หรือไม่

หากจำนวนจอของแพ็กเกจยังไม่เต็ม อาจเปิดเนื้อหาเดียวกันบนหลายอุปกรณ์ได้ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของบัญชีและแพ็กเกจ

ถ้าเปิดไม่ได้ ให้ตรวจสอบ

  • จำนวนจอพร้อมกัน
  • สถานะสมาชิก
  • การจำกัดอุปกรณ์
  • บัญชีและโปรไฟล์
  • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • ข้อความผิดพลาดที่ปรากฏ

ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากการเลือกเรื่องเดียวกัน แต่อาจเป็นเพราะจำนวนจอเต็ม

22. ดูคนละเรื่องพร้อมกันได้หรือไม่

ได้หากแพ็กเกจยังเหลือสิทธิ์จำนวนจอ ไม่จำเป็นต้องดูเรื่องเดียวกันหรือใช้โปรไฟล์เดียวกัน

ตัวอย่างเช่น

  • ทีวีดูภาพยนตร์
  • แท็บเล็ตดูซีรีส์
  • โทรศัพท์ดูการ์ตูน

แต่จำนวนอุปกรณ์ที่เล่นรวมกันต้องไม่เกินสิทธิ์ของแพ็กเกจ

23. ดูหลายจอทำให้อินเทอร์เน็ตช้าหรือไม่

แต่ละจอต้องรับข้อมูลวิดีโอของตัวเอง จึงใช้ความเร็วและปริมาณอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น

อาการที่อาจเกิดเมื่อเน็ตไม่พอ ได้แก่

  • ภาพลดความชัด
  • โหลดนาน
  • ภาพกระตุก
  • เสียงขาด
  • จอดำ
  • แอปหยุดเล่น
  • อุปกรณ์อื่นในบ้านช้าลง

แม้แพ็กเกจ Disney+ จะรองรับหลายจอ แต่อินเทอร์เน็ตบ้านก็ต้องมีความเร็วรวมเพียงพอ

24. ดูพร้อมกันหลายจอต้องใช้เน็ตเท่าไร

ปริมาณที่ต้องการขึ้นอยู่กับความละเอียดของแต่ละจอ

ควรคำนึงถึง

  • SD ใช้ความเร็วน้อยกว่า HD
  • Full HD ใช้มากกว่า SD
  • 4K ใช้มากที่สุด
  • หลายจอต้องรวมความเร็วเข้าด้วยกัน
  • Wi-Fi อาจสูญเสียความเร็วตามระยะทาง
  • อุปกรณ์อื่นในบ้านใช้เน็ตร่วมกัน

หากดูหลายทีวีพร้อมกัน ควรใช้สาย LAN กับทีวีหลักหรือจัดตำแหน่งเราเตอร์ให้เหมาะสม

25. เพิ่งเปลี่ยนแพ็กเกจแต่จำนวนจอยังไม่เพิ่ม

  1. ตรวจสอบว่าคำสั่งเปลี่ยนแพ็กเกจสำเร็จ
  2. ดูวันที่ที่แพ็กเกจใหม่มีผล
  3. ออกจากระบบ Disney+
  4. ปิดแอป
  5. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  6. เข้าสู่ระบบใหม่
  7. ตรวจสอบชื่อแพ็กเกจในบัญชี
  8. ทดลองหลายจออีกครั้ง

การเพิ่มหรือลดแพ็กเกจอาจมีผลตามเงื่อนไขและรอบสมาชิกที่แสดงในบัญชี

26. สมัครผ่านผู้ให้บริการแล้วดูได้กี่จอ

แพ็กเกจที่รวมมากับโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต หรือบริการอื่นอาจมีเงื่อนไขต่างจากการสมัครโดยตรง

ควรตรวจสอบ

  • ชื่อแพ็กเกจ Disney+
  • จำนวนจอพร้อมกัน
  • ความละเอียดสูงสุด
  • จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลด
  • ระยะเวลาสมาชิก
  • วิธีเข้าสู่ระบบ
  • วันที่สิทธิ์หมดอายุ
  • เงื่อนไขหลังยกเลิกบริการหลัก

อย่าดูเพียงชื่อโปรโมชั่น เพราะแพ็กเกจชื่อคล้ายกันอาจให้สิทธิ์ต่างกัน

27. ดูคนละบ้านพร้อมกันได้หรือไม่

นอกจากจำนวนจอแล้ว บัญชีอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับครัวเรือนหรือสถานที่ใช้งานตามเงื่อนไขที่ใช้ในพื้นที่นั้น

หากอุปกรณ์อยู่อีกบ้านแล้วใช้งานไม่ได้ ให้ตรวจสอบ

  • ข้อความบนหน้าจอ
  • การยืนยันอุปกรณ์
  • เงื่อนไขครัวเรือน
  • จำนวนจอของแพ็กเกจ
  • อุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ
  • สมาชิกเสริมหรือตัวเลือกเพิ่มเติม หากแพ็กเกจมี

การเพิ่มจำนวนจอไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาอุปกรณ์ที่อยู่นอกครัวเรือน เพราะเป็นข้อจำกัดคนละประเภท

28. รีสตาร์ตแอปเมื่อหยุดทุกเครื่องแล้วยังดูไม่ได้

  1. ปิด Disney+ บนอุปกรณ์ที่มีปัญหา
  2. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  3. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใหม่
  4. เปิด Disney+
  5. ออกจากระบบ
  6. เข้าสู่ระบบใหม่
  7. เลือกโปรไฟล์
  8. ทดลองเล่นวิดีโอ

สำหรับ Smart TV ควรถอดปลั๊กประมาณ 1 นาที เพื่อให้ระบบปิดแอปอย่างสมบูรณ์

29. ล้างแคชหรือข้อมูล Disney+

Android TV และ Google TV สามารถทำได้ดังนี้

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือก Apps
  3. เลือก Disney+
  4. เลือกพื้นที่จัดเก็บและแคช
  5. เลือกล้างแคช
  6. เปิดแอปใหม่

ถ้ายังแสดงสถานะเดิม ให้ล้างข้อมูลและเข้าสู่ระบบใหม่ การล้างแคชไม่เพิ่มจำนวนจอ แต่ช่วยแก้ข้อมูลสถานะที่ค้างอยู่

30. เมื่อใดควรเปลี่ยนแพ็กเกจ

ควรพิจารณาเปลี่ยนเมื่อ

  • สมาชิกในบ้านต้องดูพร้อมกันเป็นประจำ
  • จำนวนจอเต็มทุกวัน
  • ทุกอุปกรณ์เป็นของสมาชิกที่ได้รับอนุญาต
  • ตรวจสอบแล้วไม่มีอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก
  • ต้องการความละเอียดสูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายใหม่เหมาะกับงบประมาณ

ไม่ควรรีบเปลี่ยนแพ็กเกจหากเกิดปัญหาเพียงครั้งเดียว เพราะอุปกรณ์อาจเปิดค้างหรือระบบยังไม่คืนสิทธิ์

คำถามที่พบบ่อย

Disney+ ดูพร้อมกันได้กี่จอ?

ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและประเทศที่สมัคร โดยทั่วไปอาจรองรับประมาณ 2 หรือ 4 จอ ควรตรวจสอบตัวเลขจากหน้าบัญชีของตัวเอง

มีหลายโปรไฟล์หมายความว่าดูได้หลายจอตามจำนวนโปรไฟล์หรือไม่?

ไม่ จำนวนโปรไฟล์ใช้แยกข้อมูลผู้ชม ส่วนจำนวนจอพร้อมกันถูกกำหนดโดยแพ็กเกจ

เข้าสู่ระบบไว้หลายเครื่องได้หรือไม่?

อาจเข้าสู่ระบบไว้ได้หลายเครื่อง แต่จำนวนอุปกรณ์ที่กดเล่นวิดีโอพร้อมกันยังจำกัดตามแพ็กเกจ

ดาวน์โหลดไว้ดูนับรวมกับการดูพร้อมกันหรือไม่?

การดาวน์โหลดมีข้อจำกัดแยกจากจำนวนจอสตรีมพร้อมกัน แต่ยังมีจำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลดและระยะเวลาไฟล์

ปิดทีวีแล้วทำไมยังแจ้งว่าจอเต็ม?

ทีวีอาจเข้าโหมดสแตนด์บายและแอปยังไม่คืนสถานะ ให้กดหยุด ออกจากแอป ถอดปลั๊ก และรอสักครู่

สร้างโปรไฟล์ใหม่เพิ่มจำนวนจอได้หรือไม่?

ไม่ได้ ต้องตรวจสอบหรือเปลี่ยนแพ็กเกจหากต้องการจำนวนจอเพิ่มจริง

ออกจากระบบทุกอุปกรณ์ช่วยได้หรือไม่?

ช่วยได้เมื่อไม่รู้ว่าเครื่องใดกำลังใช้งานหรือสงสัยว่าบัญชีถูกบุคคลอื่นใช้ แต่ทุกเครื่องจะต้องเข้าสู่ระบบใหม่

ดูหลายจอทำให้ภาพกระตุกหรือไม่?

อาจกระตุกได้หากอินเทอร์เน็ตมีความเร็วรวมไม่เพียงพอ แม้แพ็กเกจจะรองรับจำนวนจอครบก็ตาม

สรุป

เรื่องจำนวนอุปกรณ์ Disney+ ควรแยกออกเป็นสี่ส่วน

  1. จำนวนโปรไฟล์ ใช้แยกผู้ชม
  2. จำนวนอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ คือเครื่องที่จำบัญชีไว้
  3. จำนวนจอพร้อมกัน คือเครื่องที่กำลังเล่นวิดีโอ
  4. จำนวนอุปกรณ์ดาวน์โหลด คือเครื่องที่เก็บไฟล์ออฟไลน์

หากดูพร้อมกันไม่ได้ ให้ทำตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสอบแพ็กเกจ
  2. สอบถามสมาชิกที่กำลังรับชม
  3. หยุดวิดีโอบนอุปกรณ์อื่น
  4. ปิดแอปอย่างสมบูรณ์
  5. รอประมาณ 2–5 นาที
  6. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ
  7. ออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จัก
  8. เปลี่ยนรหัสผ่านหากพบความผิดปกติ
  9. รีสตาร์ต Disney+
  10. ออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
  11. พิจารณาเปลี่ยนแพ็กเกจเมื่อจำนวนจอไม่พอจริง

แพ็กเกจอาจรองรับจำนวนจอแตกต่างกันตามประเทศและช่วงเวลาที่สมัคร จึงควรตรวจสอบข้อมูลภายในบัญชีเป็นหลัก หากไม่มีสมาชิกในบ้านดูแต่ระบบยังแจ้งว่าจอเต็ม comsiam แนะนำให้ตรวจสอบรายการอุปกรณ์ ออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จัก และเปลี่ยนรหัสผ่านก่อนเพิ่มแพ็กเกจ