Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Webcam เปิดไม่ติดอาจเกิดได้ทั้งกล้องในโน้ตบุ๊กและกล้อง USB อาการที่พบบ่อยคือโปรแกรมแจ้งว่าไม่พบกล้อง หน้าจอเป็นสีดำ ไฟ Webcam ไม่ติด กล้องถูกปิดด้วยปุ่ม Privacy หรือใช้งานไม่ได้เฉพาะ Zoom, Microsoft Teams, Google Meet และเว็บเบราว์เซอร์
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากฝาปิดเลนส์ สวิตช์กล้อง พอร์ต USB สิทธิ์ความเป็นส่วนตัว การเลือกกล้องผิดตัว โปรแกรมอื่นกำลังใช้กล้อง หรือไดรเวอร์ทำงานผิดปกติ สามารถตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้ได้โดยไม่ต้องรีบซื้อ Webcam ใหม่
| อาการที่พบ | จุดที่ควรตรวจสอบก่อน |
|---|---|
| ไม่มีภาพและไฟ Webcam ไม่ติด | สวิตช์กล้อง สาย USB พอร์ต หรือไดรเวอร์ |
| ไฟติดแต่ภาพเป็นสีดำ | ฝาปิดเลนส์ แอปค้าง หรือเลือกกล้องผิด |
| Camera App ใช้ได้ แต่ Meet ใช้ไม่ได้ | สิทธิ์กล้องในเบราว์เซอร์ |
| ใช้ได้ใน Chrome แต่ Zoom ใช้ไม่ได้ | สิทธิ์ของแอปหรือการเลือกกล้อง |
| โปรแกรมแจ้ง Camera in Use | โปรแกรมอื่นกำลังใช้ Webcam |
| Windows แจ้ง NoCamerasAreAttached | ระบบตรวจไม่พบกล้องหรือไดรเวอร์ |
| ภาพขึ้นแล้วดับเป็นช่วง | สาย พอร์ต USB พลังงาน หรือไดรเวอร์ |
| กล้องหายหลังอัปเดตระบบ | ไดรเวอร์ไม่เข้ากันหรืออุปกรณ์ถูกปิด |
โน้ตบุ๊กและ Webcam รุ่นใหม่จำนวนมากมี Privacy Shutter สำหรับปิดเลนส์ รวมถึงปุ่มบนแป้นพิมพ์หรือสวิตช์ด้านข้างเครื่อง หากสวิตช์ถูกปิด ระบบอาจไม่พบกล้องหรือแสดงภาพกล้องที่มีเครื่องหมายขีดทับ
ให้ตรวจสอบบริเวณต่อไปนี้
หากปุ่มกล้องอยู่บนแป้นพิมพ์ อาจต้องกดร่วมกับปุ่ม Fn ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง
สำหรับ Webcam แบบ USB ให้ปิดโปรแกรมประชุมทั้งหมดก่อน จากนั้นถอดสาย รอประมาณ 10 วินาที แล้วเสียบกลับให้แน่น
ถ้ายังไม่ทำงาน ให้ลองดังนี้
หากกล้องใช้ได้กับเครื่องอื่น ปัญหาน่าจะอยู่ที่การตั้งค่า พอร์ต หรือไดรเวอร์ของคอมพิวเตอร์เครื่องเดิม หากใช้ไม่ได้ทุกเครื่อง อาจเป็นปัญหาที่สายหรือ Webcam
ก่อนแก้ Zoom, Teams หรือ Google Meet ควรตรวจว่าระบบปฏิบัติการเปิดกล้องได้หรือไม่
หาก Camera App แสดงภาพได้ แสดงว่า Webcam และไดรเวอร์ยังทำงาน ปัญหาน่าจะอยู่ที่สิทธิ์หรือการตั้งค่าของแอปประชุม
หาก Camera App ใช้ไม่ได้ทุกกรณี ให้ตรวจสิทธิ์ ไดรเวอร์ และการเชื่อมต่อในขั้นตอนต่อไป
Windows สามารถปิดการเข้าถึงกล้องทั้งระบบหรือจำกัดเฉพาะบางแอปได้ วิธีเปิดคือ
ขั้นตอนสุดท้ายสำคัญสำหรับเบราว์เซอร์และโปรแกรมเดสก์ท็อปหลายชนิด หากตัวเลือกเป็นสีเทา อุปกรณ์อาจถูกจำกัดโดยบัญชีผู้ดูแลระบบ นโยบายโรงเรียน หรือองค์กร
สำหรับ Windows 10 ให้ทำดังนี้
หลังเปลี่ยนสิทธิ์ ให้ปิดและเปิดแอปที่ต้องการใช้ใหม่ หรือรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์หนึ่งครั้ง
หากใช้ Mac และกล้องเปิดไม่ได้เฉพาะบางโปรแกรม ให้ตรวจสิทธิ์ดังนี้
หากมีการเปลี่ยนสิทธิ์ขณะโปรแกรมเปิดอยู่ โปรแกรมอาจยังไม่เห็นการตั้งค่าใหม่จนกว่าจะปิดและเปิดอีกครั้ง
สำหรับกล้อง USB ให้ตรวจสาย พอร์ต อะแดปเตอร์ USB-C และทดลองเชื่อมต่อโดยไม่ผ่าน Hub เพิ่มเติมด้วย
แม้ Windows หรือ macOS จะเปิดสิทธิ์แล้ว แต่เว็บไซต์ยังสามารถถูก Chrome บล็อกแยกต่างหากได้
วิธีตรวจสิทธิ์ของเว็บไซต์คือ
หากเคยกด Block โดยไม่ตั้งใจ ให้เข้า Chrome Settings แล้วเลือก Privacy and security > Site settings > Camera ตรวจว่าเว็บไซต์ไม่ได้อยู่ในรายการที่ถูกบล็อก
ถ้ามี Webcam หลายตัว ต้องตรวจด้วยว่า Chrome เลือกกล้องถูกเครื่อง ไม่ได้เลือก Virtual Camera หรือกล้องที่ถอดออกไปแล้ว
โดยทั่วไป Webcam หนึ่งตัวอาจไม่สามารถส่งภาพให้หลายโปรแกรมพร้อมกันได้ หาก Zoom กำลังใช้กล้องอยู่ โปรแกรมอื่นอาจแจ้ง Camera in Use หรือแสดงภาพดำ
ให้ปิดโปรแกรมเหล่านี้ทั้งหมดก่อน
ควรปิดจาก System Tray หรือ Task Manager ด้วย เพราะการกดปิดหน้าต่างอาจไม่ได้หยุดโปรแกรมทั้งหมด จากนั้นเปิดเพียงแอปเดียวแล้วทดสอบใหม่
คอมพิวเตอร์ที่มีทั้งกล้องในตัวและ Webcam USB อาจเลือกกล้องผิดเครื่อง โปรแกรมบางตัวอาจจำชื่อกล้องเดิมแม้ถอดอุปกรณ์ไปแล้ว
ให้เปิด Video Settings ของโปรแกรมแล้วตรวจรายการ Camera เช่น
เลือกกล้องจริงที่ต้องการใช้งาน หากยังไม่มีภาพ ให้สลับไปยังกล้องอื่นแล้วสลับกลับ การเลือก OBS Virtual Camera หรือกล้องเสมือนโดยไม่มีโปรแกรมส่งภาพเข้าไปจะทำให้หน้าจอเป็นสีดำได้
หาก Windows ไม่พบกล้อง ให้ตรวจสถานะอุปกรณ์ดังนี้
หากพบคำสั่ง Enable device แสดงว่ากล้องถูกปิดไว้ ให้เลือก Enable device แล้วทดสอบใหม่
ถ้ามีเครื่องหมายตกใจสีเหลือง ให้ตรวจรหัสข้อผิดพลาดใน Device status เพราะมักเกี่ยวข้องกับไดรเวอร์หรือการเริ่มทำงานของอุปกรณ์
ถ้า Device Manager ไม่มีชื่อ Webcam ให้ทำดังนี้
หากเป็น Webcam USB ให้ถอดออกก่อน เปิด Device Manager แล้วเสียบกลับเพื่อดูว่ารายการอุปกรณ์มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
กรณีกล้องในโน้ตบุ๊กหายไปทั้งหมด ควรตรวจปุ่ม Privacy สวิตช์กล้อง การตั้งค่า BIOS/UEFI และโปรแกรมจัดการอุปกรณ์จากผู้ผลิตเพิ่มเติม แต่ไม่ควรเปลี่ยนค่า BIOS ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ไดรเวอร์เก่า เสียหาย หรือไม่เข้ากับระบบอาจทำให้ Webcam เปิดไม่ติด วิธีอัปเดตผ่าน Windows คือ
ควรตรวจ Windows Update และ Optional updates เพิ่มเติม หากเป็นโน้ตบุ๊กหรือ Webcam ที่มีโปรแกรมเฉพาะ ให้ใช้ไดรเวอร์ตรงรุ่นจากผู้ผลิต
ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมรวมไดรเวอร์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจติดตั้งไดรเวอร์ผิดรุ่นหรือมีซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็น
Webcam ที่รองรับมาตรฐาน UVC จำนวนมากสามารถใช้ไดรเวอร์ USB Video Device ของ Windows ได้ หากไดรเวอร์จากผู้ผลิตมีปัญหา สามารถทดลองดังนี้
วิธีนี้ไม่เหมาะกับ Webcam ทุกรุ่น เพราะฟังก์ชันเฉพาะบางอย่างอาจต้องใช้ไดรเวอร์ของผู้ผลิต หากไม่มีตัวเลือกดังกล่าว ไม่ควรบังคับใช้ไดรเวอร์ที่ไม่ตรงรุ่น
หากอัปเดตแล้วยังไม่หาย สามารถให้ Windows ตรวจพบและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ได้
สำหรับโน้ตบุ๊กบางรุ่นควรดาวน์โหลดไดรเวอร์กล้องตรงรุ่นเตรียมไว้ก่อน การลบไดรเวอร์เฉพาะของผู้ผลิตอาจทำให้ฟังก์ชันบางอย่างหายจนกว่าจะติดตั้งกลับ
หาก Webcam เริ่มมีปัญหาหลังระบบหรือแอปเปลี่ยนเวอร์ชัน ควรตรวจอัปเดตของทั้งระบบปฏิบัติการ โปรแกรมประชุม และเฟิร์มแวร์ของ Webcam
หลังติดตั้งอัปเดต ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์จริงหนึ่งครั้ง ไม่ใช่เพียงปิดฝาโน้ตบุ๊กหรือใช้โหมด Sleep
ถ้าปัญหาเริ่มทันทีหลังอัปเดตไดรเวอร์ และปุ่ม Roll Back Driver ใน Device Manager สามารถกดได้ ให้ย้อนกลับไปใช้ไดรเวอร์ก่อนหน้าแล้วทดสอบ
โปรแกรม Antivirus หรือ Privacy Protection บางตัวมี Webcam Protection ซึ่งสามารถห้ามแอปเข้าถึงกล้องได้ ให้เปิดหน้าตั้งค่าของโปรแกรมแล้วตรวจหัวข้อ Webcam, Camera Protection หรือ Privacy
ควรเพิ่มแอปที่เชื่อถือได้ลงในรายการอนุญาตแทนการปิดระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด หากคอมพิวเตอร์เป็นของโรงเรียนหรือองค์กร ไม่ควรพยายามข้ามนโยบาย ควรให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบสิทธิ์
| รหัสหรือข้อความ | ความหมายโดยทั่วไป |
|---|---|
| 0xA00F4244 NoCamerasAreAttached | Windows ตรวจไม่พบกล้อง |
| 0xA00F4243 Camera in Use | โปรแกรมอื่นกำลังใช้กล้อง |
| 0x80070005 Access Denied | แอปไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง |
| 0xA00F4292 | กล้องถูกจำกัดด้วยสิทธิ์หรือนโยบาย |
| 0xA00F4294 | ระบบเริ่มแสดงวิดีโอไม่สำเร็จ |
| Code 10 ใน Device Manager | อุปกรณ์เริ่มทำงานไม่ได้ |
| Code 18 หรือ Code 31 | ควรติดตั้งไดรเวอร์ใหม่ |
รหัสเดียวกันอาจมีหลายสาเหตุ จึงควรตรวจสวิตช์กล้อง สิทธิ์ แอปที่กำลังใช้งาน และไดรเวอร์ตามลำดับ
ถ้าไฟ Webcam ติดแต่ไม่มีภาพ ให้ตรวจดังนี้
หากมีภาพใน Camera App แต่ดำเฉพาะโปรแกรมเดียว ปัญหาเกือบทั้งหมดจะอยู่ที่สิทธิ์ การเลือกกล้อง หรือการตั้งค่าภายในโปรแกรมนั้น
ให้ตรวจสิทธิ์กล้องทั้งสองระดับ ได้แก่ สิทธิ์ Camera ของ Windows หรือ macOS และสิทธิ์ Camera ของเว็บไซต์ในเบราว์เซอร์ หลังอนุญาตแล้วต้อง Refresh หน้า Meet และเลือกกล้องที่ถูกต้องจาก Settings > Video
หากยังไม่พบ ให้ปิดแท็บประชุมอื่น ปิด Zoom หรือ Teams แล้วเปิดเบราว์เซอร์ใหม่
Webcam ความละเอียดสูงอาจต้องการทั้งพลังงานและแบนด์วิดท์ USB มากขึ้น เมื่อเชื่อมต่อร่วมกับอุปกรณ์หลายชิ้นผ่าน Hub อาจเกิดภาพดับ คอมไม่พบกล้อง หรือการเชื่อมต่อหลุด
ให้ทดลองเสียบกล้องเข้าพอร์ตของคอมพิวเตอร์โดยตรง หากกลับมาใช้งานได้ แสดงว่า Hub สายต่อ หรือจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออาจเป็นสาเหตุ
ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะหน้าจอโน้ตบุ๊กหรือซ่อมสายกล้องภายในเอง เพราะบริเวณขอบจอมีสายสัญญาณและชิ้นส่วนที่เสียหายได้ง่าย
เริ่มจากเปิดฝาปิดเลนส์และสวิตช์กล้อง ถอดเสียบ Webcam ใหม่ แล้วทดสอบด้วย Camera App หาก Camera App ใช้ได้แต่โปรแกรมประชุมใช้ไม่ได้ ให้แก้สิทธิ์ Camera และเลือกกล้องให้ถูกตัว
ถ้าระบบไม่พบกล้อง ให้ตรวจ Device Manager เปิดใช้งานอุปกรณ์ สแกนหา Hardware และอัปเดตไดรเวอร์ หาก Webcam USB ใช้ได้กับเครื่องอื่นแต่ใช้ไม่ได้กับเครื่องเดิม ให้เน้นตรวจพอร์ต USB สิทธิ์ และไดรเวอร์ของเครื่องนั้น
แนวทางของ comsiam แนะนำให้ทดสอบทีละจุดตามลำดับ เพราะช่วยแยกได้ชัดเจนว่าปัญหาอยู่ที่ตัว Webcam ระบบปฏิบัติการ หรือแอปที่กำลังใช้งาน โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่จำเป็น
Webcam ที่รองรับมาตรฐาน UVC จำนวนมากสามารถใช้ไดรเวอร์ของระบบได้ทันที แต่ฟังก์ชันเฉพาะ เช่น การปรับภาพหรือความละเอียดบางค่า อาจต้องใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ผลิต
อาจมีแอป แท็บเบราว์เซอร์ หรือโปรแกรมเบื้องหลังกำลังใช้กล้อง ให้ตรวจโปรแกรมที่เปิดอยู่และสิทธิ์ Camera หากไม่ทราบสาเหตุ ให้ปิดแอปทั้งหมดหรือรีสตาร์ตเครื่อง
Chrome หรือเว็บไซต์อาจไม่ได้รับสิทธิ์ Camera ให้เปิด Site settings อนุญาตกล้อง Refresh หน้าเว็บ และตรวจว่าเลือก Webcam ถูกตัว
ตรวจ Optional updates อัปเดตไดรเวอร์จากผู้ผลิต และใช้ Roll Back Driver หากปัญหาเริ่มหลังติดตั้งไดรเวอร์ใหม่โดยตรง
ไม่จำเป็น พอร์ตเดิมอาจมีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อ พลังงาน หรือแบนด์วิดท์ ควรตรวจพอร์ต สาย และอุปกรณ์อื่นที่ใช้ USB ร่วมกัน
ตรวจปุ่ม Privacy, สวิตช์กล้อง และเลือก Show hidden devices พร้อม Scan for hardware changes หากยังไม่พบ ควรติดตั้งไดรเวอร์ตรงรุ่นหรือนำเครื่องไปตรวจฮาร์ดแวร์