Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าและเสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ vivo สามารถทำได้ผ่านเมนู Settings โดยผู้ใช้สามารถเลือกเสียงเรียกเข้าที่มีอยู่ในระบบ ใช้เพลง MP3 เป็นเสียงเรียกเข้า เปลี่ยนเสียงข้อความ และตั้งเสียงแจ้งเตือนให้แตกต่างกันตามความต้องการได้
วิธีเปลี่ยนเสียงเรียกเข้า vivo ให้เปิด Settings > Sounds & vibration > Phone ringtone จากนั้นเลือกเสียงที่ต้องการและยืนยันการตั้งค่า ส่วนเสียงแจ้งเตือนให้เข้า Notification ringtone หรือเมนูเสียงแจ้งเตือนที่รุ่นรองรับ
หากต้องการใช้เพลงส่วนตัวเป็นเสียงเรียกเข้า สามารถเลือก Custom ringtone หรือไฟล์เสียงจากเครื่องในรุ่นที่รองรับ โดยควรใช้ไฟล์เสียงรูปแบบที่ระบบยอมรับ เช่น MP3 หรือ WAV
ส่วนการตั้งเสียง LINE, Facebook, Messenger หรือ WhatsApp อาจต้องเข้าไปตั้งค่าการแจ้งเตือนของแต่ละแอป เพราะเสียงแจ้งเตือนของแอปอาจถูกกำหนดแยกจากเสียงแจ้งเตือนหลักของโทรศัพท์
บทความนี้จาก ComSiam จะอธิบายวิธีเปลี่ยนเสียงเรียกเข้า vivo อย่างละเอียด ตั้งแต่เสียงสายเข้า การใช้เพลง MP3 การตั้งเสียงสำหรับ SIM 1 และ SIM 2 เสียงเฉพาะรายชื่อ เสียงข้อความ การแจ้งเตือนแอป และวิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์ไม่ดังหรือเปลี่ยนเสียงแล้วไม่ทำงาน
เนื้อหาเหมาะสำหรับ vivo Y Series, V Series, X Series และรุ่นอื่น ๆ โดยชื่อเมนูอาจแตกต่างตาม Funtouch OS หรือระบบที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์
หากต้องการเปลี่ยนเสียงเวลามีสายโทรเข้า สามารถตั้งค่าจากเมนูเสียงและการสั่นได้โดยตรง
โดยทั่วไปการเลือกเสียงเรียกเข้าใหม่จะมีผลกับสายเรียกเข้าหลังตั้งค่าสำเร็จ แต่พฤติกรรมจริงขึ้นอยู่กับรุ่นและตัวเลือกเสียงที่กำหนดไว้
หากโทรศัพท์ใช้สองซิม อาจต้องตรวจสอบว่าได้เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าของซิมที่ต้องการแล้วหรือไม่
ตามคู่มือ Funtouch OS ของ vivo สามารถตั้งค่าเสียงเรียกเข้าและเสียงแจ้งเตือนได้ในเมนู Sounds & vibration
Settings > Sounds & vibration > Phone ringtone
สำหรับบางรุ่นอาจพบเมนูแยกดังนี้
ชื่อเมนูและตำแหน่งอาจแตกต่างตามเวอร์ชันระบบ จึงควรค้นหาจากฟังก์ชันแทนการยึดตำแหน่งเมนูเพียงแบบเดียว
โทรศัพท์ vivo หลายรุ่นรองรับการใช้ไฟล์เสียงส่วนตัวเป็นเสียงเรียกเข้า
ไม่สามารถสรุปว่าเลือกเพลงจากบริการสตรีมมิงมาตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าโดยตรงได้
เพลงที่ดาวน์โหลดเพื่อฟังแบบออฟไลน์ภายในแอปสตรีมมิงอาจไม่ใช่ไฟล์เสียงทั่วไปที่ระบบอนุญาตให้เลือกเป็นริงโทน
ควรใช้ไฟล์เสียงที่มีสิทธิ์ใช้งานและจัดเก็บในรูปแบบที่โทรศัพท์รองรับ
หากเลือก Custom ringtone แล้วไม่พบเพลง อาจเกิดจากรูปแบบไฟล์ ตำแหน่งจัดเก็บ หรือข้อจำกัดของระบบ
ฝ่ายสนับสนุน vivo ระบุการใช้ไฟล์ MP3 หรือ WAV สำหรับเสียงเรียกเข้าแบบกำหนดเองในบางเวอร์ชัน
อย่างไรก็ตาม ความสามารถรองรับไฟล์อาจแตกต่างตามระบบและรุ่น
ไม่จำเป็น
การเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ไม่ได้แปลงรูปแบบเสียงภายใน หากไฟล์ไม่ใช่ MP3 จริง ระบบอาจยังเปิดไม่ได้
ควรใช้ไฟล์เสียงที่เข้ารหัสในรูปแบบถูกต้อง
หากต้องการใช้เฉพาะท่อนเพลงที่ชอบ สามารถเตรียมไฟล์เสียงสั้น ๆ ก่อนนำมาตั้งเป็นริงโทน
ไม่มีความยาวเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่ควรเลือกช่วงที่ฟังแล้วจดจำได้ง่าย และเริ่มต้นชัดเจนเพื่อให้ได้ยินเมื่อมีสายเข้า
หากไฟล์ยาวมาก โทรศัพท์อาจเล่นเฉพาะช่วงที่มีสายเรียกเข้าโดยไม่สามารถฟังเพลงได้จนจบ
ผู้ใช้ vivo ที่ใส่สองซิมอาจต้องการใช้เสียงเรียกเข้าต่างกัน เพื่อแยกระหว่างเบอร์ส่วนตัวกับเบอร์ทำงาน
ไม่สามารถรับประกันได้
ความสามารถนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและระบบโทรศัพท์ที่ใช้ บางรุ่นอาจไม่มีตัวเลือกกำหนดเสียงแยกซิมในเมนูเดียวกัน
หากไม่พบ ควรตรวจสอบคู่มือเฉพาะรุ่น
หากต้องการให้เสียงเรียกเข้าของคนในครอบครัว ลูกค้า หรือเพื่อนสนิทแตกต่างจากสายอื่น สามารถตรวจสอบฟังก์ชัน Custom ringtone ภายในแอปรายชื่อ
อาจเกี่ยวข้องกับแอป Contacts ที่ใช้ ประเภทบัญชี หรือความสามารถของระบบ
โทรศัพท์ vivo บางรุ่นรองรับการตั้งเสียงเฉพาะรายชื่อ แต่ไม่ควรสรุปว่าทุกเครื่องมีเมนูเหมือนกัน
หากระบบรองรับ สามารถตั้งเสียงเฉพาะรายชื่อสำคัญ เช่น ลูกค้าประจำหรือสมาชิกครอบครัว เพื่อช่วยแยกประเภทสายเข้าได้
เสียงแจ้งเตือนใช้เมื่อระบบหรือแอปส่ง Notification ตามการตั้งค่าที่อนุญาต
ไม่จำเป็น
บางแอปมีเสียงแจ้งเตือนที่กำหนดแยกไว้ในแอปหรือ Notification channel ของ Android
ดังนั้น การเปลี่ยน Notification ringtone หลักอาจไม่มีผลกับบางแอป
โทรศัพท์บางรุ่นอนุญาตให้เลือกไฟล์เสียงจากเครื่องเป็น Notification ringtone
ขึ้นอยู่กับความสามารถของ Funtouch OS
ฝ่ายสนับสนุน vivo ระบุว่าระบบ Funtouch OS บางเวอร์ชันเก่ามีข้อจำกัดในการตั้งเสียงแจ้งเตือน
หากไม่มีตัวเลือก Custom ringtone ควรตรวจสอบรุ่นและเวอร์ชันระบบก่อน
บางรุ่นรองรับ Message ringtone แยกจาก Notification ringtone หลัก
ให้ตรวจสอบการตั้งค่าภายในแอป Messages และหมวดการแจ้งเตือนของแอป
บน Android บางเวอร์ชันสามารถกำหนดเสียงผ่าน Notification categories หรือช่องการแจ้งเตือนของแอปได้
LINE อาจมีระบบกำหนดเสียงแจ้งเตือนของตัวเอง ทำให้การเปลี่ยนเสียงหลักใน Settings ไม่ส่งผลต่อ LINE ทุกกรณี
ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน LINE และระบบปฏิบัติการ
ไม่ควรสรุปว่าทุกรุ่นสามารถตั้งเสียงต่างกันทุกห้องแชตได้ เพราะ Android และแอปอาจมีข้อจำกัดด้าน Notification channels
Facebook อาจใช้การตั้งค่าแจ้งเตือนของแอปและ Android ร่วมกัน
อาจเป็นเพราะแอปกำหนดพฤติกรรมของการแจ้งเตือนเองหรือไม่ได้เปิดให้เลือกเสียงแยกทุกประเภท
ควรตรวจสอบการตั้งค่าในแอป Facebook และเวอร์ชันที่ติดตั้งด้วย
Messenger อาจมีการตั้งค่าเสียงแยกจาก Facebook และเสียงแจ้งเตือนหลักของโทรศัพท์
อาจเกิดจากการตั้งค่าภายในแอปกำหนดเสียงไว้ หรือเสียงของ Notification channel ยังไม่ได้เปลี่ยน
ควรตรวจสอบทั้งสองตำแหน่งโดยไม่จำเป็นต้องลบแอปก่อน
WhatsApp มีการตั้งค่าแจ้งเตือนข้อความและกลุ่มตามความสามารถของแอป
WhatsApp บางเวอร์ชันรองรับ Custom notifications สำหรับแชตหรือรายชื่อบางประเภท
ควรตรวจสอบข้อมูลการตั้งค่าในแอปที่ติดตั้งจริง เพราะตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน
เสียงนาฬิกาปลุกแยกจากเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์และเสียงแจ้งเตือนทั่วไป
เพราะเสียงนาฬิกาปลุกอาจมีการตั้งค่าแยกต่างหาก ไม่ได้ใช้เสียงเรียกเข้าสำหรับสายโทรเข้า
การเลือกริงโทนถูกต้องไม่ได้รับประกันว่าจะได้ยินเสียง หากระดับเสียงถูกตั้งไว้ต่ำเกินไป
ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของรุ่น
คู่มือ vivo ระบุว่าบางรุ่นสามารถกำหนดได้ว่าปุ่มระดับเสียงจะใช้ปรับ Media volume หรือ Ringtone volume
หากกดเพิ่มเสียงแล้วเสียงเรียกเข้ายังเบา ควรตรวจสอบแถบระดับเสียงริงโทนใน Settings โดยตรง
หากเลือกเสียงเรียกเข้าใหม่แล้ว แต่มีสายเข้าและโทรศัพท์ไม่ส่งเสียง ควรตรวจสอบสถานะเสียงก่อน
หากเสียงเรียกเข้าที่มากับระบบยังไม่ดัง ควรตรวจสอบลำโพงและการตั้งค่าเสียงเพิ่มเติม
โทรศัพท์ vivo มีการตั้งค่าเสียงที่อาจส่งผลต่อสายเรียกเข้าและการแจ้งเตือน
ไม่จำเป็น
โหมดสั่นอาจปิดเสียงเรียกเข้าแต่ให้เครื่องสั่น ส่วนโหมดเงียบอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการสั่นแตกต่างกันตามการตั้งค่า
ควรตรวจสอบทั้ง Sound mode และ Vibrate for incoming calls
Do Not Disturb หรือห้ามรบกวน สามารถจำกัดเสียงสายเข้าและการแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้กำหนด
อาจมีตารางเวลาอัตโนมัติหรือกฎการทำงานที่ตั้งไว้
ควรตรวจสอบ Schedule ภายใน Do Not Disturb และแก้ไขตามความต้องการ
หากเสียงเรียกเข้าเบากว่าปกติ อาจเกิดจากระดับเสียง การตั้งค่าระบบ หรือการทำงานของลำโพง
อาจมีปัญหาเกี่ยวกับลำโพงหรือส่วนประกอบเสียง
ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ โดยไม่ใช้เข็มหรือของมีคมแหย่ช่องลำโพงเพื่อทำความสะอาด
หากโทรศัพท์ส่งเสียงแจ้งเตือนโดยไม่ทราบแหล่งที่มา สามารถใช้ประวัติการแจ้งเตือนและการตั้งค่าของแต่ละแอปช่วยตรวจสอบ
ไม่ควร
ควรปรับเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น เพราะบางแอปอาจส่งข้อมูลสำคัญ เช่น การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยหรือการทำธุรกรรม
Android บางเวอร์ชันรองรับการตั้งค่าเสียงตาม Notification categories หรือช่องการแจ้งเตือนของแอป
อาจทำได้ในรุ่นและเวอร์ชันของแอปที่รองรับการกำหนดเสียงตามหมวดแจ้งเตือน
หากแอปมีการตั้งค่าเสียงของตัวเอง ควรตรวจสอบภายในแอปด้วย
| ต้องการตั้งค่า | เมนูที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| เสียงสายโทรเข้า | Sounds & vibration > Phone ringtone |
| เพลง MP3 เป็นริงโทน | Phone ringtone > Custom ringtone |
| เสียงแจ้งเตือนหลัก | Notification ringtone |
| เสียง SMS | Message ringtone หรือ Messages notifications |
| เสียง SIM 1 และ SIM 2 | Phone ringtone หากมีตัวเลือกแยกซิม |
| เสียงเฉพาะรายชื่อ | Contacts > Ringtone หากรองรับ |
| เสียง LINE | LINE Notifications / Android App notifications |
| เสียง Facebook | Facebook Notifications |
| เสียง Messenger | Messenger Notifications & sounds |
| เสียง WhatsApp | WhatsApp > Settings > Notifications |
| เสียงนาฬิกาปลุก | Clock > Alarm หรือ Alarm ringtone |
| ปรับระดับเสียง | Sounds & vibration > Volume |
| โหมดสั่น | Vibrate for incoming calls |
| ปิดห้ามรบกวน | Sounds & vibration > Do Not Disturb |
| เสียงไม่ดัง | ตรวจสอบโหมดเสียง ระดับเสียง และลำโพง |
เปิด Settings > Sounds & vibration > Phone ringtone แล้วเลือกเสียงที่ต้องการ
ได้ในรุ่นที่รองรับ Custom ringtone โดยเลือกไฟล์ MP3 จากพื้นที่จัดเก็บของโทรศัพท์
ไม่สามารถใช้ลิงก์ YouTube เป็นเสียงเรียกเข้าโดยตรงตามวิธีทั่วไป ต้องใช้ไฟล์เสียงที่ระบบรองรับและมีสิทธิ์ใช้งานอย่างถูกต้อง
เปิด Settings > Sounds & vibration > Notification ringtone จากนั้นเลือกเสียงตามตัวเลือกที่มี
ตรวจสอบ LINE > Settings > Notifications และการตั้งค่าแอปใน Settings > Apps > LINE > Notifications
ตรวจสอบ Notifications & sounds ใน Messenger และหมวดการแจ้งเตือนของ Android
บางรุ่นรองรับการตั้ง Ringtone ภายใน Contacts แต่ตำแหน่งเมนูและความสามารถอาจแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับรุ่น ควรตรวจสอบตัวเลือก SIM 1 และ SIM 2 ใน Phone ringtone
เปิดแอป Clock แล้วเลือก Alarm ที่ต้องการ จากนั้นเปลี่ยนเสียงปลุก หรือใช้ Alarm ringtone ใน Settings หากมี
ตรวจสอบ Silent mode, Vibrate mode, Do Not Disturb และ Ringtone volume แล้วทดลองใช้ริงโทนที่มากับระบบ
อาจเกิดจากแอปหรือบริการเบื้องหลังที่ส่งการแจ้งเตือน ควรตรวจสอบ Notification history หากระบบรองรับ
บางรุ่นและแอปรองรับการตั้งผ่าน Notification categories หรือการตั้งค่าภายในแอป
อาจเกิดจากไฟล์เสียงถูกย้ายหรือลบ การตั้งค่าไม่สำเร็จ หรือมีเสียงเฉพาะซิมหรือรายชื่อที่กำหนดไว้ ควรตรวจสอบแต่ละส่วน
แอปบางประเภทจัดการเสียงผ่านการตั้งค่าของตัวเอง
อาจทำให้ระบบไม่สามารถเรียกใช้ไฟล์เสียงนั้นได้ตามปกติ
ระดับเสียงสื่อและเสียงเรียกเข้าอาจถูกควบคุมแยกกัน
อาจทำให้สายเรียกเข้าและการแจ้งเตือนไม่ส่งเสียงตามที่คาดหวัง
ไฟล์อาจไม่ปรากฏในรายการหรือไม่สามารถเล่นได้
การฟังตัวอย่างเสียงไม่ได้ยืนยันว่าการตั้งค่าของซิมและรายชื่อทำงานตรงตามที่ต้องการ
แอปบางประเภทอาจขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลจำนวนมากเกินความจำเป็น
หากต้องการเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ vivo ให้เปิด Settings > Sounds & vibration > Phone ringtone จากนั้นเลือกเสียงที่มีอยู่ในระบบหรือใช้ Custom ringtone หากรุ่นรองรับ
สำหรับการเปลี่ยนเสียงแจ้งเตือน ให้เข้า Notification ringtone และเลือกเสียงที่ต้องการ ส่วนเสียง LINE, Messenger, Facebook และ WhatsApp ควรตรวจสอบการตั้งค่าของแต่ละแอปและ Notification categories ร่วมด้วย
หากต้องการใช้เพลง MP3 เป็นเสียงเรียกเข้า ต้องมีไฟล์เสียงที่ระบบรองรับอยู่ในโทรศัพท์ ส่วนการตั้งเสียงแยกซิมหรือเสียงเฉพาะรายชื่อขึ้นอยู่กับฟังก์ชันของรุ่นและแอปโทรศัพท์
หากเปลี่ยนเสียงแล้วไม่ดัง ควรตรวจสอบ Silent mode, Do Not Disturb, Ringtone volume และทดลองใช้เสียงเรียกเข้าที่ติดตั้งมากับระบบก่อน
ComSiam แนะนำให้แยกเสียงสายโทรเข้า เสียงแจ้งเตือน และเสียงนาฬิกาปลุกให้ชัดเจน พร้อมทดสอบหลังตั้งค่า เพื่อให้ไม่พลาดสายสำคัญและสามารถจัดการการแจ้งเตือนในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง