Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การทำให้เสียงออกหูฟัง Bluetooth และลำโพงทีวีพร้อมกัน ต้องเปิด Multi-output Audio, Simultaneous Audio Output หรือ Use Multiple Speakers บน Smart TV หากทีวีไม่รองรับ สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Audio Pass-through หรือใช้ช่องเสียงออกภายนอก โดยความสามารถจะแตกต่างกันตามรุ่นของทีวี
หลังเปิดเสียงพร้อมกันแล้ว ควรปรับระดับเสียงของหูฟังและลำโพงแยกกัน หากได้ยินเสียงซ้อนหรือเสียงสะท้อน ให้เปิด A/V Sync หรือลดความหน่วงของ Bluetooth
ทำได้เฉพาะทีวีที่รองรับการส่งเสียงหลายช่องทางพร้อมกัน โดยชื่อคุณสมบัติอาจแตกต่างกัน เช่น
ทีวีบางรุ่นเปิดคุณสมบัตินี้ไว้ในเมนูการช่วยการเข้าถึง เพราะออกแบบมาให้ผู้ใช้คนหนึ่งฟังเสียงผ่านหูฟังในระดับที่ต้องการ ขณะที่คนอื่นยังฟังจากลำโพงทีวีได้ตามปกติ
สองคุณสมบัตินี้อาจถูกเรียกคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันเสมอไป
โดยทั่วไปหมายถึงการส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ต่างชนิดพร้อมกัน เช่น ลำโพงทีวีกับหูฟัง Bluetooth
มักหมายถึงการส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ Bluetooth สองเครื่อง เช่น หูฟังสองตัวหรือลำโพงสองตัว
ชื่อและความสามารถจริงขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและรุ่นของทีวี จึงต้องอ่านคำอธิบายที่ปรากฏในเมนูเพิ่มเติม
เข้าไปที่:
การตั้งค่า > เสียง > เสียงออก
จากนั้นค้นหาตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ลำโพงหลายตัว
หากไม่พบ ให้ตรวจสอบใน:
หากมีเพียงตัวเลือกให้เลือกระหว่าง TV Speaker, Bluetooth และ HDMI ARC แสดงว่าทีวีอาจส่งเสียงออกได้ครั้งละช่องทางเดียว
ก่อนเปิด Multi-output Audio ต้องจับคู่หูฟังให้สำเร็จ
หากเชื่อมต่อแล้วไม่มีเสียง ให้เลือกชื่อหูฟังจาก Sound Output และทดลองตั้ง Digital Audio Output เป็น PCM
เมื่อหูฟังเชื่อมต่อแล้ว ให้เปิดเมนูเสียงหลายช่องทาง
ขั้นตอนทั่วไป:
หลังเปิดแล้ว เสียงควรออกจากทั้งลำโพงทีวีและหูฟัง Bluetooth
หากทีวีสลับกลับมาใช้เพียงอุปกรณ์เดียว ให้รีสตาร์ตทีวีและเปิด Multi-output Audio อีกครั้ง
Smart TV บางรุ่นไม่มีคำว่า Multi-output Audio แต่มีตัวเลือกให้เลือกลำโพงหลายชุดในหน้า Sound Output
ชื่อเมนูอาจเป็น:
เลือกเครื่องหมายถูกหน้าลำโพงทีวีและหูฟัง Bluetooth จากนั้นกดยืนยัน
หากมี Soundbar เชื่อมต่ออยู่ อาจต้องตัดการเชื่อมต่อ Soundbar ก่อน เพราะทีวีบางรุ่นไม่สามารถใช้ลำโพงทีวี Bluetooth และ HDMI ARC พร้อมกันทั้งหมดได้
ระบบ Multi-output Audio มักแยกการควบคุมเสียงเป็นสองส่วน
ทีวีบางรุ่นมีเมนู Bluetooth Device Volume ให้ปรับจากหน้าจอ
วิธีตั้งค่าอย่างเหมาะสม:
ระบบนี้เหมาะเมื่อผู้ชมแต่ละคนต้องการระดับเสียงไม่เท่ากัน
เสียง Bluetooth ต้องผ่านการเข้ารหัสและส่งแบบไร้สาย จึงมักช้ากว่าลำโพงทีวีเล็กน้อย เมื่อเปิดพร้อมกันอาจได้ยินเป็นเสียงซ้อนหรือเสียงสะท้อน
ค้นหาเมนูต่อไปนี้:
เริ่มจากตั้งเป็น Auto หากยังได้ยินเสียงซ้อน ให้ปรับค่าทีละน้อยและทดสอบกับฉากที่มีบทสนทนาชัดเจน
ทีวีบางรุ่นไม่สามารถทำให้ลำโพงภายในกับหูฟัง Bluetooth ตรงกันอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากความหน่วงของหูฟังแต่ละรุ่นแตกต่างกัน
หากเปิด Multi-output Audio แล้วเสียงหายจากอุปกรณ์หนึ่ง หรือเสียงเกิดอาการผิดปกติ ให้เปลี่ยนรูปแบบเสียงเป็น PCM
ไปที่:
การตั้งค่า > เสียง > การตั้งค่าขั้นสูง > Digital Audio Output > PCM
PCM เป็นเสียงที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์สเตอริโอจำนวนมากและช่วยลดปัญหาการแปลงเสียง
หากกลับไปใช้ Soundbar แบบ Dolby Atmos อาจต้องเปลี่ยนรูปแบบเสียงกลับเป็น Auto, Bitstream หรือ Pass-through ตามอุปกรณ์
Soundbar ที่เชื่อมต่อผ่าน HDMI ARC หรือ eARC อาจได้รับลำดับความสำคัญเหนือ Bluetooth และลำโพงทีวี
หากเปิด Multi-output Audio ไม่ได้ ให้ทดลอง:
ถ้าทำได้หลังปิด Soundbar แสดงว่าทีวีมีข้อจำกัดในการส่งเสียงหลายระบบพร้อมกัน
ทีวีบางรุ่นสามารถเปิดลำโพงภายในพร้อมช่อง Headphone Out ได้ แต่บางรุ่นจะปิดลำโพงทันทีเมื่อเสียบสาย
ให้ตรวจสอบเมนู:
หากมีตัวเลือก Headphone and Speaker ให้เปิดใช้งาน แล้วต่อหูฟังแบบมีสายหรือ Bluetooth Transmitter ผ่านช่อง 3.5 มิลลิเมตร
ถ้าไม่มีตัวเลือกและลำโพงทีวีดับทันทีเมื่อเสียบสาย แสดงว่ารุ่นนั้นอาจไม่รองรับเสียงพร้อมกันผ่านช่องนี้
ถ้าทีวีไม่รองรับ Multi-output Audio สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Pass-through เพื่อส่งเสียงไปยังหูฟังและส่งต่อไปยังลำโพงหรือ Soundbar
คุณสมบัติที่ควรมองหา ได้แก่
ตัวอย่างการเชื่อมต่อ:
ทีวี > สาย Optical > Bluetooth Transmitter > สาย Optical > Soundbar
Transmitter จะส่งเสียง Bluetooth ไปยังหูฟัง พร้อมส่งสัญญาณผ่านสายไปยัง Soundbar
ก่อนเลือกใช้ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับการส่งเสียงพร้อมกันจริง ไม่ใช่เพียงสลับระหว่าง Bluetooth กับ Pass-through
Optical Splitter สามารถแบ่งสัญญาณเสียงจากทีวีไปยังสองอุปกรณ์ เช่น Soundbar และ Bluetooth Transmitter แต่จะไม่ทำให้ลำโพงภายในทีวีเปิดพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
แนวทางการเชื่อมต่อ:
วิธีนี้เหมาะกับการใช้ Soundbar และหูฟังพร้อมกัน มากกว่าการใช้ลำโพงภายในทีวีและหูฟัง
หากเปิด Multi-output Audio แล้วไม่มีเสียงจากอุปกรณ์หนึ่ง ให้ทำตามลำดับนี้
หากตัวเลือก Multi-output Audio เป็นสีเทา อาจมีอุปกรณ์หรือโหมดเสียงอื่นที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น HDMI eARC, Dolby Atmos หรือ Soundbar บางประเภท
สาเหตุหลักคือเส้นทางเสียงไม่เหมือนกัน
ลำโพงทีวีได้รับสัญญาณจากระบบภายในโดยตรง แต่หูฟัง Bluetooth ต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มเติม ได้แก่
ความล่าช้าแม้เพียงเล็กน้อยจะได้ยินชัดเมื่อเปิดลำโพงทีวีพร้อมกัน จึงเกิดเสียงคล้ายเสียงก้องหรือเสียงสะท้อน
หากยังมีเสียงสะท้อนชัดเจน อาจต้องเลือกใช้เสียงเพียงช่องทางเดียว เพราะทีวีบางรุ่นไม่มีระบบชดเชยความหน่วงแยกสำหรับ Bluetooth
| สิ่งที่ต้องการ | วิธีที่ควรใช้ |
|---|---|
| ลำโพงทีวีกับหูฟัง Bluetooth | เปิด Multi-output Audio |
| ลำโพงทีวีกับหูฟังแบบมีสาย | เปิด Headphone and Speaker ถ้ามี |
| Soundbar กับหูฟัง Bluetooth | ใช้ Transmitter แบบ Pass-through |
| Soundbar กับ Transmitter ผ่าน Optical | ใช้ Optical Splitter หรือ Pass-through |
| ต้องการปรับเสียงแยกกัน | ใช้ปุ่มหูฟังและรีโมตทีวี |
| ได้ยินเสียงสะท้อน | เปิด A/V Sync และใช้ PCM |
| ทีวีส่งเสียงได้ครั้งละช่องทางเดียว | ใช้อุปกรณ์แบ่งสัญญาณภายนอก |
ทีวีอาจตั้งให้ส่งเสียงออกเพียงอุปกรณ์เดียว ให้ค้นหา Multi-output Audio หรือ TV Speaker + Bluetooth หากไม่มี แสดงว่ารุ่นนั้นอาจไม่รองรับโดยตรง
โดยทั่วไปรีโมตควบคุมลำโพงทีวี ส่วนปุ่มบนหูฟังควบคุม Bluetooth แต่ทีวีบางรุ่นมีเมนูปรับแยกบนหน้าจอ
เสียง Bluetooth เดินทางช้ากว่าเสียงจากลำโพงทีวี ให้เปิด A/V Sync เปลี่ยนเป็น PCM และปิดเอฟเฟกต์เสียงที่ไม่จำเป็น
ขึ้นอยู่กับทีวี หากไม่รองรับ สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Optical Pass-through หรือใช้อุปกรณ์แบ่งสัญญาณที่เหมาะสม
ทีวีหลายรุ่นอาจลดรูปแบบเสียงเป็นสเตอริโอหรือปิด Dolby Atmos เมื่อส่งเสียงผ่าน Bluetooth ต้องตรวจสอบข้อจำกัดของรุ่นนั้น
การทำให้เสียงออกหูฟัง Bluetooth และลำโพงทีวีพร้อมกัน ให้ค้นหา Multi-output Audio, Simultaneous Audio Output หรือ TV Speaker + Bluetooth ในเมนูเสียงและการช่วยการเข้าถึง จากนั้นเลือกหูฟังพร้อมลำโพงทีวีและปรับระดับเสียงแยกกัน
หากทีวีไม่รองรับ สามารถใช้ Bluetooth Transmitter ที่มี Audio Pass-through หรืออุปกรณ์แบ่งสัญญาณตามช่องเสียงที่ทีวีมี เมื่อเกิดเสียงซ้อน ให้เปิด A/V Sync ใช้ PCM และปิดระบบประมวลผลเสียงที่ไม่จำเป็น
comsiam แนะนำให้ตรวจสอบคุณสมบัติของทีวีก่อนซื้ออุปกรณ์เสริม เพราะคำว่า Multi-output Audio และ Dual Audio อาจมีความหมายต่างกันในแต่ละรุ่น การเลือกวิธีให้ตรงกับลำโพงทีวี Soundbar หรือหูฟังที่ต้องการใช้ จะช่วยลดปัญหาไม่มีเสียงและเสียงไม่ตรงกัน