มือถืออัปเดตค้างที่กำลังดาวน์โหลด แก้อย่างไร? Android และ iPhone Download Update ไม่ไปต่อ

มือถือขึ้น กำลังดาวน์โหลดอัปเดต แต่เปอร์เซ็นต์ไม่ขยับ ดาวน์โหลดช้ามาก ค้างที่ 0% หรือ Download Update ไม่เสร็จ สามารถเกิดได้ทั้ง Android และ iPhone และไม่ได้หมายความว่าระบบมือถือเสียเสมอไป

สาเหตุที่ควรตรวจเป็นอันดับแรกคือ Wi-Fi ไม่เสถียร, พื้นที่จัดเก็บไม่พอ, ไฟล์ Update มีขนาดใหญ่, แบตเตอรี่ไม่พร้อม หรือไฟล์ Update ที่ดาวน์โหลดไว้มีปัญหา

Google ระบุว่า Android Update อาจมีขนาดใหญ่และใช้เวลาพอสมควร จึงแนะนำให้เชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 75% ก่อนอัปเดต หากการดาวน์โหลด Update เริ่มแล้วแต่ไม่เสร็จ Android สามารถพยายามดาวน์โหลดใหม่อีกครั้งโดยอัตโนมัติในช่วงวันถัดไปได้

สำหรับ iPhone Apple ระบุว่าเวลา Download ขึ้นอยู่กับ ขนาดของ Update และความเร็วอินเทอร์เน็ต พร้อมแนะนำให้ใช้ Wi-Fi และหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด Content อื่นพร้อมกัน

บทความนี้ comsiam จะพาแยกว่าอาการไหนคือ “กำลังดาวน์โหลดช้า” และอาการไหนมีแนวโน้มว่าค้างจริง พร้อมวิธีแก้โดยไม่ต้อง Factory Reset เครื่องทันที

① ดาวน์โหลดช้ากับดาวน์โหลดค้างต่างกันอย่างไร?

ถ้าเปอร์เซ็นต์ยังเพิ่ม เช่น

10% → 11% → 12%

แม้จะช้ามาก แสดงว่าการดาวน์โหลดยังทำงานอยู่

แต่ถ้า

  • เปอร์เซ็นต์ไม่เปลี่ยนนานมาก
  • Download Failed ซ้ำ
  • ขึ้น Unable to Download
  • หลุดแล้วเริ่มใหม่ตลอด
  • ระบบแจ้งพื้นที่ไม่พอ
  • ติดต่อ Update Server ไม่ได้

ควรเริ่มตรวจปัญหาเพิ่มเติม

Apple ระบุว่า Update อาจใช้เวลานานตามขนาดไฟล์และความเร็วอินเทอร์เน็ต ดังนั้น “ช้า” เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานว่า Update เสีย

② อย่า Factory Reset เครื่องเป็นวิธีแรก

ถ้า Update ค้างตอนกำลัง Download ยังไม่ควรรีบ

  • Factory Reset
  • ล้างข้อมูลทั้งหมด
  • Flash Firmware
  • Downgrade
  • ลบ Account

เพราะปัญหายังอยู่เพียงขั้น ดาวน์โหลดไฟล์ Update

ให้แก้

อินเทอร์เน็ต → พื้นที่ → แบตเตอรี่ → ไฟล์ Update

ก่อน

③ Restart มือถือหนึ่งครั้ง

ถ้า Download ดูเหมือนหยุดจริง สามารถ Restart เครื่องแล้วกลับไปตรวจ Software Update ใหม่ได้

หลัง Restart ให้

  1. ต่อ Wi-Fi
  2. เสียบชาร์จ
  3. รอระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  4. เปิด Software Update
  5. ตรวจสถานะเดิม

Android สามารถตรวจสถานะ Update ได้จาก Settings และทำตามขั้นตอนที่ระบบแสดง

④ Android เข้าเช็ก Update ที่ไหน?

Android ทั่วไปเข้า

Settings > System > Software updates

หรือชื่อใกล้เคียงตามผู้ผลิต

Google ระบุว่าสามารถเปิด Settings > System > Software updates เพื่อตรวจสถานะ Update และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอได้

ใน Pixel อาจแสดงชื่อเมนูแตกต่างเล็กน้อย

⑤ Android ควรใช้ Wi-Fi

Google ระบุว่า Android Updates สามารถมีขนาดใหญ่และใช้เวลาได้ จึงแนะนำให้ เชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อน Update

หากกำลังใช้ Wi-Fi ที่

  • สัญญาณอ่อน
  • หลุดบ่อย
  • Router อยู่ไกล
  • อินเทอร์เน็ตมีปัญหา

ให้ย้ายไปจุดที่สัญญาณดีขึ้นหรือใช้เครือข่าย Wi-Fi อื่นที่เชื่อถือได้

⑥ Android ควรมีแบตอย่างน้อยประมาณ 75%

Google แนะนำให้ชาร์จ Android ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 75% ก่อนเริ่ม Update

เพื่อความสะดวกสามารถเสียบชาร์จไว้ระหว่างดาวน์โหลด

โดยเฉพาะ Update ขนาดใหญ่ที่ใช้เวลานาน

⑦ Android ดาวน์โหลด Update ไม่เสร็จ ระบบอาจลองใหม่เอง

จุดนี้ผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้

Google ระบุว่า หาก Update เริ่ม Download แล้วไม่เสร็จ อุปกรณ์สามารถ พยายามดาวน์โหลดใหม่อัตโนมัติในช่วงวันถัด ๆ ไป และจะแจ้ง Notification เมื่อมีการลองใหม่

ดังนั้น Download Fail หนึ่งครั้งไม่ได้หมายความว่าต้อง Factory Reset

⑧ Android ค้าง 0% ให้ตรวจอินเทอร์เน็ตก่อน

หากขึ้น

Downloading update 0%

เป็นเวลานาน ให้ทดสอบอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีง่าย ๆ

  • เปิดเว็บไซต์
  • เปิดวิดีโอสั้น
  • ทดสอบ Wi-Fi
  • ลองเครือข่ายอื่น

หากอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ Update ก็ไม่สามารถ Download ต่อได้ตามปกติ

Google ระบุว่าสามารถเปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi ผ่าน Settings > Network & internet > Internet ได้

⑨ ลอง Disconnect แล้วต่อ Wi-Fi ใหม่

Android สามารถตัดการเชื่อมต่อ Wi-Fi และเชื่อมใหม่ผ่านหน้า Internet Settings ได้

หาก Update ค้างเพราะ Connection ชั่วคราว ให้ลอง

  1. ปิด Wi-Fi
  2. เปิดใหม่
  3. เชื่อม Network เดิม
  4. กลับไป Software Update

ไม่ต้อง Factory Reset เครื่อง

⑩ ลอง Wi-Fi อื่น

ถ้ามี Wi-Fi อื่นที่เชื่อถือได้ สามารถทดลองเปลี่ยน Network

โดยเฉพาะหาก Wi-Fi เดิม

  • เข้าเว็บช้า
  • หลุดบ่อย
  • มี Captive Portal
  • ต้อง Login ผ่านหน้าเว็บ
  • Router ทำงานผิดปกติ

ถ้าเปลี่ยน Wi-Fi แล้ว Download เดินทันที แสดงว่าต้นเหตุมีแนวโน้มอยู่ที่ Network เดิม

⑪ อย่าใช้ Wi-Fi สาธารณะที่ไม่เสถียรสำหรับ Update ใหญ่

System Update อาจมีไฟล์ขนาดใหญ่

ควรใช้เครือข่ายที่ไว้ใจได้และสามารถเชื่อมต่อได้นาน

เพราะ Google เองแนะนำให้ใช้ Wi-Fi สำหรับ Android Update เนื่องจาก Update สามารถมีขนาดใหญ่และใช้เวลาได้

⑫ เช็กพื้นที่ Android

หาก Storage เหลือน้อยมาก การ Download หรือเตรียม Update อาจมีปัญหา

เข้า

Settings > Storage

แล้วตรวจพื้นที่ว่าง

ถ้าเครื่องใกล้เต็ม ให้เริ่มจากจัดการ

  • วิดีโอขนาดใหญ่
  • Downloads
  • Offline Files
  • แอปที่ไม่ใช้
  • ไฟล์ที่มี Backup แล้ว

ควรหลีกเลี่ยงการลบรูปสำคัญที่ยังไม่มี Backup

⑬ พื้นที่ต้องมากกว่าขนาดไฟล์ Update หรือไม่?

ควรมีพื้นที่สำรองไว้มากกว่าการดูเพียงขนาด Download

เพราะระหว่าง Update ระบบอาจต้องใช้ Storage สำหรับ

  • Download Package
  • เตรียมไฟล์
  • แตกไฟล์
  • ดำเนินการติดตั้ง

ดังนั้นเครื่องที่เหลือพื้นที่เพียงเล็กน้อยควรเคลียร์ Storage ก่อนลองอีกครั้ง

⑭ Android รุ่นเดียวกันอาจไม่ได้ Update พร้อมกัน

หากระบบขึ้น Check for update แต่ไม่พบเวอร์ชันที่คนอื่นกำลัง Download อยู่ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเครื่องเสีย

การปล่อย Android Update สามารถขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการเครือข่าย ตามเอกสาร Android Help ของ Google

ดังนั้นอย่าดาวน์โหลด Firmware จากเว็บสุ่มเพียงเพราะ OTA ของเครื่องยังไม่พร้อม

⑮ iPhone เข้า Software Update ที่ไหน?

เข้า

Settings > General > Software Update

ถ้ามี Update ระบบจะแสดงเวอร์ชันและตัวเลือกดาวน์โหลด/ติดตั้ง

Apple ระบุเส้นทางนี้เป็นวิธีตรวจและติดตั้ง iOS Update แบบ Manual

⑯ iPhone Download Update ช้ามาก ควรรอก่อนไหม?

ถ้า Download ยังมีความคืบหน้า ควรรอก่อน

Apple ระบุว่าเวลา Download ขึ้นอยู่กับ

  • ขนาดของ Update
  • ความเร็วอินเทอร์เน็ต

และผู้ใช้ยังสามารถใช้อุปกรณ์ระหว่างช่วง Download ได้

ดังนั้น Update ใหญ่บนอินเทอร์เน็ตช้าอาจใช้เวลานานโดยที่ระบบไม่ได้เสีย

⑰ Apple แนะนำให้ใช้ Wi-Fi

ถ้า Download iOS ช้ามาก Apple แนะนำให้

เชื่อมต่อ Wi-Fi

และ

หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด Content อื่นในเวลาเดียวกัน

หากกำลัง Download เกมหรือวิดีโอขนาดใหญ่ ให้หยุดงานเหล่านั้นชั่วคราวแล้วปล่อย Software Update ทำงาน

⑱ อย่าโหลดหลายอย่างพร้อมกัน

ขณะ iPhone กำลังดาวน์โหลด Update ควรลดกิจกรรมที่ใช้ Bandwidth สูง เช่น

  • Download เกม
  • Download หนัง
  • Sync ไฟล์ขนาดใหญ่
  • Download Offline Content

Apple แนะนำโดยตรงให้หลีกเลี่ยงการ Download Content อื่นพร้อม Update เพื่อช่วยให้ Download เร็วขึ้น

⑲ iPhone ขึ้น Unable to Download

Apple ระบุว่าระหว่าง Update อาจพบข้อความ เช่น

Unable to Download

รวมถึงข้อความที่แจ้งว่าอุปกรณ์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ Update ต้องใช้ Wi-Fi Network

ให้แก้ Network ก่อน

ไม่จำเป็นต้อง Erase iPhone

⑳ iPhone ติดต่อ Update Server ไม่ได้

หากขึ้น

Unable to Check for Update

หรือไม่สามารถ Verify/Download Update ได้ Apple แนะนำให้ลอง Update ผ่าน Network เดิมอีกครั้งก่อน หากยังไม่ได้ให้ลอง อีก Wi-Fi Network

นี่เป็นขั้นตอนที่ควรทำก่อนลบไฟล์ Update

㉑ เปลี่ยน Wi-Fi แล้วลองใหม่

ลำดับที่เหมาะคือ

Wi-Fi A → ลอง Update

ถ้ายัง Error

Wi-Fi B → ลอง Update

Apple ระบุว่าหากยังพบ Error หลังใช้ Network เดิม ให้ทดลอง Network อื่น หรือใช้คอมพิวเตอร์อัปเดตแทน

㉒ iPhone พื้นที่ไม่พอ Download Update ไม่ได้

Apple ระบุว่า iPhone ต้องมี Storage เพียงพอสำหรับดาวน์โหลด Update

ตรวจที่

Settings > General > iPhone Storage

ถ้าพื้นที่เหลือน้อย ให้จัดการก่อน

㉓ ใช้ Offload Unused Apps เพิ่มพื้นที่ได้

Apple แนะนำตัวเลือก

Offload Unused Apps

จากหน้า iPhone Storage เมื่อต้องการเพิ่มพื้นที่สำหรับ Update

ข้อดีคือช่วยคืนพื้นที่จากแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลบรูปหรือวิดีโอสำคัญ

㉔ iPhone Download ค้างซ้ำ สามารถลบไฟล์ Update ได้

ถ้าลอง Network และพื้นที่แล้วแต่ Update ยัง Download/Install ไม่สำเร็จ Apple มีวิธีลบ Package เดิมแล้วดาวน์โหลดใหม่

เข้า

Settings > General > iPhone Storage

หา Update ในรายการ

แตะ

Delete Update

จากนั้นดาวน์โหลดใหม่

㉕ หลัง Delete Update ต้องไปไหนต่อ?

หลังลบไฟล์เดิมแล้ว เข้า

Settings > General > Software Update

แล้วเลือก Download Update อีกครั้ง

Apple ระบุขั้นตอน Delete Update และ Download ใหม่ไว้เป็นวิธีแก้เมื่อ Update ยังติดตั้งไม่สำเร็จ

วิธีนี้ไม่ได้ลบรูป Contacts หรือข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดในเครื่อง

㉖ ไม่เห็นไฟล์ Update ใน iPhone Storage ทำอย่างไร?

Apple ระบุว่า หากไม่พบ Update ในรายการ Storage หรือยังเกิดปัญหาอีกหลัง Download ใหม่ ควรลอง Update อุปกรณ์ผ่าน Mac หรือคอมพิวเตอร์

ดังนั้นไม่ต้อง Factory Reset ก่อน

㉗ Update iPhone ผ่าน Mac ได้

หาก OTA Download มีปัญหา Apple รองรับการ Update ผ่าน Finder บน Mac

ขั้นตอนหลักคือ

  1. Backup iPhone
  2. เชื่อม iPhone กับ Mac
  3. เปิด Finder
  4. เลือก iPhone
  5. เปิด General
  6. กด Check for Update
  7. กด Download and Update

Apple ระบุขั้นตอนนี้อย่างเป็นทางการสำหรับ Mac ที่รองรับ Finder

㉘ Backup ก่อนใช้คอมอัปเดต

Apple แนะนำให้ Backup อุปกรณ์ผ่าน iCloud หรือ Computer ก่อน Update ผ่าน Finder

โดยเฉพาะหากมือถือมีข้อมูลสำคัญ

ควรมี Backup ล่าสุดก่อนทำ System Update ใหญ่เสมอ

㉙ ใช้ Personal Hotspot ของ iPhone ตัวเองกับ Mac ไม่เหมาะ

Apple ระบุว่า หากคอมพิวเตอร์กำลังใช้ Personal Hotspot จากอุปกรณ์ตัวเดียวกับที่ต้องการ Update ควรเปลี่ยนให้คอมพิวเตอร์ใช้ Wi-Fi หรือ Ethernet Network อื่นก่อน Update

เพราะ iPhone ต้องเป็นอุปกรณ์ที่กำลังถูกอัปเดต ไม่ควรเป็นแหล่งอินเทอร์เน็ตหลักของคอมพิวเตอร์ในขั้นตอนเดียวกัน

㉚ อย่าสับสน Download ค้างกับ Install ค้าง

บทความนี้เน้นช่วง

Downloading Update

ถ้า Download 100% แล้วและเครื่องเข้าสู่

  • Preparing Update
  • Verifying Update
  • Installing
  • Apple Logo พร้อม Progress Bar
  • Restart เพื่อติดตั้ง

นั่นเป็นอีกช่วงของกระบวนการ

อย่าใช้วิธี Delete Download หรือปิดเครื่องแบบสุ่มในขณะที่ระบบกำลังติดตั้งจริง

Apple ระบุว่า Progress Bar ในช่วง Installation สามารถเคลื่อนช้า และเวลาขึ้นอยู่กับขนาด Update และจำนวนไฟล์ในอุปกรณ์

㉛ ถ้ากำลังติดตั้งแล้วอย่าบังคับปิดเพียงเพราะช้า

หาก Download เสร็จแล้วและเข้าสู่ Installation Apple แนะนำให้ต่อเครื่องกับแหล่งพลังงาน และระบุว่า Progress Bar สามารถดูเหมือนเคลื่อนช้าได้

ดังนั้นต้องแยก

Download ไม่เดิน

กับ

Install กำลังทำงาน

ให้ถูกก่อนแก้

㉜ Android Download Fail หนึ่งครั้ง ไม่ต้องตกใจ

Google ระบุว่า Android สามารถลองดาวน์โหลด Update ใหม่โดยอัตโนมัติในช่วงวันถัดไปเมื่อ Download รอบเดิมไม่เสร็จ

ดังนั้นหาก

  • Internet หลุดหนึ่งครั้ง
  • Router Restart
  • Download Fail ชั่วคราว

ให้กลับมาตรวจหลัง Connection ปกติก่อน

㉝ ถ้า Android ค้างซ้ำทุกครั้งควรทำอย่างไร?

ให้ตรวจตามลำดับ

1. Restart เครื่อง

2. ต่อ Wi-Fi ที่เสถียร

3. ชาร์จแบตให้เพียงพอ

4. ตรวจ Storage

5. เปิด Software Update ใหม่

6. ลอง Wi-Fi อื่น

7. ตรวจว่ารุ่นเครื่องยังรองรับ Update หรือไม่

8. ตรวจช่องทาง Support ของผู้ผลิต

Google ระบุว่ากำหนดการ Update สามารถแตกต่างตามอุปกรณ์ ผู้ผลิต และ Carrier ดังนั้นปัญหาบางกรณีต้องตรวจข้อมูลจากผู้ผลิตของมือถือรุ่นนั้นโดยตรง

㉞ ถ้า iPhone ค้างซ้ำทุกครั้งควรทำอย่างไร?

ใช้ลำดับนี้

1. Restart

2. ต่อ Wi-Fi

3. เสียบชาร์จ

4. ตรวจ iPhone Storage

5. หยุด Download อื่น

6. ลอง Wi-Fi อื่น

7. Delete Update

8. Download Update ใหม่

9. หากยังไม่ได้ ใช้ Mac/Computer Update

Apple แนะนำทั้งการเปลี่ยน Network, ลบ Update และ Download ใหม่ รวมถึง Update ผ่านคอมพิวเตอร์เมื่อ OTA ยังมีปัญหา

㉟ ต้อง Reset Network Settings ไหม?

ไม่ควรเริ่มจาก Reset Network Settings ทันทีหากยังไม่ได้ลองวิธีง่ายกว่า

เริ่มจาก

  • ปิด/เปิด Wi-Fi
  • เชื่อมใหม่
  • เปลี่ยน Wi-Fi
  • Restart เครื่อง

ก่อน

เพราะการ Reset Network Settings อาจทำให้ต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อบางส่วนใหม่ และไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกกรณี

㊱ ต้องล้าง Cache เพื่อแก้ Android System Update ไหม?

Android แต่ละยี่ห้อมีระบบ Update แตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้คำแนะนำประเภท

“Clear Data ของ System App ตัวนี้ได้ทุก Android”

แบบเหมารวม

การลบ Data ของ System Apps โดยไม่ทราบหน้าที่อาจสร้างปัญหาอื่นได้

ให้เริ่มจากวิธีมาตรฐานที่ Googleรองรับก่อน ได้แก่ Wi-Fi, Battery, Software Update และรอให้ระบบลอง Download ใหม่หากรอบแรกไม่เสร็จ

㊲ อย่าดาวน์โหลด Firmware จากเว็บสุ่ม

ถ้า OTA Update ค้าง ไม่ควรแก้โดยการดาวน์โหลด Firmware ที่อ้างว่าเป็น

  • Latest ROM
  • Official Flash File
  • Fast Update
  • Force Update

จากเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ผู้ผลิต

เพราะไฟล์ผิดรุ่นหรือกระบวนการไม่ถูกต้องอาจทำให้ระบบมีปัญหาหนักกว่าเดิม

ควรใช้ OTA หรือวิธีที่ผู้ผลิตรองรับสำหรับรุ่นนั้น

㊳ เมื่อไรควรติดต่อผู้ผลิต?

ควรพิจารณาติดต่อ Support ของผู้ผลิตเมื่อ

  • Android Download Fail ทุก Network
  • Storage เพียงพอ
  • แบตพร้อม
  • Restart แล้ว
  • ลองหลายครั้งหลายวัน
  • Update ที่ถูกต้องมีให้เครื่องรุ่นนั้นจริง
  • ยัง Error ทุกครั้ง

โดย Android Update Schedule และกระบวนการอัปเดตบางส่วนขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครือข่าย

㊴ Checklist แก้มือถืออัปเดตค้างตอนดาวน์โหลด

ทำตามนี้ก่อน:

☑ Backup ข้อมูลสำคัญ

☑ Restart เครื่อง

☑ เชื่อม Wi-Fi

☑ ใช้ Wi-Fi ที่เสถียร

☑ เสียบชาร์จ

☑ ตรวจ Storage

☑ หยุด Download อื่น

☑ ลอง Network อื่น

☑ Android — รอระบบลอง Download ใหม่ถ้ารอบแรก Fail

☑ iPhone — Delete Update แล้ว Download ใหม่ถ้ายังค้าง

☑ iPhone — ใช้ Mac/Computer หาก OTA ยังไม่ได้

ขั้นตอนเหล่านี้ควรทำก่อนคิดถึง Factory Reset

㊵ สิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อ Update ค้างช่วง Download หลีกเลี่ยงการ

  • Factory Reset ทันที
  • Flash ROM จากเว็บสุ่ม
  • ลบข้อมูล System App แบบสุ่ม
  • ลบรูปโดยไม่มี Backup
  • ใช้ Wi-Fi ที่หลุดตลอด
  • ปล่อย Storage เต็ม
  • Download ไฟล์ใหญ่หลายอย่างพร้อมกัน
  • คิดว่า Download ช้าเท่ากับเครื่องเสีย
  • บังคับปิดเครื่องขณะเข้าสู่ Installation แล้ว
  • Downgrade ระบบเองโดยไม่จำเป็น

แก้จากสาเหตุง่ายและปลอดภัยก่อนเสมอ

สรุป มือถืออัปเดตค้างที่กำลังดาวน์โหลด แก้อย่างไร?

หาก มือถืออัปเดตค้างที่กำลังดาวน์โหลด ให้เริ่มจากแยกก่อนว่า Download เพียงช้าหรือหยุดจริง

สำหรับ Android Google ระบุว่า Updates สามารถมีขนาดใหญ่และใช้เวลาได้ จึงแนะนำให้ใช้ Wi-Fi และชาร์จแบตอย่างน้อยประมาณ 75% ก่อน Update และหาก Download เริ่มแล้วไม่เสร็จ ระบบสามารถพยายาม Download ใหม่อัตโนมัติในช่วงวันถัด ๆ ไปได้

ดังนั้น Android ให้ไล่

Restart → Wi-Fi → แบตเตอรี่ → Storage → Software Update → ลอง Network อื่น

ก่อนคิดถึงการล้างเครื่อง

สำหรับ iPhone Apple ระบุว่า Download Time ขึ้นอยู่กับ ขนาด Update และความเร็วอินเทอร์เน็ต แนะนำให้เชื่อม Wi-Fi และหยุด Download Content อื่นชั่วคราว หากติดต่อ Update Server ไม่ได้ให้ลอง Network อื่น

ถ้า iPhone ยัง Download/Install ไม่สำเร็จ สามารถเข้า

Settings > General > iPhone Storage > เลือก Update > Delete Update

แล้วกลับไป

Settings > General > Software Update

เพื่อ Download ใหม่ได้ หากยังมีปัญหา Apple แนะนำให้อัปเดตผ่าน Mac หรือคอมพิวเตอร์แทน

หลักที่ comsiam แนะนำคือ “อย่ารีบ Reset — เช็ก Wi-Fi → เช็กพื้นที่ → เสียบชาร์จ → ลองใหม่ → iPhone ค่อยลบไฟล์ Update → ใช้คอมถ้ายังไม่ได้”

และต้องแยกช่วง Downloading ออกจากช่วง Installing ให้ถูก เพราะหากระบบเข้าสู่ขั้นติดตั้งแล้ว Progress Bar เคลื่อนช้า Apple ระบุว่าอาจเป็นพฤติกรรมปกติตามขนาด Update และจำนวนไฟล์ในเครื่อง ไม่ควรบังคับปิดเครื่องเพียงเพราะรู้สึกว่าใช้เวลานาน