Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเปิดใช้เสียงพูดคุยกับ Perplexity AI สามารถทำได้ผ่านฟีเจอร์ Voice Mode บนโทรศัพท์ Android และ iPhone โดยผู้ใช้สามารถพูดคำถามกับ AI และรับคำตอบด้วยเสียงได้โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ข้อความทุกครั้ง นอกจากนี้ Perplexity ยังมีความสามารถด้านเสียงบนคอมพิวเตอร์ผ่าน Comet Browser และฟีเจอร์ที่รองรับบนเว็บไซต์
การสนทนาด้วยเสียงเหมาะกับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ฝึกภาษาอังกฤษ เรียนรู้เรื่องใหม่ หรือถามคำถามต่อเนื่องโดยใช้เสียงแทนการพิมพ์ อย่างไรก็ตาม การสนทนาด้วยเสียง (Voice Mode) กับการพูดเพื่อแปลงเสียงเป็นข้อความ (Voice Dictation) เป็นคนละรูปแบบ และมีความสามารถแตกต่างกัน
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายตั้งแต่การเปิด Voice Mode บน Android และ iPhone การใช้เสียงบนคอมพิวเตอร์ วิธีอนุญาตไมโครโฟน การตั้งค่าเสียงพูด การใช้งานภาษาไทย ความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงการแก้ปัญหา Perplexity ไม่ได้ยินเสียงหรือไม่ตอบกลับด้วยเสียง พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงและคำถามที่พบบ่อย
Perplexity Voice Mode คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สนทนากับ AI โดยใช้เสียงพูดแทนการพิมพ์ข้อความ ระบบสามารถรับคำถาม ประมวลผล และตอบกลับด้วยเสียงตามความสามารถของฟีเจอร์ที่กำลังใช้งาน
ผู้ใช้สามารถถามคำถามทั่วไป ขอคำอธิบาย หรือสนทนาต่อจากคำตอบก่อนหน้าได้ ทำให้การใช้งานมีลักษณะคล้ายการพูดคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว
ฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การควบคุมแอปอื่น การนัดหมาย หรือการทำงานร่วมกับเว็บไซต์ อาจแตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการ แพ็กเกจ และเวอร์ชันของแอป
ก่อนเปิดใช้เสียง ควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างการสนทนาด้วยเสียงกับการพูดเพื่อพิมพ์ข้อความ เพราะผู้ใช้มักสับสนว่าการแตะปุ่มไมโครโฟนทุกแบบจะทำให้ AI ตอบกลับด้วยเสียงโดยอัตโนมัติ
| คุณสมบัติ | Voice Mode | Voice Dictation |
|---|---|---|
| รูปแบบการใช้งาน | สนทนาด้วยเสียง | พูดเพื่อแปลงเป็นข้อความ |
| รับคำถามด้วยเสียง | ได้ | ได้ |
| แสดงข้อความที่พูด | ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ | เป็นความสามารถหลัก |
| ตอบกลับด้วยเสียง | รองรับ | ไม่จำเป็นต้องรองรับ |
| สนทนาต่อเนื่อง | รองรับ | ต้องส่งข้อความหรือเริ่มป้อนเสียงใหม่ |
| เหมาะกับ | การพูดคุยกับ AI | การพิมพ์คำถามโดยไม่ใช้คีย์บอร์ด |
| ตัวอย่าง | ถามแล้วฟัง AI ตอบ | พูดแล้วตรวจข้อความก่อนส่ง |
ผู้ใช้พูดว่า:
“ช่วยอธิบายว่า Wi-Fi 7 แตกต่างจาก Wi-Fi 6 อย่างไร”
AI ประมวลผลและตอบกลับด้วยเสียง จากนั้นผู้ใช้สามารถถามต่อว่า:
“แล้วเหมาะกับบ้านสองชั้นหรือไม่”
ผู้ใช้แตะไมโครโฟนแล้วพูดว่า:
“ช่วยเปรียบเทียบโทรศัพท์ Android สำหรับผู้เริ่มต้น”
ระบบเปลี่ยนคำพูดเป็นข้อความในช่องค้นหา หลังจากนั้นผู้ใช้กดส่งคำถามและอ่านคำตอบตามปกติ
สรุป: หากต้องการให้ Perplexity พูดตอบกลับ ต้องเลือกโหมดสนทนาด้วยเสียงที่รองรับ ไม่ใช่เพียงปุ่มไมโครโฟนสำหรับพิมพ์ข้อความ
โทรศัพท์ Android ที่รองรับแอป Perplexity สามารถใช้ฟีเจอร์ Voice Mode ผ่านแอปได้ โดยควรติดตั้งหรืออัปเดตแอปจาก Google Play Store ก่อนเริ่มต้น
ชื่อไอคอนและตำแหน่งปุ่มอาจเปลี่ยนแปลงตามเวอร์ชันของแอป จึงควรสังเกตว่าเป็นโหมดสนทนาด้วยเสียงจริง ไม่ใช่เพียงปุ่มแปลงเสียงเป็นข้อความ
“สวัสดี ช่วยอธิบายวิธีใช้ Perplexity AI สำหรับมือใหม่เป็นภาษาไทยได้ไหม”
หากระบบตอบกลับเป็นเสียง สามารถถามต่อได้ เช่น
“ช่วยยกตัวอย่างการใช้งานในชีวิตประจำวันอีกห้าข้อ”
Perplexity มี Voice Assistant สำหรับ iPhone ซึ่งออกแบบให้ผู้ใช้พูดคุยกับ AI และใช้ความสามารถของผู้ช่วยเสียงตามที่ระบบรองรับ
Perplexity มีความสามารถของผู้ช่วยเสียงบน iPhone สำหรับการดำเนินงานบางประเภท เช่น การเปิดเนื้อหา การใช้แอป และการจัดการนัดหมายตามความสามารถและสิทธิ์ที่ระบบรองรับ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าผู้ช่วยเสียงสามารถควบคุม iPhone ทุกอย่างได้เหมือน Siri หรือมีสิทธิ์เข้าถึงทุกแอปโดยอัตโนมัติ
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตัวเลือกทางลัดของแอปและการเพิ่มทางลัดลงหน้าจอหลัก
สำหรับ iPhone รุ่นที่รองรับ Action Button สามารถตรวจสอบการเชื่อมต่อทางลัดกับ Perplexity เพื่อเรียกใช้งานได้สะดวกขึ้นตามตัวเลือกที่มีอยู่จริง
การใช้งานเสียงบนคอมพิวเตอร์มีหลายรูปแบบ จึงควรแยกการพูดเพื่อพิมพ์คำถามบนเว็บไซต์ออกจากการสนทนาด้วยเสียงผ่าน Comet
วิธีนี้เป็นการใช้ Voice Search หรือ Voice Dictation เพื่อเปลี่ยนคำพูดเป็นข้อความ ไม่ควรถือว่าเป็นการเปิดโหมดสนทนาด้วยเสียงแบบต่อเนื่องทุกกรณี
Comet มี Voice Mode ที่สามารถใช้พูดคุยกับ AI และถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่กำลังเปิดอยู่ในเบราว์เซอร์
ขั้นตอนการใช้งาน:
“ช่วยสรุปเว็บไซต์ที่เปิดอยู่ให้ฟังแบบเข้าใจง่าย”
“เปรียบเทียบข้อมูลของสองแท็บนี้”
ความสามารถในการอ่านแท็บและควบคุมเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และสิทธิ์ที่ผู้ใช้อนุญาต
ผู้ใช้ Mac สามารถใช้ฟีเจอร์เสียงผ่าน Comet และผลิตภัณฑ์ Perplexity ที่รองรับ รวมถึงใช้การพูดเพื่อถอดข้อความบนเว็บไซต์ได้
Perplexity มี Voice Mode สำหรับ Computer บนเว็บ ซึ่งใช้สนทนาเพื่ออธิบายงาน ปรับแก้ข้อกำหนด และให้ข้อเสนอแนะระหว่างการทำงานได้
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Computer กับหน้าค้นหา Perplexity แบบปกติไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และการเข้าถึงขึ้นอยู่กับสิทธิ์บัญชีและผลิตภัณฑ์
| แพลตฟอร์ม | ช่องทาง | ลักษณะเสียง |
|---|---|---|
| Android | แอป Perplexity | Voice Mode สนทนาด้วยเสียง |
| iPhone | แอป Perplexity | Voice Mode และ Voice Assistant |
| Windows | เว็บ Perplexity | Voice Search สำหรับถอดเสียง |
| Mac | เว็บ Perplexity | Voice Search สำหรับถอดเสียง |
| Windows | Comet | Voice Mode สนทนาและทำงานกับเว็บ |
| Mac | Comet | Voice Mode สนทนาและทำงานกับเว็บ |
| เว็บที่รองรับ Computer | Perplexity Computer | Voice Mode สำหรับการทำงานตามสิทธิ์ |
หากใช้โทรศัพท์มือถือ ควรเริ่มจาก Voice Mode ภายในแอป Perplexity
หากใช้คอมพิวเตอร์และต้องการสนทนาด้วยเสียงอย่างต่อเนื่อง สามารถศึกษา Comet Voice Mode เพิ่มเติม
แต่หากต้องการเพียงพูดแทนการพิมพ์คำถาม ปุ่มไมโครโฟนบนเว็บไซต์ก็เป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
Android มีระบบควบคุมสิทธิ์ไมโครโฟนของแต่ละแอป เพื่อป้องกันไม่ให้แอปเข้าถึงเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตรวจสอบว่า Android ไม่ได้ปิดไมโครโฟนทั้งระบบผ่าน Privacy Controls หรือ Quick Settings
ใน Android รุ่นที่รองรับ จะมีสัญลักษณ์สีเขียวแสดงเมื่อมีแอปใช้ไมโครโฟน ซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบการเข้าถึงได้
ไม่จำเป็นสำหรับการถามคำถามทั่วไป ควรอนุญาตเฉพาะตามรูปแบบการใช้งานที่จำเป็น
หากไม่ได้ใช้เสียง สามารถปิดสิทธิ์ไมโครโฟนได้ภายหลัง
iPhone มีระบบควบคุมการเข้าถึงไมโครโฟนสำหรับแอปแต่ละตัว
หาก Perplexity ไม่ปรากฏในรายการ ให้เปิดแอปและเรียกฟีเจอร์ที่ใช้ไมโครโฟนก่อน เพื่อให้ระบบแสดงคำขอสิทธิ์เมื่อจำเป็น
จุดสีส้มบนหน้าจอ iPhone แสดงว่ามีแอปกำลังใช้ไมโครโฟน ส่วนจุดสีเขียวอาจแสดงเมื่อมีการใช้กล้อง
ผู้ใช้สามารถเปิด Control Center เพื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้งานไมโครโฟนล่าสุดได้ตามระบบที่รองรับ
สำหรับการใช้เสียงผ่านเบราว์เซอร์ จะต้องตรวจสอบสิทธิ์ทั้งของเว็บไซต์และระบบปฏิบัติการ
ตรวจสอบไอคอนไมโครโฟนหรือเมนู Permissions ของเว็บไซต์ แล้วอนุญาตเมื่อมีคำขอ
ไม่ควรอนุญาตไมโครโฟนให้ทุกเว็บไซต์โดยไม่มีความจำเป็น และควรตรวจสอบชื่อโดเมนก่อนอนุญาตทุกครั้ง
Perplexity สามารถรับคำถามภาษาไทยและสร้างคำตอบเป็นภาษาไทยได้ แต่คุณภาพการรู้จำเสียงและการออกเสียงอาจแตกต่างกันตามฟีเจอร์ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีเสียงที่ใช้งาน
“ช่วยอธิบายว่า AI Search คืออะไร”
“วิธีตั้งค่าความปลอดภัยมือถือ Android มีอะไรบ้าง”
“ช่วยสรุปข้อแตกต่างระหว่าง Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 7”
“ช่วยวางแผนเรียนภาษาอังกฤษวันละ 30 นาที”
เริ่มบทสนทนาด้วยคำสั่งว่า:
“กรุณาพูดตอบเป็นภาษาไทย ใช้คำศัพท์ง่าย และอธิบายอย่างชัดเจน”
หาก AI ตอบเป็นภาษาอังกฤษ สามารถพูดต่อว่า:
“ช่วยตอบเป็นภาษาไทยอีกครั้ง”
สำหรับชื่อแบรนด์ รุ่นอุปกรณ์ หรือศัพท์เทคนิค อาจต้องสะกดหรืออธิบายเพิ่มเติมเมื่อระบบฟังผิด
Perplexity รองรับการปรับความเร็วการเล่นเสียงของ Voice Mode บน Android และ iPhone ได้สูงสุด 2 เท่าในฟีเจอร์ที่รองรับ
ตำแหน่งเมนูและตัวเลือกเสียงอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันของแอป
| ความเร็ว | เหมาะกับ |
|---|---|
| ปกติ | ผู้เริ่มต้นและการฟังข้อมูลทั่วไป |
| 1.25x | ผู้ที่คุ้นเคยกับการฟังเสียง AI |
| 1.5x | การฟังสรุปที่ต้องการประหยัดเวลา |
| 2x | ผู้ที่ต้องการฟังอย่างรวดเร็วและยังเข้าใจเนื้อหา |
ค่าความเร็วที่แสดงจริงอาจไม่ครบทุกตัวเลือกตามตาราง ขึ้นอยู่กับอินเทอร์เฟซที่ใช้งาน
ควรตรวจสอบตัวเลือก Voice หรือ Voice & Language ในแอปที่ใช้งานจริง เพราะจำนวนเสียง ภาษา และตัวเลือกการปรับเสียงอาจแตกต่างกันตามระบบ
ไม่ควรถือว่าทุกบัญชีสามารถเลือกเสียงได้เหมือนกันทั้งหมด
ผู้ใช้พูดว่า:
“ช่วยเป็นครูภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น ถามคำถามฉันทีละข้อ และช่วยแก้ประโยคเมื่อพูดผิด”
AI สามารถช่วยฝึกบทสนทนาและอธิบายคำศัพท์ได้ตามความสามารถของการรับรู้เสียง
อย่างไรก็ตาม การประเมินสำเนียงและการออกเสียงอาจไม่แม่นยำเท่าการประเมินโดยผู้สอนหรือระบบฝึกออกเสียงเฉพาะทาง
“อธิบายประวัติการพัฒนาอินเทอร์เน็ตให้ฟังภายในห้านาที”
“ช่วยคิดไอเดียบทความเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์ Android สำหรับผู้เริ่มต้น”
“ช่วยอธิบายปัจจัยที่ควรศึกษาก่อนเปิดธุรกิจบริการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด”
“ช่วยจัดรายการงานสำคัญวันนี้ โดยเรียงจากงานเร่งด่วนไปงานที่รอได้”
เมื่อใช้ Comet สามารถถามเกี่ยวกับหน้าเว็บที่กำลังเปิดอยู่ เช่น
“ช่วยสรุปข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในหน้านี้”
Perplexity มีความสามารถด้านเสียงให้ใช้งาน แต่การเข้าถึงฟีเจอร์และข้อจำกัดอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และประเภทบัญชี
| ฟีเจอร์ | สิ่งที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|
| Voice Dictation บนเว็บ | การเปิดใช้งานและสิทธิ์ไมโครโฟน |
| Voice Mode บน Android | ฟีเจอร์ที่แอปและบัญชีรองรับ |
| Voice Mode บน iPhone | ความสามารถและข้อจำกัดของบัญชี |
| Voice Assistant | สิทธิ์และการทำงานร่วมกับระบบ |
| Comet Voice Mode | แพลตฟอร์มและโควตา |
| Voice Mode ใน Computer | สิทธิ์เข้าถึงผลิตภัณฑ์ Computer |
ไม่ควรสรุปว่าทุกฟีเจอร์เสียงต้องใช้ Pro หรือทุกฟีเจอร์ใช้ได้ฟรีไม่จำกัด
ควรตรวจสอบสิทธิ์ในบัญชีและรายละเอียดที่แสดงบนหน้าฟีเจอร์จริง เพราะบริการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือโควตาแตกต่างกัน
การใช้งานเสียงเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ผู้ใช้พูดผ่านไมโครโฟน และอาจมีการประมวลผลเสียงหรือข้อความที่ถอดจากเสียงตามเทคโนโลยีและนโยบายของบริการ
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น
การอนุญาตไมโครโฟนเป็นการให้สิทธิ์ตามรูปแบบที่ระบบปฏิบัติการรองรับ ส่วนการรับเสียงจริงขึ้นอยู่กับสถานะฟีเจอร์และการทำงานของแอป
ผู้ใช้ควรตรวจสอบสัญลักษณ์ไมโครโฟนของระบบ และสิ้นสุด Voice Mode เมื่อไม่ต้องการใช้งาน
การจัดเก็บและประมวลผลขึ้นอยู่กับนโยบายความเป็นส่วนตัวและรูปแบบบริการ ผู้ใช้จึงไม่ควรเข้าใจว่าการปิดโหมดเสียงจะลบข้อมูลที่ถูกประมวลผลไปแล้วทั้งหมด
ควรตรวจสอบการตั้งค่าประวัติ การจัดการข้อมูล และตัวเลือก AI Data Usage ที่มีในบัญชี
หากฟีเจอร์สามารถดำเนินงานแทนผู้ใช้ได้ ควรตรวจสอบรายละเอียดคำสั่งและสิทธิ์ก่อนอนุญาต
โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อความ การจัดการบัญชี การซื้อสินค้า หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ
ComSiam แนะนำให้ผู้ใช้เปิดสิทธิ์ไมโครโฟนเท่าที่จำเป็น ไม่พูดข้อมูลลับ และตรวจสอบคำสั่งที่ AI กำลังดำเนินการทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อใช้ Voice Assistant หรือ Comet กับเว็บไซต์ที่มีข้อมูลส่วนตัว
หากเปิด Voice Mode แล้วระบบไม่รับเสียง ควรตรวจสอบทั้งไมโครโฟน สิทธิ์แอป และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ตรวจสอบว่าโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เลือกอุปกรณ์รับเสียงที่ถูกต้อง เพราะบางครั้งระบบอาจเลือกไมโครโฟนของหูฟังแทนไมโครโฟนในเครื่อง
บางครั้งผู้ใช้พูดคำถามได้ แต่ AI แสดงเฉพาะข้อความแทนการตอบด้วยเสียง
หากเป็นการใช้งานผ่านเว็บไซต์ทั่วไป ควรตรวจสอบก่อนว่าปุ่มที่ใช้เป็นระบบถอดเสียง ไม่ใช่โหมดตอบกลับด้วยเสียง
การรู้จำเสียงอาจผิดพลาดเมื่อมีเสียงรบกวน การพูดเร็ว หรือมีชื่อเฉพาะจำนวนมาก
แทนที่จะพูดว่า:
“ช่วยดูโทรศัพท์รุ่นนี้หน่อย”
ควรระบุว่า:
“ช่วยอธิบายวิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์ Android ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้แต่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้”
คำถามที่ระบุอุปกรณ์ ปัญหา และความต้องการชัดเจนจะช่วยให้ AI เข้าใจได้ดีขึ้น
ให้ตรวจสอบเวอร์ชัน Comet ปุ่มลัด ไมโครโฟน สิทธิ์เว็บไซต์ และสถานะฟีเจอร์ในบัญชี
หากปุ่มลัดไม่ทำงาน ให้ทดลองเรียก Voice Mode จากแถบเครื่องมือโดยตรง
| ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ไม่ได้ยินเสียงผู้ใช้ | ไมโครโฟนไม่ได้รับอนุญาต | ตรวจสอบ Permissions |
| AI ไม่ตอบด้วยเสียง | อยู่ใน Dictation | เปลี่ยนเป็น Voice Mode |
| เสียงเบา | ระดับเสียงต่ำ | เพิ่มระดับเสียง |
| เสียงออกผิดอุปกรณ์ | เชื่อมต่อ Bluetooth | ตรวจสอบ Output Device |
| ฟังภาษาไทยผิด | เสียงรบกวนหรือชื่อเฉพาะ | พูดชัดและระบุบริบท |
| Voice Mode ไม่ปรากฏ | เวอร์ชันหรือสิทธิ์บัญชี | อัปเดตและตรวจสอบฟีเจอร์ |
| เสียงขาดหาย | อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร | เปลี่ยนเครือข่าย |
| Windows ใช้ไมค์ไม่ได้ | ระบบปิดไมโครโฟน | เปิด Microphone access |
| Mac ไม่รับเสียง | สิทธิ์แอปหรือ Input ผิด | ตรวจสอบ System Settings |
| Comet ปุ่มลัดไม่ทำงาน | คีย์ลัดขัดแย้ง | ใช้ปุ่มจาก Toolbar |
| เว็บไซต์พูดแล้วขึ้นข้อความ | Voice Search ทำงานตามปกติ | ใช้ Voice Mode ในช่องทางที่รองรับ |
“ช่วยตอบเป็นภาษาไทยทั้งหมด และอธิบายด้วยประโยคสั้น ๆ”
“สรุปเป็นห้าข้อ โดยไม่ใช้ตาราง และพูดให้ง่ายต่อการฟัง”
“ช่วยขยายรายละเอียดข้อที่สองเพิ่มเติม”
“ช่วยฝึกภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้น โดยถามทีละคำถามและรอคำตอบจากฉัน”
“ช่วยบอกว่าเรื่องนี้มีแหล่งข้อมูลยืนยันหรือไม่ และอธิบายสิ่งที่ยังไม่แน่นอน”
แม้ Voice Mode จะช่วยให้ใช้งานโดยไม่ต้องพิมพ์ แต่ไม่ควรใช้เพื่ออ่านข้อมูลซับซ้อนหรือควบคุมเว็บไซต์ขณะขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิกับความปลอดภัย
ได้ Perplexity มี Voice Mode สำหรับการสนทนาด้วยเสียงบนอุปกรณ์ที่รองรับ รวมถึง Android และ iPhone
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะปุ่มไมโครโฟนบางประเภทใช้ถอดเสียงเป็นข้อความ ส่วน Voice Mode รองรับการสนทนาและตอบกลับด้วยเสียง
ได้ผ่านแอป Perplexity ที่รองรับ โดยต้องอนุญาตไมโครโฟนและตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ได้ Perplexity มี Voice Assistant สำหรับ iPhone โดยความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และสิทธิ์ที่อนุญาต
สามารถใช้ถามคำถามภาษาไทยได้ แต่ความแม่นยำของการรู้จำเสียงและการออกเสียงอาจแตกต่างกันตามเทคโนโลยีเสียงและเวอร์ชันที่ใช้งาน
สามารถทดลองสั่งให้ตอบด้วยเสียงภาษาไทยผ่าน Voice Mode ที่รองรับได้ แต่คุณภาพเสียงและการออกเสียงขึ้นอยู่กับความสามารถของฟีเจอร์นั้น
ได้ผ่าน Comet Voice Mode และผลิตภัณฑ์ที่รองรับ ส่วนปุ่มไมโครโฟนของหน้าเว็บค้นหาทั่วไปอาจเป็นเพียง Voice Dictation
ได้ผ่าน Comet บน Mac และฟีเจอร์อื่นที่รองรับ โดยควรตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟนและเวอร์ชันของซอฟต์แวร์
Comet รองรับปุ่มลัด Alt + Shift + V บน Windows และ Option + Shift + V บน Mac สำหรับการเรียก Voice Mode ตามเวอร์ชันที่รองรับ
ได้ใน Voice Mode บน Android และ iPhone ที่รองรับ โดย Perplexity มีฟีเจอร์ปรับความเร็วเสียงสูงสุด 2 เท่า
อาจเกิดจากสิทธิ์ไมโครโฟน ไมโครโฟนถูกปิด อุปกรณ์รับเสียงไม่ถูกต้อง หรืออินเทอร์เน็ตมีปัญหา
อาจกำลังใช้ Voice Dictation แทน Voice Mode หรือระบบเสียงมีปัญหา ควรตรวจสอบโหมดและอุปกรณ์ส่งเสียงก่อน
ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ ผลิตภัณฑ์ และข้อจำกัดของบัญชี ควรตรวจสอบสิทธิ์ในแอปหรือหน้าบริการที่ใช้งานจริง
ได้ โดยสามารถใช้ช่วยฝึกสนทนา ถามตอบ และอธิบายประโยคได้ แต่ควรตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านการออกเสียงเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าสิทธิ์ นโยบายการประมวลผลข้อมูล และพฤติกรรมการใช้งาน ไม่ควรพูดข้อมูลลับหรืออนุญาตให้ AI ดำเนินงานสำคัญโดยไม่ตรวจสอบ
ได้ สามารถสิ้นสุดการสนทนาและปรับสิทธิ์ไมโครโฟนผ่านการตั้งค่า Android, iPhone, Windows หรือ Mac
การเปิด Voice Mode ของ Perplexity AI ทำได้ผ่านแอปบน Android และ iPhone โดยเลือกฟีเจอร์สนทนาด้วยเสียง อนุญาตไมโครโฟน และพูดคำถามที่ต้องการ จากนั้นสามารถฟังคำตอบและสนทนาต่อได้ตามความสามารถของแอป
สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ สามารถใช้ Comet Voice Mode เพื่อพูดคุยกับ AI เกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กำลังเปิดอยู่ ส่วนปุ่มไมโครโฟนบนหน้าเว็บค้นหาของ Perplexity มีรูปแบบ Voice Search ที่ช่วยแปลงคำพูดเป็นข้อความ จึงต้องแยกให้ออกจากการสนทนาด้วยเสียงจริง
การตั้งค่าที่สำคัญ ได้แก่ การอนุญาตไมโครโฟน การเลือกอุปกรณ์รับและส่งเสียง การตรวจสอบภาษา การปรับความเร็วเสียง และการจัดการความเป็นส่วนตัว
ComSiam แนะนำให้ผู้เริ่มต้นทดลองใช้ Voice Mode กับคำถามภาษาไทยสั้น ๆ ก่อน ตรวจสอบว่าระบบรับเสียงและตอบกลับได้ถูกต้อง แล้วจึงฝึกถามคำถามต่อเนื่องหรือใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง พร้อมหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลลับและตรวจสอบคำตอบสำคัญจากแหล่งข้อมูลต้นฉบับเสมอ