วิธีใช้ Spaces หรือ Projects ใน Perplexity

วิธีใช้ Spaces หรือ Projects ใน Perplexity เริ่มจากเปิดเมนูพื้นที่ทำงาน สร้าง Space หรือ Project ใหม่ ตั้งชื่อและคำอธิบาย กำหนด Custom Instructions แล้วเพิ่มไฟล์หรือแหล่งข้อมูลที่ต้องการ จากนั้นจึงเริ่มถามคำถาม ค้นคว้า และจัดการ Threads ภายในพื้นที่ทำงานเดียวกัน

Perplexity AI ไม่ได้มีเพียงความสามารถค้นหาข้อมูลและตอบคำถาม แต่ยังมีระบบจัดพื้นที่สำหรับรวบรวมงานวิจัย เอกสาร การสนทนา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้กลับมาทำงานต่อได้สะดวกขึ้น

ความสามารถดังกล่าวเดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ Spaces ซึ่งช่วยจัดกลุ่ม Threads เพิ่ม Files และ Links ตั้งคำสั่งเฉพาะ และเชิญผู้ร่วมงานเข้ามาใช้งานได้

ต่อมา Perplexity ได้พัฒนาพื้นที่ทำงานไปสู่ Projects ซึ่งเพิ่มความสามารถสำหรับงานต่อเนื่อง เช่น การจัดการไฟล์ของโครงการ การเชื่อมต่อแอป การทำงานร่วมกัน และการใช้ Perplexity Computer ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ

ดังนั้น หากผู้ใช้เปิด Perplexity แล้วพบเมนู Projects แทน Spaces ไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าเป็นบริการคนละประเภทเสมอไป เพราะ Projects เป็นวิวัฒนาการของระบบ Spaces เดิม โดยความสามารถและหน้าจอจริงยังขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ การสร้างพื้นที่วิจัยตลาด จัดเก็บคู่มืออุปกรณ์ วางแผนบทความเว็บไซต์ รวบรวมรายงานธุรกิจ และแบ่งงานให้สมาชิกในทีมตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีใช้ Spaces หรือ Projects อย่างละเอียด ตั้งแต่การสร้างพื้นที่ ตั้งชื่อ กำหนด Custom Instructions เพิ่ม Files, Sources และ Links เลือกแหล่งค้นหา จัด Threads แชร์งาน กำหนด Permissions เปรียบเทียบ Free, Pro, Max และ Enterprise รวมถึงการจัดการความเป็นส่วนตัวและไฟล์ที่อัปโหลด พร้อม Prompt ภาษาไทยและอังกฤษ ตาราง Workflow Checklist และ FAQ

① Spaces ใน Perplexity คืออะไร

Spaces คือพื้นที่ทำงานที่ช่วยจัดกลุ่ม Threads และแหล่งข้อมูลตามหัวข้อหรือโครงการ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • วิจัยตลาด
  • ศึกษาคู่แข่ง
  • เขียนบทความ SEO
  • วิเคราะห์คู่มือสินค้า
  • ทำงานวิจัย
  • จัดเก็บรายงาน
  • วางแผนการตลาด
  • ทำงานร่วมกับทีม

ข้อดี

การรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ในพื้นที่เดียวช่วยลดความสับสนระหว่างบทสนทนาคนละเรื่อง และทำให้กลับมาตรวจงานเดิมได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเก็บ Threads ไว้ใน Space ไม่ได้หมายความว่า AI จะอ่านทุกคำตอบเก่าหรือทุกเอกสารทั้งหมดในทุกคำถามโดยอัตโนมัติ

② Projects ใน Perplexity คืออะไร

Projects คือพื้นที่ทำงานสำหรับรวบรวมบริบท ไฟล์ บทสนทนา และงานต่อเนื่องในระบบ Perplexity รุ่นใหม่

Projects ต่อยอดแนวคิดจาก Spaces โดยเพิ่มความสามารถบางอย่าง เช่น

  • Persistent Files
  • Shared Workspace
  • Connected Apps
  • Project Instructions
  • Collaboration
  • Perplexity Computer
  • Project Context
  • Persistent Memory ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ

Spaces เปลี่ยนเป็น Projects แล้วใช่ไหม

Perplexity ระบุว่า Spaces พัฒนาเป็น Projects และพื้นที่เดิมจะย้ายเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

แต่ผู้ใช้บางผลิตภัณฑ์อาจยังเห็นชื่อ Spaces หรือหน้าตาเมนูแบบเดิม จึงควรยึดหน้าจอและสิทธิ์บัญชีที่ใช้งานจริงเป็นหลัก

③ Spaces กับ Projects ต่างกันอย่างไร

ประเด็นSpaces เดิมProjects รุ่นใหม่
จัดกลุ่ม Threadsรองรับรองรับ
ตั้งชื่อพื้นที่รองรับรองรับ
Custom Instructionsรองรับรองรับแนวคิด Project Instructions
เพิ่ม Filesตามแพ็กเกจรองรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เพิ่ม Linksรองรับในฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องขึ้นอยู่กับเครื่องมือและแหล่งข้อมูล
การทำงานร่วมกันรองรับรองรับ
แอปที่เชื่อมต่อมีในบางผลิตภัณฑ์ขยายการใช้งาน
Persistent File Systemจำกัดตามโครงสร้างเดิมเป็นส่วนสำคัญของ Projects
Computer Tasksไม่ใช่ความสามารถหลักเดิมรองรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Memoryตามบริบทการใช้งานมีความสามารถเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ

ควรเลือกใช้อะไร

หากบัญชีแสดงเมนู Spaces ให้ใช้งานตามความสามารถที่มีอยู่

หากบัญชีแสดง Projects ให้ใช้พื้นที่ทำงานรุ่นใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Spaces เดิมขึ้นมาใหม่เพียงเพราะเปลี่ยนชื่อฟีเจอร์

④ วิธีสร้าง Space ใน Perplexity

สำหรับหน้าจอที่ยังใช้ชื่อ Spaces สามารถเริ่มจากเมนูด้านข้าง

ขั้นตอน

  1. เปิด Perplexity
  2. ลงชื่อเข้าใช้
  3. เลือก Spaces
  4. กด Create a Space
  5. ตั้งชื่อพื้นที่
  6. เพิ่ม Description เมื่อจำเป็น
  7. กำหนด Custom Instructions
  8. ตรวจตัวเลือกโมเดลและสิทธิ์ที่มี
  9. บันทึกการสร้าง
  10. เปิด Space เพื่อเริ่มถามคำถาม

ตัวอย่างชื่อ

Marketing Research

ตัวอย่าง Description

พื้นที่สำหรับศึกษาตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง และรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนเนื้อหาเว็บไซต์

ข้อควรระวัง

ชื่อเมนูและตำแหน่งปุ่มอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน หากหน้าจอใช้คำว่า Projects ให้ทำตามขั้นตอนสร้าง Project แทน

⑤ วิธีสร้าง Project ใน Perplexity

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Perplexity
  2. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี
  3. เลือกเมนู Projects หรือพื้นที่ทำงานที่บัญชีรองรับ
  4. เลือกสร้าง Project ใหม่
  5. กำหนดชื่อโครงการ
  6. เพิ่มคำอธิบาย
  7. กำหนด Project Instructions เมื่อมี
  8. เพิ่มไฟล์หรือแหล่งข้อมูลที่ต้องการ
  9. ตรวจสิทธิ์การเข้าถึง
  10. เริ่มงานหรือการสนทนาภายใน Project

ตัวอย่าง Project

Website Content Strategy

วัตถุประสงค์คือรวบรวมข้อมูลคีย์เวิร์ด รายงานเว็บไซต์ คู่แข่ง และแผนการเผยแพร่บทความไว้ในโครงการเดียว

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่ม

ตรวจว่าพื้นที่ทำงานเป็นส่วนตัวหรือมีสมาชิกคนอื่นเข้าถึงได้ และไม่เพิ่มเอกสารที่ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน

⑥ วิธีตั้งชื่อ Space หรือ Project ให้เข้าใจง่าย

ชื่อที่ดีควรบอกวัตถุประสงค์ ไม่ยาวเกินไป และช่วยให้ค้นพบโครงการในภายหลัง

ตัวอย่างชื่อแนะนำ

ประเภทงานชื่อพื้นที่
วิจัยตลาดMarketing Research
วิเคราะห์คู่แข่งCompetitor Analysis
บทความเว็บไซต์SEO Content
คู่มืออุปกรณ์Technical Manuals
รายงานธุรกิจBusiness Reports
งานวิจัยAcademic Research
พัฒนาผลิตภัณฑ์Product Research
บริการลูกค้าCustomer Support Knowledge

ข้อควรหลีกเลี่ยง

  • ตั้งชื่อว่า Project 1, Project 2 โดยไม่มีรายละเอียด
  • รวมงานคนละวัตถุประสงค์ไว้ในพื้นที่เดียว
  • ใช้ชื่อที่เปิดเผยข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น
  • ตั้งชื่อซ้ำหลายพื้นที่จนสับสน

⑦ Description ใน Spaces หรือ Projects ใช้ทำอะไร

Description คือคำอธิบายว่าพื้นที่ทำงานนี้มีวัตถุประสงค์อะไร

ควรเขียนอะไรบ้าง

  • เป้าหมายของโครงการ
  • ประเภทข้อมูลที่ใช้
  • กลุ่มผู้ใช้งาน
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • ขอบเขตงาน

ตัวอย่าง

โครงการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและเว็บไซต์ โดยใช้รายงานที่ได้รับอนุญาตร่วมกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อจัดทำข้อเสนอด้าน SEO และ Content Marketing

ข้อควรเข้าใจ

Description ช่วยอธิบายพื้นที่ แต่ไม่ควรใช้แทน Custom Instructions เมื่อมีข้อกำหนดเฉพาะที่ต้องการให้ AI ปฏิบัติตาม

⑧ Custom Instructions คืออะไร

Custom Instructions คือคำแนะนำที่กำหนดให้ AI ใช้เป็นแนวทางในการตอบภายใน Space หรือ Project

ตัวอย่างคำแนะนำ

  • ตอบภาษาไทย
  • ใช้หัวข้อชัดเจน
  • แยกข้อเท็จจริงกับข้อเสนอ
  • ใช้ตารางเมื่อจำเป็น
  • แสดงข้อจำกัดของข้อมูล
  • ไม่แต่งแหล่งอ้างอิง
  • สรุปประเด็นสำคัญก่อนรายละเอียด

ตัวอย่าง Custom Instructions ภาษาไทย

ตอบคำถามเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย โดยใช้ข้อมูลจาก Sources ที่ได้รับอนุญาตเป็นหลัก แยกข้อเท็จจริง การตีความ และข้อเสนอแนะให้ชัดเจน หากไม่พบข้อมูลในแหล่งที่ใช้ให้ระบุข้อจำกัด ห้ามสร้างตัวเลข ชื่อเอกสาร หรือ Citation ขึ้นเอง

ประโยชน์

ช่วยลดการพิมพ์คำสั่งซ้ำสำหรับงานที่มีรูปแบบคล้ายกัน

⑨ วิธีตั้ง Custom Instructions สำหรับงาน SEO

หากทำคอนเทนต์เว็บไซต์ สามารถกำหนดแนวทางวิเคราะห์และรูปแบบคำตอบล่วงหน้าได้

ตัวอย่าง

ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ SEO และ Content Marketing ให้เริ่มจากค้นหา Search Intent วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย และเสนอหัวข้อที่อ่านง่าย แยกข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงออกจากข้อเสนอทางกลยุทธ์ ไม่แต่งปริมาณการค้นหา อันดับ Google หรือข้อมูลคู่แข่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

สิ่งที่ควรกำหนดเพิ่มเติม

  • ภาษา
  • กลุ่มผู้อ่าน
  • รูปแบบหัวข้อ
  • ลักษณะตาราง
  • ความยาวคำตอบ
  • การตรวจแหล่งข้อมูล
  • ข้อจำกัดด้านการเผยแพร่

ข้อควรระวัง

Custom Instructions ไม่ใช่หลักประกันว่า AI จะตอบถูกทุกครั้ง จึงยังต้องตรวจผลลัพธ์ก่อนเผยแพร่

⑩ วิธีแก้ไข Custom Instructions

หากโครงการเปลี่ยนเป้าหมาย สามารถตรวจเมนูการตั้งค่าพื้นที่เพื่อปรับคำแนะนำได้

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Space หรือ Project
  2. เข้าเมนู Settings หรือ Edit
  3. ตรวจชื่อและ Description
  4. เปิดส่วน Instructions
  5. ปรับข้อความให้ตรงงานปัจจุบัน
  6. บันทึก
  7. เริ่มคำถามใหม่เพื่อทดสอบ
  8. ตรวจว่าคำตอบตรงแนวทางหรือไม่

เทคนิค

หากคำสั่งยาวเกินไป ควรจัดแยกเป็นหัวข้อ เช่น Role, Sources, Output Format และ Restrictions

⑪ วิธีเพิ่มไฟล์เข้า Spaces

ในหน้าจอ Spaces เดิม คู่มือทางการอธิบายการเพิ่มไฟล์ผ่านส่วน Sources

ขั้นตอน

  1. เปิด Space
  2. ไปยัง Sources
  3. กด Add
  4. เลือก Add Files
  5. เลือกไฟล์ที่ต้องการ
  6. รอให้เพิ่มไฟล์สำเร็จ
  7. ตรวจรายชื่อไฟล์
  8. เริ่มถามคำถามจากแหล่งข้อมูลนั้น

ไฟล์ที่พบในคู่มือ

  • PDF
  • DOCX
  • XLSX
  • PPTX
  • CSV

ตัวอย่าง Prompt

ใช้ไฟล์ที่เพิ่มในพื้นที่นี้เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการตอบคำถาม ระบุชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละประเด็น หากอ่านข้อมูลไม่ครบให้แจ้งข้อจำกัด และอย่าสรุปว่าทุกไฟล์ถูกอ่านครบแล้ว

⑫ วิธีเพิ่มไฟล์เข้า Projects

Projects รุ่นใหม่รองรับการจัดการไฟล์ในพื้นที่ทำงานแบบต่อเนื่องตามสิทธิ์ของผลิตภัณฑ์

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Project
  2. เลือกส่วน Files หรือแหล่งข้อมูลที่มี
  3. กดเพิ่มไฟล์
  4. เลือกไฟล์จากอุปกรณ์หรือแหล่งที่เชื่อมต่อ
  5. ตรวจรายการที่เพิ่ม
  6. ตรวจสิทธิ์การแชร์
  7. ระบุคำถามที่ต้องการให้ใช้ไฟล์
  8. ตรวจว่า AI ใช้ข้อมูลจากไฟล์จริง

ข้อควรระวัง

การเพิ่มไฟล์เข้า Project กับการแนบไฟล์ชั่วคราวในคำถามอาจมีผลต่อการจัดเก็บและการใช้งานซ้ำต่างกัน

⑬ วิธีเพิ่ม Links เป็น Sources

Spaces เดิมมีตัวเลือกเพิ่ม Links สำหรับใช้เป็นแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

ตัวอย่าง

  • หน้าคู่มือผู้ผลิต
  • หน้าเอกสารทางการ
  • หน้ารายงานสาธารณะ
  • หน้าเว็บไซต์ข้อมูลอุตสาหกรรม

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Space
  2. เลือก Sources
  3. เลือกเพิ่ม Links
  4. กรอกแหล่งข้อมูลที่ได้รับอนุญาต
  5. บันทึก
  6. ตรวจว่าสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้จริง
  7. ตั้งคำถามที่อ้างอิงแหล่งดังกล่าว

ข้อควรระวัง

การเพิ่ม URL ไม่ได้รับประกันว่าระบบสามารถอ่านหน้าเว็บนั้นได้ทุกครั้ง เช่น หน้าที่ต้องลงชื่อเข้าใช้หรือมีข้อจำกัดการเข้าถึง

⑭ Files กับ Links ต่างกันอย่างไร

ประเด็นFilesLinks
แหล่งข้อมูลไฟล์ที่เพิ่มหรือเชื่อมต่อหน้าเว็บหรือแหล่งที่ระบุ
ตัวอย่างPDF, DOCX, XLSXเว็บคู่มือหรือรายงาน
การเปลี่ยนแปลงขึ้นกับไฟล์และการซิงก์เนื้อหาเว็บอาจเปลี่ยน
การเข้าถึงตามสิทธิ์ไฟล์ตามสิทธิ์และการเข้าถึงเว็บ
การตรวจหลักฐานตรวจไฟล์ต้นฉบับตรวจหน้าเว็บต้นทาง
ความเป็นส่วนตัวต้องตรวจข้อมูลภายในระวังลิงก์ข้อมูลส่วนตัว

แนวทางเลือก

ใช้ Files เมื่อมีเอกสารเฉพาะฉบับที่ต้องการวิเคราะห์ และใช้ Links เมื่อจำเป็นต้องค้นข้อมูลจากหน้าเว็บหรือเอกสารออนไลน์ที่เข้าถึงได้

⑮ วิธีเลือก Sources ตอนถามคำถาม

ใน Spaces เดิมมีการเลือกแหล่งข้อมูล เช่น Web, Files และ Links

รูปแบบการค้นหา

  • Web
  • Files
  • Links
  • แหล่งข้อมูลหลายประเภทพร้อมกัน เมื่อระบบรองรับ

ตัวอย่าง

หากต้องการสรุปสัญญาเฉพาะเอกสารที่อัปโหลด ควรเลือกแหล่งข้อมูลไฟล์ที่เกี่ยวข้อง และไม่ใช้ข้อมูลเว็บมาเติมเงื่อนไขในสัญญาโดยไม่ระบุที่มา

Prompt

ตอบคำถามนี้จากไฟล์ที่เพิ่มใน Space เท่านั้น หากต้องใช้ข้อมูลจากเว็บให้แยกเป็นหัวข้อ External Information และระบุชัดเจนว่าส่วนใดไม่ได้มาจากเอกสารต้นฉบับ

ข้อควรระวัง

การปิด Web Search ไม่ได้ยืนยันว่า AI จะไม่ใช้ความรู้เดิมของโมเดลประกอบการสร้างข้อความ ดังนั้นยังต้องตรวจคำตอบกับ Sources จริง

⑯ วิธีค้นข้อมูลภายใน Space หรือ Project

Internal Knowledge Search คือการค้นและถามคำถามจากข้อมูลที่องค์กรหรือผู้ใช้เพิ่มไว้

ตัวอย่างคำถาม

  • เอกสารกล่าวถึงข้อกำหนดใด
  • รายงานฉบับไหนมีข้อมูลนี้
  • คู่มือระบุขั้นตอนอะไร
  • มีไฟล์ใดเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
  • ข้อมูลสองฉบับขัดแย้งกันหรือไม่

Prompt

ค้นคำตอบจากเอกสารภายในพื้นที่นี้ โดยระบุชื่อไฟล์และส่วนที่เกี่ยวข้อง แยกข้อมูลที่พบจริงจากข้อสรุปของ AI หากไม่มีหลักฐานให้แจ้งว่าไม่พบในแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้

ข้อควรระวัง

ผลค้นหาอาจไม่ครอบคลุมทุกข้อความของไฟล์ขนาดใหญ่ ควรตรวจเอกสารต้นฉบับเมื่อต้องการความครบถ้วน

⑰ วิธีจัด Threads ภายใน Space

Thread คือบทสนทนาหรือชุดคำถามและคำตอบ

ตัวอย่างการแยก Threads

Space: Marketing Research

  • Thread วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า
  • Thread วิเคราะห์คู่แข่ง
  • Thread วิเคราะห์ราคา
  • Thread วิเคราะห์คีย์เวิร์ด
  • Thread สรุปกลยุทธ์

ประโยชน์

ช่วยไม่ให้ข้อมูลหลายเรื่องปะปนกันในบทสนทนายาวเพียงรายการเดียว

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Space
  2. ตั้งคำถามใหม่
  3. ตรวจว่าบันทึกอยู่ในพื้นที่ที่ต้องการ
  4. ตั้งชื่อ Thread ให้เข้าใจง่ายเมื่อมีฟีเจอร์
  5. กลับมาเปิดจากรายการภายใน Space

⑱ วิธีนำ Thread เดิมมาไว้ใน Space

บางหน้าจอมีความสามารถจัดระเบียบหรือย้าย Threads ไปยัง Space ที่ต้องการ

แนวทาง

  1. เปิดรายการ Threads
  2. เลือก Thread ที่ต้องการ
  3. ตรวจเมนู Organize หรือ Move
  4. เลือก Space ปลายทางเมื่อมี
  5. ยืนยัน
  6. ตรวจว่า Thread ปรากฏในพื้นที่ใหม่

ข้อควรระวัง

การย้าย Thread ไม่ได้หมายความว่าไฟล์แนบชั่วคราวใน Thread จะกลายเป็น Source ถาวรของ Space โดยอัตโนมัติ

⑲ วิธีใช้ Follow-up Questions ภายใน Project

การถามต่อเหมาะกับงานที่ต้องขยายประเด็นจากเอกสารหรือผลการวิจัยเดิม

ตัวอย่าง

คำถามแรก

รายงานนี้กล่าวถึงแนวโน้มอะไร

คำถามต่อมา

มีหลักฐานใดสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว

คำถามเพิ่มเติม

เปรียบเทียบกับรายงานอีกฉบับในโครงการ

คำถามตรวจสอบ

ข้อสรุปใดยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

เคล็ดลับ

ควรให้ AI ตรวจกลับไปยัง Sources ที่เกี่ยวข้อง แทนการอ้างอิงคำตอบก่อนหน้าเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว

⑳ วิธีใช้ Projects กับงานต่อเนื่อง

Projects รุ่นใหม่มีความสามารถรองรับการทำงานหลายรอบในบริบทของพื้นที่เดียวกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถรวบรวมไฟล์ วิเคราะห์ข้อมูล สร้างผลลัพธ์ และกลับมาทำงานต่อในโครงการเดิมตามความสามารถที่บัญชีรองรับ

ตัวอย่าง Workflow

  1. สร้าง Project
  2. กำหนดเป้าหมาย
  3. เพิ่มข้อมูลต้นทาง
  4. ตั้ง Instructions
  5. วิเคราะห์ข้อมูล
  6. ตรวจคำตอบ
  7. สร้างผลลัพธ์
  8. บันทึกสิ่งที่ตรวจแล้ว
  9. กลับมาทำงานต่อ
  10. ตรวจว่าข้อมูลยังทันสมัย

ข้อควรระวัง

ความสามารถอย่าง Perplexity Computer และ Memory ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้กับทุกแพ็กเกจหรือทุกขั้นตอนของการใช้งาน Projects

㉑ วิธีใช้ Spaces กับงานวิจัยตลาด

การวิจัยตลาดเป็นตัวอย่างที่เหมาะกับพื้นที่ที่รวมแหล่งข้อมูลหลายประเภท

ตัวอย่างโครงสร้าง

Project: Marketing Research

Sources:

  • รายงานตลาด
  • ข้อมูลกลุ่มลูกค้า
  • รายงานคู่แข่ง
  • ตารางเปรียบเทียบ
  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์

Threads:

  • Customer Research
  • Competitor Research
  • Pricing Analysis
  • Market Opportunities
  • Strategy Summary

Prompt

ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยตลาดในโครงการนี้ โดยเริ่มจากตรวจเอกสารที่เข้าถึงได้จริง แล้ววิเคราะห์กลุ่มลูกค้า คู่แข่ง และโอกาสทางการตลาด แยก Market Evidence, Assumptions และ Recommendations ไม่แต่งสถิติหรือส่วนแบ่งตลาดที่ไม่มีแหล่งข้อมูล

㉒ วิธีใช้ Projects กับ Content Marketing และ SEO

Projects เหมาะกับการจัดระเบียบงานเนื้อหาที่มีหลายหมวดและต้องศึกษาข้อมูลต่อเนื่อง

ตัวอย่างโครงสร้าง

Project: SEO Content Strategy

ข้อมูลที่ใช้:

  • Keyword Research
  • Content Plan
  • Editorial Guidelines
  • Performance Reports
  • Competitor Notes
  • Publishing Checklist

Prompt

ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวางแผน Content Marketing ให้เริ่มจากวิเคราะห์ Search Intent และจัดกลุ่มหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ใช้ข้อมูลจาก Sources ของโครงการตามที่เข้าถึงได้จริง แยกข้อเท็จจริงจากข้อเสนอ SEO และไม่สร้าง Search Volume หรืออันดับค้นหาที่ไม่ได้ตรวจสอบ

แนวทาง

ควรแยก Threads สำหรับวิเคราะห์คีย์เวิร์ด วางโครงบทความ ตรวจบทความ และวิเคราะห์ผลลัพธ์ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย

㉓ วิธีใช้ Spaces กับคู่มืออุปกรณ์

งานด้านเทคนิคอาจมีคู่มือจากผู้ผลิตหลายรุ่น ซึ่งไม่ควรนำเนื้อหามาผสมกัน

ตัวอย่าง Sources

  • คู่มือรุ่น A
  • คู่มือรุ่น B
  • ตารางสเปก
  • ขั้นตอนตรวจรับงาน
  • เอกสารบำรุงรักษา

Prompt

ใช้เอกสารคู่มือที่เพิ่มในพื้นที่นี้เพื่อตอบคำถาม โดยระบุชื่อรุ่นและชื่อไฟล์ของหลักฐานทุกครั้ง ห้ามนำคำสั่งหรือสเปกจากอุปกรณ์รุ่นอื่นมาตอบแทน และแยกคำแนะนำทั่วไปออกจากสิ่งที่ผู้ผลิตยืนยัน

ข้อควรระวัง

คู่มือหลายรุ่นอาจมีชื่อใกล้กัน แต่คำสั่งหรือข้อจำกัดแตกต่างกันอย่างสำคัญ

㉔ วิธีแชร์ Space หรือ Project ให้ผู้อื่น

Spaces และ Projects มีความสามารถด้าน Collaboration ตามผลิตภัณฑ์และสิทธิ์บัญชี

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิดพื้นที่ที่ต้องการแชร์
  2. เลือก Invite หรือ Share
  3. ระบุผู้รับเชิญ
  4. เลือกระดับสิทธิ์เมื่อมี
  5. ตรวจว่าผู้รับควรเห็นไฟล์ใด
  6. ส่งคำเชิญ
  7. ตรวจรายชื่อสมาชิก
  8. ทบทวนสิทธิ์เมื่อโครงการเปลี่ยน

ข้อควรระวัง

ไม่ควรแชร์พื้นที่ที่มีข้อมูลลูกค้า พนักงาน หรือข้อมูลลับโดยไม่ตรวจสิทธิ์และนโยบายองค์กรก่อน

㉕ Viewer กับ Collaborator ต่างกันอย่างไร

ตาราง Permissions

บทบาทหลักการใช้งาน
Ownerเจ้าของพื้นที่หรือผู้รับผิดชอบ
Viewerดูข้อมูลตามสิทธิ์
Collaboratorร่วมทำงานตามสิทธิ์ที่ระบบกำหนด
Adminจัดการระดับองค์กรในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ

สิ่งที่ต้องตรวจ

  • ใครเห็นไฟล์
  • ใครสร้าง Thread
  • ใครแก้ไขพื้นที่
  • ใครเพิ่ม Source
  • ใครลบ Source
  • ใครเชิญสมาชิก
  • ใครเปลี่ยนการแชร์

ข้อควรระวัง

ชื่อบทบาทและรายละเอียดสิทธิ์อาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงต้องตรวจเมนูจริงก่อนอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญ

㉖ Private, Organization และ Public Sharing

Projects บางผลิตภัณฑ์มีตัวเลือกแบ่งปันพื้นที่หรือผลการทำงานหลายระดับ

ตัวอย่าง

  • Private
  • Organization
  • Invited Members
  • Anyone with Link เมื่อระบบมีตัวเลือก

หลักการเลือก

ข้อมูลส่วนตัวควรจำกัดการเข้าถึง ขณะที่เอกสารสาธารณะอาจแชร์ได้กว้างกว่าเมื่อมีสิทธิ์ใช้งาน

Checklist

  • ตรวจเนื้อหา
  • ตรวจข้อมูลส่วนบุคคล
  • ตรวจ Sources
  • ตรวจสมาชิก
  • ตรวจการแชร์ลิงก์
  • ตรวจสิทธิ์ดาวน์โหลดหรือคัดลอกตามที่ระบบรองรับ

㉗ วิธีใช้ Connectors ใน Projects

Projects รุ่นใหม่มีความสามารถเชื่อมข้อมูลจากแอปภายนอกตามสิทธิ์ผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างแหล่งข้อมูล

  • Google Drive
  • OneDrive
  • SharePoint
  • Dropbox
  • Box
  • แอปหรือบริการอื่นที่ระบบรองรับ

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Project
  2. ตรวจเมนู Connectors หรือ Sources
  3. เลือกบริการที่ต้องการ
  4. ตรวจสิทธิ์การเชื่อมต่อ
  5. อนุญาตเฉพาะขอบเขตที่จำเป็น
  6. เลือกไฟล์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  7. ตรวจว่าข้อมูลถูกเพิ่มเข้าสู่บริบทของงานจริง
  8. ทบทวนสิทธิ์เป็นระยะ

ข้อควรระวัง

การเชื่อมต่อแอปเป็นการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามขอบเขตที่กำหนด ไม่ควรอนุญาตมากกว่าที่งานต้องใช้

㉘ Projects กับ Persistent Memory คืออะไร

Projects รุ่นใหม่มีความสามารถด้านบริบทต่อเนื่องและความจำในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ

แนวคิด

AI สามารถใช้บริบทของโครงการเพื่อช่วยให้การทำงานครั้งต่อไปต่อยอดจากงานเดิมได้สะดวกขึ้น

สิ่งที่ควรเข้าใจ

  • ไม่ใช่ทุกข้อมูลจะถูกจดจำอย่างสมบูรณ์
  • ฟีเจอร์ Memory อาจขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ
  • ข้อมูลที่เก่าอาจไม่ตรงสถานการณ์ปัจจุบัน
  • คำตอบจาก AI ยังต้องตรวจหลักฐาน
  • ต้องตรวจนโยบายการจัดเก็บข้อมูล

ข้อควรระวัง

Persistent Memory ไม่ใช่สิ่งทดแทนเอกสารต้นฉบับหรือระบบสำรองข้อมูลที่เป็นทางการ

㉙ Perplexity Free ใช้ Spaces หรือ Projects ได้ไหม

คู่มือ Spaces เดิมระบุว่าบัญชี Free สามารถสร้าง Spaces เพื่อจัด Threads และทำงานร่วมกันในระดับพื้นฐานได้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องการเพิ่มไฟล์เป็น Sources และความสามารถขั้นสูง

ข้อมูลแพ็กเกจใหม่อธิบายความสามารถ Projects และการวิเคราะห์ไฟล์เพิ่มเติมสำหรับบัญชีชำระเงิน

สิ่งที่ควรตรวจ

  • บัญชีมีเมนู Spaces หรือ Projects หรือไม่
  • สร้างพื้นที่ใหม่ได้หรือไม่
  • เพิ่มไฟล์เป็น Source ได้หรือไม่
  • เชิญสมาชิกได้หรือไม่
  • ใช้ Connectors ได้หรือไม่
  • มีสิทธิ์ Computer Tasks หรือไม่

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้ข้อมูล Spaces รุ่นเก่ารับประกันว่าสิทธิ์บัญชี Free ปัจจุบันเหมือนเดิมทุกอย่าง

㉚ Pro, Max และ Enterprise ต่างกันอย่างไร

ความสามารถFreeProMaxEnterprise
จัดพื้นที่งานพื้นฐานตามสิทธิ์รองรับเพิ่มเติมขีดจำกัดสูงขึ้นรองรับระดับองค์กร
File Sourcesจำกัดรองรับเพิ่มขีดจำกัดตามระดับองค์กร
Researchจำกัดใช้ได้มากขึ้นสูงกว่าตามแพ็กเกจ
Collaborationตามสิทธิ์รองรับรองรับควบคุมระดับองค์กร
Connectorsจำกัดตามผลิตภัณฑ์เพิ่มความสามารถรองรับการจัดการองค์กร
Admin Controlsไม่ใช่จุดหลักไม่ใช่จุดหลักตามผลิตภัณฑ์รองรับ
Data Governanceมาตรฐานตามนโยบายตามนโยบายมีการควบคุมเพิ่มเติม

ควรเลือกอะไร

ผู้ใช้คนเดียวที่ต้องการจัด Threads อาจไม่จำเป็นต้องใช้แพ็กเกจสูงที่สุด

แต่หากต้องเพิ่มไฟล์จำนวนมาก ทำงานร่วมกับทีม และจัดการสิทธิ์ข้อมูลภายใน ควรประเมินแพ็กเกจชำระเงินตามความต้องการจริง

㉛ จำนวนไฟล์ใน Space หรือ Project จำกัดไหม

มี โดยคู่มือของ Perplexity ระบุขีดจำกัดต่างกันตามผลิตภัณฑ์และระดับบัญชี

ตัวอย่างที่พบในเอกสารทางการ

  • คู่มือ Spaces เดิมระบุ Pro สูงสุด 50 ไฟล์ต่อ Space
  • คู่มือผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรบางฉบับระบุขีดจำกัดสูงกว่า
  • Enterprise Max มีการระบุความจุสูงสุดระดับหลายพันไฟล์ต่อ Project

สิ่งที่ต้องตรวจ

  • จำนวนไฟล์ต่อ Project
  • ขนาดต่อไฟล์
  • จำนวนครั้งที่อัปโหลด
  • จำนวนไฟล์ที่แนบใน Thread
  • การซิงก์จาก Connectors
  • ความจุของ File Repository

ข้อควรระวัง

อย่าสับสนจำนวนไฟล์ต่อ Project กับจำนวนไฟล์ที่แนบพร้อมกันในคำถามเดียว

㉜ วิธีจัดการไฟล์และ Sources ที่ไม่ใช้แล้ว

เมื่อโครงการมีเอกสารจำนวนมาก ควรทบทวนแหล่งข้อมูลเป็นระยะ

ขั้นตอน

  1. เปิด Space หรือ Project
  2. ตรวจ Files หรือ Sources
  3. ระบุไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้องแล้ว
  4. ตรวจว่าไฟล์ถูกใช้ใน Threads สำคัญหรือไม่
  5. ตรวจสิทธิ์สมาชิก
  6. เลือก Remove หรือ Delete ตามเมนูจริง
  7. ตรวจว่า Source หายจากรายการ
  8. ตรวจประวัติที่ยังมีข้อมูลจากไฟล์
  9. ตรวจนโยบายการเก็บรักษา

ข้อควรระวัง

การลบ Source ไม่ได้หมายความว่าคำตอบที่สร้างไว้ก่อนหน้าจะถูกลบโดยอัตโนมัติ

㉝ ความเป็นส่วนตัวและการเก็บรักษาข้อมูล

Spaces และ Projects อาจประกอบด้วยข้อมูลที่ต้องการควบคุมสิทธิ์ เช่น รายงานธุรกิจ ข้อมูลลูกค้า และเอกสารภายในองค์กร

ข้อมูลที่ควรระวัง

  • รายชื่อลูกค้า
  • ข้อมูลการเงิน
  • รายงานภายใน
  • สัญญา
  • รหัสผ่าน
  • API Keys
  • ข้อมูลบุคลากร
  • ข้อมูลสุขภาพ
  • ข้อมูลระบบสารสนเทศ

แนวทางป้องกัน

  1. ตรวจสิทธิ์การใช้ข้อมูล
  2. ลดข้อมูลส่วนตัวก่อนเพิ่มไฟล์
  3. ตรวจว่า Project เป็น Private หรือ Shared
  4. จำกัดสมาชิกเท่าที่จำเป็น
  5. ตรวจ Connectors
  6. ตรวจการเก็บรักษา
  7. นำ Sources ที่ไม่ใช้แล้วออก
  8. ตรวจการแชร์ Threads
  9. ทบทวนสิทธิ์อย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

Perplexity ระบุว่า Enterprise มีมาตรการด้านข้อมูลและการควบคุมระดับองค์กรเพิ่มเติม แต่ไม่ควรนำคุณสมบัติ Enterprise ไปเหมารวมว่าทุกบัญชี Free หรือ Pro มีมาตรการและเงื่อนไขเดียวกัน

㉞ วิธีป้องกัน Hallucination ภายใน Spaces

การรวมแหล่งข้อมูลจำนวนมากอาจทำให้ AI นำข้อมูลจากเอกสารคนละฉบับมาปะปนกัน

ตัวอย่างความเสี่ยง

  • ตอบจากเอกสารผิดฉบับ
  • ใช้ข้อมูลเก่า
  • รวมข้อมูลจากเว็บกับไฟล์
  • สร้างตัวเลขที่ไม่มีหลักฐาน
  • อ้างชื่อไฟล์ผิด
  • แต่งเลขหน้า
  • นำสเปกสินค้าคนละรุ่นมารวมกัน
  • สรุปว่าอ่านทุก Source ครบแล้ว

Prompt

ตอบคำถามจาก Sources ในพื้นที่นี้โดยแยกชื่อไฟล์และข้อมูลที่ตรวจพบจริงทุกประเด็น หากแหล่งข้อมูลขัดแย้งกันให้แสดงความแตกต่าง ไม่เลือกข้อมูลหนึ่งเป็นข้อสรุปโดยไม่มีเหตุผล และห้ามสร้าง Citation ขึ้นเอง

หลักการ

การอยู่ใน Project เดียวกันไม่ได้ทำให้ข้อมูลทุกฉบับถูกต้องหรือสอดคล้องกันโดยอัตโนมัติ

㉟ Prompt ภาษาไทยสำหรับ Spaces และ Projects

สร้างโครงสร้างโครงการ

ช่วยออกแบบโครงสร้าง Project สำหรับ [ประเภทงาน] โดยเสนอชื่อ คำอธิบาย หมวด Sources และ Threads ที่ควรแยก

สร้าง Custom Instructions

เขียน Custom Instructions สำหรับโครงการนี้ โดยกำหนดบทบาท ภาษา รูปแบบคำตอบ แหล่งข้อมูลหลัก และข้อห้ามในการแต่งข้อมูล

ค้นข้อมูลใน Sources

ตอบจากไฟล์ที่เพิ่มในโครงการเท่านั้น และระบุชื่อเอกสารประกอบแต่ละข้อสรุป

วิเคราะห์หลายไฟล์

เปรียบเทียบ Sources หลายฉบับ โดยแยกข้อมูลของแต่ละไฟล์และระบุข้อขัดแย้ง

จัดการ Threads

ช่วยเสนอหมวด Threads ให้เหมาะกับงานวิจัยตลาด โดยไม่รวมคำถามคนละวัตถุประสงค์ไว้ใน Thread เดียว

สร้าง Workflow ทีม

วาง Workflow การทำงานร่วมกันระหว่างผู้วิจัย ผู้ตรวจสอบ และผู้อนุมัติ โดยแยกหน้าที่ให้ชัดเจน

ตรวจข้อมูลลับ

จัดทำ Checklist ก่อนแชร์ Project โดยเน้นข้อมูลลูกค้า สิทธิ์สมาชิก และ Connectors

ตรวจผลวิเคราะห์

ตรวจข้อสรุปจากโครงการนี้กับ Sources ที่เกี่ยวข้อง และทำรายการข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน

㊱ Prompt ภาษาอังกฤษ

Project Setup

Design a project workspace for the specified research goal, including a title, description, source categories, and a clear thread structure.

Custom Instructions

Write reusable project instructions covering role, scope, preferred language, output format, evidence requirements, and uncertainty handling.

File-based Research

Answer the question using accessible project files and identify the source document for each important claim.

Multiple Sources

Compare the available project sources, identify agreements and contradictions, and avoid mixing unrelated documents.

Source Selection

Distinguish evidence from uploaded files, linked web pages, and general model knowledge.

Collaboration Plan

Propose a collaboration workflow with responsibilities, review checkpoints, and approval steps.

Permission Audit

Create a permissions checklist covering project members, connected apps, shared threads, and sensitive files.

Hallucination Check

Audit the conclusions against the actual project sources and label unsupported statements clearly.

Project Continuity

Summarize verified progress, unresolved questions, next actions, and source documents needed for the next session.

㊲ Workflow ใช้ Spaces หรือ Projects อย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนสิ่งที่ทำผลลัพธ์
1กำหนดเป้าหมายProject Objective
2เลือกชื่อProject Title
3เขียนคำอธิบายDescription
4กำหนด InstructionsAI Guidelines
5ตรวจสิทธิ์บัญชีPlan Check
6เพิ่ม FilesSource Files
7เพิ่ม Links เมื่อรองรับWeb Sources
8ตรวจ ConnectorsConnected Sources
9แยก ThreadsResearch Structure
10เลือกแหล่งค้นหาSearch Scope
11ตั้งคำถามResearch Query
12ตรวจคำตอบEvidence Review
13เชิญสมาชิกเมื่อจำเป็นCollaboration
14กำหนด PermissionsAccess Control
15สรุปงานที่ยืนยันแล้วVerified Output
16ทบทวน SourcesKnowledge Maintenance
17ตรวจการแชร์และข้อมูลลับSecurity Review
18ปรับโครงการตามงานจริงContinuous Improvement

㊳ Checklist ก่อนสร้าง Space หรือ Project

การตั้งค่า

  • กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน
  • ตั้งชื่อเหมาะสม
  • เขียน Description
  • ตั้ง Custom Instructions
  • ตรวจแพ็กเกจ
  • ตรวจความสามารถที่บัญชีรองรับ
  • เลือกพื้นที่ส่วนตัวหรือทีม
  • ตรวจสิทธิ์แชร์

ข้อมูลและ Sources

  • ใช้ไฟล์ที่มีสิทธิ์
  • ตรวจประเภทไฟล์
  • ตรวจขนาดและจำนวน
  • ตั้งชื่อไฟล์เข้าใจง่าย
  • ตรวจข้อมูลลับ
  • เพิ่มแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจ Links ที่ใช้งานจริง
  • ตรวจ Connectors
  • ไม่เพิ่มแหล่งข้อมูลซ้ำโดยไม่จำเป็น

ระหว่างทำงาน

  • แยก Threads ตามหัวข้อ
  • เลือก Sources ให้ตรงคำถาม
  • ตรวจ Citations
  • ตรวจตัวเลข
  • ตรวจความทันสมัยของข้อมูล
  • ถามต่อเมื่อจำเป็น
  • แยก Facts กับ Recommendations
  • ไม่แต่งข้อมูลที่หาไม่พบ

ก่อนแชร์กับทีม

  • ตรวจสมาชิก
  • ตรวจบทบาท
  • ตรวจไฟล์อ่อนไหว
  • ตรวจลิงก์แชร์
  • ตรวจสิทธิ์ Connectors
  • ตรวจคำตอบที่มีข้อมูลสำคัญ
  • จำกัดการเข้าถึงเท่าที่จำเป็น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Spaces ใน Perplexity คืออะไร

คือพื้นที่จัดกลุ่ม Threads และแหล่งข้อมูลสำหรับงานหรือโครงการเดียวกัน

Projects ใน Perplexity คืออะไร

คือพื้นที่ทำงานรุ่นใหม่ที่ต่อยอดจาก Spaces และรองรับไฟล์ บริบทงาน และการทำงานร่วมกันตามผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน

Spaces เปลี่ยนเป็น Projects แล้วหรือไม่

Perplexity ระบุว่า Spaces พัฒนาเป็น Projects และข้อมูลเดิมจะย้ายเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่ แต่หน้าจอของผู้ใช้บางผลิตภัณฑ์อาจยังใช้ชื่อเดิม

วิธีสร้าง Space ทำอย่างไร

เปิด Spaces เลือก Create a Space ตั้งชื่อ เพิ่ม Description และ Custom Instructions แล้วบันทึก

วิธีสร้าง Project ทำอย่างไร

เปิด Projects หรือพื้นที่ทำงานที่บัญชีรองรับ เลือกสร้างใหม่ ตั้งชื่อ กำหนดคำแนะนำ แล้วเพิ่มไฟล์หรือแหล่งข้อมูล

ต้องสมัคร Pro ถึงใช้ Spaces ได้ไหม

คู่มือ Spaces เดิมระบุว่า Free สามารถสร้าง Spaces พื้นฐานได้ แต่การเพิ่ม Sources และความสามารถขั้นสูงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและผลิตภัณฑ์

Perplexity Pro ใช้ Projects ได้ไหม

มีความสามารถ Projects และการวิเคราะห์ไฟล์ตามสิทธิ์ของบัญชี Pro

Perplexity Max เหมาะกับ Projects ไหม

เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการขีดจำกัดและความสามารถขั้นสูงมากขึ้นตามแพ็กเกจ

Enterprise ใช้ Projects ทำอะไรได้

ใช้ทำงานร่วมกัน จัดการไฟล์ ควบคุมสิทธิ์ และใช้แหล่งข้อมูลภายในตามนโยบายองค์กร

Custom Instructions คืออะไร

เป็นคำแนะนำที่กำหนดให้ AI ใช้เป็นแนวทางตอบคำถามภายในพื้นที่ทำงาน

สามารถใส่คำสั่งภาษาไทยได้ไหม

ได้ สามารถกำหนดบทบาท รูปแบบ และภาษาที่ต้องการได้

Perplexity Spaces เพิ่ม PDF ได้ไหม

รองรับไฟล์ PDF ตามสิทธิ์และขีดจำกัดของฟีเจอร์

Spaces เพิ่ม Word ได้ไหม

รองรับ DOCX ในฟีเจอร์ File Sources ที่เกี่ยวข้อง

Spaces เพิ่ม Excel ได้ไหม

รองรับ XLSX ในฟีเจอร์ที่กำหนด แต่ยังต้องตรวจสูตรและตัวเลขจริง

Spaces เพิ่ม CSV ได้ไหม

รองรับ CSV ตามความสามารถของผลิตภัณฑ์

Spaces เพิ่มรูปภาพได้ไหม

คู่มือ Spaces เดิมระบุว่าภาพ PNG และ JPEG ไม่ได้รองรับเป็น Source แบบเดียวกับไฟล์เอกสาร แต่สามารถแนบภาพประกอบคำถามได้ตามฟีเจอร์

Spaces เพิ่ม Links ได้ไหม

มีฟีเจอร์เพิ่ม Links เป็นแหล่งข้อมูลใน Spaces เดิม และต้องตรวจเมนูของ Projects รุ่นใหม่

ใช้ข้อมูลจากไฟล์อย่างเดียวโดยไม่ค้นเว็บได้ไหม

ในฟีเจอร์ที่รองรับสามารถเลือกแหล่งค้นหาได้ แต่ต้องตรวจคำตอบว่าอาศัยหลักฐานจากไฟล์จริงหรือไม่

Files กับ Links ต่างกันอย่างไร

Files คือเอกสารที่อัปโหลดหรือเชื่อมต่อ ส่วน Links คือแหล่งข้อมูลจากหน้าเว็บที่ระบุ

Thread คืออะไร

คือบทสนทนาที่ประกอบด้วยคำถามและคำตอบต่อเนื่อง

สามารถมีหลาย Threads ใน Space ได้ไหม

ได้ เหมาะกับการแยกงานตามหัวข้อหรือเป้าหมาย

ย้าย Thread เข้า Space ได้ไหม

บางหน้าจอรองรับการจัดระเบียบหรือย้าย Threads ต้องตรวจเมนูที่บัญชีใช้งาน

เพิ่มไฟล์ใน Thread แล้วเป็น Source ของ Space ทันทีไหม

ไม่ควรสมมุติเช่นนั้น เพราะไฟล์แนบชั่วคราวกับ Source ของพื้นที่มีการจัดการต่างกัน

แชร์ Space กับเพื่อนได้ไหม

ได้ตามสิทธิ์ สามารถเชิญสมาชิกหรือกำหนดการแชร์ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ

Viewer กับ Collaborator ต่างกันอย่างไร

Viewer ใช้ดูข้อมูลตามสิทธิ์ ส่วน Collaborator ร่วมทำงานได้ตามขอบเขตที่ระบบกำหนด

Space เป็น Private ได้ไหม

มีการกำหนดการเข้าถึงแบบส่วนตัวในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ และควรตรวจการแชร์ทุกครั้ง

Projects เชื่อม Google Drive ได้ไหม

Projects และผลิตภัณฑ์ Enterprise ที่เกี่ยวข้องมีความสามารถเชื่อมแหล่งข้อมูลจาก Google Drive ตามสิทธิ์บัญชี

Projects เชื่อม OneDrive และ SharePoint ได้ไหม

มี Connectors ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ โดยต้องตรวจสิทธิ์การเชื่อมต่อจริง

Projects ใช้ Memory ได้ไหม

Projects รุ่นใหม่มีความสามารถบริบทและ Memory เพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ แต่ไม่ควรถือว่าใช้ได้กับทุกบัญชีเหมือนกัน

Spaces รองรับกี่ไฟล์

มีข้อจำกัดตามแพ็กเกจ คู่มือ Spaces เดิมระบุ Pro สูงสุด 50 ไฟล์ต่อ Space ขณะที่ผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรบางรุ่นรองรับจำนวนมากกว่า

ทำไมค้นข้อมูลใน Space แล้วไม่พบ

อาจเกิดจาก Source ไม่ได้เพิ่มจริง เลือกแหล่งข้อมูลผิด ระบบอ่านไฟล์ไม่ครบ หรือคำค้นไม่ตรงกับเอกสาร

ลบไฟล์ใน Spaces ได้ไหม

สามารถนำ Sources ออกผ่านเมนูจัดการตามสิทธิ์ที่รองรับ และควรตรวจประวัติหรือคำตอบเก่าที่เกี่ยวข้องด้วย

ลบ Space แล้วไฟล์ต้นฉบับใน Google Drive หายไหม

ไม่ควรสมมุติว่าการลบพื้นที่ใน Perplexity จะลบไฟล์ต้นฉบับของบริการภายนอกด้วย

ข้อมูลใน Projects ปลอดภัยไหม

ควรตรวจนโยบายและสิทธิ์การแชร์ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตั้งค่าขององค์กร และไม่เพิ่มข้อมูลลับเกินความจำเป็น

Perplexity Projects ต่างจากการสร้าง Thread ปกติอย่างไร

Projects จัดบริบทและแหล่งข้อมูลสำหรับงานต่อเนื่อง ส่วน Thread ปกติเป็นบทสนทนาเฉพาะเรื่อง

วิธีใช้ Spaces หรือ Projects ให้ดีที่สุดคืออะไร

กำหนดเป้าหมายให้ชัด ตั้ง Instructions ที่เหมาะ เพิ่ม Sources ที่ตรวจสอบได้ แยก Threads ตามหัวข้อ ตรวจคำตอบกับหลักฐาน และทบทวนสิทธิ์การแชร์สม่ำเสมอ

สรุป วิธีใช้ Spaces หรือ Projects ใน Perplexity

Spaces และ Projects เป็นความสามารถสำหรับจัดกลุ่มงานวิจัย เอกสาร และบทสนทนาให้เป็นระบบ โดย Projects เป็นการพัฒนาต่อจากแนวคิด Spaces เดิม

การเริ่มใช้งานควรสร้างพื้นที่ตามเป้าหมาย ตั้งชื่อและ Description ให้สื่อความหมาย และกำหนด Custom Instructions สำหรับรูปแบบคำตอบและวิธีใช้หลักฐาน

ผู้ใช้สามารถเพิ่มไฟล์และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามสิทธิ์บัญชี แล้วเลือกให้ AI ค้นจาก Files, Links หรือ Web ตามความสามารถที่ผลิตภัณฑ์รองรับ

การจัด Threads แยกตามประเด็นช่วยลดความสับสน ขณะที่การใช้ Sources ร่วมกันช่วยให้การค้นคว้าและการทำงานต่อเนื่องสะดวกขึ้น

Projects รุ่นใหม่มีความสามารถเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์ แอปที่เชื่อมต่อ การทำงานร่วมกัน และบริบทระยะยาว แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและฟีเจอร์จริง

หากแชร์ข้อมูลกับผู้อื่น ต้องตรวจบทบาทสมาชิก การเข้าถึงไฟล์ สิทธิ์ Connectors และนโยบายข้อมูลก่อนเปิดให้ใช้งาน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ถือว่าคำตอบของ AI ถูกต้องเพียงเพราะมาจาก Space หรือ Project เดียวกัน ทุกข้อสรุปที่สำคัญยังควรตรวจย้อนกลับกับแหล่งข้อมูลจริง

ComSiam แนะนำให้ใช้ Spaces หรือ Projects เป็นศูนย์กลางจัดการงานที่ต้องใช้ข้อมูลต่อเนื่อง โดยวางโครงสร้างตั้งแต่เริ่มต้น แยก Sources และ Threads ให้ชัดเจน และตรวจคุณภาพข้อมูลกับสิทธิ์การเข้าถึงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้การค้นคว้า การทำงานร่วมกัน และการจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น