Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space ทำได้โดยเปิด Space ที่ต้องการ เข้าเมนูตั้งค่าหรือแก้ไขพื้นที่ จากนั้นกำหนด Custom Instructions เพื่อบอก AI ว่าต้องทำหน้าที่อะไร ใช้ข้อมูลประเภทไหน ตอบภาษาอะไร จัดรูปแบบอย่างไร และควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อไม่มีหลักฐานเพียงพอ
ตัวอย่างเช่น หากสร้าง Space สำหรับวิจัยตลาด สามารถกำหนดให้ Perplexity ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ตอบเป็นภาษาไทย ใช้เอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการเป็นหลัก แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อเสนอแนะ และไม่สร้างตัวเลขส่วนแบ่งตลาดขึ้นเอง
ข้อดีของ Custom Instructions คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ข้อกำหนดเดิมซ้ำทุกครั้งที่สร้าง Thread ใหม่ภายในพื้นที่เดียวกัน ทำให้รูปแบบการตอบมีความสอดคล้องกับลักษณะงานมากขึ้น
สำหรับ Perplexity รุ่นที่เปลี่ยนจาก Spaces ไปเป็น Projects ระบบมีแนวคิด Project Instructions สำหรับกำหนดบริบทของงาน โดย Projects ยังเพิ่มความสามารถด้านไฟล์ต่อเนื่อง การเชื่อมต่อแอป และงานหลายขั้นตอนตามสิทธิ์บัญชี
อย่างไรก็ตาม Custom Instructions ไม่ใช่เครื่องมือรับประกันว่าคำตอบจะถูกต้องทั้งหมด และการสั่งให้ AI ใช้เฉพาะไฟล์ไม่ได้เป็นหลักฐานว่า AI อ่านไฟล์ครบทุกหน้า จึงต้องตรวจ Search Scope, Sources และ Citations ควบคู่กัน
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space อย่างละเอียด ตั้งแต่การกำหนด Role, Context, Scope, Sources, Citation และ Output Format การตั้งค่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ การแก้ไขและทดสอบ Instructions ไปจนถึงการลด Hallucination พร้อมแม่แบบ Prompt ตาราง Workflow Checklist และ FAQ สำหรับนำไปใช้งานจริง
Custom Instructions คือชุดคำแนะนำที่ผู้ใช้กำหนดไว้ให้ AI ใช้เป็นแนวทางการตอบคำถามภายใน Space
ผู้ใช้สามารถกำหนดรูปแบบการทำงานให้เหมาะกับหัวข้อ เช่น งานวิจัย การตลาด การเขียนบทความ หรือการตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค
คุณเป็นผู้ช่วยวิจัยด้านเทคโนโลยี ตอบภาษาไทยที่อ่านง่าย เริ่มจากสรุปคำตอบสั้น ๆ แล้วอธิบายรายละเอียดเป็นหัวข้อ ใช้หลักฐานจาก Sources ที่เข้าถึงได้จริง หากข้อมูลไม่เพียงพอให้แจ้งข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
คำสั่งประจำพื้นที่เป็นแนวทางการตอบ ไม่ใช่ฐานข้อมูลหรือหลักฐานในตัวเอง
เมื่อมีข้อกำหนดประจำงาน สามารถกำหนดไว้ครั้งเดียวแล้วใช้กับคำถามภายในพื้นที่ได้ตามฟีเจอร์
ช่วยกำหนดให้ตอบด้วยหัวข้อ ตาราง ขั้นตอน หรือรายงานรูปแบบเดียวกัน
สามารถระบุให้อยู่ในหัวข้อที่กำหนด และแจ้งเมื่อคำถามเกินขอบเขต
กำหนดให้ AI แสดงข้อมูลที่ไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
| ปัญหา | แนวทางใช้ Instructions |
|---|---|
| AI ตอบยาวเกินไป | กำหนดความยาวและรูปแบบ |
| คำตอบไม่สม่ำเสมอ | กำหนดโครงสร้าง |
| ต้องการภาษาไทย | กำหนด Output Language |
| ไม่มีแหล่งอ้างอิง | กำหนด Evidence Requirements |
| AI ผสมข้อมูลหลายไฟล์ | กำหนด Source Scope |
| AI เดาตัวเลข | กำหนด Uncertainty Rules |
คู่มือ Perplexity อธิบายการตั้งคำสั่งเฉพาะตั้งแต่ขั้นตอนสร้าง Space
Space Name: Technical Research
Description: ศึกษาคู่มือและการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยี
Custom Instructions:
ตอบภาษาไทยโดยใช้ข้อมูลจากคู่มือที่เข้าถึงได้จริง ระบุชื่อรุ่นและชื่อเอกสารเมื่อมีหลักฐาน แยกขั้นตอนที่ผู้ผลิตยืนยันออกจากข้อเสนอแนะทั่วไป และไม่สร้างคำสั่งตั้งค่าหรือสเปกอุปกรณ์ขึ้นเอง
ชื่อปุ่มและตำแหน่งช่องอาจแตกต่างกันตามหน้าจอหรือเวอร์ชันของบริการ
หากสร้าง Space ไว้แล้ว สามารถตรวจเมนูตั้งค่าหรือแก้ไขพื้นที่เพื่อปรับคำแนะนำได้
คำสั่งเดิม
ตอบให้ละเอียด
คำสั่งใหม่
เริ่มด้วยสรุป 3–5 ประโยค จากนั้นอธิบายเป็นหัวข้อ H2 และ H3 ใช้ตารางเมื่อมีข้อมูลเปรียบเทียบ และจบด้วย Checklist ที่นำไปปฏิบัติได้
การแก้ Instructions ไม่ได้หมายความว่าคำตอบเก่าจะถูกสร้างใหม่หรือปรับย้อนหลังโดยอัตโนมัติ
Perplexity ได้พัฒนา Spaces เป็น Projects โดย Project Instructions ใช้กำหนดบริบทของพื้นที่ทำงานรุ่นใหม่
Project นี้ใช้วิเคราะห์เอกสารด้านการตลาด ผู้ช่วยต้องแยกข้อมูลที่ยืนยันแล้วจากสมมติฐาน ใช้ข้อมูลของโครงการตามสิทธิ์ที่เข้าถึงได้ และจัดผลลัพธ์เป็น Summary, Evidence, Analysis, Risks และ Next Actions
Projects รุ่นใหม่อาจมีความสามารถอื่นเพิ่มเติม เช่น ไฟล์ต่อเนื่องหรือบริบทที่ช่วยให้ทำงานหลายขั้นตอน แต่การตั้ง Instructions ไม่ได้รับประกันว่า AI จะอ่านทุกไฟล์หรือเข้าถึงทุกแอปได้ทันที
Role คือบทบาทที่ต้องการให้ AI ใช้เป็นกรอบการตอบ
| งาน | Role ที่เหมาะ |
|---|---|
| วิจัยตลาด | Market Research Assistant |
| วิเคราะห์ SEO | SEO Research Assistant |
| ตรวจคู่มือ | Technical Documentation Assistant |
| วิเคราะห์ข้อมูล | Data Analysis Assistant |
| งานวิชาการ | Research Support Assistant |
| จัดการโครงการ | Project Planning Assistant |
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ SEO โดยใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ อธิบาย Search Intent และเสนอแนวทางเนื้อหาอย่างมีเหตุผล
การกำหนด Role ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ทำให้ AI มีใบประกอบวิชาชีพหรือเข้าถึงข้อมูลพิเศษที่ไม่มีอยู่จริง
Context คือข้อมูลพื้นหลังที่ช่วยให้ AI เข้าใจเป้าหมายและสถานการณ์ของงาน
โครงการนี้เกี่ยวกับการศึกษาคู่มือ Router สำหรับผู้เริ่มต้น เนื้อหาต้องเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปและหลีกเลี่ยงการตั้งค่าที่อาจทำให้ระบบใช้งานไม่ได้
Context ไม่ควรมีรหัสผ่านหรือข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็น เพราะคำสั่งประจำพื้นที่อาจถูกใช้กับงานหลายครั้ง
Scope คือขอบเขตของงานที่ต้องการให้ AI ดำเนินการ
วิเคราะห์เฉพาะเอกสารเกี่ยวกับอุปกรณ์รุ่นที่ระบุ หากพบคู่มือรุ่นอื่นให้แจ้งว่าไม่เกี่ยวข้อง และไม่ใช้ข้อมูลนั้นเป็นคำตอบหลัก
| Scope กว้างเกินไป | Scope ชัดเจน |
|---|---|
| วิเคราะห์ทุกอย่าง | วิเคราะห์เฉพาะรายงานตลาด |
| หาข้อมูลสินค้า | ใช้คู่มือรุ่นที่ระบุ |
| ตรวจเอกสารทั้งหมด | ตรวจเฉพาะหัวข้อความปลอดภัย |
| วิเคราะห์ธุรกิจ | วิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา |
Sources คือแหล่งข้อมูลที่ Perplexity สามารถใช้ตอบคำถาม เช่น Web, Files, Links หรือแอปเชื่อมต่อตามความสามารถของผลิตภัณฑ์
ใช้เอกสารที่อยู่ใน Sources ของโครงการเป็นหลัก หากจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ให้แยกข้อค้นพบจากเว็บออกจากข้อมูลในไฟล์อย่างชัดเจน
| Source | การใช้งาน |
|---|---|
| Web | ข้อมูลสาธารณะ |
| Files | เอกสารที่เพิ่มไว้ |
| Links | หน้าเว็บที่ระบุ |
| Connected Apps | ข้อมูลจากบริการที่ได้รับอนุญาต |
| General Knowledge | ความรู้ทั่วไปของโมเดล ไม่ใช่หลักฐานเฉพาะไฟล์ |
การเขียนว่าใช้เฉพาะ Files ใน Instructions ไม่ได้ทำให้ระบบเปลี่ยน Search Scope ให้เองทุกครั้ง ต้องตรวจตัวเลือกการค้นหาตามหน้าจอจริง
Citation คือการอ้างถึงหลักฐานหรือแหล่งที่มาของข้อมูล
Perplexity มีความสามารถแสดงแหล่งอ้างอิงในผลการค้นหา แต่ผู้ใช้ต้องตรวจว่าหลักฐานนั้นรองรับข้อความที่ AI กล่าวจริงหรือไม่
เมื่อสรุปข้อเท็จจริงสำคัญ ให้ระบุแหล่งข้อมูลที่ระบบเข้าถึงได้จริง ห้ามสร้าง URL ชื่อเอกสาร เลขหน้า หรือ Citation ที่ไม่มีหลักฐาน หากไม่พบแหล่งข้อมูลให้แจ้งอย่างตรงไปตรงมา
Citation ที่ปรากฏในคำตอบไม่ได้รับประกันว่าข้อสรุปถูกต้องทุกประเด็น
Output Format คือรูปแบบผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ต้องการ
เริ่มด้วยคำตอบสรุป จากนั้นแสดงรายละเอียดเป็นหัวข้อ ตามด้วยตารางเปรียบเทียบเมื่อจำเป็น และปิดท้ายด้วย Actionable Checklist
| งาน | Output Format |
|---|---|
| วิจัยสินค้า | Comparison Table |
| วิเคราะห์ตลาด | Research Report |
| แก้ปัญหาไอที | Troubleshooting Steps |
| ประชุมทีม | Action Items |
| วิเคราะห์ข้อมูล | Statistics Table |
| เตรียมบทความ | SEO Outline |
สามารถระบุภาษาไทยในคำสั่งประจำพื้นที่ได้โดยตรง
ตอบทุกคำถามเป็นภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะที่จำเป็น และอธิบายความหมายของศัพท์เทคนิคเมื่อกล่าวถึงครั้งแรก
ใช้ภาษาไทยง่าย ๆ หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ไม่จำเป็น และอธิบายขั้นตอนให้ทำตามได้ทีละข้อ
ตอบเป็นภาษาไทย แต่คงชื่อเมนู คำสั่ง และรหัส Error เป็นภาษาอังกฤษตามเอกสารต้นฉบับ
หากข้อมูลอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ ต้องตรวจว่าการแปลชื่อคำสั่งหรือเมนูไม่ทำให้ผู้ใช้ดำเนินการผิด
เหมาะกับงานที่ต้องจัดทำรายงานหรือเอกสารสำหรับผู้อ่านต่างประเทศ
Respond in clear professional English. Use precise technical terminology, organize the answer with descriptive headings, and distinguish verified facts from recommendations.
การตอบภาษาอังกฤษไม่ได้หมายความว่าคำตอบแม่นยำกว่าภาษาไทยเสมอไป ต้องตรวจหลักฐานเช่นเดียวกัน
หากโครงการมีผู้ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สามารถกำหนดกฎการใช้ภาษาได้
ตอบเป็นภาษาไทยเป็นหลัก หากผู้ใช้ถามเป็นภาษาอังกฤษให้ตอบภาษาอังกฤษ เว้นแต่คำถามระบุภาษาอื่น รักษาชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อคำสั่ง และศัพท์เฉพาะตามต้นฉบับ
สร้าง Executive Summary ภาษาไทย และเพิ่ม English Summary เฉพาะเมื่อมีการร้องขอ
หากต้องแปลเอกสารอย่างถูกต้อง ควรแยกงานแปลออกจากงานสรุป เพื่อไม่ให้ความหมายของข้อความต้นฉบับเปลี่ยนไป
เหมาะกับการเปรียบเทียบสินค้า รายงานธุรกิจ และการวิเคราะห์หลายตัวเลือก
เมื่อข้อมูลมีหลายตัวเลือกให้ใช้ตารางเปรียบเทียบ โดยระบุหัวข้อเดียวกันทุกแถว แสดงเฉพาะข้อมูลที่มีหลักฐานและใช้คำว่าไม่พบข้อมูลหากไม่มีค่าที่ตรวจสอบได้
| ตัวเลือก | ข้อดี | ข้อจำกัด | หลักฐาน |
|---|---|---|---|
| A | ตรวจจากข้อมูล | ตรวจจากข้อมูล | แหล่งที่เกี่ยวข้อง |
| B | ตรวจจากข้อมูล | ตรวจจากข้อมูล | แหล่งที่เกี่ยวข้อง |
| C | ยังไม่ยืนยัน | ยังไม่ยืนยัน | ต้องตรวจเพิ่มเติม |
ตารางที่จัดเรียงสวยงามไม่ได้รับประกันว่าตัวเลขหรือข้อมูลในแต่ละช่องถูกต้อง
หนึ่งในวิธีลดความสับสนคือกำหนดให้ AI แยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากข้อเสนอ
แบ่งผลการวิเคราะห์เป็น Verified Facts, Interpretations, Recommendations และ Unknowns โดยไม่ใช้ข้อสันนิษฐานแทนข้อเท็จจริง
Verified Facts: ข้อมูลที่ตรวจสอบกับหลักฐานแล้ว
Interpretations: การตีความจากข้อมูล
Recommendations: ข้อเสนอเพื่อดำเนินการ
Unknowns: ประเด็นที่ยังไม่สามารถยืนยันได้
เหมาะกับการวิจัยตลาด งานวิเคราะห์คู่แข่ง และการจัดทำรายงานที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ
ทำหน้าที่เป็น Market Research Assistant วิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งที่ตรวจสอบได้ ระบุ Market Trends, Customer Needs, Competitor Findings, Risks และ Opportunities แยกข้อมูลจริงออกจากสมมติฐาน และห้ามสร้าง Market Size, Market Share หรือยอดขายที่ไม่มีหลักฐาน
ข้อมูลตลาดอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา จึงต้องตรวจวันที่ของแหล่งข้อมูลและสถานการณ์ล่าสุดก่อนสรุป
ทำหน้าที่เป็น SEO Content Research Assistant ให้เริ่มจาก Search Intent, Target Audience, Key Questions และ Content Gaps ใช้ข้อมูลจากเครื่องมือและเอกสารที่เข้าถึงได้จริง ไม่สร้าง Search Volume, Keyword Difficulty, CTR หรืออันดับ Google ขึ้นเอง และแยกข้อเสนอเนื้อหาออกจากข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว
AI สามารถช่วยวางโครงสร้างเนื้อหาได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าเว็บไซต์จะได้อันดับค้นหาตามที่ต้องการ
ทำหน้าที่เป็น Technical Documentation Assistant โดยตอบตามคู่มือผู้ผลิตที่เข้าถึงได้จริง ระบุรุ่นอุปกรณ์ก่อนอธิบายคำสั่ง และแยกขั้นตอนที่คู่มือยืนยันออกจากคำแนะนำทั่วไป หากไม่มีข้อมูลเพียงพอห้ามเดารหัสคำสั่ง หมายเลขพอร์ต หรือขั้นตอนที่อาจกระทบระบบ
ควรให้ความสำคัญกับการสำรองค่าและการตรวจความปลอดภัยก่อนขั้นตอนที่เปลี่ยนแปลงระบบจริง
สรุปจากส่วนของ PDF ที่เข้าถึงได้จริง หากเอกสารยาวให้แจ้งข้อจำกัดและไม่สร้างเลขหน้า
ตรวจชื่อชีต คอลัมน์ และชนิดข้อมูลก่อนคำนวณ แสดงสูตรของ Metric สำคัญ และไม่สมมุติว่า Workbook ถูกคำนวณใหม่ทั้งหมด
ตรวจ Encoding, Delimiter, Headers และจำนวนแถวที่เข้าถึงได้ก่อนวิเคราะห์ ห้ามเดาข้อมูลที่หายไป
การตั้ง Instructions ให้ตรวจข้อมูลไม่ได้หมายความว่าระบบสามารถประมวลผลทุกแถวหรือทุกสูตรได้ครบเสมอไป
Hallucination คือการสร้างข้อมูลผิดหรือไม่มีหลักฐานรองรับ
ห้ามแต่งข้อเท็จจริง ตัวเลข แหล่งอ้างอิง หรือรายละเอียดที่ไม่มีหลักฐาน เมื่อข้อมูลไม่เพียงพอให้ตอบว่าไม่สามารถยืนยันได้ พร้อมระบุว่าต้องตรวจอะไรเพิ่ม และแยกการคาดเดาออกจากข้อเท็จจริงเสมอ
คำสั่งนี้ช่วยกำหนดพฤติกรรมที่ต้องการ แต่ยังไม่สามารถป้องกัน Hallucination ได้ทั้งหมด ผู้ใช้จึงต้องตรวจผลจริง
บางงานต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเริ่มวิเคราะห์ เช่น รุ่นอุปกรณ์หรือช่วงเวลาของข้อมูล
หากคำถามขาดข้อมูลสำคัญที่ทำให้คำตอบผิดได้ ให้ถามกลับเฉพาะประเด็นที่จำเป็นก่อนดำเนินการ แต่หากสามารถตอบจากข้อมูลที่มีอย่างปลอดภัย ให้ระบุสมมติฐานและตอบได้ทันที
หากถามว่าอุปกรณ์ตั้งค่าอย่างไร แต่ไม่มีชื่อรุ่น AI ควรถามชื่อรุ่นแทนการใช้คู่มือของอุปกรณ์คนละรุ่น
ไม่ควรกำหนดให้ถามกลับทุกครั้ง เพราะอาจทำให้งานง่าย ๆ ต้องผ่านขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
ก่อนสรุปประเด็นสำคัญ ให้ตรวจว่ามี Source ที่เกี่ยวข้องจริง ระบุวันที่หรือเวอร์ชันของข้อมูลเมื่อมี และแจ้งหากแหล่งข้อมูลเก่าหรือขัดแย้งกัน อย่าใช้ชื่อไฟล์เป็นหลักฐานว่าได้อ่านเนื้อหาครบแล้ว
AI อาจดึงข้อมูลบางส่วนจากเอกสารยาว ดังนั้นหากต้องการตรวจครบทุกบทควรแบ่งการวิเคราะห์ตามส่วน
หลังบันทึก Instructions ควรสร้างชุดคำถามทดสอบเพื่อประเมินผล
ช่วยสรุปเอกสารที่มีอยู่ใน Space นี้เป็นภาษาไทย โดยแสดงชื่อไฟล์ที่เข้าถึงได้จริง
มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาดที่ได้รับการยืนยันหรือไม่ หากไม่มีให้แจ้งว่าไม่พบ
ช่วยแสดงข้อค้นพบเป็นตาราง พร้อมแยกข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะ
ควรตรวจผลการตอบจริง ไม่ใช่ถาม AI เพียงว่าได้ทำตาม Instructions หรือไม่ เพราะคำยืนยันของ AI อาจไม่ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น
คำสั่งที่ยาวมากและมีข้อกำหนดขัดแย้งกันอาจทำให้ AI เลือกปฏิบัติไม่สม่ำเสมอ
ตอบภาษาไทย ใช้หลักฐานจาก Sources ที่เกี่ยวข้อง จัดผลลัพธ์ตามประเภทงาน แยก Facts กับ Recommendations และแจ้งเมื่อข้อมูลไม่พอ ห้ามสร้างตัวเลขหรือ Citation
| ประเด็น | Space/Project Instructions | Thread Prompt |
|---|---|---|
| ระยะการใช้งาน | ใช้เป็นแนวทางในพื้นที่ | ใช้กับคำถามเฉพาะ |
| เหมาะกับ | กฎประจำงาน | งานที่ต้องทำทันที |
| ภาษาและรูปแบบ | กำหนดเป็นค่าเริ่มต้น | ปรับตามคำถาม |
| ชื่อไฟล์เฉพาะ | ไม่จำเป็นเสมอไป | ควรระบุเมื่อเกี่ยวข้อง |
| Output เฉพาะครั้ง | กำหนดแนวทางทั่วไป | ระบุรายละเอียดได้ |
| การตรวจผล | ทดสอบหลายคำถาม | ตรวจคำตอบของงานนั้น |
Instructions ประจำ Space
ตอบภาษาไทย แยกข้อเท็จจริงกับข้อเสนอ ใช้แหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้จริง
Prompt รายคำถาม
เปรียบเทียบรายงาน A กับ B เป็นตาราง 5 คอลัมน์ โดยเน้นตัวเลขยอดขาย
ไม่ควรใส่ทุกคำถามเฉพาะงานไว้ใน Instructions ประจำพื้นที่ เพราะจะทำให้คำสั่งยาวและไม่ยืดหยุ่น
หาก Space หรือ Project มีผู้ร่วมงาน คำสั่งประจำพื้นที่อาจส่งผลต่อรูปแบบคำตอบที่สมาชิกได้รับตามผลิตภัณฑ์
ผู้ช่วยต้องใช้ภาษาเป็นกลาง ระบุแหล่งข้อมูลที่ตรวจได้ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากเอกสาร เว้นแต่มีสิทธิ์และความจำเป็นที่เหมาะสมตามนโยบายองค์กร
ไม่ควรใส่ API Keys รหัสผ่าน หรือข้อมูลยืนยันตัวตนไว้ใน Custom Instructions
สิทธิ์สร้างพื้นที่และปรับแต่งความสามารถอาจแตกต่างกันตามแพ็กเกจและผลิตภัณฑ์
| แพ็กเกจ | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|
| Free / Standard | สิทธิ์ใช้ Spaces หรือ Projects และเมนู Instructions |
| Pro | การตั้งค่า Project และ Sources |
| Max | ฟีเจอร์ Project และขีดจำกัดเพิ่มเติม |
| Enterprise Pro | Workspace และสิทธิ์การทำงานร่วมกัน |
| Enterprise Max | การจัดการโครงการและการควบคุมระดับองค์กร |
คู่มือ Spaces เดิมมีข้อมูลการสร้างพื้นที่และ Custom Instructions ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Projects ใหม่มีสิทธิ์ใช้งานตามแพ็กเกจที่ปรับเปลี่ยนได้
จึงควรตรวจเมนูบัญชีจริงก่อนซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติม
Role: ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยที่เน้นความถูกต้อง
Context: พื้นที่นี้ใช้รวบรวมเอกสารและค้นคว้าข้อมูลเพื่อจัดทำรายงาน
Scope: ตอบตามคำถามที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และแยกข้อมูลนอกขอบเขต
Sources: ใช้ Sources ที่เข้าถึงได้จริงเป็นหลัก หากใช้เว็บให้แยกแหล่งข้อมูล
Citation: อ้างเฉพาะเอกสารหรือแหล่งข้อมูลที่ตรวจพบจริง ไม่สร้าง Citation
Output Format: เริ่มด้วย Summary ตามด้วย Detailed Analysis, Evidence, Limitations และ Next Actions
Language: ภาษาไทย
Accuracy: ไม่แต่งตัวเลข ชื่อไฟล์ หรือข้อสรุป หากไม่พบหลักฐานให้แจ้งว่าไม่สามารถยืนยัน
Role: ผู้ช่วยวิเคราะห์ SEO และ Content Marketing
Context: พื้นที่ใช้วิจัยบทความเว็บไซต์
Scope: วิเคราะห์ Search Intent, Audience, Content Gaps และ Topic Opportunities
Sources: ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง
Citation: ไม่สร้างข้อมูลคีย์เวิร์ดหรือที่มาขึ้นเอง
Output: ตารางวิเคราะห์หัวข้อพร้อมข้อเสนอ
Restriction: ห้ามสร้าง Search Volume, CTR หรือ Rankings ที่ไม่มีหลักฐาน
Language: ภาษาไทยที่เหมาะกับผู้อ่านทั่วไป
Role: Act as a research assistant focused on accuracy and transparency.
Context: This project contains documents and research materials for ongoing analysis.
Scope: Stay within the project’s subject and identify out-of-scope questions.
Sources: Prioritize accessible project sources. Clearly separate external web evidence.
Citations: Cite only verifiable sources. Never invent documents, page numbers, or references.
Output Format: Summary, Evidence, Analysis, Limitations, Recommendations, and Next Actions.
Language: Professional English.
Accuracy: Clearly state uncertainty and avoid fabricated numerical claims.
Role: Act as a technical documentation assistant.
Context: Use the project’s equipment manuals and related technical documents.
Scope: Identify the exact product model before describing procedures.
Sources: Base device-specific instructions on verified manufacturer documentation.
Output: Problem, Evidence, Diagnostic Steps, Risks, and Checklist.
Restrictions: Do not invent commands, port numbers, or specifications.
อธิบายเป้าหมายของ Space นี้เป็นภาษาไทยตามคำสั่งที่ตั้งไว้
สรุปหัวข้อ [หัวข้อ] โดยใช้รูปแบบ Output ที่กำหนดไว้ใน Instructions
รายงานว่าคุณเข้าถึงไฟล์อะไรได้จริงในพื้นที่นี้ และระบุสิ่งที่ไม่สามารถตรวจได้
ตอบคำถามโดยอ้างอิงเฉพาะหลักฐานที่ตรวจได้ ห้ามสร้าง Citation
มีข้อมูลส่วนแบ่งตลาดที่ยืนยันได้จาก Sources หรือไม่ หากไม่มีให้ระบุว่าไม่พบ
เปรียบเทียบข้อมูลจากไฟล์ A และไฟล์ B โดยแสดงจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกัน
Summarize this project’s objective using the language rules defined in the project instructions.
Identify the project source files you can actually access, and explain any limitations.
Answer the question using verifiable citations only. Do not invent references.
Produce the answer using the project’s required output structure.
If the available sources do not support a numerical answer, explicitly state that it cannot be verified.
Review your previous answer and identify claims that lack supporting evidence.
Compare your responses against the project’s instructions and identify any formatting or evidence-rule violations.
| ขั้นตอน | สิ่งที่ทำ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1 | กำหนดเป้าหมาย | Project Objective |
| 2 | ระบุกลุ่มผู้ใช้ | Audience |
| 3 | กำหนด Role | AI Role |
| 4 | เขียน Context | Background |
| 5 | กำหนด Scope | Work Boundaries |
| 6 | ระบุ Sources | Evidence Rules |
| 7 | กำหนด Citation | Verification Rules |
| 8 | กำหนดภาษา | Output Language |
| 9 | กำหนดรูปแบบคำตอบ | Output Format |
| 10 | ระบุข้อห้าม | Restrictions |
| 11 | บันทึก Instructions | Saved Configuration |
| 12 | ตรวจ Search Scope | Search Settings |
| 13 | ทดสอบคำถาม | Test Results |
| 14 | ตรวจความถูกต้อง | Quality Review |
| 15 | แก้คำสั่งที่ขัดแย้ง | Refined Instructions |
| 16 | ทดสอบซ้ำ | Validated Workflow |
เริ่มจากคำสั่งที่สั้นและชัดเจนก่อน หากคำตอบยังไม่ตรงจุดจึงเพิ่มเงื่อนไขเฉพาะส่วน แทนการสร้าง Instructions ยาวมากตั้งแต่แรก
เป็นคำสั่งประจำพื้นที่ที่กำหนดแนวทางให้ AI ตอบคำถามตามลักษณะงานของ Space
เปิด Space เข้าเมนูสร้างหรือแก้ไขพื้นที่ แล้วกรอกคำแนะนำในช่อง Custom Instructions ก่อนบันทึก
ไม่จำเป็น หากหน้าจอรองรับการแก้ไข Space เดิม สามารถปรับคำสั่งได้จากเมนูจัดการพื้นที่
Projects เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Spaces และมีความสามารถด้านไฟล์ บริบท และการทำงานร่วมกันเพิ่มเติมตามผลิตภัณฑ์
เป็นคำแนะนำที่กำหนดบริบทและแนวทางการทำงานภายใน Project
ได้ สามารถกำหนดให้ตอบเป็นภาษาไทยและใช้รูปแบบที่เหมาะกับผู้อ่านได้
ได้ โดยระบุภาษาและรูปแบบรายงานที่ต้องการ
คือบทบาทที่ต้องการให้ AI ใช้เป็นกรอบในการตอบ เช่น ผู้ช่วยวิจัยหรือผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
คือข้อมูลพื้นหลังที่ช่วยให้ AI เข้าใจเป้าหมายและสถานการณ์ของงาน
คือขอบเขตที่กำหนดว่างานควรครอบคลุมหรือไม่ครอบคลุมเรื่องใด
คือแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ตอบคำถาม เช่น Web, Files และ Links ในฟีเจอร์ที่รองรับ
คือการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่รองรับคำตอบ
คือรูปแบบคำตอบ เช่น ตาราง Checklist หรือรายงาน
ได้ โดยกำหนดให้ใช้ Comparison Table เมื่อมีหลายตัวเลือก
สามารถระบุให้ใช้ภาษาไทยเป็นค่าเริ่มต้นได้ แต่ต้องตรวจผลการตอบจริงด้วย
ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขว่าควรใช้ภาษาใดเมื่อใด
ได้ เช่น กำหนดให้วิเคราะห์ Search Intent และ Content Gaps โดยไม่แต่งข้อมูลอันดับหรือยอดค้นหา
ได้ โดยเน้นข้อมูลตลาด ลูกค้า คู่แข่ง และแยกข้อเท็จจริงจากข้อเสนอ
ได้ โดยกำหนดให้ยืนยันรุ่นอุปกรณ์และใช้คู่มือจริงก่อนตอบคำสั่งเฉพาะรุ่น
สามารถกำหนดแนวทางได้ แต่ควรตรวจ Search Scope และตรวจหลักฐานว่า AI ใช้ไฟล์ที่เกี่ยวข้องจริง
ไม่ควรรับประกัน เพราะโมเดลยังอาจใช้ความรู้ทั่วไปประกอบการตอบ จึงต้องตรวจ Sources
ไม่ได้ เป็นเพียงแนวทางลดความเสี่ยง ต้องตรวจคำตอบกับหลักฐานทุกครั้ง
สามารถกำหนดเป็นข้อแนะนำได้ แต่ไม่ควรให้ AI สร้าง Citation เมื่อไม่มีแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง
คู่มือ Spaces อธิบายว่าคำสั่งประจำพื้นที่ใช้กับ Threads ภายในพื้นที่ แต่การทำงานจริงยังขึ้นอยู่กับบริบทและฟีเจอร์
ไม่ควรสมมุติว่าคำตอบที่สร้างไปแล้วจะถูกแก้ย้อนหลังโดยอัตโนมัติ
Instructions กำหนดแนวทางประจำพื้นที่ ส่วน Prompt รายคำถามระบุงานเฉพาะที่ต้องการทำในครั้งนั้น
ไม่จำเป็น ควรเน้นคำสั่งชัดเจน ไม่ขัดแย้ง และทดสอบผลจริง
ไม่ควรใส่ข้อมูลอ่อนไหวหรือรหัสผ่านที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะพื้นที่ที่แชร์กับผู้อื่น
ในพื้นที่ที่รองรับ คำสั่งประจำ Space มีผลเป็นแนวทางการตอบภายในพื้นที่ โดยต้องตรวจสิทธิ์และวิธีใช้งานของผลิตภัณฑ์
ต้องตรวจสิทธิ์การสร้าง Spaces หรือ Projects และตัวเลือก Instructions ของบัญชีปัจจุบัน
มีความสามารถด้านพื้นที่ทำงานและการปรับคำแนะนำตามผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจที่รองรับ
ได้ในระบบที่รองรับการทำงานร่วมกัน โดยควรตรวจสิทธิ์ผู้แก้ไขและข้อมูลที่สมาชิกเข้าถึงได้
สร้าง Thread ทดสอบ ตรวจภาษา รูปแบบ Sources และพฤติกรรมเมื่อไม่มีข้อมูล แล้วปรับคำสั่งตามผลจริง
ตรวจว่าบันทึกถูกพื้นที่หรือไม่ ตรวจคำสั่งที่ขัดแย้งกัน ตรวจ Prompt รายคำถาม และทดสอบใหม่
กำหนด Role, Context, Scope, Sources, Citation และ Output Format ให้ชัดเจน ใช้คำสั่งไม่ซ้ำซ้อน แล้วทดสอบกับคำถามและแหล่งข้อมูลจริง
การตั้ง Custom Instructions ช่วยกำหนดวิธีตอบคำถามของ Perplexity ให้เหมาะกับเป้าหมายของ Space หรือ Project โดยไม่ต้องพิมพ์ข้อกำหนดเดิมซ้ำทุกครั้ง
ผู้ใช้ควรเริ่มจากกำหนด Role หรือบทบาทของ AI จากนั้นอธิบาย Context ของโครงการและระบุ Scope ให้ชัดเจนว่าต้องการวิเคราะห์เรื่องใด
สำหรับงานที่อาศัยหลักฐาน ต้องกำหนดวิธีใช้ Sources และ Citation ให้เหมาะสม พร้อมตรวจ Search Scope บนหน้าจอจริง ไม่ควรใช้เพียงคำสั่งใน Prompt เป็นหลักฐานว่าระบบค้นจากไฟล์ทั้งหมดแล้ว
การกำหนด Output Format ช่วยให้คำตอบอ่านง่ายขึ้น เช่น เริ่มด้วย Summary ตามด้วยตาราง วิเคราะห์ข้อจำกัด และสรุป Next Actions
สามารถตั้งคำสั่งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได้ตามลักษณะงาน และกำหนดให้ AI แยก Verified Facts, Interpretations และ Recommendations เพื่อช่วยตรวจสอบผลลัพธ์
อย่างไรก็ตาม Custom Instructions ไม่สามารถป้องกัน Hallucination ได้ทั้งหมด และไม่ได้รับประกันว่า AI จะเข้าถึงทุก Source หรืออ่านเอกสารยาวครบทุกหน้า
หลังบันทึกควรทดลองถามคำถามหลายรูปแบบ โดยเฉพาะคำถามที่มีและไม่มีหลักฐาน เพื่อทดสอบว่าระบบยอมรับข้อจำกัดและไม่แต่งข้อมูลเมื่อไม่พบคำตอบ
ComSiam แนะนำให้เริ่มด้วยคำสั่งที่กระชับ มีโครงสร้างชัดเจน แล้วค่อยปรับจากผลการทดสอบจริง โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องของแหล่งข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ Perplexity เป็นผู้ช่วยค้นคว้าที่ตอบสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับงานระยะยาว