Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีสร้าง Space สำหรับค้นคว้าใน Perplexity เริ่มจากเปิดเมนู Spaces หรือ Projects ในบัญชี Perplexity เลือกสร้างพื้นที่ใหม่ ตั้งชื่อโครงการ เพิ่มคำอธิบาย กำหนด Custom Instructions แล้วเลือกแหล่งข้อมูลที่ต้องการใช้ค้นคว้า เช่น เว็บไซต์ ไฟล์ PDF เอกสาร Word หรือข้อมูลจากแอปที่เชื่อมต่อ จากนั้นจึงสร้าง Threads เพื่อถามคำถามและจัดเก็บผลการวิจัยอย่างเป็นระบบ
การสร้าง Space เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องค้นหาข้อมูลหลายครั้งในหัวข้อเดียวกัน เช่น นักเรียน นักวิจัย นักเขียนเว็บไซต์ นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ และทีมงานที่ต้องใช้เอกสารหลายฉบับประกอบการตัดสินใจ
จุดเด่นของ Perplexity Spaces คือการรวมคำถาม เอกสาร และแหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้องไว้ในพื้นที่เดียว แทนการค้นหาข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายบทสนทนา
นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดคำแนะนำเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้ AI ตอบตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น ตอบภาษาไทย สรุปด้วยตาราง แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อเสนอแนะ และระบุแหล่งข้อมูลที่ใช้จริง
Perplexity ได้พัฒนาระบบ Spaces เป็น Projects ซึ่งเพิ่มความสามารถด้านการจัดการไฟล์ บริบทงานต่อเนื่อง การเชื่อมต่อแอป และการทำงานร่วมกันในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ ดังนั้นหน้าจอของผู้ใช้บางรายอาจแสดงคำว่า Projects แทน Spaces
ComSiam จะพาเรียนรู้ขั้นตอนสร้างพื้นที่สำหรับค้นคว้าตั้งแต่เริ่มต้น การตั้งชื่อ Description และ Custom Instructions การเพิ่ม Files, Sources และ Links การแยก Threads การเลือก Search Scope ตลอดจนการแชร์งานและกำหนด Permissions โดยมีตัวอย่าง Prompt ภาษาไทยและอังกฤษ ตาราง Workflow Checklist และ FAQ ที่พร้อมนำไปใช้งานจริง
Space เป็นพื้นที่รวบรวมงานที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือโครงการเดียวกัน สามารถใช้จัดระเบียบคำถาม แหล่งข้อมูล และบทสนทนาที่ต้องกลับมาศึกษาต่อได้
| ชื่อพื้นที่ | วัตถุประสงค์ |
|---|---|
| Marketing Research | วิจัยตลาด |
| Competitor Analysis | วิเคราะห์คู่แข่ง |
| SEO Research | ศึกษาหัวข้อและคีย์เวิร์ด |
| Product Research | ศึกษาสินค้า |
| Technical Manuals | รวบรวมคู่มืออุปกรณ์ |
| Business Planning | วางแผนธุรกิจ |
| Academic Research | ค้นคว้างานวิชาการ |
พื้นที่เหล่านี้ช่วยแยกข้อมูลคนละหัวข้อออกจากกัน ลดความสับสนในการกลับมาค้นคว้าครั้งต่อไป
การเตรียมข้อมูลก่อนสร้างพื้นที่ช่วยลดปัญหาการจัดระบบงานภายหลัง
① เป้าหมายของการค้นคว้า
② หัวข้อหลักที่ต้องการศึกษา
③ ประเภทไฟล์ที่จะใช้
④ แหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์
⑤ รูปแบบคำตอบที่ต้องการ
⑥ ผู้ร่วมงานที่จำเป็น
⑦ ขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคล
⑧ ผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบ
สำหรับโครงการวิจัยตลาด อาจกำหนดให้มีเอกสารรายงานตลาด ข้อมูลคู่แข่ง และตารางเปรียบเทียบสินค้า พร้อมให้ AI สรุปเป็นภาษาไทยโดยแยกหลักฐานและข้อเสนอแนะ
ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารครบทุกฉบับก่อนสร้าง Space สามารถสร้างโครงสร้างพื้นที่ก่อน แล้วเพิ่ม Sources ภายหลังตามสิทธิ์บัญชีได้
ขั้นตอนนี้เป็นรูปแบบการใช้งาน Spaces ที่อธิบายในคู่มือทางการของระบบเดิม
Title: Market Research
Description: พื้นที่ศึกษาตลาด กลุ่มลูกค้า และคู่แข่งเพื่อวางแผนธุรกิจ
Custom Instructions:
ตอบเป็นภาษาไทย ใช้ข้อมูลจาก Sources ที่เข้าถึงได้จริง แยกข้อเท็จจริง การตีความ และข้อเสนอแนะ พร้อมระบุข้อจำกัดของข้อมูล ไม่สร้างตัวเลขหรือแหล่งอ้างอิงขึ้นเอง
ปุ่มและตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่มีคำว่า Spaces ให้ตรวจเมนู Projects ก่อน
Perplexity ระบุว่า Spaces เดิมถูกพัฒนาเป็น Projects ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับทำงานต่อเนื่องและเก็บข้อมูลโครงการ
Perplexity ระบุว่าพื้นที่ Spaces เดิมย้ายเข้าสู่ Projects โดยอัตโนมัติ พร้อม Threads และไฟล์ที่เกี่ยวข้อง
จึงควรตรวจพื้นที่เดิมก่อนสร้างใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงโครงการซ้ำ
Projects ที่มีความสามารถของ Perplexity Computer อาจมีเมนูและสิทธิ์ต่างจาก Spaces เดิม จึงควรตรวจฟีเจอร์ที่บัญชีใช้งานได้จริง
ชื่อพื้นที่ควรบอกลักษณะของงานทันที ไม่ควรใช้ชื่อกว้างเกินไป
| งาน | ชื่อแนะนำ |
|---|---|
| วิเคราะห์ธุรกิจ | Business Analysis |
| วิจัยคู่แข่ง | Competitor Research |
| แผนบทความ | SEO Content Planning |
| วิเคราะห์การตลาด | Marketing Intelligence |
| คู่มือสินค้า | Product Manuals |
| รายงานโครงการ | Project Documentation |
| วิเคราะห์ข้อมูล | Data Research |
หากมีหลายโครงการในธุรกิจเดียวกัน สามารถเพิ่มชื่อผลิตภัณฑ์หรือหมวดงานต่อท้ายได้
Description เป็นคำอธิบายขอบเขตและเป้าหมายของพื้นที่
ใช้รวบรวมรายงาน แหล่งข้อมูลและบทสนทนาเกี่ยวกับการวิจัยตลาด โดยเน้นการตรวจสอบข้อเท็จจริง การเปรียบเทียบข้อมูล และการจัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์
พื้นที่ศึกษาพฤติกรรมการค้นหา กลุ่มผู้อ่าน หัวข้อบทความ และประสิทธิภาพเนื้อหา เพื่อช่วยวางแผนการเผยแพร่เว็บไซต์
ไม่ควรใส่ข้อความทั่วไปที่ไม่บอกเป้าหมาย เช่น ใช้สำหรับทำทุกอย่าง หรือใช้ถาม AI
Description ควรทำให้ผู้ร่วมงานเข้าใจได้ทันทีว่าพื้นที่นี้มีขอบเขตเรื่องใด
Custom Instructions คือคำสั่งประจำพื้นที่ ซึ่งช่วยกำหนดแนวทางที่ AI ใช้ตอบคำถาม
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยข้อมูลที่เน้นความถูกต้อง ตอบภาษาไทยโดยใช้หัวข้อ H2 และ H3 เมื่อเหมาะสม แสดงตารางเปรียบเทียบตามความจำเป็น และแยก Verified Evidence, Analysis และ Recommendations หากไม่มีข้อมูลให้แจ้งว่าไม่สามารถยืนยันได้
Custom Instructions เป็นแนวทางให้ AI ไม่ใช่เครื่องรับประกันความถูกต้องของทุกคำตอบ
คุณเป็นผู้ช่วยวิจัยที่ต้องให้ความสำคัญกับหลักฐาน ใช้ Sources ของโครงการเป็นจุดเริ่มต้นในการตอบ แสดงชื่อเอกสารหรือแหล่งข้อมูลเมื่อมีหลักฐานจริง หากข้อมูลจากหลายแหล่งไม่ตรงกันให้แสดงข้อขัดแย้ง ไม่สร้าง Citation ตัวเลข ผลวิจัย หรือข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
ช่วยลดปัญหาการได้คำตอบเชิงความคิดเห็นโดยไม่มีข้อมูลอ้างอิง
สามารถใช้ Space จัดงานวิจัยคีย์เวิร์ดและ Content Marketing ได้
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้าน SEO และ Content Marketing วิเคราะห์ Search Intent กลุ่มผู้อ่าน ปัญหาที่ต้องการแก้ และความครอบคลุมของเนื้อหา เสนอหัวข้อที่ชัดเจนโดยไม่แต่ง Search Volume, CTR, Rankings หรือข้อมูลคู่แข่งที่ไม่มีหลักฐาน พร้อมแยกข้อเท็จจริงกับคำแนะนำ
ข้อมูล SEO เช่น ยอดค้นหาและอันดับต้องตรวจจากแหล่งข้อมูลจริง ไม่ควรใช้ตัวเลขที่ AI ประมาณขึ้นเองเป็นข้อมูลยืนยัน
การเพิ่มไฟล์เป็น Source ช่วยให้ผู้ใช้ค้นคว้าจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
| ไฟล์ | งานที่เหมาะ |
|---|---|
| รายงานและคู่มือ | |
| DOCX | เอกสาร Word |
| XLSX | ตารางข้อมูล |
| PPTX | งานนำเสนอ |
| CSV | ข้อมูลตารางดิบ |
การรองรับไฟล์ใน Thread กับการรองรับเป็น Source ของ Space อาจไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะไฟล์ภาพ
ผู้ใช้ต้องเข้าใจความแตกต่างนี้ก่อนจัดโครงการระยะยาว
| ประเด็น | File Source | Thread Attachment |
|---|---|---|
| ตำแหน่ง | Space หรือ Project | คำถามใน Thread |
| จุดประสงค์ | เป็นแหล่งข้อมูลของโครงการ | ใช้ประกอบคำถามเฉพาะครั้ง |
| การใช้ซ้ำ | ตามนโยบาย Source | ตามระยะเวลาไฟล์แนบ |
| การจัดการ | Files หรือ Sources | เมนู Thread หรือ Attachment |
| การแชร์ | ตามสิทธิ์พื้นที่ | ตามขอบเขต Thread |
| การเก็บรักษา | ตามผลิตภัณฑ์ | ตามนโยบายไฟล์แนบ |
ไฟล์ที่ผู้ใช้แนบในช่องคำถามไม่ได้กลายเป็น Source ของ Space โดยอัตโนมัติทุกครั้ง
สำหรับ Projects รุ่นใหม่ ระบบไฟล์ต่อเนื่องอาจมีการจัดการต่างจาก Spaces เดิม จึงต้องตรวจตำแหน่งไฟล์ในหน้าจอจริง
Spaces เดิมมีความสามารถเพิ่ม Links เป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้ใช้เลือก
การเพิ่ม URL ไม่ได้หมายความว่า AI จะอ่านเนื้อหาทุกหน้าของเว็บไซต์หรือเข้าถึงหน้าเว็บที่ต้องลงชื่อเข้าใช้ได้เสมอไป
Search Scope เป็นการกำหนดว่าคำถามควรใช้ข้อมูลจากแหล่งใด
| เป้าหมาย | แหล่งที่ควรเลือก |
|---|---|
| ค้นข่าวและข้อมูลสาธารณะ | Web |
| สรุปรายงานภายใน | Files |
| ศึกษาหน้าเว็บที่กำหนด | Links |
| เปรียบเทียบเอกสารกับข้อมูลล่าสุด | Files และ Web |
| ค้นข้อมูลในระบบองค์กร | Connected Sources ที่ได้รับสิทธิ์ |
ตอบคำถามจากไฟล์ของโครงการก่อน หากใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ให้แสดงแยกต่างหาก พร้อมระบุประเด็นที่ข้อมูลสองแหล่งไม่ตรงกัน ห้ามนำข้อความจากเว็บมาแสดงเหมือนอยู่ในไฟล์ต้นฉบับ
การเลือก Files ไม่ได้ยืนยันว่า AI จะอ่านทุกแถวหรือทุกหน้าได้ครบ ต้องตรวจหลักฐานจากเอกสารอีกครั้ง
ช่วยสำรวจเอกสารที่เข้าถึงได้ในพื้นที่นี้ แล้วแสดงรายชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ [หัวข้อค้นคว้า] พร้อมเสนอคำถามวิจัยเริ่มต้น โดยไม่สมมุติว่าอ่านไฟล์ครบทุกส่วน
ควรแยก Thread ตามหัวข้อ ไม่รวมคำถามเรื่องคู่แข่ง งบประมาณ และงานเทคนิคที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันโดยไม่มีเหตุผล
Space: Market Research
| Thread | งาน |
|---|---|
| Market Overview | ภาพรวมตลาด |
| Customer Research | กลุ่มลูกค้า |
| Competitor Research | คู่แข่ง |
| Pricing Research | เปรียบเทียบราคา |
| Product Opportunities | โอกาสผลิตภัณฑ์ |
| Final Findings | สรุปข้อค้นพบ |
ช่วยให้ตรวจความคืบหน้าและย้อนกลับไปหาข้อมูลต้นทางได้ง่าย
ชื่อ Thread เป็นเพียงชื่อจัดระเบียบ ไม่ได้ยืนยันว่าข้อมูลภายในถูกต้องแล้ว
การถามต่อช่วยขยายผลจากคำถามก่อนหน้า โดยไม่ต้องเริ่มอธิบายทุกอย่างใหม่
คำถามแรก
สรุปประเด็นหลักจากรายงานตลาด
คำถามที่สอง
ประเด็นใดมีหลักฐานสนับสนุน
คำถามที่สาม
ข้อสรุปใดยังขัดแย้งกับรายงานคู่แข่ง
คำถามที่สี่
จัดทำ Checklist สำหรับตรวจประเด็นที่ยังไม่ยืนยัน
หากคำตอบก่อนหน้ามีข้อมูลที่ยังไม่แน่ใจ ควรขอให้ AI กลับไปตรวจ Sources แทนการใช้คำตอบเดิมเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
การวิจัยตลาดเป็นตัวอย่างที่เหมาะกับ Space เพราะต้องรวมข้อมูลหลายฉบับ
Title: Market Intelligence
Description: ศึกษาตลาด กลุ่มลูกค้า และคู่แข่งเพื่อใช้วางกลยุทธ์ธุรกิจ
Sources:
วิเคราะห์ข้อมูลตลาดอย่างมีหลักฐาน แยกข้อมูลจริง สมมติฐาน และข้อเสนอแนะ หากไม่มี Market Size หรือ Market Share จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ห้ามสร้างตัวเลขขึ้นเอง
สามารถใช้พื้นที่แยกหัวข้อการค้นคว้าและการพัฒนาเนื้อหาเว็บไซต์
Title: SEO Article Research
Description: รวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนและตรวจบทความให้ตอบคำถามผู้อ่าน
จาก Sources ของโครงการ ช่วยวิเคราะห์หัวข้อบทความที่ควรศึกษาเพิ่มเติม โดยจัดกลุ่มตาม Search Intent และ Audience Needs ไม่แต่งอันดับ Google หรือ Search Volume และระบุสิ่งที่ต้องตรวจจากเครื่องมือ SEO จริง
ไม่ควรคัดลอกเนื้อหาของคู่แข่งจาก Sources มาเผยแพร่ใหม่โดยไม่ได้รับสิทธิ์
สำหรับงานเทคนิคที่มีคู่มือหลายรุ่น ควรแยกไฟล์ให้ชัดเจน
Title: Network Device Manuals
Sources:
ตอบคำถามจากคู่มืออุปกรณ์ในพื้นที่นี้โดยระบุชื่อรุ่นและชื่อเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง ไม่ใช้สเปกหรือคำสั่งจากอุปกรณ์รุ่นอื่น และแจ้งเมื่อข้อมูลในคู่มือไม่ครบ
หากแต่ละรุ่นมีคำสั่งแตกต่างกัน ควรสร้าง Thread แยกตามรุ่นเพื่อช่วยลดความสับสน
ผู้ใช้สามารถใช้ Spaces หรือ Projects เพื่อให้สมาชิกช่วยกันค้นคว้าและตรวจเอกสารได้ตามสิทธิ์
| บทบาทในงาน | ความรับผิดชอบตัวอย่าง |
|---|---|
| Researcher | รวบรวมข้อมูล |
| Analyst | วิเคราะห์ |
| Reviewer | ตรวจข้อเท็จจริง |
| Project Owner | ดูแลพื้นที่ |
| Approver | อนุมัติผลลัพธ์ |
บทบาทเหล่านี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของทีม ไม่ได้หมายความว่าเป็นชื่อ Permissions ที่ Perplexity ใช้ทุกบัญชี
ผู้ได้รับเชิญอาจเข้าถึงไฟล์ที่เพิ่มเป็น Source ตามสิทธิ์ของพื้นที่ จึงต้องตรวจข้อมูลลูกค้าและเอกสารภายในก่อนแชร์
Permissions คือสิทธิ์ที่กำหนดว่าบุคคลแต่ละคนทำอะไรภายในพื้นที่ได้บ้าง
| บทบาท | แนวคิด |
|---|---|
| Owner | เจ้าของพื้นที่ |
| Viewer | ดูข้อมูลตามสิทธิ์ |
| Collaborator | ร่วมทำงานตามสิทธิ์ |
| Admin | จัดการระดับองค์กรในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ |
ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่ ไม่ควรให้ทุกคนมีสิทธิ์จัดการไฟล์หรือแชร์ข้อมูลโดยไม่มีเหตุผล
ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ การแชร์อาจมีระดับส่วนตัว ภายในองค์กร หรือผ่านลิงก์
แม้พื้นที่เป็นส่วนตัว ผู้ใช้ยังควรระวังการอัปโหลดข้อมูลอ่อนไหวและตรวจนโยบายการจัดเก็บของบัญชีด้วย
สิทธิ์สร้างพื้นที่ เพิ่มไฟล์ และใช้ความสามารถขั้นสูงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ
| ความสามารถ | Free | Pro | Max | Enterprise |
|---|---|---|---|---|
| ใช้งานพื้นที่พื้นฐาน | ตามสิทธิ์ | รองรับ | รองรับ | รองรับ |
| อัปโหลดไฟล์ | จำกัด | เพิ่มสิทธิ์ | เพิ่มสิทธิ์ | ตามนโยบายองค์กร |
| File Sources | ตามผลิตภัณฑ์ | รองรับ | ขีดจำกัดสูงขึ้น | รองรับการจัดการองค์กร |
| Collaboration | ตามสิทธิ์ | รองรับ | รองรับ | มีการควบคุมเพิ่มเติม |
| Advanced Research | จำกัด | เพิ่มสิทธิ์ | สูงขึ้น | ตามแพ็กเกจ |
| Connectors | จำกัด | ตามฟีเจอร์ | ตามฟีเจอร์ | มีตัวเลือกการกำกับดูแล |
| Admin Controls | ไม่ใช่จุดหลัก | ไม่ใช่จุดหลัก | ตามผลิตภัณฑ์ | รองรับ |
ผู้ใช้เริ่มต้นควรตรวจสิทธิ์ที่บัญชีมีอยู่ก่อน ไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจแพงที่สุดเพียงเพื่อทดลองสร้างพื้นที่ค้นคว้า
หากต้องทำงานกับไฟล์จำนวนมากหรือแชร์เอกสารระดับองค์กร ควรตรวจเงื่อนไข Pro, Max และ Enterprise เพิ่มเติม
มีข้อจำกัดตามแพ็กเกจและระบบที่ใช้งาน
คู่มือ Spaces เดิมระบุจำนวนไฟล์ต่อ Space สำหรับ Pro และมีคู่มือรุ่นใหม่ที่ระบุขีดจำกัดสูงกว่าในผลิตภัณฑ์บางประเภท
จำนวนไฟล์ในโครงการกับจำนวนไฟล์ที่แนบพร้อมกันในคำถามเป็นข้อจำกัดคนละเรื่อง
ไม่ควรนำค่าจากคู่มือเก่ามายืนยันว่าทุกบัญชีในหน้าจอปัจจุบันมี Limit เท่ากัน
Projects รุ่นใหม่และ Perplexity Enterprise มีการเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลจากบริการภายนอกตามสิทธิ์บัญชี
การเชื่อมต่อบริการภายนอกไม่ได้หมายความว่าไฟล์ทุกฉบับในบัญชีจะถูกแชร์ให้สมาชิก Project โดยอัตโนมัติ สิทธิ์ยังขึ้นอยู่กับระบบและการตั้งค่าของแต่ละแหล่งข้อมูล
ไฟล์ในพื้นที่ค้นคว้าอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลธุรกิจที่ต้องได้รับการคุ้มครอง
① ตรวจสิทธิ์ใช้ข้อมูล
② สร้างสำเนาเอกสาร
③ ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น
④ ตรวจ Metadata และ Hidden Data
⑤ จำกัดสมาชิก
⑥ ตรวจการแชร์ลิงก์
⑦ ตรวจ Connectors
⑧ ทบทวน Sources เมื่อจบโครงการ
การสร้าง Space แบบ Private ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้สามารถอัปโหลดข้อมูลลับทุกประเภทได้โดยไม่ต้องพิจารณานโยบายองค์กรและเงื่อนไขบริการ
หากไฟล์ไม่จำเป็นต่อการค้นคว้าแล้ว สามารถตรวจการนำ Source ออกตามสิทธิ์ที่มี
การลบ Source ไม่ได้ยืนยันว่าคำตอบเก่าใน Threads หรือสำเนาข้อมูลทั้งหมดในระบบจะถูกลบทันที
ควรตรวจนโยบายเก็บข้อมูลและการแชร์เพิ่มเติมเมื่อไฟล์มีข้อมูลอ่อนไหว
การรวมเอกสารหลายฉบับไว้ในพื้นที่เดียวทำให้ค้นคว้าได้สะดวก แต่ก็อาจทำให้ข้อมูลขัดแย้งกัน
ช่วยประเมินคุณภาพ Sources ในโครงการนี้ โดยจัดตาราง Source Name, Topic, Evidence Quality, Potential Limitations และ Verification Needed ห้ามสร้างชื่อเอกสารที่ไม่ได้เข้าถึงจริง
AI อาจนำเนื้อหาจากแหล่งที่ไม่เกี่ยวข้องมาผสมกันหรือสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในเอกสาร
ในงานที่มีหลาย Sources ComSiam แนะนำให้ถามโดยระบุชื่อไฟล์หรือขอบเขตของหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อช่วยลดการปะปนข้อมูลจากหลายเอกสาร และตรวจคำตอบกับต้นฉบับก่อนนำไปใช้จริง
ตอบจาก Sources ที่เข้าถึงได้จริงในพื้นที่นี้ โดยระบุชื่อเอกสารที่รองรับแต่ละประเด็น แยก Verified Facts, Inferences และ Unknowns หากข้อมูลไม่ตรงกันให้แสดงความขัดแย้งและไม่แต่งรายละเอียดเพิ่ม
ต้องตรวจว่าหลักฐานรองรับข้อสรุปจริง ไม่ใช่เพียงดูว่าคำตอบมี Citation หรือชื่อไฟล์ประกอบเท่านั้น
หลังสร้างและตั้งค่าพื้นที่ ควรทดลองถามคำถามเพื่อทดสอบ
กรุณาสรุปหัวข้อจากไฟล์ [ชื่อไฟล์] ที่เข้าถึงได้จริงในพื้นที่นี้ พร้อมระบุข้อจำกัดของการอ่าน หากไม่พบไฟล์ให้แจ้งโดยตรง และไม่ตอบจากความรู้ทั่วไปแทนเอกสาร
AI ควรสามารถอธิบายข้อมูลที่เข้าถึงได้และแสดงข้อจำกัดเมื่อไม่พบหลักฐาน
ช่วยออกแบบ Space สำหรับค้นคว้าหัวข้อ [หัวข้อ] โดยแนะนำชื่อ คำอธิบาย Sources และ Threads ที่ควรสร้าง
เขียน Custom Instructions สำหรับโครงการวิจัยที่ต้องตอบภาษาไทย แยกหลักฐานกับความเห็น และห้ามแต่งข้อมูล
จากเป้าหมายของโครงการ ช่วยเสนอคำถามวิจัยที่ควรศึกษาเป็นลำดับจากพื้นฐานไปสู่เชิงลึก
ตรวจรายชื่อ Sources ที่เข้าถึงได้จริง แล้วจัดกลุ่มตามหัวข้อและความเกี่ยวข้อง
ช่วยวาง Workflow ตั้งแต่รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ตรวจสอบ จนถึงสรุปรายงาน
สร้าง Checklist สำหรับตรวจข้อมูลอ่อนไหวและสิทธิ์การแชร์ก่อนเชิญสมาชิก
ตรวจข้อสรุปที่ได้จากพื้นที่นี้กับเอกสารต้นฉบับและระบุประเด็นที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
Design a research workspace with a clear project title, description, source categories, and thread structure.
Write reusable project instructions that prioritize factual accuracy, source verification, clear formatting, and uncertainty disclosure.
Generate structured research questions that progress from background exploration to evidence-based analysis.
Categorize accessible project sources by relevance, topic, reliability, and potential limitations.
Answer the question using the specified project files and clearly distinguish source evidence from interpretation.
Propose a research collaboration workflow with team roles, review checkpoints, and approval steps.
Create a pre-sharing security checklist for sensitive documents, connected accounts, and member permissions.
Audit the project’s current findings against accessible documents and clearly identify unsupported or uncertain claims.
Summarize verified project progress, important decisions, unresolved questions, and the source documents required for continued research.
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1 | กำหนดคำถามหลัก | Research Objective |
| 2 | เลือก Spaces หรือ Projects | Workspace Type |
| 3 | ตั้งชื่อ | Title |
| 4 | เขียน Description | Scope |
| 5 | ตั้ง Custom Instructions | AI Guidelines |
| 6 | ตรวจแพ็กเกจ | Access Check |
| 7 | เตรียมเอกสาร | Research Files |
| 8 | เพิ่ม Sources | Knowledge Sources |
| 9 | เพิ่ม Links เมื่อรองรับ | Web Sources |
| 10 | ตั้ง Search Scope | Search Configuration |
| 11 | สร้าง Thread แรก | Research Thread |
| 12 | ทดสอบถามคำถาม | Initial Results |
| 13 | ตรวจหลักฐาน | Evidence Review |
| 14 | จัด Threads เพิ่ม | Research Organization |
| 15 | เชิญสมาชิกหากจำเป็น | Collaboration |
| 16 | ตรวจ Permissions | Access Control |
| 17 | สรุปงานที่ยืนยันแล้ว | Research Output |
| 18 | ทบทวน Sources และความปลอดภัย | Maintenance |
เริ่มจากสร้าง Project ชื่อ Market Research แล้วเพิ่มรายงานตลาดและไฟล์คู่แข่งที่ได้รับอนุญาต กำหนด Custom Instructions ให้ตรวจหลักฐาน ก่อนแยก Threads สำหรับลูกค้า คู่แข่ง ราคา และโอกาสทางธุรกิจ
เมื่อได้ข้อค้นพบให้ตรวจเอกสารต้นฉบับอีกครั้ง แล้วจึงรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่ยืนยันแล้วเป็นรายงาน
เปิดเมนู Spaces เลือก Create a Space ตั้งชื่อ เพิ่ม Description และ Custom Instructions แล้วบันทึก
ตรวจเมนู Projects เนื่องจาก Perplexity พัฒนาระบบ Spaces เดิมเป็น Projects
Projects เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Spaces โดยเพิ่มความสามารถเกี่ยวกับไฟล์และงานต่อเนื่อง
คู่มือ Spaces เดิมระบุว่าบัญชี Free สามารถสร้างพื้นที่พื้นฐานได้ แต่ File Sources และฟีเจอร์ขั้นสูงมีข้อจำกัดตามแพ็กเกจ
ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และสิทธิ์บัญชี ควรตรวจข้อจำกัดปัจจุบันในหน้าที่ใช้งาน
สามารถกำหนดชื่อให้สื่อวัตถุประสงค์ได้ โดยควรทดลองบันทึกและตรวจว่าหน้าจอรองรับข้อความที่ต้องการ
คู่มือ Spaces เดิมระบุว่าเป็นส่วนเสริมที่ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่การมี Description ช่วยให้เข้าใจขอบเขตพื้นที่
คือคำสั่งประจำพื้นที่ที่ช่วยกำหนดแนวทางตอบคำถามของ AI
ได้ สามารถกำหนดภาษา รูปแบบคำตอบ และข้อจำกัดของงานได้
ได้ในฟีเจอร์และแพ็กเกจที่รองรับ File Sources
รองรับ DOCX และ XLSX ในความสามารถที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องตรวจเนื้อหาและตัวเลขต้นฉบับ
รองรับ CSV ตามข้อจำกัดของฟีเจอร์ โดยควรตรวจ Encoding และ Headers
Spaces เดิมมีฟีเจอร์ Links ส่วน Projects รุ่นใหม่อาจมีวิธีเพิ่มแหล่งข้อมูลแตกต่างกัน
ไม่เหมือนกัน ไฟล์แนบชั่วคราวกับแหล่งข้อมูลของโครงการมีการจัดการและระยะเวลาเข้าถึงต่างกัน
ไม่จำเป็น สามารถเริ่ม Threads ก่อน แล้วเพิ่ม Sources ตามงานและสิทธิ์บัญชีได้
เป็นการเลือกหรือกำหนดแหล่งข้อมูลที่ต้องการใช้ตอบคำถาม เช่น Web, Files และ Links ในฟีเจอร์ที่รองรับ
สามารถเลือกแหล่งข้อมูลไฟล์ในระบบที่รองรับ แต่ต้องตรวจว่า AI ใช้หลักฐานจากไฟล์จริง
บางหน้าจอมีตัวเลือกจัดระเบียบหรือย้าย Threads ต้องตรวจเมนูจริง
เหมาะกับงานที่มีแหล่งข้อมูลหลายฉบับและต้องถามคำถามต่อเนื่อง
ได้สำหรับรวบรวมข้อมูลคีย์เวิร์ด วางแผนบทความ และวิเคราะห์เนื้อหา แต่ต้องตรวจข้อมูล SEO จริงก่อนเผยแพร่
ได้ โดยควรแยกไฟล์ตามรุ่นและระบุชื่อรุ่นใน Prompt ให้ชัดเจน
ได้ในฟีเจอร์ที่รองรับ โดยเชิญสมาชิกและกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง
Viewer ใช้ดูข้อมูลตามสิทธิ์ ส่วน Collaborator สามารถร่วมทำงานได้ตามขอบเขตที่ระบบกำหนด
มีการตั้งค่าพื้นที่ส่วนตัวในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ โดยต้องตรวจสิทธิ์แชร์และสมาชิกจริง
มี Connector ที่รองรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องได้รับสิทธิ์เข้าถึงจากบัญชีและบริการต้นทาง
มีข้อจำกัดขนาดและจำนวนไฟล์ตามฟีเจอร์และแพ็กเกจ ควรตรวจก่อนอัปโหลด
ไม่ควรสมมุติว่า AI อ่านและจดจำทุก Thread หรือทุกไฟล์ได้ครบเสมอไป ต้องตรวจบริบทและหลักฐานจริง
สามารถจัดการ Files หรือ Sources ตามสิทธิ์และเมนูที่ระบบรองรับ
การลบพื้นที่ใน Perplexity ไม่ควรถูกถือว่าเป็นคำสั่งลบไฟล์ต้นฉบับในบริการ Cloud โดยอัตโนมัติ
ต้องตรวจนโยบายองค์กร สิทธิ์สมาชิก การแชร์ และรายละเอียดแพ็กเกจ ก่อนเพิ่มข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
ไม่สามารถรับประกันได้ ต้องตรวจข้อมูลสำคัญกับเอกสารต้นฉบับ
กำหนดเป้าหมายให้ชัด ตั้งชื่อและ Instructions ที่เหมาะสม เพิ่ม Sources ที่มีสิทธิ์ใช้ แยก Threads เป็นหมวด เลือก Search Scope ให้ตรงงาน และตรวจข้อสรุปกับหลักฐานทุกครั้ง
การสร้าง Space สำหรับค้นคว้าใน Perplexity ช่วยจัดระเบียบเอกสาร บทสนทนา และแหล่งข้อมูลให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เหมาะกับงานที่ต้องค้นคว้าหลายรอบหรือมีข้อมูลหลายฉบับ
ขั้นตอนเริ่มต้นคือเปิด Spaces หรือ Projects สร้างพื้นที่ใหม่ ตั้งชื่อและ Description จากนั้นกำหนด Custom Instructions ให้เหมาะกับเป้าหมายการค้นคว้า
ผู้ใช้สามารถเพิ่ม Files และ Links ตามสิทธิ์บัญชี แล้วเลือก Search Scope ให้ตรงกับคำถาม โดยต้องตรวจว่าข้อมูลจากไฟล์และเว็บถูกแยกแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง
การสร้าง Threads แยกตามหัวข้อช่วยให้ติดตามงานได้ง่ายขึ้น ขณะที่ Custom Instructions ช่วยลดความจำเป็นในการพิมพ์รูปแบบคำตอบเดิมซ้ำหลายครั้ง
หากต้องทำงานเป็นทีม สามารถใช้การเชิญสมาชิกและกำหนด Permissions ตามฟีเจอร์ที่รองรับ โดยควรตรวจว่าแต่ละคนเข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง
สำหรับข้อมูลธุรกิจ เอกสารลูกค้า และไฟล์ที่มีข้อมูลอ่อนไหว ต้องตรวจการแชร์และนโยบายความเป็นส่วนตัว รวมถึงลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นก่อนเพิ่มลงในพื้นที่
แม้ Space หรือ Project จะช่วยรวบรวมข้อมูลได้สะดวก แต่การสรุปด้วย AI ยังอาจมีความผิดพลาด จึงต้องตรวจแหล่งข้อมูล ตำแหน่งอ้างอิง และข้อเท็จจริงก่อนนำไปใช้จริง
ComSiam แนะนำให้สร้าง Space จากโครงการที่มีเป้าหมายชัดเจนเพียงหนึ่งเรื่องก่อน เมื่อกำหนดโครงสร้าง Sources และ Threads ได้เหมาะสมแล้วจึงขยายไปยังโครงการอื่น เพื่อให้การค้นคว้าเป็นระบบ ตรวจสอบย้อนหลังได้ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ