Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากเผลอ ปัด Notification ทิ้ง กด Clear All แล้วอยากดูว่าข้อความเมื่อกี้มาจากแอปไหน หรืออยากย้อนดูการแจ้งเตือนที่พลาดไป Android และ iPhone มีวิธีตรวจย้อนหลัง แต่ความสามารถต่างกันอย่างสำคัญ
Android ที่รองรับมีฟังก์ชัน Notification History โดยตรง และบน Pixel เมื่อเปิดฟังก์ชันนี้ ระบบสามารถเก็บรายการ Notification ที่ถูก Dismiss ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้.
ส่วน iPhone ใช้ Notification Center ซึ่ง Apple ระบุว่าใช้เลื่อนย้อนดู Notification History และสิ่งที่พลาดไปได้ แต่ถ้าผู้ใช้กด Clear เพื่อล้าง Notification History จาก Notification Center แล้ว Apple ไม่ได้มีเมนู Notification History แยกแบบเดียวกับ Android สำหรับเรียก Notification ที่ถูกล้างกลับมา.
ได้ ถ้าเครื่องรองรับ Notification History และเปิดฟังก์ชันไว้
เข้า:
Settings > Notifications > Notification history
Google ระบุว่า Notification History สามารถแสดง Notification ที่เพิ่งถูก Dismiss รวมถึง Notification จากช่วงเวลาที่ผ่านมาได้.
นี่เป็นวิธีที่ควรตรวจเป็นอันดับแรก
โดยทั่วไป:
Settings > Notifications > Notification history
จากนั้นเปิด:
Use notification history
บน Pixel Google ระบุเส้นทางนี้โดยตรง.
หลังจากเปิดแล้ว ระบบจึงเริ่มมีประวัติให้ตรวจในอนาคต
นี่เป็นจุดที่ต้องระวัง
หากก่อนหน้านี้ Notification History ไม่เคยเปิดใช้งาน ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถเปิดฟังก์ชันตอนนี้แล้วเรียก Notification เก่าที่ถูกลบก่อนหน้านั้นกลับมาได้
บน Pixel Google ระบุว่าเมื่อเปิด Use notification history แล้ว โทรศัพท์จึงจะเก็บรายการ Notification ที่ถูก Dismiss ไว้.
ดังนั้นควรเปิดไว้ล่วงหน้า
Google ระบุสำหรับ Pixel ว่า เมื่อ Notification History เปิดอยู่ เครื่องจะเก็บรายการ Notification ที่ถูก Dismiss ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา.
ตัวอย่าง:
คุณปัด LINE ทิ้งเวลา 08:00 น.
หาก Notification History เปิดอยู่ คุณอาจกลับไปตรวจรายการนั้นในประวัติได้ภายในช่วงเวลาที่ระบบเก็บไว้
บน Pixel:
จากนั้นจะเห็นรายการ Notification ที่ระบบเก็บไว้.
เหมาะกับกรณีที่จำไม่ได้ว่า Notification เมื่อกี้มาจาก:
บน Pixel Google ระบุว่าสามารถ:
เพื่อเข้า Notification History ได้เช่นกัน.
จึงไม่จำเป็นต้องเข้า Settings ทุกครั้ง
Android สามารถแสดงรายการ เช่น:
และสามารถจัดกลุ่มตามแอปได้ตามระบบที่รองรับ.
จึงมีประโยชน์มากกว่าการพยายามจำจากเสียง Notification
เหมาะมาก
ตัวอย่าง:
มือถือดังติ๊งตอนตี 2
เปิดหน้าจอแล้วไม่มี Notification
ถ้า Android มี Notification History เปิดอยู่ ให้เข้าไปดูเวลาใกล้เคียงกับที่เสียงดัง
หากพบ:
Chrome
02:03
ก็สามารถระบุได้ทันทีว่า Browser เป็นผู้ส่ง Notification
ถ้า LINE ส่ง Notification เข้ามาและระบบบันทึก Notification นั้นไว้ใน History คุณอาจเห็นรายละเอียดที่ Notification ส่งให้ระบบ
แต่ไม่ได้หมายความว่า Notification History เป็นเครื่องมือกู้ ประวัติแชต LINE
หากต้องการอ่านข้อความฉบับเต็ม ควรเปิด LINE ตรวจ Conversation จริงด้วย
ต้องแยกสองอย่าง:
เช่นปัดข้อความแจ้งเตือน LINE ออกจากหน้าจอ
เช่นลบ Chat จริง
Notification History มีไว้ตรวจ Notification ที่ระบบได้รับ ไม่ใช่ระบบ Backup ข้อมูลภายในแอป
ดังนั้นอย่าใช้ Notification History เป็นวิธีกู้ข้อมูลสำคัญ
ไม่ควรคาดหวังว่า Notification เก่าทุกอันจะสามารถทำงานเหมือน Notification ที่ยัง Active อยู่
จุดประสงค์หลักของ Notification History คือช่วยดูว่า Notification ใดเคยเข้ามาและถูก Dismiss
ถ้าต้องการดำเนินการต่อ ควรเปิด App ต้นทางโดยตรง
Samsung Galaxy รุ่นที่ใช้ Android เวอร์ชันที่รองรับสามารถมี Notification History แต่ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างตาม One UI
ให้ค้นใน Settings ว่า:
Notification history
หากมี ให้เปิดไว้
เนื่องจาก Android Settings สามารถแตกต่างกันตามผู้ผลิตและรุ่น.
ขึ้นอยู่กับ Android Version และระบบของผู้ผลิต
วิธีง่ายที่สุดคือเปิด Settings แล้ว Search:
Notification history
หรือ
ประวัติการแจ้งเตือน
หากไม่มีเมนูดังกล่าว อาจเป็นเพราะรุ่นหรือระบบนั้นไม่ได้เปิดความสามารถนี้ในรูปแบบเดียวกับ Pixel
ลอง:
ไม่ควรติดตั้ง APK แปลก ๆ เพียงเพื่อกู้ Notification
โดยเฉพาะแอปประเภท Notification Logger อาจต้องได้รับสิทธิ์อ่านข้อความ Notification จำนวนมาก จึงควรพิจารณาด้าน Privacy อย่างจริงจัง
สำหรับเครื่องที่มี Notification History ในตัว ควรใช้ระบบของโทรศัพท์ก่อน
Third-party Notification Logger มักต้องได้รับ Notification Access เพื่ออ่านข้อความจากหลายแอป
ข้อมูลเหล่านั้นอาจมี:
ดังนั้นไม่ควรให้ Permission ดังกล่าวกับแอปที่ไม่ไว้วางใจ
ถ้าแอปส่ง OTP ผ่าน Notification และระบบเก็บ Notification นั้นไว้ ก็มีความเป็นไปได้ที่รายละเอียดบางส่วนจะปรากฏใน History ตามสิ่งที่ Notification เปิดเผย
ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้ควรถือ Notification History เป็นข้อมูลส่วนตัวของเครื่อง
อย่าให้ผู้อื่นเข้าถึงโทรศัพท์ที่ปลดล็อกแล้วโดยไม่จำเป็น
สามารถปิด Notification History ได้จาก:
Settings > Notifications > Notification history
บน Pixel Google ระบุว่าผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิด Use notification history ได้จากเมนูนี้.
หาก Privacy สำคัญกว่าความสะดวก สามารถเลือกไม่เปิดฟังก์ชันไว้ได้
ผลหลักคือคุณจะไม่มีเครื่องมือระบบนี้ช่วยดู Notification ที่ปัดทิ้งไปในภายหลัง
ดังนั้นถ้าคุณมีอาการ:
การเปิด Notification History มีประโยชน์มาก
ได้
ถ้ามีเสียงเดิมดังหลายครั้ง ให้เปิด History แล้วดูว่า:
Android ระบุว่าสามารถแตะรายการใน Recently Dismissed หรือรายการย้อนหลังเพื่อจัดการ Notification ของแอปได้.
ช่วยได้ในบางกรณี
ถ้ามี Notification โฆษณาแล้วปัดทิ้งก่อนดูชื่อ App ให้เปิด History
หากพบว่าเป็น:
คุณจะรู้ว่าควรไปปิด Notification ตรงไหน
ดีกว่าปิด Notification ทุกแอปพร้อมกัน
Apple เรียกพื้นที่สำหรับดู Notification ที่ผ่านมาในระบบว่า Notification Center
Apple ระบุว่า Notification Center แสดง Notification History เพื่อให้ผู้ใช้เลื่อนย้อนดูสิ่งที่พลาดไปได้.
แต่การทำงานไม่เหมือน Android Notification History ทุกประการ
Apple ระบุว่า:
จาก Lock Screen
ให้:
ปัดขึ้นจากบริเวณกลางหน้าจอ
เพื่อดู Notification ที่เก่ากว่าใน Notification Center.
จากนั้นสามารถเลื่อนดู Notification ที่ยังอยู่ในประวัติได้
จากหน้าจออื่น:
ปัดลงจากบริเวณด้านบนตรงกลาง/ด้านซ้ายของหน้าจอ
แล้วเลื่อนดู Notification ที่ผ่านมา.
หาก Notification ยังไม่ได้ถูก Clear คุณอาจพบสิ่งที่พลาดไปตรงนี้
ต้องดูว่าการแจ้งเตือนนั้นยังอยู่ใน Notification Center หรือถูกล้างออกจากประวัติแล้ว
Apple ระบุว่า Notification Center เป็นพื้นที่สำหรับดู Notification History และผู้ใช้สามารถ Clear Notification History ได้.
ดังนั้นควรเปิด Notification Center ตรวจทันที
Apple ระบุวิธี Clear Notification History จาก Notification Center โดยตรง.
หากล้างรายการออกแล้ว iPhone ไม่มีเมนู Notification History แยกแบบ Android ที่บทความนี้สามารถแนะนำให้เปิดเพื่อย้อนดู Notification ที่ถูก Clear นั้นอีกครั้ง
จึงควรเปิด App ต้นทางตรวจข้อมูลแทน
ให้เปิด:
LINE
แล้วตรวจ Conversation และจำนวนข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน
เพราะถึง Notification จะถูก Clear ออกจาก Notification Center ข้อความจริงยังอาจอยู่ภายใน LINE
อย่าพยายามกู้ Notification หากสิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือข้อความในแอป
เปิด Gmail แล้วตรวจ:
Notification เป็นเพียงตัวแจ้งว่ามี Email
Email ต้นฉบับยังควรตรวจจาก Mailbox โดยตรง
เปิด:
Phone > Recents
เพื่อตรวจสายโทรเข้าล่าสุด
สำหรับข้อมูลประเภทสายโทรศัพท์ การดู Call History มักมีประโยชน์มากกว่าพยายามกู้ Notification
เปิด:
Messages
แล้วตรวจ Conversation ที่ยังไม่ได้อ่าน
ถ้าต้องการดู OTP ให้ระวังว่า OTP อาจหมดอายุแล้ว แม้ข้อความยังอยู่
ไม่ควรนำ OTP เก่ากลับมาใช้หากบริการออก Code ใหม่แล้ว
อย่าอาศัย Notification History เพียงอย่างเดียวในการตรวจธุรกรรม
ให้เปิด Banking App ทางการแล้วตรวจ:
ถ้ามีธุรกรรมที่คุณไม่ได้ทำ ให้ติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการทันที
ไม่ควรถือว่า Notification Center เป็นคลังข้อมูลถาวร
Apple อธิบายว่าใช้สำหรับเลื่อนกลับดูสิ่งที่พลาดไป และผู้ใช้สามารถ Clear Notification History ได้.
ดังนั้นข้อมูลสำคัญควรตรวจใน App ต้นทาง
ถ้า Notification ยังอยู่ใน Notification Center ก็สามารถเลื่อนย้อนดูได้
Apple ระบุว่าสามารถ Scroll เพื่อดู Older Notifications หากยังมีอยู่.
แต่ถ้าถูก Clear ออกจาก Notification Center แล้ว อย่าคาดหวังว่าจะมีรายการย้อนหลังแบบ Android Notification History ให้เปิดดูภายหลัง
มีในแง่การมองเห็น
iPhone สามารถตั้งรูปแบบ Lock Screen Notifications เป็น:
ถ้าใช้ Count คุณอาจคิดว่า Notification หาย ทั้งที่จริงถูกย่อเป็นจำนวนอยู่ด้านล่าง
ให้แตะหรือปัดเพื่อเปิด Notification Center ดูก่อน
Notification หลายรายการจาก App เดียวสามารถปรากฏรวมกัน
ดังนั้นหากเห็น LINE เพียงหนึ่งกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่ามี Notification เดียว
ให้เปิดกลุ่มเพื่อดูรายการด้านในก่อน Clear
Focus สามารถ Silence Notifications ได้ตามการตั้งค่า
ดังนั้นก่อนคิดว่า Notification ถูกลบ ให้ตรวจว่า:
กำลังทำงานอยู่หรือไม่
Apple ระบุว่า Do Not Disturb สามารถ Silence Calls, Alerts และ Notifications ได้.
iPhone มีระบบสรุป Notifications ซึ่งสามารถรวมการแจ้งเตือนบางส่วนเพื่อลดการรบกวนได้.
ดังนั้นถ้าหา Notification ไม่เจอในเวลาที่คาด ให้ตรวจ:
Settings > Notifications > Summarize Notifications
ก่อนสรุปว่าถูกลบ
มีเมนู:
Notification History
โดยตรง และ Pixel สามารถเก็บ Notification ที่ถูก Dismiss ในช่วง 24 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งาน.
ใช้:
Notification Center
เพื่อ Scroll ย้อนดู Notifications ที่พลาดไป และสามารถ Clear Notification History จากตรงนั้นได้.
ดังนั้นผู้ใช้ Android มีเครื่องมือสำหรับตรวจ Notification ที่ปัดทิ้งชัดเจนกว่าในกรณีนี้
ถ้าคุณเป็นคนที่:
ควรพิจารณาเปิดไว้
บน Pixel ทำได้จาก:
Settings > Notifications > Notification history > Use notification history.
ไม่ควรแก้ปัญหา Battery โดยปิด Notification History ก่อนโดยไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้อง
ฟังก์ชันนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Android บนอุปกรณ์ที่รองรับ
หากมีปัญหา Battery จริง ควรเปิด Battery Usage ตรวจ App ที่ใช้พลังงานสูงเป็นหลัก
ตัวฟังก์ชันเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Android แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ ข้อมูลที่อยู่ใน History อาจมีความเป็นส่วนตัว
เช่น:
ดังนั้นควรใช้ Screen Lock และไม่ปล่อยเครื่องที่ปลดล็อกไว้ให้ผู้อื่น
Screenshot มีประโยชน์เฉพาะ Notification ที่คุณเห็นทัน
แต่ถ้าปัดผิดไปแล้ว Screenshot ช่วยไม่ได้
การเปิด Notification History บน Android จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีกว่าสำหรับเหตุการณ์ครั้งต่อไป
เข้า:
Settings > Notifications > Notification history
หากเปิด History อยู่แล้ว ให้ดู:
Recently dismissed / Last 24 hours
ตามหน้าจอที่เครื่องแสดง.
หา App ที่ต้องการ
ดูเวลาและเนื้อหา Notification
เปิด App ต้นทางเพื่อตรวจข้อมูลจริง
หาก Notification History ยังปิดอยู่ ให้เปิด Use notification history ไว้สำหรับครั้งต่อไป.
ปัดขึ้นจากกลางหน้าจอ
ปัดลงจากด้านบนเพื่อเปิด Notification Center
จากนั้นเลื่อนดู Notification ที่ผ่านมา.
ถ้ายังอยู่ใน Notification Center ก็สามารถเปิดดูได้
ให้เปิด App ต้นทางโดยตรง เช่น:
เพราะ Notification ไม่ใช่ข้อมูลต้นฉบับ
นี่เป็นเหตุผลที่ไม่ควรใช้ Notification Center เป็นที่เก็บข้อมูลสำคัญ
ไม่ควรใช้ฟังก์ชันนี้เป็นเครื่องมือสำหรับหลบระบบลบข้อความหรือ Privacy Feature ของแอป
Notification History มีหน้าที่ช่วยผู้ใช้ดู Notification ที่เครื่องได้รับ
หากข้อความในแอปถูกลบหรือเปลี่ยนสถานะ ควรยึดข้อมูลที่แอปต้นทางแสดงเป็นหลัก
ตรวจว่า:
หากเป็นเสียงจาก USB, Charging หรือ Bluetooth อาจไม่ปรากฏเป็น Notification ที่คาดไว้เสมอ
ถ้าพบ App ที่ไม่รู้จักส่ง Notification:
อย่าลบ System App เพียงเพราะชื่อไม่คุ้น
ไม่ต้อง
Factory Reset ไม่สามารถย้อนเวลาไปกู้ Notification ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ และยังเสี่ยงทำข้อมูลอื่นหาย
หาก Android History ไม่ได้เปิดไว้ ให้เปิดสำหรับอนาคต
ถ้าเป็น iPhone ให้ตรวจข้อมูลจาก App ต้นทางแทน
ได้ในอุปกรณ์ที่รองรับและเปิด Notification History โดยเข้า Settings > Notifications > Notification history.
Google ระบุว่าเมื่อเปิด Notification History จะเก็บ Notification ที่ Dismiss ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา.
หากฟังก์ชันไม่ได้เปิดไว้ก่อน ไม่ควรคาดหวังว่าจะมีประวัติเก่าก่อนเปิด เพราะ Google ระบุว่าระบบเริ่มเก็บรายการเมื่อเปิด Notification History.
หากรุ่นและ Android/One UI รองรับ ให้ค้น Notification history ใน Settings
เปิด Notification Center แล้วเลื่อนย้อนดู Notification ที่พลาดไป.
Apple ระบุว่า Notification Center แสดง Notification History และให้ Scroll ย้อนดูสิ่งที่พลาดไปได้.
หาก Notification ถูก Clear ออกจาก Notification Center แล้ว ไม่มีเมนู Notification History แยกแบบ Android ที่ Apple ระบุไว้สำหรับเรียก Notification ที่ถูก Clear กลับมา ให้เปิด App ต้นทางตรวจข้อมูลแทน.
การปัด Notification ไม่ใช่การลบข้อความใน LINE ให้เปิด LINE ตรวจ Conversation จริง
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ให้เปิด Gmail ตรวจ Email ต้นฉบับ
ถ้า Android มี Notification History อยู่แล้ว ไม่จำเป็น และควรระวังแอปภายนอกที่ขอ Notification Access เพราะอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก
ไม่ต้อง และ Factory Reset ไม่ใช่วิธีกู้ Notification ที่ถูกลบ
หากเผลอ ลบ Notification หรือกด Clear All ให้ทำดังนี้:
สำหรับผู้อ่าน comsiam หากใช้ Android แนะนำให้เปิด Notification History ตั้งแต่วันนี้ เพราะจะช่วยมากเมื่อเผลอ Clear All, ต้องการตามหา Notification ที่หาย หรือมีเสียงแจ้งเตือนแต่ไม่รู้ว่าแอปไหนเป็นต้นเหตุ โดยเฉพาะ Pixel ที่ Google ระบุว่าสามารถเก็บ Notification ที่ถูก Dismiss ในช่วง 24 ชั่วโมงเมื่อฟังก์ชันนี้เปิดอยู่.
ส่วนผู้ใช้ iPhone comsiam แนะนำให้เปิด Notification Center ตรวจทันทีหากเผลอพลาด Notification และหลีกเลี่ยงการกด Clear ก่อนตรวจข้อความสำคัญ เพราะแม้ Apple จะเรียก Notification Center ว่าเป็น Notification History แต่เมื่อรายการถูกล้างแล้ว ควรกลับไปตรวจข้อมูลต้นฉบับจาก LINE, Messages, Mail, Phone หรือแอปที่เกี่ยวข้องแทน.