Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก Nintendo Switch ต่อ Wi‑Fi ไม่ได้ ให้ปิดโหมดเครื่องบิน ลบเครือข่ายเดิมแล้วเชื่อมต่อใหม่ ตรวจรหัสผ่าน จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง Switch และเราเตอร์ หากยังไม่สำเร็จ ให้เข้าใกล้เราเตอร์ ทดลองสลับระหว่าง Wi‑Fi 2.4 GHz กับ 5 GHz และตรวจสอบว่ารูปแบบความปลอดภัยของเราเตอร์รองรับเครื่อง
วิธีต่อไปนี้ใช้ได้กับ Nintendo Switch, Nintendo Switch Lite และ Nintendo Switch OLED โดยชื่อเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันระบบ
ก่อนแก้ไข ให้สังเกตว่าเกิดปัญหาในขั้นตอนไหน เพราะอาการแต่ละแบบมีสาเหตุแตกต่างกัน
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ |
|---|---|
| ไม่พบชื่อ Wi‑Fi | อยู่ไกล เราเตอร์ซ่อนชื่อ หรือใช้การตั้งค่าที่ไม่รองรับ |
| พบชื่อ Wi‑Fi แต่ใส่รหัสไม่ผ่าน | รหัสผ่านผิด รูปแบบความปลอดภัยไม่รองรับ |
| เชื่อมต่อเครือข่ายได้แต่เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ | เราเตอร์ ผู้ให้บริการ IP Address หรือ DNS |
| เชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อย | สัญญาณอ่อน สัญญาณรบกวน หรือเราเตอร์ไม่เสถียร |
| ต่อ Wi‑Fi บ้านไม่ได้ แต่ต่อ Hotspot ได้ | ปัญหาอยู่ที่เราเตอร์หรือการตั้งค่าเครือข่ายบ้าน |
| อุปกรณ์ทุกเครื่องต่อ Wi‑Fi ไม่ได้ | เราเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการมีปัญหา |
| Nintendo Switch เครื่องเดียวต่อไม่ได้ | การตั้งค่าในเครื่องหรือความเข้ากันได้กับเราเตอร์ |
หากหน้าจอแสดงรหัสข้อผิดพลาด ให้จดรหัสทั้งหมดไว้ เพราะรหัสจะช่วยระบุว่าเกิดตอนค้นหาเครือข่าย ตรวจรหัสผ่าน รับ IP Address หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
เมื่อเปิด Airplane Mode การเชื่อมต่อ Wi‑Fi อาจถูกปิด ทำให้เครื่องค้นหาเครือข่ายไม่พบหรือเชื่อมต่อไม่ได้
Nintendo Switch Lite และ Switch ที่ใช้งานในโหมดพกพาอาจเปิด Airplane Mode ไว้โดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะหลังเดินทาง จึงควรตรวจสอบจุดนี้ก่อนแก้การตั้งค่าเราเตอร์
วิธีเชื่อมต่อ Nintendo Switch กับ Wi‑Fi มีดังนี้
หากชื่อ Wi‑Fi มีทั้งแบบ 2.4 GHz และ 5 GHz ให้เลือกเพียงเครือข่ายเดียวก่อน เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จจึงค่อยเปรียบเทียบว่าคลื่นใดเสถียรกว่า
การพิมพ์รหัสผิดเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะรหัสที่มีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และสัญลักษณ์ผสมกัน
ให้ตรวจสอบรายละเอียดต่อไปนี้
ถ้าไม่แน่ใจ ให้ทดลองเชื่อมต่อโทรศัพท์เครื่องใหม่กับ Wi‑Fi โดยใช้รหัสเดียวกัน หากโทรศัพท์ก็เชื่อมต่อไม่ได้ แสดงว่ารหัสอาจไม่ถูกต้องหรือเราเตอร์มีปัญหา
ไม่ควรเปิดเผยรหัส Wi‑Fi ต่อสาธารณะหรือส่งให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง หากเป็นเครือข่ายโรงเรียน หอพัก หรือสถานที่ทำงาน ควรสอบถามผู้ดูแลเครือข่ายตามปกติ
หากเคยเชื่อมต่อได้แต่ตอนนี้เชื่อมต่อไม่ได้ ข้อมูลเครือข่ายที่บันทึกไว้อาจไม่ตรงกับรหัสผ่านหรือการตั้งค่าใหม่ของเราเตอร์
การลบ Internet Settings จะลบเฉพาะข้อมูลเครือข่ายนั้น ไม่ลบเกม บัญชี Nintendo หรือข้อมูลบันทึกเกม
การกดปุ่ม Power สั้น ๆ จะนำเครื่องเข้าสู่ Sleep Mode ไม่ใช่การรีสตาร์ตเต็มรูปแบบ หากระบบเครือข่ายค้าง ควร Restart ผ่าน Power Options
หากเครื่องไม่ตอบสนอง ให้กดปุ่ม Power ค้างตามระยะเวลาที่ระบบกำหนดจนเครื่องปิด แล้วรอสักครู่ก่อนเปิดใหม่ แต่ไม่ควรบังคับปิดขณะกำลังอัปเดตระบบหรือบันทึกข้อมูล
เราเตอร์อาจแจก IP Address ไม่สำเร็จหรือมีการเชื่อมต่อค้าง แม้อุปกรณ์บางเครื่องจะยังใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
หากอุปกรณ์ทุกเครื่องในบ้านใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้หลังรีสตาร์ต ควรตรวจสถานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือการเชื่อมต่อสายจากโมเด็ม
ไม่ควรกดปุ่ม Reset เล็ก ๆ บนเราเตอร์ เพราะปุ่มดังกล่าวอาจคืนค่าโรงงานและลบชื่อ Wi‑Fi รหัสผ่าน รวมถึงการตั้งค่าที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้
สัญญาณ Wi‑Fi จะอ่อนลงเมื่อผ่านกำแพง พื้นคอนกรีต ตู้โลหะ หรืออยู่คนละชั้น
ให้ทดสอบโดยนำเครื่อง Switch มาอยู่ในห้องเดียวกับเราเตอร์และห่างประมาณ 2–3 เมตร จากนั้นค้นหาเครือข่ายใหม่
ควรจัดตำแหน่งเราเตอร์ดังนี้
หากต่อได้เมื่ออยู่ใกล้ แต่หลุดเมื่อกลับไปเล่นในจุดเดิม แสดงว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับระยะทางหรือสิ่งกีดขวางมากกว่าตัวเครื่อง
Nintendo Switch รองรับ Wi‑Fi ทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz แต่แต่ละคลื่นเหมาะกับสภาพแวดล้อมต่างกัน
| คลื่น Wi‑Fi | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| 2.4 GHz | ระยะไกลและผ่านกำแพงได้ดีกว่า | เล่นห่างจากเราเตอร์หรืออยู่คนละห้อง |
| 5 GHz | ความเร็วสูงและสัญญาณรบกวนน้อยกว่าในบางพื้นที่ | เล่นใกล้เราเตอร์และไม่มีสิ่งกีดขวางมาก |
หากเราเตอร์ใช้ชื่อเดียวกันสำหรับทั้งสองคลื่น เครื่องจะเลือกคลื่นอัตโนมัติ หากเชื่อมต่อไม่เสถียร สามารถแยกชื่อ Wi‑Fi ของ 2.4 GHz และ 5 GHz ในเราเตอร์ แล้วทดลองทีละเครือข่ายได้
การแก้ปัญหาเบื้องต้นควรทดลอง 2.4 GHz ก่อนเมื่อเครื่องอยู่ไกล และทดลอง 5 GHz เมื่ออยู่ใกล้เราเตอร์
หากชื่อ Wi‑Fi ไม่ปรากฏใน Internet Settings ให้ตรวจสอบดังนี้
หากเราเตอร์ซ่อนชื่อเครือข่าย สามารถตั้งค่าการเชื่อมต่อด้วยตนเองได้ แต่ต้องทราบชื่อ SSID รูปแบบความปลอดภัย และรหัสผ่านที่ถูกต้อง การเปิดให้เราเตอร์แสดงชื่อชั่วคราวจะช่วยลดความผิดพลาดในการตั้งค่า
Nintendo Switch, Switch Lite และ Switch OLED รองรับรูปแบบความปลอดภัยที่กำหนด เช่น WPA-PSK แบบ AES และ WPA2-PSK แบบ AES รวมถึง WEP บนเครื่องตระกูล Switch รุ่นแรก แต่ WEP เป็นมาตรฐานเก่าที่ไม่ควรเลือกใช้กับเครือข่ายบ้าน
เพื่อความปลอดภัยและความเข้ากันได้ ควรตั้งเราเตอร์เป็น WPA2-PSK (AES) หากเราเตอร์อยู่ในโหมด WPA3 เท่านั้น เครื่อง Nintendo Switch รุ่นแรกอาจเชื่อมต่อไม่ได้
แนวทางตรวจสอบมีดังนี้
หากไม่เคยตั้งค่าเราเตอร์มาก่อน ควรให้ผู้ดูแลเครือข่ายหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตช่วยตรวจ ไม่ควรเปลี่ยนค่าหลายรายการพร้อมกันโดยไม่จดค่าเดิมไว้
เราเตอร์บางเครื่องเลือกช่องสัญญาณ 5 GHz โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจทำให้ Switch มองไม่เห็นเครือข่ายหรือเชื่อมต่อไม่เสถียรในบางพื้นที่
หาก 2.4 GHz ใช้งานได้ แต่ 5 GHz ไม่ปรากฏ ให้ทดลองดังนี้
ไม่ควรเลือกช่องสัญญาณที่ไม่อนุญาตในประเทศหรือเปลี่ยน Region ของเราเตอร์เพื่อบังคับใช้ช่องเพิ่มเติม
Hotspot ช่วยแยกได้ว่าปัญหาอยู่ที่ Switch หรือเราเตอร์บ้าน
ผลการทดสอบสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
| ผลการทดสอบ | ข้อสันนิษฐาน |
|---|---|
| ต่อ Hotspot ได้ | Switch น่าจะปกติ ปัญหาอยู่ที่เราเตอร์บ้าน |
| ต่อ Hotspot ไม่ได้ | ตรวจการตั้งค่า Switch ระบบ หรือฮาร์ดแวร์ไร้สาย |
| ต่อได้แต่ช้ามาก | สัญญาณมือถือหรือแพ็กเกจข้อมูลอาจจำกัดความเร็ว |
| พบ Hotspot แต่ใส่รหัสไม่ผ่าน | ตรวจรหัสและรูปแบบความปลอดภัยของ Hotspot |
การดาวน์โหลดเกมผ่าน Hotspot อาจใช้ข้อมูลจำนวนมาก ควรใช้เพื่อทดสอบการเชื่อมต่อสั้น ๆ และตรวจเงื่อนไขแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตก่อน
หลังเชื่อมต่อ Wi‑Fi แล้ว ให้ใช้ Test Connection เพื่อตรวจว่าเครื่องได้รับ IP Address และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หรือไม่
ข้อมูลที่ควรสังเกต ได้แก่
หากเชื่อมต่อเครือข่ายได้แต่ Internet Connection ไม่สำเร็จ ปัญหาอาจอยู่ที่เราเตอร์ DNS หรือผู้ให้บริการ ไม่ใช่รหัส Wi‑Fi
หาก Switch หยุดอยู่ในขั้นตอนรับ IP Address ให้ตรวจสอบ DHCP ของเราเตอร์
วิธีแก้เบื้องต้นมีดังนี้
ไม่ควรกำหนด IP Address ด้วยตนเองเป็นวิธีแรก เพราะหากใส่ IP, Subnet Mask หรือ Gateway ผิด เครื่องจะเชื่อมต่อไม่ได้ แม้สัญญาณ Wi‑Fi จะเต็ม
การตั้ง IP แบบ Manual เหมาะสำหรับกรณีที่ทราบข้อมูลเครือข่ายแน่นอน หรือผู้ดูแลระบบแนะนำให้ใช้
ข้อมูลที่ต้องมี ได้แก่
หากใส่ IP ซ้ำกับอุปกรณ์เครื่องอื่น จะเกิด IP Conflict และทำให้การเชื่อมต่อไม่เสถียร ผู้ใช้ทั่วไปควรเลือก Automatic Settings ก่อนเสมอ
ถ้าเคยตั้ง IP แบบ Manual ไว้ ให้กลับไปเลือก Automatic แล้วทดสอบใหม่ เพราะเราเตอร์อาจเปลี่ยนช่วง IP หลังรีสตาร์ตหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
DNS มีหน้าที่แปลงชื่อบริการให้เป็นที่อยู่เครือข่าย หาก DNS ของเราเตอร์มีปัญหา Switch อาจเชื่อมต่อ Wi‑Fi ได้แต่เข้า Nintendo eShop หรือบริการออนไลน์ไม่ได้
ให้เริ่มจากวิธีนี้
ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้ DNS ที่ไม่ทราบผู้ให้บริการ เพราะ DNS สามารถมีผลต่อความเป็นส่วนตัว การกรองเว็บไซต์ และเสถียรภาพของเครือข่าย
เราเตอร์บางเครื่องเปิด MAC Filtering เพื่ออนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่กำหนด ทำให้ Switch มองเห็น Wi‑Fi แต่เชื่อมต่อไม่ได้
สามารถตรวจ MAC Address ของเครื่องได้จาก System Settings ตามด้วย Internet จากนั้นดูข้อมูล System MAC Address
หากเราเตอร์ใช้ Allow List ต้องเพิ่ม MAC Address ของ Switch เข้าไป หรือปิดการกรองชั่วคราวเพื่อทดสอบ การตั้งค่านี้ควรดำเนินการโดยเจ้าของหรือผู้ดูแลเราเตอร์
อย่าเผยแพร่ MAC Address ของอุปกรณ์ลงบนเว็บไซต์สาธารณะ แม้จะไม่ใช่รหัสผ่าน แต่เป็นข้อมูลระบุอุปกรณ์ภายในเครือข่าย
เราเตอร์บางรุ่นรองรับอุปกรณ์พร้อมกันได้จำกัด หรือกำหนดช่วง DHCP ไว้แคบ เมื่อมีโทรศัพท์ ทีวี กล้อง และอุปกรณ์อัจฉริยะจำนวนมาก Switch อาจรับ IP Address ไม่ได้
ให้ทดลองดังนี้
หากต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมากเป็นประจำ อาจต้องปรับระบบ Wi‑Fi หรือใช้เราเตอร์ที่รองรับจำนวน Client มากขึ้น
Parental Control, Access Control, Schedule, Device Pause หรือระบบกรองอินเทอร์เน็ตในเราเตอร์อาจปิดกั้น Switch ตามเวลา
ให้ผู้ดูแลเครือข่ายตรวจสอบว่า
หากบัญชีหรือเครื่องอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัว ควรให้ผู้ปกครองหรือผู้จัดการครอบครัวเป็นผู้เปลี่ยนการตั้งค่า ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้วยการเปลี่ยนตัวตนอุปกรณ์
ระบบเวอร์ชันเก่าอาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับเครือข่ายหรือบริการออนไลน์
ต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอหรือวางเครื่องบน Dock ที่ได้รับไฟตามปกติระหว่างอัปเดต ห้ามปิดเครื่องหรือถอดพลังงานขณะกำลังติดตั้งระบบ
วันและเวลาผิดอาจทำให้การตรวจสอบใบรับรองและบริการออนไลน์มีปัญหา
การเปลี่ยน Region ควรทำเฉพาะเมื่อข้อมูลเดิมไม่ตรงกับพื้นที่ใช้งานจริง ไม่ควรเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดของบัญชี ร้านค้า หรือบริการ
หากเล่นบน Dock และ Wi‑Fi ไม่เสถียร สามารถใช้สาย LAN เพื่อตรวจสอบหรือใช้งานแทนได้
ขั้นตอนทั่วไปคือเชื่อมต่อสาย LAN จากเราเตอร์เข้ากับ Dock หรืออะแดปเตอร์ จากนั้นเปิด Internet Settings และเลือก Wired Connection
หากต่อ LAN แล้วใช้งานได้ แสดงว่าบัญชีและบริการออนไลน์ทำงาน แต่ปัญหาน่าจะอยู่ที่ Wi‑Fi ระยะทาง หรือการตั้งค่าเราเตอร์
เครือข่ายสาธารณะบางแห่งต้องเปิดหน้าเว็บเพื่อยอมรับเงื่อนไขหรือลงชื่อเข้าใช้ก่อน หรืออาจจำกัดอุปกรณ์เกม
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
ควรติดต่อผู้ดูแลเครือข่ายและแจ้งว่าเป็น Nintendo Switch ไม่ควรพยายามปลอม MAC Address หรือหลีกเลี่ยงระบบควบคุมของสถานที่
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำเร็จไม่ได้หมายความว่าจะเล่นทุกเกมออนไลน์ได้เสมอไป ควรตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้
หากเข้า Nintendo eShop ได้แต่เล่นเกมออนไลน์ไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับ Membership, NAT Type หรือเซิร์ฟเวอร์ของเกม ไม่ใช่การเชื่อมต่อ Wi‑Fi พื้นฐาน
หากเชื่อมต่อได้แต่หลุดเป็นระยะ ให้แก้ตามลำดับนี้
หาก Switch หลุดกับทุกเครือข่าย แต่โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ใช้งานปกติ อาจต้องตรวจระบบไร้สายของเครื่อง
ใช้ผลการทดสอบต่อไปนี้เพื่อวิเคราะห์
| ผลการทดสอบ | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|
| Switch ต่อ Hotspot ได้ แต่ต่อ Wi‑Fi บ้านไม่ได้ | เราเตอร์บ้านและรูปแบบความปลอดภัย |
| Switch ต่อไม่ได้ทุกเครือข่าย | การตั้งค่า ระบบ หรือฮาร์ดแวร์ของ Switch |
| ทุกอุปกรณ์ต่อ Wi‑Fi บ้านไม่ได้ | เราเตอร์ โมเด็ม หรือผู้ให้บริการ |
| ต่อ 2.4 GHz ได้ แต่ต่อ 5 GHz ไม่ได้ | Channel หรือการตั้งค่า 5 GHz |
| ต่อ LAN ได้ แต่ Wi‑Fi ไม่ได้ | ระบบไร้สาย ระยะทาง หรือสัญญาณรบกวน |
| ต่อ Wi‑Fi ได้ แต่เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ | IP Address, DNS หรืออินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการ |
แนวทางของ comsiam คือทดสอบทีละตัวแปร โดยไม่เปลี่ยนรหัส Wi‑Fi, DNS, Channel และ Security Mode พร้อมกัน เพราะจะทำให้ไม่ทราบว่าการตั้งค่าใดเป็นสาเหตุจริง
หลีกเลี่ยงวิธีต่อไปนี้
วิธีที่ปลอดภัยควรเริ่มจากลบเครือข่าย รีสตาร์ต เข้าใกล้เราเตอร์ สลับคลื่น และทดสอบกับเครือข่ายอื่น
ควรติดต่อศูนย์บริการหากพบอาการดังต่อไปนี้
ก่อนส่งตรวจ ควรจดรุ่นเครื่อง System Version, Error Code, ชื่อคลื่นที่ทดสอบ และผลการเชื่อมต่อกับ Hotspot เพื่อช่วยให้ตรวจสอบได้เร็วขึ้น
ปิด Airplane Mode นำเครื่องเข้าใกล้เราเตอร์ รีสตาร์ตทั้งสองอุปกรณ์ และทดลองเปิดเครือข่าย 2.4 GHz หากยังไม่พบ ให้ตรวจการซ่อนชื่อ SSID, Channel และ Security Mode
เราเตอร์อาจใช้รูปแบบความปลอดภัยไม่รองรับ หรือข้อมูลเครือข่ายเดิมเสียหาย ให้ลบ Internet Settings เดิม เชื่อมต่อใหม่ และทดลองตั้งเราเตอร์เป็น WPA2-PSK (AES)
รองรับทั้ง 2.4 GHz และ 5 GHz แต่ความสามารถในการมองเห็นบาง Channel อาจขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและภูมิภาค หากไม่พบ 5 GHz ให้ทดลอง 2.4 GHz ก่อน
อาจเกิดจาก DNS, วันที่และเวลาผิด บัญชี Nintendo หรือบริการออนไลน์มีปัญหา ให้ทดสอบ Connection ตรวจเวลา และทดลองใหม่ภายหลัง
ส่วนใหญ่แสดงว่าระบบ Wi‑Fi ของ Switch ยังทำงาน ปัญหาน่าจะอยู่ที่เราเตอร์บ้าน รหัสผ่าน Security Mode, Channel หรือ MAC Filter
ไม่จำเป็นในขั้นตอนแรก ควรใช้ Automatic DNS ก่อน เปลี่ยนเมื่อมีหลักฐานว่า DNS เดิมมีปัญหาและควรเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้
การรีเซ็ตแบบลบข้อมูลไม่ควรเป็นวิธีแรก ให้ลบเฉพาะ Internet Settings รีสตาร์ต อัปเดตระบบ และทดสอบเครือข่ายอื่นก่อน
สามารถทำได้เมื่อใช้อะแดปเตอร์และอุปกรณ์เสริมที่รองรับ แต่ Switch Lite ไม่มี Dock มาตรฐานแบบ Switch รุ่นปกติ จึงต้องตรวจความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ก่อน
สัญญาณอาจอ่อนลงเมื่อผ่านกำแพงหรืออยู่ไกลเราเตอร์ ให้ทดลอง 2.4 GHz ย้ายตำแหน่งเราเตอร์ หรือเพิ่มระบบกระจายสัญญาณที่เหมาะสม
การเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับอินเทอร์เน็ตไม่จำเป็นต้องมี Nintendo Account แต่การใช้ Nintendo eShop เล่นเกมออนไลน์ และใช้บริการบางประเภทต้องใช้บัญชีหรือ Membership ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อ Nintendo Switch ต่อ Wi‑Fi ไม่ได้ ให้เริ่มจากปิด Airplane Mode ตรวจรหัสผ่าน ลบเครือข่ายเดิม และเชื่อมต่อใหม่ จากนั้น Restart เครื่องและเราเตอร์ นำ Switch เข้าใกล้จุดกระจายสัญญาณ และทดลองสลับระหว่าง 2.4 GHz กับ 5 GHz
หากค้นหาเครือข่ายไม่พบ ให้ตรวจ SSID, Channel และ Security Mode โดย Switch รุ่นแรกควรใช้ WPA2-PSK แบบ AES เพื่อให้ปลอดภัยและเข้ากันได้ หากเชื่อมต่อเครือข่ายได้แต่เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ให้ตรวจ IP Address, DNS และสถานะของผู้ให้บริการ
คำแนะนำจาก comsiam คือทดลองเชื่อมต่อ Mobile Hotspot หรือสาย LAN เพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจากตัวเครื่องหรือเราเตอร์ หาก Switch เชื่อมต่อไม่ได้กับทุกเครือข่ายแม้อยู่ใกล้และอัปเดตระบบแล้ว ควรส่งตรวจแทนการแกะซ่อมด้วยตนเอง