Mi Box เปิดแล้วค้างที่โลโก้ แก้อย่างไรโดยไม่รีบซื้อใหม่

หาก Mi Box เปิดแล้วค้างที่โลโก้ ให้รอประมาณ 5–10 นาทีก่อน เพราะระบบอาจกำลังเริ่มต้นหรือจัดเตรียมข้อมูลหลังอัปเดต หากยังค้าง ให้ถอดอุปกรณ์ USB ออก ตรวจอะแดปเตอร์และสาย HDMI แล้วตัดไฟชั่วคราวเพื่อเริ่มระบบใหม่ หากยังวนอยู่ที่โลโก้ อาจต้องใช้โหมดกู้คืนเพื่อล้าง Cache หรือคืนค่าโรงงานตามวิธีที่ตรงกับรุ่น

ไม่ควรถอดไฟขณะหน้าจอแสดงว่ากำลังติดตั้งอัปเดต และไม่ควรใช้ไฟล์ระบบจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจทำให้ Mi Box เปิดไม่ขึ้นกว่าเดิม


สารบัญ

  • อาการ Mi Box ค้างที่โลโก้
  • สาเหตุที่เปิดไม่ผ่านหน้าเริ่มต้น
  • สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อน
  • วิธีตัดไฟและเริ่มระบบใหม่
  • วิธีตรวจอะแดปเตอร์และสายไฟ
  • วิธีถอดอุปกรณ์ภายนอก
  • วิธีตรวจสายและพอร์ต HDMI
  • Mi Box ค้างหลังอัปเดต
  • การใช้ Recovery Mode
  • การคืนค่าโรงงาน
  • ตารางวิเคราะห์อาการ
  • เมื่อใดควรติดต่อศูนย์บริการ
  • คำถามที่พบบ่อย

อาการ Mi Box ค้างที่โลโก้มีแบบใดบ้าง

อาการเปิดเครื่องไม่สมบูรณ์สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น

  • หน้าจอค้างอยู่ที่โลโก้ Mi
  • ผ่านโลโก้ Mi แต่ค้างที่ Android TV
  • ค้างที่หน้า Google TV
  • โลโก้ปรากฏแล้วหน้าจอดับ
  • Mi Box รีสตาร์ตวนซ้ำ
  • ภาพโลโก้กะพริบแล้วกลับมาใหม่
  • หน้าจอไม่มีสัญญาณหลังโลโก้
  • ค้างหลังติดตั้งอัปเดต
  • ค้างหลังติดตั้งแอปใหม่
  • เปิดได้เมื่อถอดอุปกรณ์ USB
  • รีโมตไม่ตอบสนองขณะค้าง
  • ไฟสถานะติดแต่ระบบไม่เข้าหน้าหลัก

ควรสังเกตว่าอุปกรณ์ค้างนิ่ง รีสตาร์ตวน หรือทีวีแสดงไม่มีสัญญาณ เพราะแต่ละอาการอาจเกี่ยวข้องกับระบบ ไฟเลี้ยง หรือ HDMI ต่างกัน


สาเหตุที่ Mi Box เปิดแล้วค้างที่โลโก้

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. ระบบปฏิบัติการค้างชั่วคราว
  2. การอัปเดตยังไม่เสร็จ
  3. ถูกตัดไฟระหว่างอัปเดต
  4. Cache หรือข้อมูลระบบเสียหาย
  5. พื้นที่จัดเก็บภายในเหลือน้อย
  6. แอปที่ติดตั้งล่าสุดไม่เข้ากับระบบ
  7. อุปกรณ์ USB ทำให้ระบบสแกนข้อมูลนาน
  8. อะแดปเตอร์จ่ายไฟไม่เพียงพอ
  9. สายไฟหรือหัวต่อหลวม
  10. สาย HDMI หรือพอร์ต HDMI มีปัญหา
  11. ความละเอียดภาพไม่เข้ากับทีวี
  12. ตัวเครื่องมีความร้อนสูงผิดปกติ
  13. หน่วยความจำจัดเก็บหรือฮาร์ดแวร์ภายในผิดปกติ

ควรเริ่มตรวจจากอุปกรณ์ภายนอก ไฟเลี้ยง และสายสัญญาณก่อน เพราะสามารถทดสอบได้โดยไม่ลบข้อมูล


ก่อนแก้ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

อ่านข้อความบนหน้าจอ

หากหน้าจอแสดงข้อความต่อไปนี้ ควรรอให้กระบวนการเสร็จ

  • Installing system update
  • Optimizing apps
  • กำลังอัปเดตระบบ
  • กำลังเตรียมแอป
  • Do not turn off

ระบบอาจรีสตาร์ตมากกว่าหนึ่งครั้งระหว่างอัปเดต ไม่ควรถอดอะแดปเตอร์เพียงเพราะโลโก้แสดงอยู่นานกว่าปกติ

ตรวจไฟสถานะ

สังเกตว่าไฟบน Mi Box

  • ติดค้างตามปกติ
  • ดับแล้วติดใหม่เป็นรอบ
  • กะพริบผิดปกติ
  • ไม่ติดเลย
  • ติดเฉพาะเมื่อขยับสายไฟ

หากไฟดับและติดใหม่พร้อมการวนโลโก้ ปัญหาอาจเกี่ยวกับอะแดปเตอร์ สายไฟ หรือระบบที่เริ่มทำงานไม่สำเร็จ

ตรวจอาการทางไฟฟ้า

หากอะแดปเตอร์หรือ Mi Box ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ เสียงไฟฟ้า หรือสายมีรอยเสียหาย ให้หยุดใช้งาน ถอดไฟจากจุดที่ปลอดภัย และแจ้งผู้ใหญ่ช่วยตรวจสอบ


รอให้ Mi Box เริ่มระบบจนเสร็จ

การเริ่มเครื่องอาจใช้เวลานานกว่าปกติหลังเหตุการณ์ต่อไปนี้

  • เพิ่งอัปเดตระบบ
  • เพิ่งคืนค่าโรงงาน
  • เพิ่งถูกตัดไฟ
  • มีแอปจำนวนมาก
  • พื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม
  • ไม่ได้เปิดใช้งานเป็นเวลานาน

หากไม่มีอาการทางไฟฟ้าผิดปกติ ให้รอประมาณ 5–10 นาทีโดยไม่กดรีโมตซ้ำ หากหน้าจอมีข้อความอัปเดต ให้รอจนเสร็จแม้จะใช้เวลานานกว่านั้น

หากโลโก้ค้างนิ่ง ไม่มีข้อความ และไม่มีความคืบหน้าเป็นเวลานาน จึงเริ่มขั้นตอนตัดไฟชั่วคราว


วิธีตัดไฟและเริ่มระบบ Mi Box ใหม่

เมื่อแน่ใจว่าอุปกรณ์ไม่ได้กำลังติดตั้งอัปเดต ให้ทำตามขั้นตอนนี้

  1. ปิดทีวี
  2. ถอดสายไฟออกจาก Mi Box
  3. ถอดอุปกรณ์ USB ที่ต่ออยู่
  4. รอประมาณสองนาที
  5. ตรวจหัวต่อสายไฟและ HDMI
  6. เสียบสายไฟกลับให้แน่น
  7. เปิดทีวีและเลือกช่อง HDMI ที่ถูกต้อง
  8. รอให้ Mi Box เริ่มระบบโดยไม่กดปุ่มซ้ำ

ขั้นตอนนี้ไม่ควรลบบัญชี แอป หรือการตั้งค่า เป็นเพียงการเริ่มระบบใหม่และระบายไฟค้าง

ไม่ควรถอดและเสียบสายไฟซ้ำอย่างรวดเร็วหลายครั้ง เพราะอาจทำให้ระบบเริ่มต้นไม่สมบูรณ์


ตรวจสอบอะแดปเตอร์และสายไฟ

ไฟเลี้ยงไม่เสถียรอาจทำให้ Mi Box ค้างที่โลโก้หรือรีสตาร์ตวน โดยเฉพาะช่วงที่ระบบเริ่มต้นและต้องใช้พลังงานมากขึ้น

ใช้อะแดปเตอร์ให้ตรงรุ่น

ควรใช้อะแดปเตอร์เดิมหรืออะแดปเตอร์ที่มีแรงดัน กระแส และขั้วไฟตรงตามข้อกำหนดของ Mi Box รุ่นนั้น

ไม่ควรพิจารณาจากขนาดหัวต่อเพียงอย่างเดียว เพราะอะแดปเตอร์ที่เสียบได้อาจมีแรงดันหรือขั้วไฟไม่ตรงและทำให้อุปกรณ์เสียหาย

ตรวจสภาพภายนอก

ตรวจสอบว่า

  • สายไม่มีรอยฉีกหรือแตก
  • หัวต่อไม่หลวม
  • อะแดปเตอร์ไม่ร้อนผิดปกติ
  • ไม่มีรอยไหม้หรือกลิ่นผิดปกติ
  • เสียบปลั๊กแน่นกับเต้ารับ
  • ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงที่หลวมหรือชำรุด

หาก Mi Box เปิดได้เมื่อขยับสายไฟ แสดงว่าสายหรือหัวต่ออาจไม่แน่น ควรหยุดขยับเพื่อใช้งานต่อและเปลี่ยนอุปกรณ์จ่ายไฟที่เหมาะสม


ถอดอุปกรณ์ USB และอุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์ภายนอกอาจทำให้ Mi Box ใช้ไฟเพิ่มหรือค้างระหว่างตรวจหาไฟล์

ควรถอดอุปกรณ์ต่อไปนี้ชั่วคราว

  • แฟลชไดรฟ์
  • ฮาร์ดดิสก์ USB
  • USB Hub
  • คีย์บอร์ด
  • เมาส์
  • ตัวรับสัญญาณไร้สาย
  • การ์ดหน่วยความจำผ่านตัวอ่าน
  • อะแดปเตอร์เครือข่าย USB
  • อุปกรณ์เสริมอื่นที่ต่อผ่าน USB

จากนั้นเปิด Mi Box โดยให้เหลือเพียงสายไฟและ HDMI หากเปิดได้ตามปกติ ให้ปิดอุปกรณ์แล้วเชื่อมต่อกลับทีละชิ้นเพื่อหาต้นเหตุ

อุปกรณ์ USB ที่ใช้ไฟมากอาจต้องมีแหล่งจ่ายไฟของตนเอง ไม่ควรฝืนใช้งานผ่านพอร์ต Mi Box หากเกินข้อกำหนด


ตรวจสอบสาย HDMI และพอร์ตทีวี

บางครั้ง Mi Box อาจเริ่มระบบสำเร็จ แต่ทีวีไม่แสดงภาพหลังโลโก้เนื่องจากการเชื่อมต่อ HDMI หรือความละเอียดภาพ

ตรวจสอบเบื้องต้น

  • เสียบสาย HDMI ให้แน่นทั้งสองด้าน
  • เลือกแหล่งสัญญาณ HDMI ให้ตรง
  • ทดลองพอร์ต HDMI อื่น
  • ทดลองสาย HDMI เส้นอื่นที่อยู่ในสภาพดี
  • ถอดตัวแปลงหรืออุปกรณ์ต่อกลางออก
  • ต่อ Mi Box เข้าทีวีโดยตรง
  • ปิดทีวีและ Mi Box ก่อนถอดหรือเสียบสาย

ทดสอบกับทีวีหรือจออื่น

หากมีจอที่รองรับ สามารถนำ Mi Box ไปทดสอบเพื่อแยกสาเหตุได้

  • ถ้าจออื่นแสดงภาพปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่พอร์ตหรือการตั้งค่าภาพของทีวีเดิม
  • ถ้าทุกจอค้างที่โลโก้เหมือนกัน ปัญหาน่าจะอยู่ที่ Mi Box หรือไฟเลี้ยง
  • ถ้าจออื่นแสดงภาพหลังโลโก้ แต่ทีวีเดิมไม่มีสัญญาณ อาจเป็นความละเอียดหรือการรองรับ HDMI

ควรให้ผู้ใหญ่ช่วยเมื่อต้องย้ายทีวีหรือเข้าถึงพอร์ตในตำแหน่งที่ลำบาก


Mi Box ค้างหลังอัปเดตระบบ

หลังอัปเดต Mi Box อาจใช้เวลาจัดเตรียมแอปและข้อมูลนานกว่าปกติ รวมถึงรีสตาร์ตหลายครั้ง

สิ่งที่ควรทำ

  1. รอให้ระบบทำงานเสร็จ
  2. ไม่กดปุ่มรีโมตซ้ำ
  3. ไม่ถอดอะแดปเตอร์
  4. ไม่ถอดสาย HDMI โดยไม่จำเป็น
  5. ตรวจว่าไฟฟ้ามีความเสถียร
  6. หลังเข้าหน้าหลักได้แล้ว ให้รอสักครู่ก่อนเปิดแอป

หากถูกตัดไฟระหว่างอัปเดต

ไฟล์ระบบอาจติดตั้งไม่สมบูรณ์ ทำให้ค้างหรือวนโลโก้ หากตัดไฟและเริ่มใหม่แล้วยังไม่หาย อาจต้องเข้า Recovery Mode หรือให้ศูนย์บริการติดตั้งระบบที่ถูกต้อง

ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ระบบแบบสุ่มมาติดตั้ง เพราะ Mi Box แต่ละรุ่นและภูมิภาคอาจใช้ไฟล์ต่างกัน


พื้นที่จัดเก็บเต็มทำให้ค้างได้หรือไม่

เป็นไปได้ เมื่อพื้นที่เหลือน้อยมาก ระบบอาจไม่มีพื้นที่สำหรับไฟล์ชั่วคราวและการเริ่มบริการ

หาก Mi Box ยังเข้าหน้าหลักได้เป็นบางครั้ง ให้รีบจัดการดังนี้

  1. ถอนแอปที่ไม่ได้ใช้
  2. ล้าง Cache ของแอปขนาดใหญ่
  3. ลบไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่จำเป็น
  4. ตรวจขนาดข้อมูลของแต่ละแอป
  5. รีสตาร์ตเครื่อง
  6. ตรวจพื้นที่ว่างอีกครั้ง

ไม่ควรลบหรือปิดบริการของระบบ Android และ Google โดยไม่ทราบหน้าที่ เพราะอาจทำให้หน้าหลักและ Play Store ไม่ทำงาน


แอปที่ติดตั้งล่าสุดทำให้ค้างได้หรือไม่

แอปที่ไม่เข้ากับระบบหรือทำงานตั้งแต่เปิดเครื่องอาจทำให้หน้าหลักค้าง หากอาการเริ่มทันทีหลังติดตั้งแอป ให้สงสัยแอปนั้นก่อน

หากยังเข้าเมนูได้ ให้

  • บังคับหยุดแอป
  • ล้าง Cache
  • ถอนการติดตั้ง
  • รีสตาร์ต Mi Box
  • ตรวจสอบการอัปเดตระบบ
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปเวอร์ชันเดิมซ้ำ

แอปที่ติดตั้งจากไฟล์ภายนอกมีความเสี่ยงด้านความเข้ากันได้มากกว่าแอปจากร้านค้าอย่างเป็นทางการ


Recovery Mode คืออะไร

Recovery Mode เป็นเมนูกู้คืนสำหรับตรวจและแก้ปัญหาระบบเมื่อไม่สามารถเข้าหน้าหลักได้ ตัวเลือกอาจประกอบด้วย

  • เริ่มระบบใหม่
  • ล้าง Cache ในรุ่นที่รองรับ
  • คืนค่าโรงงาน
  • ติดตั้งอัปเดตที่รองรับ
  • ตรวจหรือแสดงข้อมูลระบบ

ชื่อและจำนวนตัวเลือกอาจแตกต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชัน

วิธีเข้า Recovery Mode

Mi Box แต่ละรุ่นอาจใช้ชุดปุ่มรีโมตและขั้นตอนต่างกัน บางรุ่นต้องกดปุ่มบนรีโมตค้างไว้ขณะเสียบไฟ และวางรีโมตใกล้ตัวเครื่อง

ก่อนทำควร

  1. ตรวจหมายเลขรุ่นของ Mi Box
  2. ใช้วิธีที่ตรงกับรุ่นนั้น
  3. ใส่ถ่านรีโมตใหม่
  4. ถอดอุปกรณ์ USB
  5. ใช้อะแดปเตอร์ที่ถูกต้อง
  6. เตรียมบัญชีและรหัสผ่านหากต้องรีเซ็ต

ไม่ควรสุ่มใช้ชุดปุ่มของ Mi Box คนละรุ่น เพราะอาจไม่เข้าสู่เมนูหรือทำให้เกิดความสับสนระหว่างขั้นตอน


ควรเลือกอะไรใน Recovery Mode

หากเข้าสู่ Recovery Mode ได้ ให้เริ่มจากตัวเลือกที่กระทบข้อมูลน้อยที่สุด

Reboot system now

เป็นการสั่งเริ่มระบบใหม่ ควรลองตัวเลือกนี้ก่อน เพราะไม่ควรลบข้อมูลผู้ใช้

Wipe cache partition

หากรุ่นและเมนูมีตัวเลือกนี้ สามารถใช้ล้างไฟล์ชั่วคราวของระบบได้ โดยทั่วไปไม่ควรลบบัญชีหรือแอป แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับรุ่น

Wipe data หรือ Factory reset

เป็นการล้างข้อมูลและคืนค่าโรงงาน ควรใช้เป็นขั้นตอนท้าย เพราะจะลบบัญชี แอป และการตั้งค่าต่าง ๆ

ใช้ปุ่มตามที่เมนูระบุและอ่านข้อความยืนยันทุกครั้ง ไม่ควรเลือกคำสั่งที่ไม่ทราบความหมาย


วิธีคืนค่าโรงงาน Mi Box

หากยังเข้าเมนูปกติได้ ให้ไปที่

การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > รีเซ็ต > คืนค่าโรงงาน

หากเข้าเมนูไม่ได้ อาจต้องใช้คำสั่ง Factory reset ภายใน Recovery Mode ตามวิธีที่ตรงกับรุ่น

ข้อมูลที่จะถูกลบ

  • บัญชี Google
  • แอปที่ติดตั้งเพิ่มเติม
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • ข้อมูลภายในแอป
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจับคู่ Bluetooth
  • การจัดเรียงหน้าหลัก
  • ไฟล์ที่จัดเก็บภายในบางรายการ

หลังรีเซ็ต Mi Box อาจใช้เวลาเริ่มต้นนานกว่าปกติ ควรรอให้หน้าตั้งค่าแรกปรากฏโดยไม่ตัดไฟ

หลังรีเซ็ตควรทำอย่างไร

  1. เชื่อมต่อรีโมต
  2. เลือกภาษาและภูมิภาค
  3. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  4. เข้าสู่ระบบบัญชี Google
  5. ตรวจสอบอัปเดตระบบ
  6. ติดตั้งเฉพาะแอปที่จำเป็น
  7. ตรวจพื้นที่หลังติดตั้ง
  8. ทดสอบก่อนเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB กลับ

การติดตั้งแอปกลับทีละรายการช่วยให้ระบุได้ง่ายขึ้นหากแอปใดทำให้ระบบเริ่มค้างอีกครั้ง


หากคืนค่าโรงงานแล้วยังค้างที่โลโก้

หาก Mi Box ยังค้างแม้คืนค่าโรงงานแล้ว ให้ตรวจซ้ำโดยใช้

  • อะแดปเตอร์ที่ตรงข้อกำหนดและทำงานปกติ
  • สาย HDMI ที่ทดสอบแล้ว
  • พอร์ต HDMI อื่น
  • ทีวีหรือจออีกเครื่อง
  • การเปิดโดยไม่ต่อ USB
  • รีโมตที่มีถ่านใหม่

หากยังค้างเหมือนเดิม อาจเกี่ยวข้องกับไฟล์ระบบ หน่วยความจำภายใน หรือฮาร์ดแวร์ ควรติดต่อศูนย์บริการแทนการแกะเครื่องเอง


ตารางวิเคราะห์อาการ Mi Box ค้างที่โลโก้

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีตรวจสอบก่อน
ค้างหลังอัปเดตระบบกำลังจัดเตรียมข้อมูลรอและห้ามตัดไฟ
โลโก้ค้างนิ่งเป็นเวลานานระบบหรือข้อมูลค้างตัดไฟชั่วคราวแล้วเริ่มใหม่
โลโก้ดับและกลับมาซ้ำไฟเลี้ยงหรือระบบมีปัญหาตรวจอะแดปเตอร์และสายไฟ
เปิดได้เมื่อถอด USBอุปกรณ์เสริมหรือไฟเลี้ยงไม่พอเชื่อมต่อกลับทีละชิ้น
ผ่านโลโก้แล้วไม่มีสัญญาณHDMI หรือความละเอียดภาพเปลี่ยนสาย พอร์ต หรือจอ
ค้างหลังติดตั้งแอปแอปไม่เข้ากันหรือพื้นที่น้อยถอนแอปและเพิ่มพื้นที่
เข้า Recovery Mode ได้ข้อมูลหรือระบบอาจแก้ผ่านเมนูกู้คืนเริ่มจาก Reboot และล้าง Cache
คืนค่าโรงงานแล้วยังค้างระบบหรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติทดสอบไฟ สาย และติดต่อศูนย์
ไฟสถานะไม่ติดอะแดปเตอร์ สาย หรืออุปกรณ์มีปัญหาตรวจแหล่งจ่ายไฟจากภายนอก

ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam แยกปัญหาระหว่างระบบ ไฟเลี้ยง HDMI และอุปกรณ์ภายนอกก่อนตัดสินใจเปลี่ยน Mi Box


สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อ Mi Box ค้างที่โลโก้

  • ไม่ควรถอดไฟขณะมีข้อความกำลังอัปเดต
  • ไม่ควรถอดและเสียบอะแดปเตอร์ซ้ำอย่างรวดเร็ว
  • ไม่ควรใช้อะแดปเตอร์เพียงเพราะหัวต่อเสียบได้
  • ไม่ควรใช้สายไฟหรือปลั๊กพ่วงที่ชำรุด
  • ไม่ควรสุ่มเลือกคำสั่งใน Recovery Mode
  • ไม่ควรติดตั้งไฟล์ระบบของคนละรุ่น
  • ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่ควรคืนค่าโรงงานก่อนเตรียมบัญชีและรหัสผ่าน
  • ไม่ควรถอด USB ขณะกำลังอ่านหรือบันทึกข้อมูล
  • ไม่ควรแกะ Mi Box เพื่อซ่อมวงจรภายใน

หากอุปกรณ์หรืออะแดปเตอร์ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือมีเสียงไฟฟ้า ให้หยุดใช้งานทันทีและแจ้งผู้ใหญ่ช่วยติดต่อช่าง


คำถามที่พบบ่อย

Mi Box ค้างที่โลโก้ควรรอกี่นาที

หากไม่มีข้อความอัปเดต ควรรอประมาณ 5–10 นาที หากมีข้อความกำลังติดตั้งหรือจัดเตรียมแอป ให้รอจนกระบวนการเสร็จและห้ามตัดไฟ

ถอดปลั๊กช่วยให้อาการค้างหายหรือไม่

อาจช่วยเมื่อระบบค้างชั่วคราว แต่ต้องแน่ใจก่อนว่าไม่ได้กำลังอัปเดต จากนั้นควรรอหนึ่งถึงสองนาทีก่อนเสียบกลับ

ทำไม Mi Box วนโลโก้เมื่อเสียบฮาร์ดดิสก์

ฮาร์ดดิสก์อาจใช้ไฟมากเกินไป มีระบบไฟล์ผิดปกติ หรือทำให้ระบบสแกนข้อมูลนาน ให้เปิดเครื่องโดยไม่ต่อ USB แล้วทดสอบใหม่

เปลี่ยนสาย HDMI ช่วยได้หรือไม่

ช่วยได้เมื่อ Mi Box เริ่มระบบแล้วแต่ภาพหายหลังโลโก้ หรือทีวีแสดงไม่มีสัญญาณ แต่หากระบบวนโลโก้จริง ควรตรวจไฟเลี้ยงและระบบร่วมด้วย

Recovery Mode ลบข้อมูลหรือไม่

การเข้าเมนูเพียงอย่างเดียวไม่ควรลบข้อมูล แต่คำสั่ง Wipe data หรือ Factory reset จะลบข้อมูล ส่วน Reboot เป็นเพียงการเริ่มระบบใหม่

คืนค่าโรงงานแล้วแอปจะหายหรือไม่

แอปที่ติดตั้ง บัญชี รหัส Wi-Fi และการตั้งค่าจะถูกลบ ต้องตั้งค่า Mi Box ใหม่หลังรีเซ็ต

เมื่อใดควรส่งศูนย์บริการ

ควรส่งเมื่อทดสอบอะแดปเตอร์ สาย HDMI จออื่น และคืนค่าโรงงานแล้ว Mi Box ยังค้าง หรือมีอาการทางไฟฟ้าและความร้อนผิดปกติ


สรุปวิธีแก้ Mi Box ค้างที่โลโก้

เริ่มจากรอให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ไม่ได้กำลังอัปเดต จากนั้นถอดอุปกรณ์ USB ตรวจอะแดปเตอร์ สายไฟ และ HDMI แล้วตัดไฟชั่วคราวเพื่อเริ่มระบบใหม่ หากเข้าหน้าหลักได้เป็นบางครั้ง ให้เพิ่มพื้นที่และถอนแอปที่เพิ่งติดตั้ง

หากยังค้าง อาจใช้ Recovery Mode โดยเริ่มจาก Reboot หรือล้าง Cache หากมีตัวเลือก ส่วน Factory reset ควรเป็นขั้นตอนท้าย แนวทางจาก comsiam คือใช้วิธีที่ตรงกับหมายเลขรุ่นและไม่ติดตั้งไฟล์ระบบจากแหล่งที่ไม่เชื่อถือ หากรีเซ็ตแล้วยังไม่หายควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ