Google TV รีสตาร์ตเองบ่อย เกิดจากระบบหรืออะแดปเตอร์

Google TV รีสตาร์ตเองบ่อยอาจเกิดได้ทั้งจากแอปหรือระบบค้าง พื้นที่เต็ม ความร้อนสูง และไฟเลี้ยงไม่เพียงพอ หากเป็น TV Stick หรือกล่อง Google TV ให้ตรวจอะแดปเตอร์กับสายไฟก่อน โดยเฉพาะเมื่อจ่ายไฟจากพอร์ต USB ของทีวี หากเป็นทีวีที่มี Google TV ในตัว ให้ถอดอุปกรณ์ USB และ HDMI แล้วทดสอบ ก่อนอัปเดตระบบหรือคืนค่าโรงงาน

หากอุปกรณ์มีกลิ่นไหม้ ความร้อนผิดปกติ หรือสายไฟเสียหาย ให้หยุดใช้งานทันที ไม่ควรเปิดฝาหรือซ่อมวงจรไฟฟ้าด้วยตนเอง


สารบัญ

  • อาการ Google TV รีสตาร์ตเอง
  • สาเหตุจากระบบและแอป
  • สาเหตุจากอะแดปเตอร์และไฟเลี้ยง
  • วิธีแยกว่าปัญหาเกิดจากอะไร
  • วิธีตรวจอะแดปเตอร์และสายไฟ
  • วิธีตรวจความร้อน
  • วิธีถอนแอปที่มีปัญหา
  • วิธีตรวจพื้นที่จัดเก็บ
  • วิธีถอด USB และ HDMI เพื่อทดสอบ
  • วิธีอัปเดตระบบ
  • วิธีคืนค่าโรงงาน
  • เมื่อใดควรส่งศูนย์บริการ
  • ตารางวิเคราะห์อาการ
  • คำถามที่พบบ่อย

1. อาการ Google TV รีสตาร์ตเองมีแบบใดบ้าง

อาการรีสตาร์ตสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น

  • รีสตาร์ตทันทีหลังเปิดเครื่อง
  • วนอยู่ที่โลโก้ Google TV
  • รีสตาร์ตเมื่อเปิดแอป
  • รีสตาร์ตเมื่อดูวิดีโอความละเอียดสูง
  • รีสตาร์ตหลังใช้งานเป็นเวลานาน
  • หน้าจอดับแล้วกลับมาที่หน้าหลัก
  • รีสตาร์ตเมื่อเสียบแฟลชไดรฟ์
  • รีสตาร์ตเมื่อเปิด Soundbar หรือเครื่องเล่นเกม
  • รีสตาร์ตหลังอัปเดตระบบ
  • รีสตาร์ตเมื่อพื้นที่ใกล้เต็ม
  • กล่องหรือ TV Stick ดับเมื่อขยับสายไฟ
  • อุปกรณ์ร้อนมากก่อนรีสตาร์ต
  • รีสตาร์ตเฉพาะช่วงไฟตกหรือใช้ปลั๊กพ่วง
  • ทีวีดับพร้อมอุปกรณ์อื่นในบ้าน
  • รีสตาร์ตตามเวลาที่กำหนดไว้

การจดว่าอาการเกิดตอนไหน ใช้แอปใด และต่ออุปกรณ์อะไรอยู่ จะช่วยแยกปัญหาระบบออกจากไฟเลี้ยงได้เร็วขึ้น


2. สาเหตุที่ Google TV รีสตาร์ตเอง

สาเหตุที่พบได้บ่อยแบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม

สาเหตุจากระบบและแอป

  • แอปค้างหรือทำงานผิดปกติ
  • Cache หรือข้อมูลแอปเสียหาย
  • พื้นที่จัดเก็บเหลือน้อย
  • ระบบปฏิบัติการมีข้อผิดพลาด
  • อัปเดตติดตั้งไม่สมบูรณ์
  • แอปจากภายนอกไม่เข้ากับระบบ
  • แอปทำงานเบื้องหลังมากเกินไป
  • ข้อมูลหน้าหลักหรือโปรไฟล์มีปัญหา

สาเหตุจากไฟเลี้ยง

  • อะแดปเตอร์จ่ายไฟไม่พอ
  • ใช้อะแดปเตอร์ไม่ตรงข้อกำหนด
  • สาย USB หรือสายไฟชำรุด
  • หัวต่อหลวม
  • จ่ายไฟจากพอร์ต USB ของทีวี
  • ปลั๊กพ่วงหรือเต้ารับไม่แน่น
  • ไฟตกหรือไฟฟ้าไม่เสถียร
  • อุปกรณ์ USB ใช้ไฟมากเกินไป

สาเหตุจากความร้อนและฮาร์ดแวร์

  • ช่องระบายอากาศถูกปิด
  • ตัวเครื่องอยู่หลังทีวีในพื้นที่อับ
  • มีอุปกรณ์อื่นวางทับ
  • ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • อะแดปเตอร์ร้อนผิดปกติ
  • หน่วยความจำภายในมีปัญหา
  • วงจรจ่ายไฟหรือฮาร์ดแวร์เสื่อม

ควรเริ่มจากสาเหตุภายนอกที่ตรวจได้อย่างปลอดภัยก่อน ไม่ควรเปิดฝาอุปกรณ์


3. วิธีแยกว่าปัญหาเกิดจากระบบหรืออะแดปเตอร์

ลักษณะอาการมีแนวโน้มเป็นระบบหรือแอปมีแนวโน้มเป็นไฟเลี้ยง
รีสตาร์ตเฉพาะเมื่อเปิดแอปหนึ่งสูงปานกลาง
รีสตาร์ตเมื่อเปิดวิดีโอความละเอียดสูงปานกลางสูง
รีสตาร์ตหลังติดตั้งแอปสูงต่ำ
รีสตาร์ตหลังอัปเดตสูงต่ำ
ดับเมื่อขยับสายไฟต่ำสูง
ไฟสถานะดับสนิทก่อนเปิดใหม่ปานกลางสูง
รีสตาร์ตเมื่อเสียบฮาร์ดดิสก์ USBปานกลางสูง
รีสตาร์ตหลังเครื่องร้อนปานกลางปานกลาง
เปิดได้ปกติเมื่อเปลี่ยนอะแดปเตอร์ที่ถูกต้องต่ำสูง
คืนค่าโรงงานแล้วยังรีสตาร์ตต่ำสูงหรือฮาร์ดแวร์

ตารางนี้เป็นเพียงแนวทาง ต้องทดสอบทีละส่วนจึงจะยืนยันสาเหตุได้


4. สังเกตช่วงเวลาที่เครื่องรีสตาร์ต

ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า ให้จดข้อมูลดังนี้

  • รีสตาร์ตหลังเปิดกี่นาที
  • เกิดกับแอปใด
  • เกิดทุกครั้งหรือเป็นบางครั้ง
  • เปิดวิดีโอความละเอียดเท่าไร
  • ต่อ USB หรืออุปกรณ์ HDMI ใดอยู่
  • ตัวเครื่องร้อนหรือไม่
  • ใช้อะแดปเตอร์รุ่นใด
  • จ่ายไฟจากเต้ารับหรือ USB ทีวี
  • มีข้อความผิดพลาดหรือไม่
  • เกิดหลังอัปเดตหรือติดตั้งแอปใด
  • อุปกรณ์อื่นในบ้านดับพร้อมกันหรือไม่

หากอาการเกิดซ้ำตามเงื่อนไขเดิม จะช่วยระบุต้นเหตุได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน


5. รีสตาร์ต Google TV อย่างถูกต้อง

หากยังเข้าเมนูได้ ให้เลือก

การตั้งค่า > ระบบ > รีสตาร์ต

หรือกดปุ่มเปิด–ปิดบนรีโมตค้าง แล้วเลือก Restart หากมีตัวเลือก

การกดปิดตามปกติอาจเป็นเพียงโหมดสแตนด์บาย จึงไม่ปิดกระบวนการที่ค้างทั้งหมด

หากระบบค้างและไม่ได้กำลังอัปเดต ให้ถอดไฟประมาณหนึ่งถึงสองนาทีแล้วเสียบกลับ ห้ามตัดไฟขณะมีข้อความว่ากำลังติดตั้งอัปเดต


6. ตรวจอะแดปเตอร์ของ TV Stick และกล่อง Google TV

หากใช้ Chromecast, TV Stick หรือกล่อง Google TV อะแดปเตอร์มีผลโดยตรงต่อความเสถียร

ควรตรวจว่าอะแดปเตอร์

  • มีแรงดันตรงตามข้อกำหนดของรุ่น
  • จ่ายกระแสได้เพียงพอ
  • ใช้ขั้วและหัวต่อตรงรุ่น
  • ไม่มีรอยแตก
  • ไม่มีรอยไหม้
  • ไม่มีกลิ่นผิดปกติ
  • ไม่ร้อนมากเกินไป
  • เสียบกับเต้ารับได้แน่น

ไม่ควรเลือกอะแดปเตอร์จากรูปร่างหัวต่อเพียงอย่างเดียว เพราะอะแดปเตอร์ที่เสียบได้อาจมีค่าทางไฟฟ้าไม่ตรงกับอุปกรณ์

ควรใช้อะแดปเตอร์เดิมหรือรุ่นทดแทนที่ตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิต


7. จ่ายไฟจากพอร์ต USB ของทีวีได้หรือไม่

พอร์ต USB ของทีวีบางรุ่นจ่ายไฟไม่เพียงพอสำหรับ TV Stick หรือกล่อง Google TV โดยเฉพาะเมื่อเปิดวิดีโอความละเอียดสูง อัปเดตระบบ หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi หนัก

อาการที่บ่งชี้ว่าไฟจาก USB ไม่พอ ได้แก่

  • รีสตาร์ตเมื่อเปิดแอป
  • ดับเมื่อเล่นวิดีโอ
  • ขึ้นคำเตือนกำลังไฟไม่เพียงพอ
  • เปิดไม่ผ่านหน้าโลโก้
  • Wi-Fi และ Bluetooth หลุดพร้อมกัน
  • รีสตาร์ตเมื่อทีวีปรับโหมดภาพ
  • เปิดใหม่ทุกครั้งที่สลับช่อง HDMI

ควรทดลองใช้อะแดปเตอร์ที่ตรงตามข้อกำหนดและเสียบกับเต้ารับที่ใช้งานปกติ หากอาการหาย แสดงว่าพอร์ต USB เดิมอาจจ่ายไฟไม่พอ


8. ตรวจสายไฟและหัวต่อ

สายที่ชำรุดหรือมีความต้านทานสูงอาจทำให้แรงดันตกเมื่ออุปกรณ์ใช้พลังงานมาก

ตรวจจากภายนอกว่า

  • สายไม่มีรอยฉีก
  • ไม่มีส่วนทองแดงโผล่
  • สายไม่หักงอรุนแรง
  • หัวต่อไม่หลวม
  • ต้องไม่ขยับสายจึงจะเปิดติด
  • ไม่มีความร้อนผิดปกติ
  • ไม่มีคราบหรือรอยไหม้

หากอุปกรณ์ดับเมื่อแตะหรือขยับสาย ให้หยุดใช้สายเส้นนั้น ไม่ควรดัดสายค้างไว้เพื่อให้เครื่องทำงานต่อ


9. ตรวจปลั๊กพ่วงและเต้ารับอย่างปลอดภัย

ให้ตรวจเฉพาะสภาพภายนอก เช่น

  • ปลั๊กเสียบแน่นหรือไม่
  • เต้ารับหลวมหรือไม่
  • มีรอยดำหรือรอยไหม้หรือไม่
  • มีอุปกรณ์กำลังสูงใช้ร่วมกันมากเกินไปหรือไม่
  • ปลั๊กพ่วงมีสวิตช์หลวมหรือไม่
  • อุปกรณ์อื่นดับพร้อมกันหรือไม่

สามารถทดลองเสียบอะแดปเตอร์กับเต้ารับที่ใช้งานปกติ โดยไม่ใช้ปลั๊กพ่วงที่สงสัย

หากพบเต้ารับหลวม มีประกายไฟ กลิ่นไหม้ หรือความร้อนผิดปกติ ไม่ควรใช้งานต่อหรือซ่อมเอง ให้แจ้งผู้ใหญ่และช่างไฟที่มีความรู้


10. ถอดอุปกรณ์ USB เพื่อทดสอบ

อุปกรณ์ USB อาจใช้ไฟมากหรือทำให้ระบบค้างระหว่างอ่านข้อมูล เช่น

  • ฮาร์ดดิสก์ภายนอก
  • แฟลชไดรฟ์
  • USB Hub
  • อะแดปเตอร์ LAN
  • คีย์บอร์ดไร้สาย
  • เมาส์
  • กล้อง
  • ตัวรับสัญญาณเกม

ให้ปิด Google TV ถอดอุปกรณ์ USB ทั้งหมด แล้วเปิดทดสอบด้วยอุปกรณ์พื้นฐานเท่านั้น

หากอาการหาย ให้เชื่อมต่อกลับทีละชิ้น อุปกรณ์ที่ใช้ไฟสูงอาจต้องมีแหล่งจ่ายไฟแยกตามข้อกำหนด ไม่ควรให้กล่องจ่ายไฟเกินความสามารถของพอร์ต


11. ถอดอุปกรณ์ HDMI เพื่อทดสอบ

HDMI-CEC ช่วยให้อุปกรณ์เปิด ปิด และควบคุมกันได้ แต่การตั้งค่าหรืออุปกรณ์ผิดปกติอาจส่งคำสั่งให้ Google TV เปิดและปิดซ้ำ

ควรถอดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นชั่วคราว เช่น

  • Soundbar
  • เครื่องเล่นเกม
  • กล่องรับสัญญาณ
  • เครื่องเล่นแผ่น
  • ตัวแปลง HDMI
  • HDMI Switch
  • อุปกรณ์จับภาพ

จากนั้นเปิด Google TV โดยต่อเฉพาะสิ่งที่จำเป็น หากอาการหาย ให้ต่ออุปกรณ์กลับทีละชิ้นและตรวจ HDMI-CEC ของอุปกรณ์นั้น


12. Google TV รีสตาร์ตตามเวลาหรือไม่

บางรุ่นมีฟังก์ชันที่อาจทำให้เข้าใจว่าเครื่องรีสตาร์ตเอง เช่น

  • ตั้งเวลาปิด
  • Sleep Timer
  • Eco Mode
  • โหมดประหยัดพลังงาน
  • ปิดเมื่อไม่มีสัญญาณ
  • เปิดด่วนหรือ Quick Start
  • อัปเดตระบบอัตโนมัติ
  • รีสตาร์ตตามกำหนดของผู้ผลิต
  • HDMI-CEC เปิดและปิดตามอุปกรณ์อื่น

ตรวจเมนูพลังงาน ตัวตั้งเวลา และโหมดประหยัดพลังงาน หากอาการเกิดเวลาเดิมทุกวัน ควรตรวจรายการเหล่านี้ก่อนสงสัยฮาร์ดแวร์


13. ตรวจความร้อนของ Google TV

TV Stick และกล่อง Google TV อาจอุ่นระหว่างใช้งาน แต่ไม่ควรร้อนผิดปกติพร้อมอาการดับหรือรีสตาร์ต

วิธีช่วยระบายความร้อน

  • เว้นพื้นที่รอบอุปกรณ์
  • ไม่วางในตู้ปิดทึบ
  • ไม่คลุมด้วยผ้า
  • ไม่วางอุปกรณ์อื่นทับ
  • ไม่วางใกล้แหล่งความร้อน
  • ใช้สายต่อ HDMI ที่ผู้ผลิตให้มา เพื่อขยับ TV Stick ออกจากหลังทีวี
  • ปิดแอปที่ไม่ใช้
  • รีสตาร์ตหลังใช้งานต่อเนื่องนาน
  • ตรวจว่าช่องระบายอากาศไม่ถูกบัง

ไม่ควรเจาะ แกะฝา หรือติดอุปกรณ์ดัดแปลงกับตัวเครื่อง หากร้อนมากจนจับไม่ได้หรือมีกลิ่นผิดปกติ ให้หยุดใช้งาน


14. รีสตาร์ตเฉพาะเมื่อเปิดแอปเดียว

หากเกิดกับแอปใดแอปหนึ่ง ให้แก้ที่แอปนั้นก่อน

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกแอป
  3. เลือกดูแอปทั้งหมด
  4. เลือกแอปที่มีปัญหา
  5. เลือกบังคับหยุด
  6. ล้าง Cache
  7. ตรวจอัปเดต
  8. เปิดทดสอบใหม่

หากยังรีสตาร์ต ให้ล้างข้อมูลแอปหรือติดตั้งใหม่ โดยเตรียมชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านก่อน

ถ้าทีวีรีสตาร์ตทุกครั้งที่เปิดแอปจากภายนอก ควรถอนแอปนั้นและไม่ติดตั้งเวอร์ชันเดิมซ้ำ


15. ตรวจแอปที่ติดตั้งล่าสุด

หากอาการเริ่มหลังติดตั้งแอป ให้ถอนแอปล่าสุดออกก่อน โดยเฉพาะแอปที่

  • ติดตั้งจากไฟล์ภายนอก
  • ทำงานตั้งแต่เปิดเครื่อง
  • ขอสิทธิ์จำนวนมาก
  • เปลี่ยนหน้าหลัก
  • ทำหน้าที่ล้างหน่วยความจำ
  • เปิด VPN หรือเปลี่ยนเครือข่าย
  • ไม่ได้ออกแบบสำหรับ Google TV
  • ไม่ได้รับการอัปเดตมานาน

หลังถอนแอป ให้รีสตาร์ต Google TV และทดสอบโดยไม่ติดตั้งกลับทันที


16. ตรวจพื้นที่จัดเก็บภายใน

เมื่อพื้นที่เหลือน้อย ระบบอาจไม่มีพื้นที่สำหรับ Cache บันทึกสถานะ และติดตั้งอัปเดต ส่งผลให้แอปเด้งหรือระบบรีสตาร์ต

เข้าเมนู

การตั้งค่า > ระบบ > พื้นที่จัดเก็บ

จากนั้น

  • ถอนแอปที่ไม่ใช้
  • ล้าง Cache ของแอปขนาดใหญ่
  • ลบไฟล์ดาวน์โหลด
  • ลบเนื้อหาออฟไลน์
  • ตรวจหมวด Other
  • รีสตาร์ตอุปกรณ์
  • ตรวจพื้นที่อีกครั้ง

ไม่ควรลบ Google Play Services หรือแอประบบเพื่อเพิ่มพื้นที่


17. ล้าง Cache ของแอปหน้าหลัก

หากรีสตาร์ตขณะเข้าหน้าหลักหรือเปลี่ยนโปรไฟล์ ให้ตรวจแอป Google TV Home

เส้นทางโดยประมาณคือ

การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > แสดงแอประบบ > Google TV Home

จากนั้นเลือก

  1. บังคับหยุด
  2. ล้างแคช
  3. รีสตาร์ต Google TV
  4. ทดสอบหน้าหลัก

ไม่ควรล้างข้อมูลของแอปหน้าหลักในขั้นแรก เพราะอาจทำให้การจัดเรียงและการตั้งค่าบางส่วนกลับค่าเริ่มต้น


18. ตรวจอินเทอร์เน็ตและเราเตอร์

อินเทอร์เน็ตไม่เสถียรมักไม่ทำให้อุปกรณ์ดับจริง แต่อาจทำให้แอปหรือหน้าหลักค้างจนระบบรีสตาร์ตในบางกรณี

ให้ตรวจว่า

  • อุปกรณ์อื่นใช้ Wi-Fi ได้หรือไม่
  • Google TV หลุดเครือข่ายก่อนรีสตาร์ตหรือไม่
  • เราเตอร์อยู่ใกล้เกินไปจนรบกวน Bluetooth หรือไม่
  • มีการเปลี่ยน IP หรือรีสตาร์ตเราเตอร์บ่อยหรือไม่
  • สาย LAN เสียบแน่นหรือไม่
  • วันและเวลาของอุปกรณ์ถูกต้องหรือไม่

หากเกิดเฉพาะแอปออนไลน์ แต่เมนูออฟไลน์ปกติ ให้ตรวจเครือข่ายและแอปก่อนอะแดปเตอร์


19. อัปเดตแอปทั้งหมดที่ใช้งาน

แอปเวอร์ชันเก่าอาจมีข้อผิดพลาดหรือไม่เข้ากับระบบ ให้เปิด Google Play Store แล้วตรวจรายการอัปเดต

ก่อนอัปเดตควร

  • มีพื้นที่ว่าง
  • ใช้อินเทอร์เน็ตเสถียร
  • ตรวจแหล่งจ่ายไฟ
  • อัปเดตครั้งละไม่มากเกินไป
  • ไม่ตัดไฟระหว่างติดตั้ง
  • รีสตาร์ตหลังอัปเดตเสร็จ

หากรีสตาร์ตเกิดจากแอปเดียว ควรอัปเดตเฉพาะแอปนั้นก่อนเพื่อดูผล


20. อัปเดตระบบ Google TV

เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้

การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > การอัปเดตระบบ

อัปเดตอาจแก้ปัญหา

  • รีสตาร์ตเอง
  • แอปเด้ง
  • Wi-Fi หลุด
  • Bluetooth มีปัญหา
  • HDMI-CEC ทำงานผิดปกติ
  • ระบบจัดการพลังงานผิดพลาด
  • หน้าหลักค้าง

ก่อนเริ่มต้องมั่นใจว่าอะแดปเตอร์และไฟฟ้าเสถียร เพราะหากเครื่องดับระหว่างติดตั้งอาจทำให้ระบบเปิดไม่สมบูรณ์


21. รีสตาร์ตหลังอัปเดตเป็นเรื่องปกติหรือไม่

ระหว่างติดตั้งอัปเดต Google TV อาจรีสตาร์ตหลายครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติหาก

  • หน้าจอมีข้อความกำลังอัปเดต
  • แสดงแถบความคืบหน้า
  • แสดงข้อความจัดเตรียมแอป
  • สุดท้ายเข้าหน้าหลักได้
  • ไม่เกิดอาการดับซ้ำหลังติดตั้งเสร็จ

หากยังรีสตาร์ตวนเป็นเวลานานหลังอัปเดต ให้ถอดอุปกรณ์ USB และ HDMI แล้วรอให้แน่ใจว่าการติดตั้งเสร็จก่อนเริ่มแก้ไข


22. คืนค่าโรงงานเมื่อใด

ควรพิจารณาคืนค่าโรงงานเมื่อ

  • รีสตาร์ตจากหลายแอป
  • พื้นที่ว่างเพียงพอ
  • ถอด USB และ HDMI แล้ว
  • ใช้อะแดปเตอร์ที่ถูกต้อง
  • อุณหภูมิไม่ผิดปกติ
  • อัปเดตแอปและระบบแล้ว
  • ถอนแอปล่าสุดแล้ว
  • อาการยังเกิดซ้ำ

คำสั่งมักอยู่ที่

การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > รีเซ็ต > คืนค่าโรงงาน

ข้อมูลที่จะถูกลบ

  • บัญชี Google
  • แอปที่ติดตั้ง
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • ข้อมูลภายในแอป
  • การจับคู่ Bluetooth
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจัดเรียงหน้าหลัก
  • การตั้งค่า HDMI-CEC บางส่วน

ก่อนรีเซ็ตควรเตรียมบัญชีและรหัสผ่าน หลังรีเซ็ตให้ทดสอบอุปกรณ์โดยยังไม่ติดตั้งแอปเพิ่ม หากยังรีสตาร์ต อาจเป็นไฟเลี้ยงหรือฮาร์ดแวร์มากกว่าซอฟต์แวร์


23. หลังคืนค่าโรงงานควรทดสอบอย่างไร

หลังตั้งค่าพื้นฐานแล้ว ให้ทดสอบตามลำดับ

  1. ยังไม่เสียบ USB
  2. ต่อ HDMI เฉพาะที่จำเป็น
  3. ใช้อะแดปเตอร์ที่ตรงข้อกำหนด
  4. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  5. เปิดแอปที่ติดมากับระบบ
  6. เล่นวิดีโอช่วงสั้น
  7. สังเกตอุณหภูมิ
  8. ติดตั้งแอปเพิ่มทีละรายการ
  9. ทดสอบหลังแต่ละแอป
  10. ต่ออุปกรณ์ภายนอกกลับทีละชิ้น

วิธีนี้ช่วยระบุว่าอาการกลับมาหลังติดตั้งแอปหรือต่ออุปกรณ์ใด


24. เมื่อใดควรสงสัยฮาร์ดแวร์

ควรหยุดแก้ทางซอฟต์แวร์และติดต่อศูนย์บริการเมื่อ

  • คืนค่าโรงงานแล้วยังรีสตาร์ต
  • ทดสอบอะแดปเตอร์ที่ถูกต้องแล้วยังไม่หาย
  • รีสตาร์ตแม้ไม่ได้ต่อ USB และ HDMI
  • อุปกรณ์ร้อนผิดปกติอย่างรวดเร็ว
  • ดับทันทีเมื่อเริ่มระบบ
  • หัวต่อไฟหลวมภายในตัวเครื่อง
  • มีเสียงหรือกลิ่นทางไฟฟ้าผิดปกติ
  • ไฟสถานะกะพริบเป็นรูปแบบซ้ำ
  • เปิดไม่ผ่านหน้าโลโก้
  • ตัวเครื่องหรืออะแดปเตอร์มีรอยเสียหาย

ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีหรือแกะกล่อง Google TV เพราะอาจมีไฟฟ้าคงค้างและทำให้อุปกรณ์เสียหายมากขึ้น


25. ตารางวิเคราะห์ Google TV รีสตาร์ตเอง

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีตรวจสอบก่อน
รีสตาร์ตเฉพาะแอปเดียวแอปหรือ Cache ผิดปกติล้าง Cache และติดตั้งใหม่
รีสตาร์ตเมื่อเล่น 4Kไฟเลี้ยง ความร้อน หรือแอปตรวจอะแดปเตอร์และการระบายอากาศ
รีสตาร์ตเมื่อจ่ายไฟจาก USB ทีวีกำลังไฟไม่เพียงพอใช้อะแดปเตอร์ตรงข้อกำหนด
ดับเมื่อขยับสายสายหรือหัวต่อหลวมหยุดใช้สายและเปลี่ยนอย่างเหมาะสม
รีสตาร์ตเมื่อเสียบฮาร์ดดิสก์USB ใช้ไฟมากหรือมีข้อผิดพลาดถอด USB แล้วทดสอบ
รีสตาร์ตเมื่อเปิด SoundbarHDMI-CEC หรืออุปกรณ์ภายนอกถอด HDMI และปิด CEC ชั่วคราว
รีสตาร์ตหลังใช้นานความร้อนหรือหน่วยความจำค้างจัดการระบายอากาศและรีสตาร์ต
รีสตาร์ตหลังติดตั้งแอปแอปไม่เข้ากับระบบถอนแอปล่าสุด
รีเซ็ตแล้วยังรีสตาร์ตไฟเลี้ยงหรือฮาร์ดแวร์ทดสอบอะแดปเตอร์และติดต่อศูนย์

ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam แยกสาเหตุด้านระบบ ไฟเลี้ยง ความร้อน และอุปกรณ์ภายนอกก่อนคืนค่าโรงงาน


26. สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อ Google TV รีสตาร์ตเอง

  • ไม่ควรเปิดและปิดอุปกรณ์ซ้ำอย่างรวดเร็ว
  • ไม่ควรใช้อะแดปเตอร์เพียงเพราะหัวต่อเสียบได้
  • ไม่ควรใช้สายไฟที่ต้องขยับจึงทำงาน
  • ไม่ควรใช้เต้ารับหรือปลั๊กพ่วงที่มีรอยไหม้
  • ไม่ควรเสียบ USB หลายชิ้นพร้อมกันเพื่อทดสอบ
  • ไม่ควรคลุมอุปกรณ์หรือวางในที่อับ
  • ไม่ควรติดตั้งแอปเพิ่มเมื่อพื้นที่ใกล้เต็ม
  • ไม่ควรถอดไฟระหว่างอัปเดต
  • ไม่ควรติดตั้งไฟล์ระบบที่ไม่ตรงรุ่น
  • ไม่ควรเปิดฝาหรือซ่อมวงจรไฟฟ้าด้วยตนเอง
  • ไม่ควรคืนค่าโรงงานก่อนเตรียมบัญชี

หากมีประกายไฟ กลิ่นไหม้ ความร้อนผิดปกติ หรือสายไฟเสียหาย ให้ถอดปลั๊กจากจุดที่ปลอดภัยและแจ้งผู้ใหญ่หรือช่างทันที


27. คำถามที่พบบ่อย

Google TV รีสตาร์ตเองเพราะอะแดปเตอร์ได้หรือไม่

ได้ โดยเฉพาะ TV Stick และกล่องที่ใช้อะแดปเตอร์ไม่ตรงข้อกำหนดหรือจ่ายไฟจากพอร์ต USB ของทีวีซึ่งมีกำลังไม่พอ

ทำไมรีสตาร์ตเฉพาะตอนเปิดวิดีโอ 4K

การเล่นวิดีโอความละเอียดสูงใช้ทรัพยากรและพลังงานมากขึ้น อาจเผยปัญหาไฟเลี้ยง ความร้อน แอป หรือเครือข่ายได้

พื้นที่เต็มทำให้รีสตาร์ตได้หรือไม่

เป็นไปได้ เพราะระบบไม่มีพื้นที่สำหรับ Cache และไฟล์ชั่วคราว ควรถอนแอปที่ไม่ใช้และล้าง Cache

ใช้อะแดปเตอร์โทรศัพท์แทนได้หรือไม่

ใช้ได้เฉพาะเมื่อค่าทางไฟฟ้า มาตรฐาน และขั้วตรงตามข้อกำหนดของอุปกรณ์ ไม่ควรตัดสินจากหัวต่อเพียงอย่างเดียว

รีสตาร์ตหลังอัปเดตเป็นเรื่องปกติหรือไม่

เป็นเรื่องปกติระหว่างการติดตั้ง แต่หากยังวนซ้ำหลังอัปเดตเสร็จ ควรตรวจระบบ แอป อุปกรณ์ภายนอก และไฟเลี้ยง

คืนค่าโรงงานช่วยได้หรือไม่

ช่วยได้เมื่อสาเหตุมาจากข้อมูลหรือระบบ แต่ไม่แก้อะแดปเตอร์เสีย ไฟเลี้ยงไม่พอ ความร้อน หรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติ

เมื่อใดควรส่งศูนย์บริการ

ควรส่งเมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่ถูกต้อง ถอดอุปกรณ์ภายนอก และคืนค่าโรงงานแล้วอาการยังเกิด หรือพบความผิดปกติทางไฟฟ้า


สรุป Google TV รีสตาร์ตเองเกิดจากอะไร

เริ่มจากสังเกตว่ารีสตาร์ตระหว่างเปิดแอป เล่นวิดีโอ หรือต่ออุปกรณ์ใด หากเป็น TV Stick หรือกล่อง ให้ตรวจอะแดปเตอร์ สายไฟ และหลีกเลี่ยงการจ่ายไฟจาก USB ทีวีเมื่อกำลังไฟไม่พอ จากนั้นถอด USB และ HDMI เพิ่มพื้นที่ ล้าง Cache และถอนแอปที่สงสัย

ควรอัปเดตระบบเมื่อไฟเลี้ยงเสถียร และใช้การคืนค่าโรงงานเป็นขั้นตอนท้าย หากรีเซ็ตแล้วยังรีสตาร์ต แนวทางจาก comsiam คือหยุดแก้ทางซอฟต์แวร์และตรวจไฟเลี้ยงหรือให้ศูนย์บริการตรวจฮาร์ดแวร์ โดยไม่เปิดฝาอุปกรณ์เอง