Google TV เปิดแล้วค้างที่หน้าโปรไฟล์ เข้าเมนูไม่ได้ แก้อย่างไร

หาก Google TV ค้างที่หน้าเลือกโปรไฟล์และเข้าเมนูไม่ได้ ให้เริ่มจากรอให้ระบบโหลด ตรวจรีโมต แล้วรีสตาร์ตทีวี หากยังค้าง ให้ถอดอุปกรณ์ USB และ HDMI ที่ไม่จำเป็น ตรวจอินเทอร์เน็ต และใช้แอป Google TV บนโทรศัพท์ควบคุมชั่วคราว หากเข้าได้เฉพาะบางโปรไฟล์ ให้ตรวจบัญชี PIN และโปรไฟล์เด็กก่อนพิจารณาลบโปรไฟล์หรือคืนค่าโรงงาน

ไม่ควรถอดปลั๊กขณะทีวีกำลังอัปเดตหรือแสดงข้อความจัดเตรียมระบบ เพราะอาจทำให้การเริ่มต้นครั้งต่อไปมีปัญหา


สารบัญ

  • อาการค้างที่หน้าโปรไฟล์
  • สาเหตุที่เข้า Google TV ไม่ได้
  • วิธีแก้เบื้องต้น
  • วิธีตรวจสอบรีโมต
  • วิธีใช้โทรศัพท์ควบคุม
  • วิธีแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ต
  • โปรไฟล์ผู้ใหญ่เข้าไม่ได้
  • โปรไฟล์เด็กค้างหรือออกไม่ได้
  • วิธีล้าง Cache ของหน้าหลัก
  • วิธีจัดการบัญชีและโปรไฟล์
  • การคืนค่าโรงงาน
  • ตารางวิเคราะห์อาการ
  • คำถามที่พบบ่อย

1. อาการ Google TV ค้างที่หน้าโปรไฟล์มีแบบใดบ้าง

ปัญหาหน้าโปรไฟล์อาจแสดงอาการแตกต่างกัน เช่น

  • เลือกโปรไฟล์แล้วไม่มีการตอบสนอง
  • กดรีโมตได้แต่กรอบเลือกไม่ขยับ
  • หน้าจอหมุนโหลดหลังเลือกบัญชี
  • เลือกโปรไฟล์แล้วกลับมาหน้าเดิม
  • ค้างที่ข้อความ Who’s watching
  • หน้าจอดำหลังเลือกโปรไฟล์
  • รูปโปรไฟล์ไม่โหลด
  • แสดงเฉพาะโปรไฟล์เด็ก
  • ออกจากโปรไฟล์เด็กไม่ได้
  • ระบบขอ PIN แต่ไม่รับรหัส
  • รีโมตใช้ได้เฉพาะปุ่มเปิดเครื่อง
  • เข้าเมนูการตั้งค่าไม่ได้
  • ทีวีรีสตาร์ตเมื่อเลือกโปรไฟล์
  • ค้างหลังเพิ่มหรือลบบัญชี
  • ค้างหลังอัปเดตระบบ

ควรสังเกตว่าระบบค้างจริงหรือรีโมตไม่ส่งคำสั่ง เพราะภาพหน้าโปรไฟล์อาจยังปกติ แต่ผู้ใช้เลือกอะไรไม่ได้เนื่องจาก Bluetooth ของรีโมตหลุด


2. สาเหตุที่ Google TV เข้าเมนูไม่ได้

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. ระบบยังโหลดหน้าหลักไม่เสร็จ
  2. รีโมต Bluetooth หลุดการเชื่อมต่อ
  3. ถ่านรีโมตอ่อน
  4. แอปหน้าหลักหรือระบบโปรไฟล์ค้าง
  5. อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
  6. วันและเวลาของทีวีไม่ถูกต้อง
  7. บัญชี Google ซิงค์ไม่สมบูรณ์
  8. โปรไฟล์เด็กติดข้อจำกัดหรือ PIN
  9. พื้นที่จัดเก็บเหลือน้อย
  10. แอปหรือบริการ Google มีปัญหา
  11. อุปกรณ์ USB ทำให้ระบบอ่านข้อมูลนาน
  12. HDMI-CEC ส่งคำสั่งรบกวน
  13. อัปเดตระบบยังจัดเตรียมข้อมูลไม่เสร็จ
  14. ข้อมูลของแอปหน้าหลักเสียหาย
  15. ระบบหรือหน่วยความจำภายในผิดปกติ

ควรเริ่มจากการรอ ตรวจรีโมต และรีสตาร์ต เพราะไม่กระทบข้อมูลบัญชีหรือแอป


3. รอให้ Google TV โหลดจนเสร็จก่อน

หลังเปิดเครื่อง Google TV ต้องเริ่มบริการ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และโหลดข้อมูลของแต่ละโปรไฟล์ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ต่อไปนี้

  • เพิ่งเปิดเครื่องหลังถอดปลั๊ก
  • เพิ่งอัปเดตระบบ
  • เพิ่งเพิ่มบัญชี
  • มีหลายโปรไฟล์
  • พื้นที่จัดเก็บเหลือน้อย
  • ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
  • อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อช้า

ควรรอประมาณหนึ่งถึงสองนาทีก่อนกดเลือกโปรไฟล์ หากเพิ่งอัปเดตระบบอาจต้องรอนานกว่านั้น

ไม่ควรกดปุ่มเลือกซ้ำอย่างรวดเร็ว เพราะระบบอาจรับคำสั่งหลายครั้งและยิ่งตอบสนองช้า


4. ตรวจสอบว่ารีโมตยังทำงานหรือไม่

ให้ทดลองปุ่มต่อไปนี้

  • ปุ่มเพิ่มและลดเสียง
  • ปุ่ม Home
  • ปุ่มย้อนกลับ
  • ปุ่มทิศทาง
  • ปุ่มเปิด–ปิด
  • ปุ่มไมโครโฟน

แปลผลเบื้องต้น

  • เปิดทีวีได้แต่เลื่อนโปรไฟล์ไม่ได้: Bluetooth อาจหลุด
  • ปรับเสียงได้แต่ปุ่ม Home ไม่ทำงาน: รีโมตอาจทำงานเฉพาะอินฟราเรด
  • ทุกปุ่มไม่ทำงาน: ตรวจถ่านและรีโมต
  • กดครั้งเดียวแต่เลื่อนหลายช่อง: ปุ่มทิศทางอาจติด
  • ปุ่มบนทีวีใช้งานได้: ปัญหาน่าจะอยู่ที่รีโมต

เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุดและนำรีโมตมาอยู่ใกล้ทีวีก่อนทดลองอีกครั้ง


5. จับคู่รีโมต Bluetooth ใหม่

หากหน้าโปรไฟล์มีคำแนะนำจับคู่รีโมต ให้ทำตามชุดปุ่มที่แสดงบนหน้าจอ เพราะแต่ละยี่ห้อใช้วิธีไม่เหมือนกัน

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. ใส่ถ่านใหม่
  2. นำรีโมตมาไว้ใกล้ทีวี
  3. กดชุดปุ่มจับคู่ตามที่ผู้ผลิตกำหนด
  4. กดค้างจนไฟรีโมตกะพริบ
  5. รอข้อความเชื่อมต่อสำเร็จ
  6. ทดสอบปุ่มทิศทางและปุ่มเลือก

หากเข้าเมนูได้ภายหลัง ให้ตรวจจาก

การตั้งค่า > รีโมตและอุปกรณ์เสริม

ไม่ควรสุ่มใช้ชุดปุ่มของทีวีคนละรุ่น เพราะอาจไม่เข้าสู่โหมดจับคู่


6. รีสตาร์ต Google TV

รีสตาร์ตด้วยรีโมต

กดปุ่มเปิด–ปิดค้างไว้แล้วเลือก Restart หากมีเมนูปรากฏ หรือเข้าไปที่

การตั้งค่า > ระบบ > รีสตาร์ต

รีสตาร์ตเมื่อควบคุมเมนูไม่ได้

หากทีวีไม่ได้กำลังอัปเดต ให้ทำดังนี้

  1. ปิดทีวีหากยังสั่งปิดได้
  2. ถอดปลั๊กจากเต้ารับ
  3. รอประมาณหนึ่งถึงสองนาที
  4. ระหว่างถอดปลั๊ก กดปุ่มเปิด–ปิดบนตัวทีวีค้างประมาณ 10 วินาที
  5. เสียบปลั๊กกลับ
  6. เปิดทีวี
  7. รอให้หน้าโปรไฟล์โหลดเสร็จ
  8. ทดลองเลือกโปรไฟล์เพียงครั้งเดียว

หากปลั๊กอยู่ในตำแหน่งสูงหรือเข้าถึงยาก ควรให้ผู้ใหญ่ช่วยดำเนินการ


7. ถอดอุปกรณ์ USB และ HDMI เพื่อทดสอบ

อุปกรณ์ภายนอกอาจทำให้ Google TV สแกนไฟล์หรือรับคำสั่ง HDMI-CEC ต่อเนื่อง

ให้ปิดทีวีแล้วถอดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น เช่น

  • แฟลชไดรฟ์
  • ฮาร์ดดิสก์ USB
  • USB Hub
  • คีย์บอร์ด
  • เมาส์
  • เครื่องเล่นเกม
  • กล่องรับสัญญาณ
  • Soundbar
  • ตัวแปลง HDMI
  • อุปกรณ์จับภาพ

จากนั้นเปิดทีวีโดยเหลือเพียงสายไฟ หากเป็นทีวีที่มีระบบ Google TV ในตัว หรือเหลือสายไฟกับ HDMI ที่จำเป็น หากเป็นกล่อง Google TV

ถ้าระบบเปิดได้ ให้ต่ออุปกรณ์กลับทีละชิ้นเพื่อหาต้นเหตุ


8. ใช้โทรศัพท์แทนรีโมตชั่วคราว

หาก Google TV เชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่ สามารถใช้ฟังก์ชันรีโมตในแอป Google TV บนโทรศัพท์ได้

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เชื่อมต่อโทรศัพท์กับ Wi-Fi เดียวกับทีวี
  2. เปิดแอป Google TV
  3. เลือกฟังก์ชันรีโมต
  4. เลือกชื่อ Google TV
  5. ดูรหัสยืนยันบนหน้าจอ
  6. ป้อนรหัสในโทรศัพท์
  7. ใช้ปุ่มทิศทางเลือกโปรไฟล์
  8. เข้าเมนูเพื่อตรวจรีโมตและระบบ

หากควบคุมด้วยโทรศัพท์ได้ตามปกติ แสดงว่าหน้าโปรไฟล์อาจไม่ได้ค้าง แต่รีโมตจริงมีปัญหา

ควรติดตั้งแอปจากร้านค้าอย่างเป็นทางการและไม่ให้สิทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมทีวี


9. โทรศัพท์หา Google TV ไม่พบ

ให้ตรวจว่า

  • โทรศัพท์และทีวีอยู่บน Wi-Fi เดียวกัน
  • ทีวีไม่ได้เชื่อมต่อเครือข่าย Guest
  • เราเตอร์ไม่ได้แยกอุปกรณ์ในเครือข่าย
  • Google TV ยังเชื่อมต่อ Wi-Fi
  • ปิดและเปิด Wi-Fi บนโทรศัพท์ใหม่แล้ว
  • แอป Google TV ได้รับสิทธิ์เครือข่ายภายใน
  • เราเตอร์และทีวีได้รับการรีสตาร์ตแล้ว

หาก Google TV หลุดจาก Wi-Fi อาจต้องใช้ปุ่มบนตัวทีวี เมาส์ USB หรือรีโมตสำรองเพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายก่อน


10. ใช้ปุ่มบนตัวทีวีได้หรือไม่

Google TV หลายรุ่นมีปุ่มควบคุมพื้นฐานบริเวณด้านล่าง ด้านข้าง หรือด้านหลัง เช่น

  • เปิดและปิด
  • เลือกเมนู
  • เพิ่มและลดเสียง
  • เปลี่ยนแหล่งสัญญาณ
  • เลื่อนรายการ

ปุ่มเหล่านี้อาจช่วยเลือกโปรไฟล์หรือเปิดเมนูการตั้งค่าได้ แต่ความสามารถแตกต่างกันตามรุ่น

ไม่ควรคลำหาปุ่มขณะมือเปียกหรือทีวีติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก ควรให้ผู้ใหญ่ช่วยหากต้องขยับทีวี


11. ใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ด USB ได้หรือไม่

Google TV หลายรุ่นรองรับเมาส์หรือคีย์บอร์ด USB สำหรับคำสั่งพื้นฐาน

  1. ปิดทีวี
  2. เสียบเมาส์หรือคีย์บอร์ดเข้าพอร์ต USB
  3. เปิดทีวี
  4. รอให้ระบบตรวจพบอุปกรณ์
  5. ทดลองเลือกโปรไฟล์
  6. เข้าเมนูการตั้งค่า
  7. จับคู่รีโมต Bluetooth ใหม่

ไม่ใช่ทุกหน้าจอที่จะรองรับตัวชี้เมาส์ และปุ่มบางรายการอาจยังต้องใช้รีโมต แต่เป็นวิธีชั่วคราวที่ช่วยเข้าถึงเมนูได้ในหลายรุ่น


12. ตรวจสอบอินเทอร์เน็ตเมื่อหน้าโปรไฟล์โหลดไม่เสร็จ

หน้าโปรไฟล์และหน้าหลักอาจรอโหลดข้อมูลบัญชีจากอินเทอร์เน็ต หากเครือข่ายไม่เสถียรอาจหมุนโหลดนาน

ให้ทดสอบ

  • อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์ที่ใช้ Wi-Fi เดียวกัน
  • การรีสตาร์ตเราเตอร์
  • การนำเราเตอร์มาอยู่ในตำแหน่งที่สัญญาณเข้าถึงได้
  • สาย LAN หากทีวีรองรับ
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่เมื่อเข้าเมนูได้
  • การปิดเครือข่าย Guest
  • การตรวจวันและเวลา

หากอุปกรณ์อื่นก็เข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ควรแก้เราเตอร์หรือสอบถามผู้ให้บริการก่อนเปลี่ยนข้อมูลบัญชีบนทีวี


13. ตั้งวันและเวลาให้ถูกต้อง

วันและเวลาที่ผิดอาจทำให้บัญชี Google ตรวจสอบการเชื่อมต่อไม่สำเร็จ

เมื่อเข้าเมนูได้ ให้ไปที่

การตั้งค่า > ระบบ > วันที่และเวลา

จากนั้นเปิด

  • วันที่และเวลาอัตโนมัติ
  • ใช้เวลาจากเครือข่าย
  • เขตเวลาอัตโนมัติ

หากตั้งด้วยตนเอง ให้เลือก UTC+7 หรือ Bangkok สำหรับประเทศไทย แล้วรีสตาร์ตทีวี


14. เลือกโปรไฟล์แล้วกลับมาหน้าเดิม

อาการนี้อาจเกิดจากข้อมูลของโปรไฟล์ แอปหน้าหลัก หรือบัญชีซิงค์ไม่สำเร็จ ให้ลองตามลำดับนี้

  1. เลือกโปรไฟล์อื่น หากมี
  2. รีสตาร์ต Google TV
  3. ตรวจอินเทอร์เน็ต
  4. ตรวจวันและเวลา
  5. ตรวจพื้นที่จัดเก็บ
  6. ล้าง Cache ของแอปหน้าหลัก
  7. ตรวจบริการ Google
  8. อัปเดตระบบ
  9. นำโปรไฟล์ที่มีปัญหาออกและเพิ่มใหม่เป็นขั้นตอนท้าย

หากเข้าได้เฉพาะโปรไฟล์หนึ่ง แสดงว่าระบบหลักอาจยังทำงาน แต่ข้อมูลของอีกโปรไฟล์มีปัญหา


15. โปรไฟล์ผู้ใหญ่เข้าไม่ได้

หากเข้าโปรไฟล์เด็กได้ แต่โปรไฟล์ผู้ใหญ่ค้าง ให้ตรวจว่า

  • บัญชีผู้ใหญ่ยังเข้าสู่ระบบอยู่
  • รหัสผ่านบัญชีเพิ่งถูกเปลี่ยนหรือไม่
  • มีข้อความให้ยืนยันตัวตนหรือไม่
  • อินเทอร์เน็ตทำงานหรือไม่
  • พื้นที่จัดเก็บเพียงพอหรือไม่
  • แอปหน้าหลักเปิดได้หรือไม่
  • บัญชีอื่นเข้าได้หรือไม่

หากต้องนำบัญชีออก ควรเตรียมอีเมล รหัสผ่าน และโทรศัพท์สำหรับยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการ


16. โปรไฟล์เด็กค้างหรือออกไม่ได้

หากค้างอยู่ในโปรไฟล์เด็ก ให้ตรวจ

  • PIN ของผู้ปกครองถูกต้องหรือไม่
  • รีโมตมีปุ่มติดหรือไม่
  • วันและเวลาถูกต้องหรือไม่
  • บัญชีเด็กซิงค์หรือไม่
  • Google TV เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่
  • เวลาหน้าจอหรือเวลานอนหมดแล้วหรือไม่
  • ระบบกำลังรอการอนุมัติจากผู้ปกครองหรือไม่

ให้ผู้ปกครองใช้ PIN หรือบัญชีหลักในการจัดการ ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของโปรไฟล์เด็ก

หากลืม PIN ให้ใช้ตัวเลือกกู้คืนด้วยบัญชีผู้ปกครองก่อนพิจารณาคืนค่าโรงงาน


17. PIN ถูกต้องแต่ระบบไม่รับ

ให้ตรวจตามลำดับนี้

  1. ตรวจว่ากดตัวเลขครบ
  2. ดูว่าปุ่มรีโมตติดหรือไม่
  3. ทดลองป้อนด้วยแอปรีโมตบนโทรศัพท์
  4. รีสตาร์ต Google TV
  5. ตรวจวันและเวลา
  6. ตรวจอินเทอร์เน็ต
  7. ใช้ตัวเลือกลืม PIN หากมี
  8. ยืนยันผ่านบัญชีผู้ปกครอง

ไม่ควรกดรหัสเดิมซ้ำรวดเร็วหลายครั้ง เพราะระบบอาจจำกัดการลองชั่วคราว


18. ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บ

พื้นที่เหลือน้อยอาจทำให้หน้าโปรไฟล์และแอปหน้าหลักโหลดไม่สำเร็จ

หากเข้าเมนูได้ ให้ตรวจจาก

การตั้งค่า > ระบบ > พื้นที่จัดเก็บ

จากนั้น

  • ถอนแอปที่ไม่ใช้
  • ล้าง Cache ของแอปขนาดใหญ่
  • ลบไฟล์ดาวน์โหลด
  • ตรวจข้อมูลออฟไลน์
  • รีสตาร์ตทีวี
  • ตรวจพื้นที่ใหม่

ไม่ควรลบหรือปิดบริการระบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ เพราะอาจทำให้หน้าหลักและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้หนักกว่าเดิม


19. วิธีล้าง Cache ของแอปหน้าหลัก

หากเข้าเมนูได้แต่หน้าโปรไฟล์หรือหน้าหลักยังค้าง ให้ไปที่

การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > แสดงแอประบบ

ค้นหาแอปหน้าหลัก ซึ่งชื่ออาจเป็น

  • Google TV Home
  • Android TV Home
  • Launcher
  • แอปหน้าหลักของผู้ผลิต

จากนั้น

  1. เลือกบังคับหยุด
  2. เลือกล้างแคช
  3. กลับหน้าหลัก
  4. รีสตาร์ตทีวี

ไม่ควรเลือก ล้างข้อมูล ในขั้นแรก เพราะอาจรีเซ็ตการจัดเรียง แอปโปรด และการตั้งค่าหน้าหลัก


20. ตรวจ Google Play Services และแอป Google

หากหลายโปรไฟล์และบริการ Google มีปัญหาพร้อมกัน ให้ตรวจ Google Play Services จากเมนูแอประบบ

เริ่มจาก

  1. บังคับหยุดเฉพาะเมื่อระบบอนุญาต
  2. ล้าง Cache
  3. รีสตาร์ต Google TV
  4. ตรวจบัญชีอีกครั้ง

ไม่ควรปิดใช้งานหรือลบ Google Play Services เพราะบัญชี Play Store และแอปจำนวนมากต้องใช้บริการนี้


21. นำบัญชีหรือโปรไฟล์ที่มีปัญหาออก

ควรทำเมื่อสามารถเข้าโปรไฟล์อื่นหรือเมนูการตั้งค่าได้ และวิธีทั่วไปไม่สำเร็จ

ขั้นตอนโดยประมาณคือ

  1. เปิดการตั้งค่า
  2. เลือกบัญชีและการลงชื่อเข้าใช้
  3. เลือกโปรไฟล์ที่มีปัญหา
  4. เลือกนำบัญชีออก
  5. อ่านผลกระทบ
  6. ยืนยันคำสั่ง
  7. รีสตาร์ต Google TV
  8. เพิ่มบัญชีกลับ
  9. รอให้ระบบซิงค์
  10. ทดสอบเข้าโปรไฟล์

การนำบัญชีออกอาจทำให้ข้อมูล คำแนะนำ และการตั้งค่าที่เชื่อมกับบัญชีนั้นถูกนำออกจากทีวี จึงต้องเตรียมรหัสผ่านก่อน


22. ควรลบทุกโปรไฟล์หรือไม่

ไม่ควรลบทุกโปรไฟล์พร้อมกัน ให้เริ่มจากโปรไฟล์ที่มีปัญหาเพียงรายการเดียว หากโปรไฟล์อื่นยังเข้าได้ แสดงว่าระบบส่วนใหญ่ยังทำงาน

ก่อนลบควรตรวจว่า

  • จำรหัสผ่านได้
  • มีโทรศัพท์สำหรับยืนยันบัญชี
  • ข้อมูลภายในแอปซิงค์แล้ว
  • PIN ของผู้ปกครองพร้อมใช้งาน
  • แอปสำคัญยังติดตั้งอยู่
  • โปรไฟล์นั้นเป็นบัญชีหลักของอุปกรณ์หรือไม่

บางระบบอาจไม่อนุญาตให้ลบบัญชีหลักโดยไม่คืนค่าโรงงาน


23. ตรวจสอบและอัปเดตระบบ Google TV

เมื่อเข้าเมนูได้ ให้ไปที่

การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > การอัปเดตระบบ

อัปเดตอาจช่วยแก้ปัญหา

  • หน้าโปรไฟล์ค้าง
  • รีโมต Bluetooth หลุด
  • บัญชีซิงค์ไม่ได้
  • แอปหน้าหลักเด้ง
  • ระบบตอบสนองช้า
  • Wi-Fi เชื่อมต่อไม่เสถียร

ก่อนอัปเดตควรมีอินเทอร์เน็ต พื้นที่ว่าง และไฟฟ้าที่เสถียร ห้ามปิดเครื่องหรือถอดปลั๊กระหว่างติดตั้ง


24. ใช้โหมดพื้นฐานหรือ Basic TV ได้หรือไม่

Google TV บางรุ่นมีโหมด Basic TV ซึ่งใช้ดูช่องทีวีและอุปกรณ์ HDMI โดยลดฟังก์ชันบัญชีและแอปออนไลน์

โหมดนี้อาจเป็นทางเลือกชั่วคราวเมื่อ

  • ยังไม่ต้องการเข้าสู่บัญชี Google
  • ต้องการใช้เฉพาะ HDMI
  • อินเทอร์เน็ตยังไม่พร้อม
  • ต้องการทดสอบว่าระบบพื้นฐานทำงานหรือไม่

อย่างไรก็ตาม โหมดพื้นฐานอาจไม่รองรับ Play Store Google Assistant และคำแนะนำส่วนบุคคล การเปลี่ยนโหมดอาจต้องตั้งค่าทีวีใหม่ตามรุ่น


25. คืนค่าโรงงานเมื่อใด

ควรพิจารณาคืนค่าโรงงานเมื่อ

  • ทุกโปรไฟล์เข้าไม่ได้
  • หน้าโปรไฟล์ค้างหลังรีสตาร์ต
  • รีโมตและอินเทอร์เน็ตทำงานปกติ
  • เพิ่มพื้นที่และล้าง Cache แล้ว
  • ถอดอุปกรณ์ภายนอกแล้ว
  • อัปเดตระบบไม่ได้หรือไม่ช่วย
  • ไม่สามารถลบบัญชีที่เสียหาย
  • ระบบส่วนอื่นค้างพร้อมกัน

คำสั่งโดยประมาณคือ

การตั้งค่า > ระบบ > เกี่ยวกับ > รีเซ็ต > คืนค่าโรงงาน

ข้อมูลที่จะถูกลบ

  • บัญชีและโปรไฟล์
  • แอปที่ติดตั้ง
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • PIN และการควบคุมบางรายการ
  • ข้อมูลภายในแอป
  • การจับคู่ Bluetooth
  • การตั้งค่าภาพและเสียง
  • การจัดเรียงหน้าหลักและช่องรายการ

ก่อนรีเซ็ตควรเตรียมบัญชี รหัสผ่าน และบันทึกการตั้งค่าที่สำคัญ


26. หากเข้าเมนูไม่ได้จะคืนค่าโรงงานอย่างไร

Google TV บางรุ่นรองรับการบังคับคืนค่าโรงงานด้วยปุ่มบนตัวทีวี แต่ตำแหน่ง จำนวนปุ่ม และลำดับการกดแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น

ก่อนดำเนินการควร

  1. ตรวจหมายเลขรุ่นเต็ม
  2. ใช้วิธีที่ตรงกับรุ่น
  3. เตรียมบัญชีและรหัสผ่าน
  4. ถอด USB และ HDMI ที่ไม่จำเป็น
  5. ตรวจว่าไฟฟ้ามีความเสถียร
  6. อ่านผลกระทบของการรีเซ็ต
  7. ไม่ตัดไฟระหว่างกระบวนการ

ไม่ควรใช้ชุดปุ่มของทีวีคนละรุ่น เพราะอาจไม่ทำงานหรือทำให้ขั้นตอนซับซ้อนขึ้น


27. ตารางวิเคราะห์อาการค้างที่หน้าโปรไฟล์

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีตรวจสอบก่อน
กรอบเลือกโปรไฟล์ไม่ขยับรีโมต Bluetooth หลุดเปลี่ยนถ่านและจับคู่ใหม่
ควบคุมด้วยโทรศัพท์ได้รีโมตจริงมีปัญหาตรวจถ่านและ Bluetooth
เลือกโปรไฟล์แล้วกลับหน้าเดิมบัญชีหรือแอปหน้าหลักค้างรีสตาร์ตและล้าง Cache
เข้าได้เฉพาะโปรไฟล์หนึ่งข้อมูลอีกโปรไฟล์มีปัญหาตรวจบัญชีและเพิ่มใหม่
โปรไฟล์เด็กออกไม่ได้PIN หรือข้อจำกัดผู้ปกครองใช้บัญชีผู้ปกครองกู้คืน
รูปโปรไฟล์ไม่โหลดอินเทอร์เน็ตหรือการซิงค์ตรวจเครือข่ายและเวลา
ค้างหลังอัปเดตระบบกำลังจัดเตรียมข้อมูลรอและอย่าตัดไฟ
เปิดได้เมื่อถอด USBอุปกรณ์หรือไฟล์ภายนอกมีปัญหาเชื่อมต่อกลับทีละชิ้น
ทุกโปรไฟล์ค้างหลังรีเซ็ตระบบหรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติติดต่อศูนย์บริการ

ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam แยกปัญหารีโมต บัญชี อินเทอร์เน็ต และระบบก่อนลบโปรไฟล์หรือคืนค่าโรงงาน


28. สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อ Google TV ค้างหน้าโปรไฟล์

  • ไม่ควรกดเลือกโปรไฟล์ซ้ำอย่างรวดเร็ว
  • ไม่ควรถอดปลั๊กขณะกำลังอัปเดต
  • ไม่ควรลบทุกบัญชีพร้อมกัน
  • ไม่ควรล้างข้อมูลแอปหน้าหลักเป็นขั้นตอนแรก
  • ไม่ควรปิด Google Play Services
  • ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยง PIN ของโปรไฟล์เด็ก
  • ไม่ควรสุ่มรหัส PIN หลายครั้ง
  • ไม่ควรคืนค่าโรงงานก่อนเตรียมบัญชี
  • ไม่ควรใช้ชุดปุ่มรีเซ็ตของทีวีคนละรุ่น
  • ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีเพื่อซ่อมระบบ
  • ไม่ควรใช้เต้ารับหรือสายไฟที่ชำรุด

หากทีวีมีกลิ่นไหม้ ความร้อนผิดปกติ เสียงไฟฟ้า หรือดับและเปิดเองผิดปกติ ให้หยุดใช้งานและแจ้งผู้ใหญ่ช่วยติดต่อศูนย์บริการ


29. คำถามที่พบบ่อย

Google TV ค้างที่ Who’s watching ควรทำอย่างไร

รอให้ระบบโหลด ตรวจถ่านรีโมต แล้วรีสตาร์ตทีวี หากควบคุมด้วยโทรศัพท์ได้ แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่รีโมต Bluetooth

เลือกโปรไฟล์แล้วกลับมาหน้าเดิมเกิดจากอะไร

อาจเกิดจากบัญชีซิงค์ไม่สำเร็จ แอปหน้าหลักค้าง พื้นที่เหลือน้อย หรืออินเทอร์เน็ตมีปัญหา

ใช้โทรศัพท์ข้ามหน้าโปรไฟล์ได้หรือไม่

โทรศัพท์สามารถใช้แทนรีโมตเพื่อเลือกโปรไฟล์ได้ เมื่อโทรศัพท์และ Google TV อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน แต่ไม่ควรใช้เพื่อหลีกเลี่ยง PIN หรือข้อจำกัดของโปรไฟล์เด็ก

ล้าง Cache ของ Google TV Home ทำให้ข้อมูลหายหรือไม่

การล้าง Cache โดยทั่วไปไม่ควรลบบัญชี แต่การล้างข้อมูลอาจรีเซ็ตการจัดเรียงและการตั้งค่าหน้าหลัก จึงควรเริ่มจาก Cache เท่านั้น

ลบโปรไฟล์แล้วแอปจะหายหรือไม่

แอปอาจยังติดตั้งอยู่ แต่ข้อมูลและการตั้งค่าที่ผูกกับโปรไฟล์อาจถูกนำออก ต้องเข้าสู่ระบบใหม่เมื่อเพิ่มบัญชีกลับ

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเลือกโปรไฟล์หรือไม่

โปรไฟล์อาจเปิดได้โดยไม่มีอินเทอร์เน็ตในบางกรณี แต่ข้อมูลบัญชี คำแนะนำ และแอปออนไลน์จะทำงานไม่ครบ

เมื่อใดควรคืนค่าโรงงาน

ควรใช้เมื่อทุกโปรไฟล์ค้าง หลังตรวจรีโมต อินเทอร์เน็ต พื้นที่ อุปกรณ์ภายนอก และอัปเดตระบบแล้วไม่สำเร็จ


สรุปวิธีแก้ Google TV ค้างที่หน้าโปรไฟล์

เริ่มจากรอให้ระบบโหลด ตรวจถ่านและการจับคู่รีโมต แล้วรีสตาร์ต Google TV หากยังเลือกโปรไฟล์ไม่ได้ ให้ใช้แอป Google TV บนโทรศัพท์ ปุ่มบนเครื่อง หรือเมาส์ USB เพื่อเข้าเมนูชั่วคราว พร้อมถอดอุปกรณ์ภายนอกและตรวจอินเทอร์เน็ต

หากเข้าได้เฉพาะบางโปรไฟล์ ให้ล้าง Cache ของหน้าหลัก ตรวจบัญชี และเพิ่มโปรไฟล์ที่มีปัญหาใหม่ ส่วนการคืนค่าโรงงานควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย แนวทางจาก comsiam คือแยกให้ชัดว่าหน้าจอค้างจริงหรือรีโมตไม่ทำงาน เพื่อไม่ต้องลบบัญชีและตั้งค่าทีวีใหม่โดยไม่จำเป็น