Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การล้าง Cache บน Google TV ทำได้จาก การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > เลือกแอป > ล้างแคช วิธีนี้ช่วยแก้อาการแอปเปิดช้า ค้าง เด้ง หรือแสดงข้อมูลผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ทำให้บัญชีออกจากระบบ แต่ควรล้างเฉพาะแอปที่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องล้างทุกแอปเป็นประจำ
อย่าสับสนระหว่าง ล้างแคช กับ ล้างข้อมูล เพราะการล้างข้อมูลจะคืนค่าแอปและอาจทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
Cache คือไฟล์ชั่วคราวที่แอปสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้เปิดเนื้อหาและเมนูได้เร็วขึ้น ตัวอย่างข้อมูลที่อาจถูกเก็บไว้ ได้แก่
Cache ไม่ใช่ไฟล์เสียเสมอไป และมีประโยชน์ต่อการทำงานของแอป แต่หากไฟล์ชั่วคราวเสียหาย มีขนาดมาก หรือไม่ตรงกับแอปเวอร์ชันใหม่ อาจทำให้แอปทำงานผิดปกติได้
การล้าง Cache อาจช่วยแก้อาการต่อไปนี้
การล้าง Cache ไม่สามารถแก้ทุกปัญหาได้ เช่น อินเทอร์เน็ตล่ม บัญชีหมดอายุ แอปไม่รองรับอุปกรณ์ หรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติ
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามยี่ห้อทีวี รุ่น และเวอร์ชันของ Google TV
ชื่อภาษาอังกฤษที่อาจพบ ได้แก่ Settings, Apps, See all apps และ Clear cache
เลื่อนลงไปดูหัวข้อ แสดงแอประบบ หรือ Show system apps เฉพาะเมื่อจำเป็นต้องตรวจแอปที่ติดตั้งมากับระบบ เช่น Google Play Store
ไม่ควรเปลี่ยนการตั้งค่าหรือล้างข้อมูลของบริการระบบที่ไม่รู้จัก
Google TV บางรุ่นสามารถเปิดหน้าข้อมูลแอปได้จากหน้าหลัก โดย
หากไม่มีเมนูดังกล่าว ให้ใช้เส้นทางผ่านการตั้งค่าตามปกติ เพราะตัวเลือกอาจต่างกันตามหน้าหลักของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อ
หลังล้าง Cache แอปจะสร้างไฟล์ชั่วคราวใหม่เมื่อเปิดใช้งานครั้งถัดไป จึงอาจเกิดสิ่งต่อไปนี้
พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าการล้าง Cache ไม่สำเร็จ
| รายการ | ล้าง Cache | ล้างข้อมูล |
|---|---|---|
| ลบไฟล์ชั่วคราว | ใช่ | ใช่ |
| ทำให้บัญชีออกจากระบบ | โดยทั่วไปไม่ | อาจเกิดขึ้น |
| คืนค่าแอปเป็นค่าเริ่มต้น | ไม่ | ใช่ |
| ลบการตั้งค่าภายในแอป | โดยทั่วไปไม่ | อาจลบ |
| ลบไฟล์ดาวน์โหลดในแอป | โดยทั่วไปไม่ | อาจลบ |
| เหมาะกับการแก้ขั้นแรก | ใช่ | ใช้หลังล้าง Cache ไม่สำเร็จ |
| ต้องเตรียมรหัสผ่าน | ปกติไม่จำเป็น | ควรเตรียม |
ควรเริ่มจากล้าง Cache เสมอ หากต้องการล้างข้อมูล ให้ตรวจชื่อคำสั่งบนหน้าจอและเตรียมบัญชีก่อนยืนยัน
ให้เริ่มจากแอปที่แสดงอาการ ไม่จำเป็นต้องล้างทุกแอป ตัวอย่างเช่น
เหมาะกับกรณี
อาจล้าง Cache เมื่อ
เหมาะกับกรณี
ควรล้าง Cache เฉพาะเมื่อหน้าหลักค้าง แสดงภาพผิด หรือรายการแอปไม่อัปเดต ไม่ควรล้างข้อมูลของหน้าหลักโดยไม่จำเป็น เพราะการจัดเรียงอาจถูกรีเซ็ต
หากติดตั้งหรืออัปเดตแอปไม่ได้ ให้ทำตามขั้นตอนนี้
หากยังไม่หาย ให้ตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่จัดเก็บ วันและเวลา รวมถึงบัญชี Google ก่อนล้างข้อมูล Play Store
Google Play Services เป็นบริการสำคัญที่เชื่อมโยงบัญชี การซิงค์ และฟังก์ชันของแอปหลายรายการ จึงควรจัดการอย่างระมัดระวัง
สามารถพิจารณาล้าง Cache เมื่อ
ควรล้างเฉพาะ Cache ก่อน ไม่ควรปิดใช้งานหรือถอนบริการนี้ และไม่ควรล้างข้อมูลหากยังไม่ได้เตรียมข้อมูลบัญชี
ขนาดพื้นที่ที่ได้คืนขึ้นอยู่กับจำนวนและพฤติกรรมของแอป แอปสตรีมมิงหรือแอปที่แสดงรูปภาพจำนวนมากอาจมี Cache มากกว่าแอปทั่วไป
อย่างไรก็ตาม Cache จะกลับมาเพิ่มขึ้นเมื่อใช้งานอีก การล้าง Cache จึงไม่ใช่วิธีเพิ่มพื้นที่ถาวร หากพื้นที่เต็มบ่อย ควร
การลบแอปที่ไม่ได้ใช้ช่วยคืนพื้นที่ได้มากและถาวรกว่าการล้าง Cache เพียงอย่างเดียว
เข้าเมนูโดยประมาณดังนี้
การตั้งค่า > ระบบ > พื้นที่จัดเก็บ
บางรุ่นอาจใช้เส้นทาง
การตั้งค่า > ค่ากำหนดอุปกรณ์ > พื้นที่จัดเก็บ
ตรวจสอบรายการ เช่น
หากพื้นที่เหลือน้อยมาก ควรถอนแอปที่ไม่ใช้ก่อนอัปเดตระบบหรือแอป เพราะการอัปเดตต้องใช้พื้นที่ชั่วคราวเพิ่มเติม
Google TV หลายรุ่นไม่มีปุ่มล้าง Cache ของทุกแอปในครั้งเดียว จึงต้องเลือกทีละแอป โดยเฉพาะแอปที่มีปัญหาหรือใช้พื้นที่มาก
ผู้ผลิตบางรายอาจมีเครื่องมือจัดการพื้นที่ของตนเอง แต่เมนูและความสามารถแตกต่างกัน ควรอ่านข้อความก่อนยืนยันว่าเป็นการล้าง Cache ไม่ใช่ล้างข้อมูลหรือคืนค่าแอป
ไม่ควรติดตั้งแอปทำความสะอาดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพื่อให้ล้างทั้งหมด เพราะอาจขอสิทธิ์เกินจำเป็น ใช้ทรัพยากรเบื้องหลัง หรือแสดงโฆษณาจำนวนมาก
ไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ควรล้างเมื่อมีอาการ เช่น
การล้าง Cache บ่อยเกินไปอาจทำให้แอปต้องดาวน์โหลดไฟล์ใหม่ซ้ำ และเปิดช้าชั่วคราวโดยไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระยะยาว
ให้ดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้
เข้าไปที่หน้าข้อมูลของแอป เลือกบังคับหยุด แล้วเปิดใหม่
ใช้คำสั่ง
การตั้งค่า > ระบบ > รีสตาร์ต
การกดปิดตามปกติอาจเป็นเพียงโหมดสแตนด์บาย
หากเสียเฉพาะแอปออนไลน์ ให้ทดสอบ YouTube หรืออุปกรณ์อื่นที่ใช้ Wi-Fi เดียวกัน
ตั้งวัน เวลา และเขตเวลาเป็นอัตโนมัติ เพราะเวลาที่ผิดอาจทำให้แอปเชื่อมต่อบริการออนไลน์ไม่ได้
เปิด Google Play Store และตรวจว่ามีเวอร์ชันใหม่หรือไม่
ใช้เมื่อขั้นตอนอื่นไม่สำเร็จ และต้องเตรียมชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านก่อน
เหมาะกับแอปที่ดาวน์โหลดเพิ่มและยังมีอยู่ใน Play Store ไม่ควรถอนแอปที่ถูกนำออกจากร้านค้า เพราะอาจติดตั้งกลับไม่ได้
เข้าเมนูการอัปเดตระบบและติดตั้งเมื่อมีเวอร์ชันที่รองรับ
โดยทั่วไปการล้าง Cache อย่างเดียวไม่ควรทำให้บัญชีออกจากระบบ แต่บางแอปอาจจัดการข้อมูลชั่วคราวแตกต่างกัน หรือผู้ใช้อาจเลือกคำสั่งล้างข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ
ให้ตรวจสอบว่าเลือกคำสั่งใด
ควรอ่านข้อความยืนยันก่อนกดทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อแอปมีบัญชีสมาชิกหรือข้อมูลสำคัญ
เป็นเรื่องปกติในครั้งแรก เพราะแอปต้องดาวน์โหลดรูปภาพ เมนู และข้อมูลชั่วคราวใหม่ หลังใช้งานสักระยะความเร็วควรกลับเป็นปกติ
หากแอปยังช้าต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบ
ไม่ควรคืนค่าโรงงานเพียงเพราะ Cache ของแอปมีปัญหา ควรลองบังคับหยุด ล้าง Cache อัปเดต และติดตั้งแอปใหม่ก่อน
การคืนค่าโรงงานจะลบข้อมูลหลายรายการ เช่น
ควรรีเซ็ตเมื่อหลายแอปและระบบมีปัญหาต่อเนื่อง หลังตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่ และอัปเดตระบบแล้วเท่านั้น
| อาการ | ควรล้าง Cache หรือไม่ | ขั้นตอนต่อไป |
|---|---|---|
| แอปค้างที่โลโก้ | ควรลอง | บังคับหยุดและรีสตาร์ต |
| แอปเด้งกลับหน้าหลัก | ควรลอง | ตรวจพื้นที่และอัปเดต |
| ภาพหน้าปกไม่โหลด | ควรลอง | ตรวจอินเทอร์เน็ต |
| วิดีโอกระตุกทุกแอป | อาจไม่ใช่สาเหตุหลัก | ตรวจ Wi-Fi และเราเตอร์ |
| บัญชีเข้าสู่ระบบไม่ได้ | อาจช่วยบางกรณี | ตรวจบัญชี วัน และเวลา |
| Play Store ดาวน์โหลดค้าง | ควรลอง | ตรวจพื้นที่และบริการ Google |
| แอปไม่รองรับอุปกรณ์ | ไม่ช่วย | ใช้แอปหรือวิธีที่รองรับ |
| หาแอปไม่เจอในร้านค้า | อาจไม่เกี่ยว | ตรวจรุ่น ภูมิภาค และโปรไฟล์ |
| พื้นที่เต็ม | ช่วยได้ชั่วคราว | ถอนแอปที่ไม่ใช้ |
| เมนูช้าทั้งระบบ | ช่วยเฉพาะบางส่วน | รีสตาร์ตและเพิ่มพื้นที่ |
ตารางนี้ช่วยให้ผู้อ่าน comsiam เลือกใช้การล้าง Cache เฉพาะกรณีที่มีโอกาสช่วยได้จริง
หาก Google TV ค้างทั้งระบบ ให้รีสตาร์ตอย่างปลอดภัยก่อน ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาอุปกรณ์หรือซ่อมชิ้นส่วนภายใน
โดยทั่วไปไม่ทำให้แอปและบัญชีหาย เพราะลบเฉพาะไฟล์ชั่วคราว แต่ควรตรวจว่าไม่ได้เลือกคำสั่งล้างข้อมูลหรือ Clear storage
อาจช่วยเมื่อแอปมี Cache เสียหายหรือขนาดใหญ่ แต่หากระบบช้าเพราะพื้นที่เต็มหรือฮาร์ดแวร์จำกัด ควรถอนแอปที่ไม่ใช้และลดงานเบื้องหลังร่วมด้วย
ไม่จำเป็น ควรเริ่มจากแอปที่มีปัญหา แอปที่ใช้พื้นที่มาก หรือ Play Store เมื่อดาวน์โหลดติดขัด
กลับมา เพราะแอปต้องสร้างไฟล์ชั่วคราวเพื่อใช้งาน ถือเป็นพฤติกรรมปกติ
แอปต้องดาวน์โหลดภาพและข้อมูลชั่วคราวใหม่ จึงอาจช้าชั่วคราวในครั้งแรก
ไม่ได้ หากแอปไม่รองรับรุ่น ระบบ หรือภูมิภาค การล้าง Cache จะไม่เปลี่ยนข้อกำหนดของแอป
โดยทั่วไปปลอดภัยและไม่ควรลบบัญชี แต่ควรเริ่มจากบังคับหยุดและล้าง Cache ก่อนล้างข้อมูล
เข้าไปที่ การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด > เลือกแอป > ล้างแคช แล้วเปิดแอปทดสอบใหม่ การล้าง Cache เหมาะกับอาการแอปช้า ค้าง เด้ง หรือแสดงข้อมูลผิดปกติ และโดยทั่วไปไม่ทำให้ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
หากล้างแล้วไม่หาย ให้บังคับหยุด รีสตาร์ต ตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่ วันเวลา และอัปเดตแอปก่อนพิจารณาล้างข้อมูล แนวทางจาก comsiam คือจัดการเฉพาะแอปที่มีปัญหาและแยกคำสั่ง Clear cache ออกจาก Clear data ให้ชัด เพื่อป้องกันข้อมูลหายโดยไม่จำเป็น