สแกนนิ้วมือมือถือไม่ได้ แก้อย่างไร? วิธีแก้ Fingerprint ใช้ไม่ได้ Android, Samsung และ iPhone

สแกนนิ้วมือมือถือไม่ได้ แตะเซ็นเซอร์แล้วไม่ตอบสนอง สแกนไม่ผ่าน ต้องแตะหลายครั้ง หรือจู่ ๆ Fingerprint ใช้งานไม่ได้ เป็นปัญหาที่เกิดได้จากทั้งนิ้วมือ หน้าจอ ฟิล์มกันรอย การตั้งค่า ซอฟต์แวร์ และตัวเซ็นเซอร์เอง

สิ่งแรกที่ควรทำคือ อย่าเพิ่งรีเซ็ตเครื่องหรือคิดว่าเซ็นเซอร์เสีย เพราะหลายกรณีแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการเช็ดเซ็นเซอร์และนิ้วให้สะอาด ลองวางนิ้วใหม่ ลบลายนิ้วมือแล้วลงทะเบียนใหม่ หรืออัปเดตระบบ Google แนะนำขั้นตอนเหล่านี้โดยตรงสำหรับ Pixel ส่วน Samsung และ Apple ก็มีคำแนะนำในแนวทางเดียวกันสำหรับอุปกรณ์ของตน

① เช็ดนิ้วมือและบริเวณเซ็นเซอร์ก่อน

เริ่มจากวิธีง่ายที่สุด

หากเซ็นเซอร์มี:

  • คราบมัน
  • เหงื่อ
  • ฝุ่น
  • น้ำ
  • โลชั่น
  • ครีมทามือ

หรือผิวบริเวณนิ้วเปลี่ยนไป ระบบอาจอ่านลายนิ้วมือได้ยากขึ้น

Google แนะนำให้หน้าจอบริเวณเซ็นเซอร์สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกหรือรอยเปื้อน และให้วางนิ้วที่เคยลงทะเบียนไว้บนเซ็นเซอร์อย่างมั่นคง ส่วน Apple แนะนำให้ทั้งนิ้วและ Touch ID Sensor สะอาดและแห้ง

วิธีลอง

  1. เช็ดหน้าจอหรือเซ็นเซอร์ด้วยผ้านุ่ม
  2. เช็ดนิ้วให้สะอาดและแห้ง
  3. วางนิ้วให้ครอบคลุมพื้นที่เซ็นเซอร์
  4. อย่าแตะเพียงปลายนิ้ว
  5. กดค้างเล็กน้อยหากรุ่นนั้นต้องการ

สำหรับ Pixel 6 และรุ่นหลังบางรุ่น Google แนะนำให้ กดนิ้วค้างบนเซ็นเซอร์อย่างมั่นคงจนปลดล็อก แทนการแตะเร็ว ๆ แล้วปล่อยทันที

② นิ้วแห้งมากก็ทำให้สแกนไม่ติดได้

หลายคนคิดว่ามีเฉพาะนิ้วเปียกที่ทำให้ Fingerprint มีปัญหา แต่ นิ้วที่แห้งมากเกินไป ก็อาจทำให้ระบบอ่านลายนิ้วมือยากขึ้นได้เช่นกัน

Google ระบุในคำแนะนำสำหรับ Pixel ว่า หากนิ้วแห้งมาก สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเล็กน้อยแล้วลองอีกครั้ง

ดังนั้นถ้าอยู่ใน:

  • ห้องแอร์นาน ๆ
  • อากาศแห้ง
  • ล้างมือบ่อย
  • ใช้แอลกอฮอล์บ่อย
  • ผิวลอก

แล้ว Fingerprint เริ่มไม่แม่น อาจไม่ได้เกิดจากเซ็นเซอร์เสีย

แต่ไม่ควรทาครีมหนา ๆ แล้วนำไปกดทันที เพราะคราบบนผิวก็อาจรบกวนการอ่านได้เช่นกัน

③ ลองใช้นิ้วเดียวกับที่เคยลงทะเบียนไว้

บางครั้งปัญหาง่ายกว่าที่คิด เช่น เคยลงทะเบียนนิ้วโป้งขวา แต่กำลังใช้นิ้วโป้งซ้าย

โทรศัพท์จะไม่ได้รู้จักทุกนิ้วของเจ้าของเครื่องโดยอัตโนมัติ ต้องลงทะเบียนลายนิ้วมือแต่ละนิ้วก่อน

Google แนะนำให้ตรวจสอบว่ากำลังใช้นิ้วเดียวกับที่เคยเพิ่มไว้ในระบบ Fingerprint Unlock

หากมีนิ้วที่ใช้งานประจำ เช่น:

  • นิ้วโป้งขวา
  • นิ้วโป้งซ้าย
  • นิ้วชี้ขวา

ควรลงทะเบียนนิ้วที่ใช้จริงไว้ตามจำนวนที่โทรศัพท์อนุญาต

④ วางนิ้วให้ตรงตำแหน่งเซ็นเซอร์

ตำแหน่ง Fingerprint Sensor แตกต่างกันตามมือถือแต่ละรุ่น

อาจอยู่:

  • ใต้หน้าจอ
  • ด้านข้างเครื่อง
  • ปุ่ม Power
  • ด้านหลัง
  • ปุ่ม Home

Google ระบุว่า Pixel แต่ละรุ่นสามารถมีเซ็นเซอร์อยู่บนหน้าจอ ปุ่ม Power หรือด้านหลังเครื่อง ขึ้นอยู่กับรุ่น

ถ้าเป็นเซ็นเซอร์ใต้หน้าจอ ควรวาง พื้นที่กลางนิ้ว ให้ตรงตำแหน่ง ไม่ควรวางเพียงขอบหรือปลายนิ้ว

หากสแกนติดบ้างไม่ติดบ้าง ให้ลองปรับมุมเล็กน้อยเพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากตำแหน่งการวางนิ้วหรือไม่

⑤ ฟิล์มกันรอยอาจทำให้สแกนนิ้วไม่ได้

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะมือถือที่ใช้ Fingerprint Sensor ใต้หน้าจอ

Samsung ระบุว่าฟิล์มหน้าจอที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือฟิล์มที่รบกวนบริเวณเซ็นเซอร์ อาจทำให้ Fingerprint Sensor ใต้หน้าจอทำงานไม่ถูกต้อง และหากเปลี่ยนฟิล์ม อาจจำเป็นต้องลงทะเบียนลายนิ้วมือใหม่

ควรสงสัยฟิล์มทันทีหากปัญหาเริ่มหลังจาก:

  • เปลี่ยนฟิล์มกระจก
  • ติดกระจกนิรภัยใหม่
  • ติดฟิล์มหนาขึ้น
  • ใช้ฟิล์ม Privacy
  • เปลี่ยนจอแล้วติดฟิล์มใหม่

วิธีทดสอบ

หากปัญหาเริ่ม หลังติดฟิล์มทันที ให้ตรวจสอบว่าฟิล์มรองรับ Fingerprint Sensor ของมือถือรุ่นนั้นหรือไม่

อย่ารีบแกะฟิล์มราคาแพงออกทันทีหากยังไม่แน่ใจ แต่ควรตรวจสอบสเปกฟิล์มและคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน

หัวข้อเรื่อง Fingerprint ช้าหรือไม่แม่นหลังติดฟิล์มจะมีบทความเฉพาะในลำดับถัดไปของชุดนี้

⑥ ลบลายนิ้วมือแล้วเพิ่มใหม่

หากเคยใช้ได้ดี แต่ช่วงหลัง Fingerprint เริ่ม:

  • สแกนไม่ติด
  • ต้องแตะหลายครั้ง
  • อ่านผิดบ่อย
  • ใช้ได้เฉพาะบางมุม

ให้ลองลบลายนิ้วมือเดิมแล้วลงทะเบียนใหม่

Apple แนะนำให้ลองเพิ่มลายนิ้วมืออีกนิ้วหาก Touch ID มีปัญหา และควรตรวจสอบว่ามีการลงทะเบียน Fingerprint ไว้แล้ว

สำหรับ Samsung หากมีการเปลี่ยน Screen Protector โดยเฉพาะฟิล์มที่เกี่ยวข้องกับเซ็นเซอร์ใต้หน้าจอ Samsung แนะนำว่าการลงทะเบียนลายนิ้วมือใหม่อาจช่วยได้

ตอนลงทะเบียนใหม่ควรทำอย่างไร

อย่ากดนิ้วในมุมเดียวตลอด

ควรให้ระบบอ่าน:

  • กลางนิ้ว
  • ด้านซ้าย
  • ด้านขวา
  • ส่วนบน
  • ส่วนล่าง

เพื่อให้ระบบมีข้อมูลหลายส่วนของลายนิ้วมือ

⑦ เพิ่มนิ้วที่ใช้บ่อยอีกหนึ่งนิ้ว

หากโทรศัพท์รองรับหลาย Fingerprints การเพิ่มนิ้วสำรองมีประโยชน์มาก

ตัวอย่างเช่น:

  • นิ้วโป้งขวาเป็นหลัก
  • นิ้วโป้งซ้ายเป็นสำรอง

เพราะในชีวิตจริงอาจมีบางช่วงที่นิ้วหนึ่ง:

  • เป็นแผล
  • ผิวลอก
  • เปียก
  • แห้ง
  • สกปรก
  • ถูกพันผ้า

การมีนิ้วสำรองช่วยลดปัญหาที่ต้องกลับไปใช้ PIN ทุกครั้ง

Google ระบุว่า Pixel สามารถเพิ่มลายนิ้วมือหลายชุดได้ โดยจำนวนที่รองรับขึ้นอยู่กับอุปกรณ์

⑧ Restart เครื่องแล้วลองใหม่

หาก Fingerprint จู่ ๆ ไม่ตอบสนองทั้งที่ก่อนหน้านี้ใช้งานได้ตามปกติ สามารถลอง Restart โทรศัพท์หนึ่งครั้ง

หลัง Restart อย่าตกใจหากมือถือบังคับให้ใส่ PIN, Pattern หรือ Password ก่อน

ระบบรักษาความปลอดภัยของมือถือสามารถกำหนดให้ใช้รหัสหลักแทน Fingerprint ในบางสถานการณ์ Google ระบุว่า Pixel บางครั้งจะขอ Backup PIN, Pattern หรือ Password ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ดังนั้นหลังเปิดเครื่องใหม่ให้:

  1. ใส่ PIN/Password หลัก
  2. เข้าเครื่องให้เรียบร้อย
  3. ล็อกหน้าจออีกครั้ง
  4. ทดสอบ Fingerprint

อย่าเข้าใจผิดว่า Fingerprint เสียเพียงเพราะใช้ไม่ได้ทันทีหลัง Restart

⑨ อัปเดต Android หรือ iOS

หากปัญหาเริ่มหลัง:

  • Update ระบบ
  • Update Security Patch
  • Update Firmware

หรือใช้งานซอฟต์แวร์เก่ามาก ควรตรวจสอบว่ามี Update ใหม่หรือไม่

Google แนะนำให้ติดตั้ง Android Update ล่าสุดเมื่อแก้ปัญหา Fingerprint Sensor บน Pixel

Apple ก็แนะนำให้ตรวจสอบว่ามี iOS/iPadOS เวอร์ชันล่าสุดเมื่อ Touch ID ทำงานผิดปกติ

ก่อน Update

ควร:

  • Backup ข้อมูลสำคัญ
  • ชาร์จแบตให้เพียงพอ
  • เชื่อม Wi-Fi ที่เสถียร
  • มีพื้นที่ว่างเพียงพอ

หลัง Update เสร็จให้ Restart และทดลอง Fingerprint ใหม่อีกครั้ง

⑩ ตรวจสอบว่า Fingerprint Unlock ถูกเปิดอยู่หรือไม่

ในบางกรณีมีลายนิ้วมืออยู่ในเครื่อง แต่ไม่ได้เปิดให้ใช้กับฟังก์ชันที่ต้องการ

ตัวอย่าง Touch ID บน iPhone รุ่นที่รองรับ Apple แนะนำให้เข้า:

Settings > Touch ID & Passcode

จากนั้นตรวจสอบว่าเปิดการใช้ Touch ID สำหรับ iPhone Unlock หรือฟังก์ชันอื่นที่ต้องการแล้ว และมี Fingerprint ลงทะเบียนอยู่

บน Android ชื่อเมนูจะแตกต่างตามยี่ห้อ เช่น:

Security

Security & privacy

Biometrics and security

Fingerprint

Fingerprint Unlock

ดังนั้นถ้า Fingerprint ใช้ในแอปได้แต่ปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ ให้ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน Fingerprint สำหรับหน้าจอล็อกก่อน

⑪ Fingerprint ใช้ปลดล็อกมือถือได้ แต่ใช้ในแอปไม่ได้

ถ้า Fingerprint ใช้กับหน้าจอล็อกได้ แสดงว่าตัวเซ็นเซอร์มีโอกาสยังทำงานอยู่

ปัญหาอาจอยู่ที่แอปนั้น เช่น:

  • แอปไม่ได้เปิด Biometric Login
  • แอปถูก Logout
  • แอปต้องการ Password ก่อน
  • แอปธนาคารให้ยืนยันตัวตนใหม่
  • มีการ Update แอป
  • ระบบความปลอดภัยของแอปเปลี่ยน

ให้เข้า Settings ภายในแอปนั้นและตรวจสอบว่าเปิด:

Fingerprint Login

Biometric Login

หรือ

Touch ID

ไว้หรือไม่

โดยเฉพาะแอปการเงิน ไม่ควรพยายามแก้ด้วยการติดตั้ง APK จากแหล่งอื่น ควรใช้แอปจาก Store อย่างเป็นทางการเท่านั้น

⑫ มือถือบังคับให้ใช้ PIN ทั้งที่ Fingerprint ไม่เสีย

มีหลายสถานการณ์ที่โทรศัพท์อาจต้องการ PIN, Pattern หรือ Password หลัก แทนการใช้ Fingerprint

นี่เป็นมาตรการด้านความปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าเซ็นเซอร์เสีย

Google ระบุว่า Pixel อาจขอรหัสสำรองเป็นครั้งคราวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ดังนั้นถ้าหน้าจอขึ้นข้อความลักษณะ:

PIN required for additional security

หรือ

Use PIN after restart

ให้ใส่ PIN ที่ถูกต้องก่อน

หลังจากนั้น Fingerprint อาจกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

⑬ นิ้วเป็นแผลหรือลายนิ้วมือเปลี่ยน ทำให้สแกนไม่ได้ไหม

มีโอกาส

Fingerprint Sensor ต้องเปรียบเทียบลักษณะลายนิ้วมือกับข้อมูลที่เคยลงทะเบียนไว้

หากนิ้วมี:

  • แผล
  • ผิวลอก
  • ผิวแตก
  • รอยถลอก
  • ผิวเปลี่ยนชั่วคราว

การอ่านอาจทำได้ยากขึ้น

วิธีแก้คือใช้นิ้วอื่นที่ลงทะเบียนไว้ หรือใช้ PIN/Password ชั่วคราว แล้วค่อยลงทะเบียน Fingerprint ใหม่เมื่อผิวกลับเป็นปกติ

⑭ เคสมือถือทำให้ Fingerprint ใช้ไม่ได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งเซ็นเซอร์

ถ้าเซ็นเซอร์อยู่ด้านข้างหรือในปุ่ม Power เคสที่หนาเกินไปหรือออกแบบช่องไม่ตรงอาจทำให้นิ้วสัมผัสเซ็นเซอร์ได้ไม่เต็มที่

สำหรับ Touch ID แบบปุ่ม Home Apple แนะนำให้ตรวจสอบว่าเคสหรือ Screen Protector ไม่บัง Touch ID Sensor หรือวงแหวนรอบเซ็นเซอร์

หากเพิ่งเปลี่ยนเคสแล้ว Fingerprint เริ่มมีปัญหา ให้ลองถอดเคสชั่วคราวและทดสอบอีกครั้ง

⑮ เปลี่ยนหน้าจอแล้วสแกนนิ้วไม่ได้ เกิดจากอะไร

หาก Fingerprint ใช้ได้ตามปกติก่อนเปลี่ยนจอ แต่เสียทันทีหลังซ่อม ควรสงสัยความเกี่ยวข้องกับ:

  • หน้าจอใหม่
  • ฟิล์มใหม่
  • การติดตั้ง
  • สายหรือชิ้นส่วนภายใน
  • การตั้งค่าหรือ Calibration ตามที่รุ่นนั้นต้องการ

โดยเฉพาะมือถือที่มีเซ็นเซอร์ใต้หน้าจอ ชิ้นส่วนด้านหน้ามีความเกี่ยวข้องกับการอ่านลายนิ้วมือมากกว่ารุ่นที่เซ็นเซอร์อยู่ด้านหลัง

Samsung ระบุว่าฟิล์มหรือวัสดุที่อยู่บนหน้าจอสามารถรบกวนเซ็นเซอร์ Fingerprint ใต้หน้าจอได้

หากอาการเริ่ม ทันทีหลังเปลี่ยนจอ ควรนำกลับไปให้ร้านหรือศูนย์ที่เปลี่ยนจอตรวจสอบก่อน Factory Reset

⑯ เมนู Fingerprint หายไปจากมือถือ ทำอย่างไร

กรณีนี้ต่างจาก “สแกนไม่ติด”

หากเข้า Settings แล้ว เมนู Fingerprint หายไปทั้งหมด ให้ลอง:

  1. Restart เครื่อง
  2. ตรวจสอบ System Update
  3. ตรวจสอบว่าเครื่องยังตรวจพบอุปกรณ์ Biometrics หรือไม่
  4. เช็กว่าเครื่องเพิ่งตกหรือโดนน้ำหรือไม่
  5. ตรวจสอบว่าปัญหาเริ่มหลังซ่อมหรือเปลี่ยนจอหรือไม่

หากเมนูยังหายและไม่สามารถเพิ่ม Fingerprint ใหม่ได้ มีโอกาสเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ แทนการรีเซ็ตเครื่องซ้ำ ๆ โดยไม่มีข้อมูลรองรับ

⑰ Fingerprint Hardware Not Available หมายถึงอะไร

ข้อความประมาณ:

Fingerprint hardware not available

หรือ

Fingerprint sensor unavailable

มีความแตกต่างจากกรณีสแกนลายนิ้วมือไม่ผ่านธรรมดา

ข้อความนี้อาจหมายถึงระบบไม่สามารถใช้งาน Fingerprint Hardware ได้ในขณะนั้น

ให้ลอง:

  1. Restart
  2. อัปเดตระบบ
  3. ตรวจสอบว่าเครื่องร้อนผิดปกติหรือไม่
  4. ตรวจสอบประวัติเครื่องตก/โดนน้ำ
  5. ตรวจสอบหลังซ่อม
  6. หากยังขึ้นซ้ำ ให้เข้าศูนย์

ไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรก โดยเฉพาะถ้ายังไม่ได้ Backup ข้อมูล

⑱ มือถือเคยตกหรือโดนน้ำแล้ว Fingerprint ใช้ไม่ได้

หากปัญหาเกิดหลังมือถือ:

  • ตกพื้น
  • กระแทก
  • โดนน้ำ
  • จมน้ำ
  • มีความชื้นเข้า
  • หน้าจอแตก

ควรสงสัย Hardware มากกว่าปัญหาการตั้งค่าปกติ

โดยเฉพาะถ้าพร้อมกันนั้นมีอาการ:

  • ปุ่ม Power ผิดปกติ
  • หน้าจอผิดปกติ
  • Touchscreen เพี้ยน
  • เครื่อง Restart เอง
  • Fingerprint Menu หาย

ในสถานการณ์นี้ไม่ควรเปิดเครื่องทดสอบซ้ำจำนวนมากหากสงสัยว่ามีน้ำเข้า ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบ

⑲ ควร Factory Reset เพราะ Fingerprint ใช้ไม่ได้ไหม

ยังไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก

ก่อน Factory Reset ให้ลอง:

  1. เช็ดนิ้วและเซ็นเซอร์
  2. Restart
  3. เช็กฟิล์มและเคส
  4. ลบ Fingerprint แล้วเพิ่มใหม่
  5. เพิ่มนิ้วอื่น
  6. Update ระบบ
  7. ตรวจสอบว่าเมนู Fingerprint ยังอยู่
  8. ตรวจสอบว่าเครื่องเพิ่งตก โดนน้ำ หรือซ่อมหรือไม่

Factory Reset มีผลกระทบกับข้อมูลและการตั้งค่า จึงควรพิจารณาหลังจาก Backup และเมื่อมีเหตุผลชัดเจนว่าต้องแก้ปัญหาซอฟต์แวร์ระดับระบบ

หาก Fingerprint Sensor เสียทางกายภาพ Factory Reset ก็ไม่ได้ซ่อมชิ้นส่วน Hardware ที่เสีย

⑳ เมื่อใดควรเข้าศูนย์บริการ

ควรให้ช่างหรือศูนย์ตรวจสอบหาก:

  • สแกนไม่ได้ทุกนิ้ว
  • เพิ่มลายนิ้วมือใหม่ไม่ได้
  • เมนู Fingerprint หาย
  • ขึ้น Fingerprint Hardware Not Available
  • ปัญหาเกิดหลังเครื่องตก
  • ปัญหาเกิดหลังโดนน้ำ
  • ปัญหาเกิดหลังเปลี่ยนจอ
  • Restart และ Update แล้วไม่หาย
  • เซ็นเซอร์ด้านข้างหรือปุ่ม Power เสียร่วมด้วย

โดยเฉพาะหากเครื่องยังอยู่ในประกัน ไม่ควรแกะเครื่องเอง เพราะอาจกระทบเงื่อนไขการรับประกัน

คำถามที่พบบ่อย

สแกนนิ้วไม่ติดหลังติดฟิล์มทำอย่างไร

ถ้าปัญหาเริ่มหลังติดฟิล์ม ให้ตรวจสอบว่าฟิล์มรองรับ Fingerprint Sensor ใต้จอหรือไม่ Samsung ระบุว่าฟิล์มที่ไม่เหมาะสมสามารถรบกวนการทำงานของเซ็นเซอร์ได้ และหลังเปลี่ยนฟิล์มอาจต้องลงทะเบียน Fingerprint ใหม่

ทำไมตอนเช้าสแกนนิ้วไม่ค่อยติด

ผิวอาจแห้งมากกว่าปกติ Google ระบุว่านิ้วที่แห้งมากสามารถทำให้การสแกนมีปัญหาได้

Restart แล้วทำไมต้องใส่ PIN

เป็นพฤติกรรมด้านความปลอดภัยของระบบในบางสถานการณ์ ไม่ได้แปลว่า Fingerprint เสีย Google ระบุว่าอุปกรณ์อาจกำหนดให้ใช้ Backup PIN, Pattern หรือ Password แทน Fingerprint

ลบ Fingerprint แล้วเพิ่มใหม่ช่วยไหม

ช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนฟิล์มหรือเมื่อข้อมูล Fingerprint เดิมอ่านได้ไม่แม่น Samsung และ Apple ต่างมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่ม/ลงทะเบียนลายนิ้วมือใหม่เมื่อเกิดปัญหา

สแกนนิ้วไม่ได้แปลว่าเซ็นเซอร์เสียหรือไม่

ไม่เสมอไป สาเหตุอาจมาจากนิ้ว เซ็นเซอร์สกปรก ฟิล์ม เคส การลงทะเบียนลายนิ้วมือ หรือ Software ก่อนจะสรุปว่า Hardware เสียควรตรวจสอบปัจจัยเหล่านี้ก่อน

สรุป สแกนนิ้วมือมือถือไม่ได้ แก้อย่างไร

ถ้า Fingerprint มือถือใช้ไม่ได้ ให้แก้ตามลำดับนี้:

  1. เช็ดนิ้วและเซ็นเซอร์ให้สะอาดและแห้ง
  2. วางนิ้วให้เต็มพื้นที่และตรงตำแหน่ง
  3. ตรวจสอบว่ากำลังใช้นิ้วที่ลงทะเบียนไว้
  4. ถ้านิ้วแห้งมาก ให้ปรับสภาพผิวแล้วลองใหม่
  5. ตรวจสอบฟิล์มกระจกและเคส
  6. Restart เครื่องแล้วใส่ PIN หลักก่อน
  7. ลบ Fingerprint เดิมและลงทะเบียนใหม่
  8. เพิ่มนิ้วสำรอง
  9. Update ระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  10. หากเครื่องตก โดนน้ำ เปลี่ยนจอ หรือขึ้น Hardware Error ให้เข้าศูนย์บริการ

Google, Samsung และ Apple ต่างแนะนำให้เริ่มจากการตรวจสอบความสะอาดของนิ้ว/เซ็นเซอร์ การลงทะเบียนลายนิ้วมือ การตั้งค่า และสิ่งที่อาจรบกวนตัวเซ็นเซอร์ก่อนที่จะมองว่าอุปกรณ์เสีย

สำหรับผู้อ่าน comsiam ถ้า Fingerprint มีปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่ PIN หรือ Password ยังเข้าเครื่องได้ อย่าเพิ่ง Factory Reset ให้ Backup ข้อมูลก่อนและไล่แก้จากวิธีง่ายไปยาก

comsiam แนะนำให้จำ PIN, Pattern หรือ Password หลักของเครื่องไว้เสมอ แม้จะใช้ Fingerprint ทุกวัน เพราะระบบสามารถขอรหัสหลักแทน Biometrics ได้ในบางสถานการณ์ และรหัสหลักยังเป็นทางเข้าสำรองที่สำคัญที่สุดเมื่อเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือมีปัญหา