Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก Find My iPhone ไม่เจอตำแหน่ง ขึ้น No Location Found, Offline, ไม่สามารถดูตำแหน่ง iPhone ได้ หรือ Find My เห็นชื่อเครื่องแต่แผนที่ไม่แสดงตำแหน่ง อย่าเพิ่งสรุปว่า Find My เสีย เพราะอาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น iPhone ปิดเครื่องหรือแบตหมด, ไม่มีเครือข่าย, Find My network ไม่ได้เปิดไว้, Location Services มีปัญหา หรือเครื่องไม่ได้ส่งตำแหน่งมานานแล้ว
Apple ระบุว่า หาก Find My แสดง No location found อาจเป็นเพราะไม่สามารถหาตำแหน่งปัจจุบันของอุปกรณ์ได้ และถ้าเครื่องไม่ได้ส่งตำแหน่งผ่าน Find My network มานานเกิน 7 วัน แอป Find My จะไม่สามารถแสดงตำแหน่งเดิมได้อีก.
ข้อความ No Location Found หมายความว่า Find My ไม่มีตำแหน่งที่สามารถแสดงให้คุณได้ในขณะนั้น
Apple ระบุว่า หากอุปกรณ์ไม่สามารถถูก Locate ได้ แอป Find My จะแสดง No location found และสามารถเปิด Notify When Found เพื่อรับ Notification เมื่อระบบพบตำแหน่งอีกครั้ง.
ดังนั้นข้อความนี้ไม่ได้ยืนยันว่า
ต้องดูสถานการณ์อื่นประกอบ
สองข้อความนี้ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด
Apple ระบุว่า Find My อาจแสดง
บน iCloud.com หากอุปกรณ์ไม่สามารถถูก Locate ได้ อาจแสดง Offline และตำแหน่งล่าสุดสามารถปรากฏได้ตามข้อมูลที่ระบบยังมีอยู่.
ได้
Apple ยกตัวอย่างโดยตรงว่า หาก Find My ไม่สามารถแสดง Current Location ได้ เช่น แบตเตอรี่ของอุปกรณ์หมด ระบบอาจแสดงเพียง Last Known Location หากยังมีข้อมูลนั้นอยู่.
ดังนั้นถ้า iPhone หายและโทรเข้าแล้วเครื่องปิด ไม่ควรคิดทันทีว่าคนเก็บเครื่องปิด Find My
อาจเป็นเพียงแบตหมด
Apple ระบุว่าบน Find My app สามารถเห็น Last Known Location ได้สูงสุดประมาณ 7 วัน ในกรณีที่อุปกรณ์เคยส่งตำแหน่งผ่าน Find My network.
หากเกิน 7 วันนับจากการส่ง Location ครั้งล่าสุด Find My อาจเปลี่ยนเป็น
No location found
แทน.
ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
Apple ระบุว่าใน iCloud.com/find Last Known Location ของอุปกรณ์ Offline สามารถแสดงได้สูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Find My app ที่ใช้ Find My network สามารถเก็บ Last Known Location ได้สูงสุดประมาณ 7 วัน.
ดังนั้นถ้าเว็บไม่เห็น Location แต่ Find My บนอุปกรณ์ Apple อีกเครื่องยังเห็นตำแหน่งล่าสุดได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดปกติ
บน iPhone เข้า
Settings → [ชื่อของคุณ] → Find My → Find My iPhone
แล้วเปิด
Find My iPhone
Apple ระบุเส้นทางนี้โดยตรงสำหรับการเปิด Find My.
ควรเปิดไว้ก่อนเครื่องหาย
ไม่สามารถคาดหวังให้ Find My เริ่มติดตามย้อนหลังได้ถ้าไม่ได้เปิดไว้ก่อน
ควรเปิด
เข้า
Settings → [ชื่อ] → Find My → Find My iPhone
แล้วเปิด
Find My network
Apple ระบุว่า Find My network ช่วยให้ค้นหาอุปกรณ์ได้แม้ในบางกรณีที่เครื่อง Offline หรือไม่ได้เชื่อมต่อเครือข่ายตามปกติ.
นี่เป็นหนึ่งในการตั้งค่าที่สำคัญมากสำหรับเครื่องหาย
Apple อธิบายว่า Find My network เป็นเครือข่ายแบบ Crowdsourced ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ Apple มากกว่าพันล้านเครื่อง ซึ่งใช้ Bluetooth ตรวจพบอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้และรายงานตำแหน่งโดยประมาณกลับไปยังเจ้าของในลักษณะที่เข้ารหัสและรักษาความเป็นส่วนตัว.
จึงทำให้ iPhone บางกรณียังสามารถถูก Locate ได้แม้ไม่ได้เชื่อม Wi-Fi หรือ Cellular โดยตรง
ควรเปิด
เข้า
Settings → [ชื่อ] → Find My → Find My iPhone → Send Last Location
Apple ระบุว่าฟังก์ชันนี้ให้ iPhone พยายามส่งตำแหน่งของเครื่องไปยัง Apple เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด.
หากเครื่องหายแล้วแบตใกล้หมด การเปิดไว้ล่วงหน้าจะมีประโยชน์มาก
กรณีนี้มีข้อจำกัดสำคัญ
Apple ระบุว่า หาก Find My ไม่ได้เปิดก่อนเครื่องหายหรือถูกขโมย อุปกรณ์จะไม่ปรากฏใน Find My หรือ iCloud.com/find และคุณจะไม่สามารถใช้ Find My เพื่อ Mark as Lost หรือ Remote Erase เครื่องได้.
Apple แนะนำในกรณีเครื่องถูกขโมยและ Find My ไม่ได้เปิดไว้ ให้รีบเปลี่ยน Apple Account Password เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัว.
เปิด
Find My → Devices
จากนั้นเลือก iPhone ที่หาย
หากระบบสามารถ Locate ได้ ตำแหน่งจะปรากฏบนแผนที่ และสามารถเลือก Directions หรือ Play Sound ได้.
หากไม่สามารถ Locate ได้ ระบบจะแสดง No Location Found หรือสถานะ Offline ตามสถานการณ์
ได้
Apple รองรับการค้นหาอุปกรณ์ผ่าน iCloud Find Devices โดยใช้ Apple Account ของคุณ.
บนเว็บสามารถ
ตามสถานะของอุปกรณ์ได้.
Apple ระบุว่าในการเข้า Find Devices ผ่าน iCloud.com/find ไม่จำเป็นต้องใช้ Verification Code เพื่อเข้าถึง Find Devices ดังนั้นแม้ Trusted Device ของคุณจะเป็นเครื่องที่หาย ก็ยังสามารถเข้าถึงเครื่องมือค้นหาได้.
นี่สำคัญมากสำหรับสถานการณ์โทรศัพท์ถูกขโมย
หาก Find My แสดง
No Location Found
ให้เลือกอุปกรณ์แล้วเปิด
Notify When Found
Apple ระบุว่าระบบจะส่ง Notification ให้คุณเมื่ออุปกรณ์ถูก Locate ได้อีกครั้ง.
จึงไม่จำเป็นต้องเปิด Find My เช็กหน้าจอทุกนาที
ถ้าจะใช้ Notify When Found ต้องตรวจว่า Find My มีสิทธิ์แจ้งเตือน
Apple เตือนโดยตรงว่าควรเปิด Notifications สำหรับ Find My เพื่อให้ได้รับ Notification เมื่อพบอุปกรณ์.
เข้า
Settings → Notifications → Find My
แล้วตรวจ Allow Notifications
ถ้าตำแหน่งบอกว่า iPhone อยู่ใกล้ เช่น
สามารถเลือก
Play Sound
Apple ระบุว่าเมื่ออุปกรณ์ Online เสียงจะเริ่มดังหลังจากช่วงสั้น ๆ และเพิ่มระดับขึ้น โดยเล่นประมาณ 2 นาที.
เหมาะกับกรณีหาเครื่องไม่เจอในพื้นที่ใกล้ตัว
หากอุปกรณ์ Offline Apple ระบุว่าจะเห็นสถานะประมาณ Sound Pending
เสียงจะเล่นเมื่ออุปกรณ์กลับมาเชื่อม Wi-Fi หรือ Cellular ตามเงื่อนไขที่รองรับ.
ดังนั้นกด Play Sound แล้วไม่มีเสียงทันทีไม่ได้หมายความว่าคำสั่งเสีย
ถ้าเปิด Find My network ไว้ อุปกรณ์ที่รองรับสามารถใช้เครือข่าย Find My เพื่อช่วยค้นหาได้แม้ในบางกรณีที่เครื่อง Offline หรือไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรง.
อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าจะมีตำแหน่งใหม่ตลอดเวลา
ยังขึ้นกับ
มีผล
ถ้า Find My iPhone เปิดแต่ Find My network ปิด ความสามารถในการค้นหาอุปกรณ์ที่ Offline จะจำกัดลง
Apple แนะนำให้เปิด Find My network เพื่อค้นหาอุปกรณ์ได้แม้ Offline.
จึงควรเปิดไว้ในเครื่องที่ใช้อยู่ก่อนเกิดเหตุ
Apple ระบุว่ามีกรณีอุปกรณ์ Online แต่ไม่สามารถส่ง Location ได้ เช่นมีปัญหากับ Location Services ระบบอาจแสดงสถานะประมาณ
Not sharing location • Online.
กรณีนี้ต่างจากเครื่องแบตหมด
เพราะตัวอุปกรณ์ยัง Online แต่ Location System ไม่ทำงานตามปกติ
บน iPhone ที่ยังอยู่กับคุณและ Find My มีปัญหา ให้เข้า
Settings → Privacy & Security → Location Services
ตรวจว่า Location Services เปิดอยู่
Apple ระบุว่าหากมีการตั้งค่า Location Sharing แล้วคนอื่นยังไม่เห็น Location ให้ตรวจ Location Services และ Find My ด้วย.
เข้า
Settings → Privacy & Security → Location Services
แล้วตรวจ Find My ตามรายการที่ระบบแสดง
Apple ระบุว่าการจะ Locate อุปกรณ์บนแผนที่ ต้องเปิด Location Services สำหรับ Find My ด้วย.
หาก Location Services ถูกปิด Find My อาจไม่สามารถแสดง Current Location ได้ตามปกติ
นี่เป็นจุดที่สับสนบ่อย
ใช้สำหรับค้นหาอุปกรณ์ของคุณ
ใช้สำหรับแชร์ตำแหน่งของคุณกับบุคคลอื่น
ดังนั้นถ้า Find My iPhone เปิด แต่เพื่อนบอกว่า “ไม่เห็นตำแหน่งเรา” ให้ตรวจ Share My Location เพิ่ม.
เปิด
Find My → Me
แล้วเปิด
Share My Location
Apple ระบุว่าชื่ออุปกรณ์ที่กำลังใช้แชร์ตำแหน่งจะแสดงข้าง Sharing From.
สามารถตั้งค่าจาก
Settings → [ชื่อ] → Find My
ได้เช่นกัน.
หากคุณมีหลายอุปกรณ์ Apple ตำแหน่งที่แชร์อาจมาจากเครื่องอื่น
ใน Find My → Me หาก iPhone เครื่องนี้ไม่ได้เป็นแหล่ง Location สามารถเลือก
Use This iPhone as My Location
Apple ระบุว่าฟังก์ชันนี้ใช้เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้แชร์ Location.
นี่สำคัญมากหากคนอื่นเห็นตำแหน่งคุณอยู่ที่บ้านทั้งที่คุณออกไปข้างนอก เพราะระบบอาจกำลังแชร์จาก iPad หรืออุปกรณ์อีกเครื่อง
หากมี iPhone/iPad หลายเครื่องที่ใช้ Apple Account เดียวกัน อุปกรณ์ที่ตั้งเป็น My Location อาจไม่ใช่เครื่องที่คุณพกอยู่
ตรวจที่
Find My → Me → Sharing From
แล้วเลือก Use This iPhone as My Location หากต้องการ.
กรณีนี้ไม่ใช่ GPS ของ iPhone เสีย
Apple แนะนำให้ตรวจ
Settings → Privacy & Security → Location Services → Find My
ว่าบริการ Location เปิดอยู่หรือไม่.
จากนั้นตรวจ
ก่อน Reset เครื่อง
หากตำแหน่งที่เห็นเป็น Last Known Location จุดบนแผนที่อาจไม่ได้หมายถึงตำแหน่งปัจจุบัน
Apple ระบุว่าเมื่ออุปกรณ์ไม่สามารถ Locate ปัจจุบันได้ Find My สามารถแสดง Last Known Location แทนได้ในช่วงเวลาที่ระบบยังเก็บข้อมูล.
ดังนั้นอย่าตีความว่าคนถือเครื่อง “ยังอยู่ตรงนั้นแน่นอน”
ให้ดูเวลาอัปเดต Location ด้วย
Apple เรียก Location ที่แสดงใน Find My ว่า Approximate Location
ดังนั้นตำแหน่งควรใช้เป็นเครื่องมือช่วยค้นหา ไม่ใช่หลักฐานว่าตัวเครื่องอยู่ตรงจุด GPS ระดับเซนติเมตร.
โดยเฉพาะ
ต้องระวังการตีความ
ถ้าหาไม่เจอและมีความเสี่ยงว่าเครื่องสูญหายจริง ควรใช้ Lost Mode
Apple แนะนำว่าในระหว่างค้นหาอุปกรณ์ ให้ Mark as Lost เพื่อปกป้องเครื่องและข้อมูล.
Lost Mode จะช่วยล็อกอุปกรณ์ด้วย Passcode และระงับ Cards/Passes ที่รองรับ Apple Pay.
บน Find My
Apple ระบุขั้นตอนนี้สำหรับการ Mark Device as Lost.
หากเครื่องยัง Offline คำสั่งอาจอยู่ในสถานะ Pending
Apple ระบุว่าอุปกรณ์จะไม่ Online และเข้าสู่ Lost Mode จนกว่าเครื่องจะถูกเปิดและเชื่อม Wi-Fi หรือ Cellular ตามสถานการณ์.
ดังนั้นถ้า Find My แสดง Pending อย่าปิด Lost Mode
Apple ระบุว่าเมื่อ Mark Device as Lost ระบบจะระงับ Payment Cards และ Passes ที่ใช้กับ Apple Pay บนอุปกรณ์นั้น.
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรเปิด Lost Mode อย่างรวดเร็วเมื่อเครื่องหายจริง
หากเครื่องเพียงหาย Appleอนุญาตให้แสดงข้อมูลติดต่อเพื่อให้ผู้พบส่งคืนได้
แต่ถ้าเชื่อว่า ถูกขโมย Apple เตือนว่าไม่ควรใส่ Contact Information ที่อาจถูกนำไปใช้ใน Social Engineering และ Phishing.
ควรระวังข้อความหรือโทรศัพท์ที่อ้างว่า “พบ iPhone ของคุณแล้ว”
Apple เตือนว่า Apple จะไม่ติดต่อคุณเพื่อบอกว่า iPhone หรือ iPad ที่หายถูกพบแล้ว
และไม่ควรให้
แก่ผู้ที่ติดต่อมา.
กรณีเครื่องหาย Phishing ลักษณะนี้สำคัญมาก
หากเป็นเครื่องที่ถูกขโมยและ Location ชี้ไปสถานที่ที่ไม่รู้จัก Apple แนะนำว่า อย่าพยายามนำเครื่องกลับมาด้วยตัวเอง และควรติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่.
ตำแหน่ง Find My เป็น Approximate Location และความปลอดภัยของเจ้าของสำคัญกว่าอุปกรณ์
สำคัญมาก
Apple เตือนว่า อย่า Remove Device ออกจาก Find My หากเครื่องถูกขโมย เพราะการนำเครื่องออกจาก Find My จะนำ Activation Lock ออก และทำให้ผู้ขโมยล้างและขายเครื่องต่อได้ง่ายขึ้น.
ถึงแม้จะ Remote Erase แล้ว ก็ควรเก็บอุปกรณ์ไว้ใน Find My
Apple ระบุว่าสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ iOS 15 หรือใหม่กว่า หลัง Remote Erase แล้ว ยังสามารถใช้ Find My เพื่อพยายามค้นหาอุปกรณ์ได้.
แต่ Appleแนะนำให้ Erase หลังจากพยายามทุกวิธีในการค้นหาแล้ว เพราะการ Erase ไม่สามารถ Undo ได้.
Apple ระบุว่า หากอุปกรณ์ Offline คำสั่ง Remote Erase จะเริ่มทำงาน เมื่อเครื่องกลับมา Online.
ดังนั้นคำสั่งไม่หายเพียงเพราะเครื่องปิดอยู่
ไม่จำเป็นทุกกรณี
Apple แนะนำให้พยายามค้นหาและ Mark as Lost ก่อน เพราะ Remote Erase ไม่สามารถ Undo ได้.
หากข้อมูลในเครื่องมีความสำคัญสูงและมั่นใจว่าไม่สามารถนำเครื่องคืนได้ จึงค่อยพิจารณา Erase
มีกรณีเฉพาะ
Apple ระบุว่า หากเปิด Stolen Device Protection และมีการพยายามเปลี่ยน Apple Account Password จากสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย Location ของอุปกรณ์อาจไม่ปรากฏบน iCloud.com/find ชั่วคราว.
อย่างไรก็ตามยังสามารถ Mark iPhone as Lost เพื่อปกป้องเครื่องได้.
ตรวจว่า
Apple ระบุว่า หาก Find My ไม่ได้เปิดก่อนเครื่องหาย อุปกรณ์จะไม่ปรากฏใน Find My หรือ iCloud.com/find.
หากเป็นเครื่องของ Family Sharing อุปกรณ์สามารถปรากฏภายใต้ Devices ของสมาชิกครอบครัวได้ในบางกรณี.
ได้ในกรณีที่ตั้งค่าเหมาะสม
Apple ระบุว่าอุปกรณ์ของสมาชิก Family Sharing สามารถปรากฏใน Find My บนอุปกรณ์ของสมาชิกครอบครัวรายอื่นได้.
จึงเป็นอีกทางเลือกหากคุณไม่มี iPad หรือ Mac ของตัวเอง
ถ้าเครื่องไม่ได้หายและอยู่กับคุณ ให้ตรวจตามลำดับ
Apple ระบุว่ากรณีอุปกรณ์ Online แต่ไม่สามารถส่ง Location เช่น Location Services มีปัญหา Find My สามารถไม่แสดง Location ได้.
ถ้าเครื่องอยู่กับคุณและ Find My มีปัญหาชั่วคราว สามารถ Restart แล้วทดสอบใหม่ได้
หลังเปิดเครื่องตรวจ
Settings → [ชื่อ] → Find My
และ
Settings → Privacy & Security → Location Services
ให้เปิดตามต้องการ
ถ้า GPS/Location ในแอปอื่นก็ผิดปกติ ควรแก้ Location Services ตามหัวข้อ 505 เพิ่มด้วย
ถ้า Find My ไม่แสดงอุปกรณ์หรือมีอาการผิดปกติ Apple แนะนำให้ Update อุปกรณ์เป็น Software Version ล่าสุด โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์หรือ Item ไม่ปรากฏใน Find My.
เข้า
Settings → General → Software Update
แล้วตรวจ Update ที่เครื่องรองรับ
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
หากเครื่องอยู่กับคุณและ Find My ไม่สามารถใช้ Location แม้
จึงค่อยพิจารณา
Settings → General → Transfer or Reset iPhone → Reset → Reset Location & Privacy
แล้วอนุญาต Location ใหม่
แต่ถ้าเครื่อง หายอยู่จริง อย่าเสียเวลาพยายาม Reset Settings เพราะคุณต้องเข้าถึงตัวเครื่องจึงจะทำได้
ให้ใช้ Find My, Notify When Found และ Lost Mode แทน
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
หากเครื่องอยู่กับคุณแต่ Internet ทั้ง Wi-Fi/Cellular มีปัญหา Find My อาจได้รับผลกระทบ แต่ควรแก้ Network ตามอาการจริงก่อน
หากเฉพาะ Find My ไม่เห็น Location แต่ Internet และ Maps ใช้ได้ ให้ตรวจ Find My/Location Settings ก่อน Network Reset
ไม่ควร
ถ้าเครื่องอยู่กับคุณ ปัญหาส่วนใหญ่ควรตรวจ Find My, Location Services, Internet และ Software ก่อน
ถ้าเครื่องหายอยู่ การ Factory Reset ก็ทำไม่ได้จากตัวเครื่องอยู่แล้ว และ Remote Erase มีวัตถุประสงค์ด้านการปกป้องข้อมูล ไม่ใช่วิธี “ซ่อม Find My”
Apple แนะนำให้ Mark as Lost และพยายาม Locate ก่อน Remote Erase.
ทำตามนี้
ขั้นตอน Lost Mode และข้อควรระวังเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทาง Apple สำหรับ iPhone สูญหายหรือถูกขโมย.
ถ้า iPhone ยังอยู่กับคุณ
ถ้า iPhone หาย
ไม่จำเป็น Apple ระบุว่า No Location Found หมายถึงระบบไม่สามารถแสดง Location ได้ อาจเกิดจากแบตหมด, ไม่ได้รับ Location มานาน หรือปัญหา Location Services เป็นต้น.
อาจเห็น Last Known Location ได้หากมีข้อมูลอยู่ Apple ระบุว่า Find My app สามารถเก็บ Last Known Location ผ่าน Find My network ได้สูงสุดประมาณ 7 วัน.
Apple ระบุว่า iCloud.com สามารถแสดง Last Known Location ของอุปกรณ์ Offline ได้สูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Find My network ในแอปสามารถเก็บ Last Known Location ได้นานถึงประมาณ 7 วัน.
ควร หากต้องการเพิ่มโอกาสค้นหาอุปกรณ์ตอน Offline เข้า Settings → [ชื่อ] → Find My → Find My iPhone → Find My network.
เป็นฟังก์ชันที่ให้ iPhone พยายามส่ง Location ไปยัง Apple เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด.
เปิด Notify When Found Apple ระบุว่าคุณจะได้รับ Notification เมื่อระบบ Locate อุปกรณ์ได้อีกครั้ง.
ได้ แต่จะขึ้นประมาณ Sound Pending และเสียงจะเล่นเมื่ออุปกรณ์กลับมาเชื่อมต่อเครือข่ายที่รองรับ.
ต่าง Find My iPhone ใช้ค้นหาอุปกรณ์ ส่วน Share My Location ใช้แชร์ตำแหน่งของคุณให้บุคคลอื่นเห็น.
อาจตั้งให้อุปกรณ์อื่น เช่น iPad เป็นตัว Share Location ให้ตรวจ Find My → Me → Sharing From และใช้ Use This iPhone as My Location หากต้องการ.
ควรหากหาเครื่องไม่เจอ Apple แนะนำให้ Mark Device as Lost เพื่อช่วยล็อกเครื่องและปกป้องข้อมูล รวมถึงระงับ Apple Pay Cards/Passes ที่รองรับ.
สั่งได้ แต่ Lost Mode จะทำงานบนอุปกรณ์เมื่อเครื่องเปิดและเชื่อมเครือข่ายตามเงื่อนไข.
ไม่ควรอย่างยิ่ง Apple เตือนว่าการ Remove Device จาก Find My จะนำ Activation Lock ออกและทำให้ผู้ขโมยนำเครื่องไปล้างหรือขายต่อได้ง่ายขึ้น.
สำหรับ iPhone ที่ใช้ iOS 15 หรือใหม่กว่า Apple ระบุว่ายังสามารถใช้ Find My เพื่อค้นหาเครื่องหลัง Erase ได้ แต่ไม่ควร Remove Device จาก Find My.
Apple ระบุว่าจะไม่ติดต่อคุณเพื่อบอกว่า iPhone ที่หายถูกพบแล้ว อย่าให้ Passcode, Password หรือ Verification Code กับบุคคลที่ติดต่อมา.
ไม่ได้ Apple ระบุว่าหาก Find My ไม่ได้เปิดไว้ก่อนสูญหาย อุปกรณ์จะไม่ปรากฏใน Find My/iCloud.com/find และไม่สามารถ Mark as Lost หรือ Remote Erase ผ่าน Find My ได้.
ไม่ควร หากเครื่องยังอยู่กับคุณให้ตรวจ Find My, Find My network, Location Services, Internet และ Update iOS ก่อน ส่วนถ้าเครื่องหายควรใช้ Notify When Found และ Lost Mode ไม่ใช่ Factory Reset
หาก Find My iPhone ไม่เจอตำแหน่งและขึ้น No Location Found อย่าเพิ่งคิดว่าเครื่องถูกปิด Find My หรือ GPS เสีย เพราะ Apple ระบุว่าอาจเกิดเมื่อแบตหมด, เครื่องไม่ได้ส่งตำแหน่งมานาน หรือ Location Services ไม่สามารถส่งตำแหน่งได้ และ Find My app สามารถแสดง Last Known Location ผ่าน Find My network ได้สูงสุดประมาณ 7 วันก่อนเปลี่ยนเป็น No Location Found.
ถ้า iPhone ยังอยู่กับคุณ ให้ตรวจ Settings → [ชื่อ] → Find My → Find My iPhone แล้วเปิด Find My iPhone, Find My network และ Send Last Location พร้อมตรวจ Settings → Privacy & Security → Location Services ให้ Find My ใช้ Location ได้.
หากปัญหาคือ คนอื่นมองไม่เห็นตำแหน่งของคุณ ให้ตรวจ Find My → Me → Share My Location และดู Sharing From หากมีหลายอุปกรณ์สามารถเลือก Use This iPhone as My Location เพื่อให้ iPhone เครื่องที่พกอยู่เป็นแหล่งตำแหน่ง.
แต่ถ้า iPhone หายจริงและขึ้น No Location Found ให้เปิด Notify When Found และ Lost Mode ทันที Apple ระบุว่า Notify When Found จะแจ้งเมื่อระบบ Locate เครื่องได้อีกครั้ง ส่วน Lost Mode จะล็อกอุปกรณ์และระงับ Apple Pay Cards/Passes ที่รองรับ.
สุดท้าย หากเชื่อว่า iPhone ถูกขโมย อย่า Remove Device ออกจาก Find My เพราะจะนำ Activation Lock ออก อย่าไปเอาเครื่องคืนด้วยตัวเองเมื่อ Location ชี้ไปยังสถานที่ไม่รู้จัก และอย่าให้ Passcode, Apple Account Password หรือ Verification Code แก่ข้อความหรือบุคคลที่อ้างว่าเจอ iPhone ของคุณ.