Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีสร้าง Copilot Agent จากคำอธิบายง่ายๆ สามารถทำได้ผ่าน Microsoft 365 Copilot Agent Builder โดยเลือก New agent แล้วพิมพ์คำอธิบายว่าต้องการให้ AI ทำหน้าที่อะไร ระบบจะช่วยสร้าง Agent พร้อมชื่อ คำอธิบาย Instructions และ Suggested Prompts ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นผู้ใช้สามารถเพิ่ม Knowledge ทดสอบ และปรับปรุงก่อนกด Create เพื่อเริ่มใช้งาน
ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมด้วย Python, JavaScript หรือภาษาโปรแกรมอื่น เพียงเข้าใจว่าต้องการให้ AI ช่วยงานอะไร ก็สามารถเริ่มสร้างผู้ช่วย AI เฉพาะทางได้
ตัวอย่างเช่น หากต้องการสร้าง AI Agent สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับบริการติดตั้งระบบเครือข่าย สามารถพิมพ์คำอธิบายว่า
“สร้าง AI Agent สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับบริการติดตั้งระบบ LAN, Wi-Fi และ Fiber Optic โดยตอบเป็นภาษาไทย ใช้ข้อมูลบริษัทเป็นหลัก และแนะนำให้ลูกค้าติดต่อเจ้าหน้าที่เมื่อไม่สามารถตอบคำถามได้”
Agent Builder จะช่วยจัดเตรียมโครงสร้างเริ่มต้นตามคำอธิบายดังกล่าว โดยยังต้องตรวจสอบรายละเอียดและเพิ่มข้อมูลที่จำเป็นก่อนนำไปใช้งานจริง
บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีสร้าง Copilot Agent ด้วยภาษาธรรมชาติแบบทีละขั้นตอน พร้อมตัวอย่าง Prompt สำหรับสร้าง Agent การตั้งค่า Knowledge การทดสอบ และวิธีแก้ปัญหาเมื่อ Agent ทำงานไม่ตรงความต้องการ
Copilot Agent คือผู้ช่วย AI ที่สามารถกำหนดบทบาท คำสั่ง และแหล่งความรู้เฉพาะด้าน เพื่อช่วยผู้ใช้งานทำงานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
ความสามารถของ Agent แตกต่างกันตามเครื่องมือที่ใช้สร้างและสิทธิ์การใช้งาน
Copilot Chat เหมาะกับการถามคำถามและช่วยทำงานทั่วไป ส่วน Copilot Agent สามารถกำหนดหน้าที่เฉพาะให้ใช้งานซ้ำได้
ตัวอย่างเช่น
Copilot Chat
“ช่วยอธิบายวิธีติดตั้ง Access Point ในสำนักงาน”
Copilot Agent
“ช่วยอธิบายการติดตั้ง Access Point โดยอ้างอิงคู่มืออุปกรณ์และขั้นตอนมาตรฐานของบริษัท”
กรณีหลัง Agent ต้องได้รับการตั้งค่า Knowledge และมีสิทธิ์เข้าถึงคู่มือที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถตอบจากข้อมูลเฉพาะของบริษัทได้
การสร้าง Agent จากคำอธิบาย หรือ Natural Language Agent Creation คือการใช้ภาษามนุษย์อธิบายลักษณะของ Agent ที่ต้องการสร้าง แทนการตั้งค่าทุกส่วนด้วยตัวเอง
เครื่องมือ Agent Builder สามารถนำคำอธิบายไปช่วยจัดเตรียมองค์ประกอบเริ่มต้น เช่น
ผู้สร้างสามารถกลับมาแก้ไขรายละเอียดได้ภายหลัง
“สร้าง Agent ชื่อ HR Assistant สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายพนักงาน ให้ใช้ภาษาไทยสุภาพ และหากไม่พบข้อมูลให้แจ้งผู้ใช้ตามตรง”
เมื่อส่งคำอธิบายแล้ว Agent Builder จะช่วยสร้างโครงสร้างเริ่มต้น เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบและปรับปรุงต่อไป
ต้องมีบัญชีและสิทธิ์ที่รองรับการสร้าง Agent ผ่าน Microsoft 365 Copilot
ความพร้อมของเครื่องมืออาจแตกต่างกันตามแพ็กเกจ การตั้งค่าองค์กร และสิทธิ์ของผู้ใช้
ควรกำหนดให้ชัดว่า Agent จะช่วยเรื่องใด
ตัวอย่าง:
“ตอบคำถามพนักงานเกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์สำนักงาน”
ระบุว่า Agent สร้างให้ใครใช้งาน เช่น
หาก Agent ต้องตอบคำถามเฉพาะองค์กร ควรมีแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น คู่มือหรือเอกสารใน SharePoint
ควรเตรียมคำถามที่ผู้ใช้จริงมักถาม เพื่อประเมินว่า Agent ตอบได้ตรงวัตถุประสงค์หรือไม่
ลงชื่อเข้าใช้ Microsoft 365 Copilot ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์สร้าง Agent
จากหน้าหลักให้มองหาเมนู Agents ในแถบนำทาง
เลือก New agent เพื่อเริ่มสร้าง Agent ใหม่
ระบบจะเปิดหน้า Agent Builder ซึ่งมีตัวเลือกสำหรับสร้าง Agent ด้วยคำอธิบายหรือกำหนดค่าด้วยตนเอง
ในแท็บ Describe สามารถพิมพ์ข้อความอธิบาย Agent ที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
“สร้าง AI Agent สำหรับช่วยตอบคำถามด้าน IT Support ให้พนักงานบริษัท โดยเน้น Windows, Microsoft 365, Wi-Fi และระบบเครือข่าย ตอบเป็นภาษาไทยและอธิบายเป็นขั้นตอน”
จากนั้นกดส่งข้อความ
Agent Builder จะช่วยสร้างการตั้งค่าเริ่มต้นจากคำอธิบาย
อาจมีการถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้กำหนดหน้าที่หรือรายละเอียดของ Agent ได้ชัดเจนขึ้น
ตัวอย่างเช่น
ควรตอบให้ตรงกับความต้องการจริง
เปิดแท็บ Configure เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ระบบสร้างขึ้น
ตรวจสอบหัวข้อสำคัญ ได้แก่
Name
ควรมีชื่อสั้นและสื่อความหมาย เช่น IT Support Assistant
Description
อธิบายว่า Agent ช่วยทำงานอะไร
Instructions
ตรวจสอบว่าคำสั่งกำหนดบทบาทและข้อจำกัดครบหรือไม่
Knowledge
เลือกแหล่งข้อมูลที่ Agent จะใช้ตามสิทธิ์ที่มี
Suggested Prompts
เตรียมคำถามตัวอย่างสำหรับให้ผู้ใช้เริ่มสนทนา
หากต้องการให้ Agent ตอบจากข้อมูลเฉพาะ ให้เพิ่มแหล่งความรู้ที่รองรับ
ตัวอย่าง:
ควรตรวจสอบสิทธิ์และคุณภาพข้อมูลก่อนเพิ่ม
เปิดแท็บ Try it เพื่อทดสอบ Agent
ตัวอย่างคำถาม:
“คอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?”
“ช่วยสรุปขั้นตอนแจ้งปัญหา IT ตามคู่มือบริษัท”
“หากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการรับประกันสินค้า คุณจะตอบอย่างไร?”
ทดสอบทั้งคำถามทั่วไป คำถามที่มีข้อมูลรองรับ และคำถามนอกขอบเขต
หาก Agent ตอบไม่ตรงตามที่ต้องการ สามารถกลับไปที่ Describe แล้วพิมพ์คำสั่งปรับปรุงได้
ตัวอย่าง:
“ปรับ Agent ให้ตอบสั้นลง ใช้ภาษาไทยที่เข้าใจง่าย และแสดงวิธีตรวจสอบปัญหาเป็นลำดับขั้นตอน”
หรือ
“เมื่อไม่พบข้อมูลในเอกสาร ให้แจ้งว่าไม่สามารถยืนยันได้ และไม่สร้างคำตอบเอง”
เมื่อทดสอบและตั้งค่าเรียบร้อย ให้กด Create เพื่อสร้าง Agent
หลังสร้างสำเร็จสามารถเปิดใช้งาน Agent ผ่าน Microsoft Copilot ได้ตามสิทธิ์
Agent ที่รองรับการแชร์สามารถส่งให้ผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องได้
ควรตรวจสอบว่าผู้รับมีสิทธิ์ใช้งาน Agent และเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
การอธิบาย Agent ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นช่วยลดเวลาปรับแต่งภายหลัง
แนะนำสูตรดังนี้
ชื่อ Agent + หน้าที่ + กลุ่มผู้ใช้ + แหล่งข้อมูล + รูปแบบคำตอบ + ข้อจำกัด
“สร้าง Agent ชื่อ [ชื่อ] สำหรับ [กลุ่มผู้ใช้] ทำหน้าที่ [หน้าที่หลัก] โดยใช้ข้อมูลจาก [แหล่งข้อมูล] ตอบในรูปแบบ [รูปแบบคำตอบ] และมีข้อจำกัด [ข้อกำหนด]”
“สร้าง Agent ชื่อ Network Support Assistant สำหรับเจ้าหน้าที่ IT ทำหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับระบบ LAN, Wi-Fi และ Fiber Optic โดยใช้ข้อมูลจากคู่มือที่เชื่อมต่อ ตอบเป็นภาษาไทยแบบทีละขั้นตอน และหากไม่มีข้อมูลเพียงพอให้แจ้งผู้ใช้ตามตรง”
คำสั่งนี้ช่วยกำหนดองค์ประกอบหลักได้ชัดเจนกว่าการพิมพ์เพียงว่า “สร้าง Agent ด้าน IT”
“สร้าง AI Agent ชื่อ IT Support Assistant สำหรับตอบคำถามพนักงานเกี่ยวกับ Windows, Microsoft 365, ระบบ LAN และ Wi-Fi โดยอธิบายวิธีแก้ปัญหาทีละขั้นตอน และเตือนก่อนดำเนินการที่อาจส่งผลต่อข้อมูล”
“สร้าง Agent ชื่อ HR Assistant สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายบริษัท วันลา สวัสดิการ และขั้นตอนการทำงาน โดยใช้เอกสาร HR ที่กำหนด และไม่เปิดเผยข้อมูลพนักงานที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ์เข้าถึง”
“สร้าง Agent ชื่อ Marketing Assistant สำหรับช่วยคิดหัวข้อเนื้อหา วางแผนแคมเปญ และสรุปแนวคิดการตลาด โดยอธิบายเหตุผลของข้อเสนอแนะและไม่สร้างตัวเลขสถิติที่ไม่มีข้อมูลรองรับ”
“สร้าง Agent ชื่อ Customer Support Assistant สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้า บริการ และเงื่อนไขการรับประกัน โดยใช้ข้อมูลบริษัทที่กำหนด และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เมื่อไม่สามารถตอบได้”
“สร้าง Agent ชื่อ Accounting Assistant สำหรับช่วยอธิบายขั้นตอนการทำงานและสรุปข้อมูลทางบัญชีเบื้องต้น โดยไม่อนุมัติรายการทางการเงินและไม่สร้างตัวเลขที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน”
“สร้าง Agent ชื่อ Sales Assistant เพื่อช่วยค้นข้อมูลสินค้า จัดเตรียมคำตอบลูกค้า และสร้างโครงร่างใบเสนอราคา โดยไม่กำหนดราคาหรือส่วนลดเอง”
“สร้าง Agent ชื่อ Executive Assistant สำหรับช่วยสรุปรายงาน ประเด็นสำคัญ และงานที่ต้องติดตาม โดยแยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากข้อเสนอแนะ”
“สร้าง Agent ชื่อ Document Assistant สำหรับค้นหาข้อมูลและสรุปคู่มือบริษัทที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึง ให้ระบุชื่อเอกสารที่ใช้ประกอบคำตอบเมื่อระบบรองรับ”
“สร้าง Agent ชื่อ Fiber Optic Assistant สำหรับอธิบายอุปกรณ์ การติดตั้ง การตรวจวัด Optical Loss และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น โดยใช้คู่มือทางเทคนิคที่กำหนด และระบุข้อควรระวังด้านความปลอดภัย”
“สร้าง Agent ชื่อ IT Service Assistant สำหรับช่วยตอบคำถามลูกค้าเกี่ยวกับบริการติดตั้งระบบ LAN, Wi-Fi, CCTV และ Fiber Optic ให้ตอบเป็นภาษาไทยสุภาพ ใช้ข้อมูลบริการของบริษัท และแนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เมื่อจำเป็นต้องประเมินหน้างานหรือเสนอราคา”
การสร้าง Agent จากคำอธิบายอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ Agent รู้ข้อมูลภายในบริษัททั้งหมด
หากต้องการให้ตอบจากเอกสารจริง ต้องเพิ่ม Knowledge ที่เหมาะสม
การเพิ่ม Knowledge ไม่ได้รับประกันว่า Agent จะตอบตรงกับต้นฉบับทุกครั้ง จึงควรตรวจสอบคำตอบ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดหรือรายละเอียดทางเทคนิค
หลังสร้างโครงสร้างเริ่มต้นแล้ว สามารถปรับรายละเอียดผ่านการสนทนาได้
“ให้ Agent ตอบเป็นภาษาไทยเป็นหลัก”
“ให้ตอบเป็นขั้นตอน พร้อมหัวข้อและข้อควรระวัง”
“ให้สรุปสั้นก่อน แล้วแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อผู้ใช้ร้องขอ”
“เปลี่ยนหน้าที่จากผู้ช่วยงานขายเป็นผู้ช่วยบริการลูกค้า”
“เพิ่ม Suggested Prompts สำหรับการตรวจสอบปัญหา Wi-Fi, Router และ Switch”
“ให้ตอบเฉพาะเรื่องสินค้าและบริการของบริษัท หากถูกถามเรื่องอื่นให้แจ้งว่าต้องติดต่อผู้รับผิดชอบ”
หลังแก้ไขควรตรวจสอบใน Configure และทดสอบว่าระบบเปลี่ยนพฤติกรรมตามคำสั่งจริง
ถามว่า:
“คุณช่วยฉันทำอะไรได้บ้าง?”
ตรวจสอบว่าคำตอบตรงกับหน้าที่ที่กำหนด
เลือกคำถามที่มีคำตอบชัดเจนใน Knowledge แล้วเปรียบเทียบกับเอกสารต้นทาง
ถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่ได้ใส่ไว้ เช่น ราคาสินค้าหรือเงื่อนไขที่ไม่มีในเอกสาร
ตรวจสอบว่า Agent ยอมรับเมื่อไม่ทราบข้อมูลหรือไม่
ทดลองถามข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง โดยใช้บัญชีทดสอบที่กำหนดสิทธิ์อย่างเหมาะสม
ถามคำถามเดียวกันด้วยถ้อยคำต่างกัน เพื่อดูว่าคำตอบยังอยู่ในขอบเขตที่ถูกต้องหรือไม่
ให้ผู้ใช้กลุ่มเล็กทดลองก่อนเผยแพร่ทั่วองค์กร และรวบรวมข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุง
สมมติว่าบริษัทให้บริการติดตั้งระบบ LAN, Wi-Fi, Server, CCTV และ Fiber Optic ต้องการ Agent เพื่อช่วยพนักงานตอบคำถามลูกค้า
IT Service Assistant
ตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการด้าน IT
พนักงานขายและทีมบริการลูกค้า
“คุณเป็นผู้ช่วยข้อมูลบริการ IT สำหรับพนักงานบริษัท ให้ตอบคำถามเกี่ยวกับ LAN, Wi-Fi, Server, CCTV และ Fiber Optic ด้วยภาษาไทยสุภาพ ใช้ข้อมูลบริการที่ได้รับอนุญาตเป็นหลัก ห้ามแต่งราคาและเงื่อนไขการรับประกันเอง และหากลูกค้าต้องการใบเสนอราคาให้แนะนำส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ”
สำหรับคำถามที่ไม่มีข้อมูลต้นทาง Agent ควรแจ้งข้อจำกัดอย่างชัดเจน
ให้ Agent ใช้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อหน้าที่
ไม่ควรใส่ Password, API Key หรือข้อมูลรับรองตัวตนไว้ในคำสั่งทั่วไป
ตรวจสอบว่าเอกสารถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และได้รับอนุญาตให้ใช้
ควรทดสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ต่างกลุ่มก่อนแชร์ Agent
AI อาจตอบผิดแม้มี Instructions ที่ดี จึงต้องตรวจสอบเนื้อหาสำคัญ
ควรกำหนดผู้ดูแลสำหรับปรับปรุงข้อมูล ตรวจสอบปัญหา และจัดการสิทธิ์
สาเหตุที่เป็นไปได้
วิธีแก้ไข
ตรวจสอบบัญชี Microsoft 365 ที่ใช้และสอบถามผู้ดูแลระบบเกี่ยวกับสิทธิ์ Agent Builder
อาจเกิดจากประสบการณ์ใช้งานหรือการตั้งค่าภาษาที่ไม่รองรับการสร้างด้วยภาษาธรรมชาติในหน้าจอที่ใช้งาน
ให้ตรวจสอบภาษาที่ตั้งใน Microsoft 365 และทดลองใช้ Configure เพื่อสร้าง Agent ด้วยตนเอง
ลองแบ่งคำสั่งให้ชัดเจนขึ้น โดยระบุชื่อ บทบาท กลุ่มผู้ใช้ และรูปแบบคำตอบ
แทนที่จะพิมพ์ว่า
“สร้าง Agent เก่งๆ”
ให้ใช้
“สร้าง Agent สำหรับตอบคำถามคู่มือพนักงานเป็นภาษาไทย โดยใช้เอกสารบริษัท และไม่ตอบข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานรองรับ”
เปิด Configure แล้วแก้ไขชื่อและคำอธิบายด้วยตัวเอง หรือกลับไป Describe เพื่อสั่งปรับ
ตรวจสอบ Instructions ว่ากำหนดบทบาทชัดเจนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบ Knowledge ที่ใช้
ตรวจสอบประเภทไฟล์ ขนาดไฟล์ สิทธิ์การเข้าถึง และข้อจำกัดของ Agent Builder
ตรวจสอบว่ามีการเพิ่ม Knowledge สำเร็จหรือไม่ และตั้งค่าการใช้แหล่งข้อมูลตามความสามารถของระบบ
ควรตรวจสอบคำตอบกับเอกสารจริง ไม่ควรเชื่อเพียงเพราะ Agent ระบุว่าตนใช้เอกสารนั้น
ตรวจสอบว่ามี Name, Description และ Instructions ที่จำเป็นครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงสิทธิ์และข้อความผิดพลาดที่ระบบแสดง
ตรวจสอบนโยบายการแชร์ขององค์กรและประเภท Agent ที่สร้าง
Agent Builder ไม่รองรับการสร้าง Actions ที่เชื่อมบริการภายนอกโดยตรงในรูปแบบเดียวกับ Copilot Studio
หากต้องการใช้ API, Connectors หรือ Workflows ให้พิจารณานำ Agent ไปพัฒนาต่อใน Microsoft Copilot Studio
| หัวข้อ | Describe | Configure |
|---|---|---|
| วิธีใช้งาน | อธิบายด้วยภาษาธรรมชาติ | ตั้งค่ารายการด้วยตัวเอง |
| ความสะดวก | เหมาะกับมือใหม่ | เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมรายละเอียด |
| Name และ Description | AI ช่วยกำหนด | ผู้ใช้กำหนดเอง |
| Instructions | AI ช่วยร่าง | ผู้ใช้แก้ไขโดยตรง |
| Knowledge | เพิ่มได้ตามเครื่องมือ | เลือกและตรวจสอบได้ |
| Suggested Prompts | AI ช่วยสร้าง | ปรับแต่งได้ |
| เหมาะกับ | เริ่มสร้าง Agent อย่างรวดเร็ว | ตรวจสอบและปรับรายละเอียด |
สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เริ่มจาก Describe แล้วใช้ Configure ตรวจสอบและปรับปรุงรายละเอียด
วิธีนี้ช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายโดยยังสามารถควบคุมคุณภาพของ Agent ก่อนสร้างจริง
ควรวัดผลจากงานจริง ไม่ใช่เพียงดูว่า Agent สามารถสนทนาได้หรือไม่
ตรวจสอบว่าคำตอบตรงกับข้อมูลต้นทางมากน้อยเพียงใด
Agent สามารถตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่หลักได้หรือไม่
เมื่อใช้คำถามที่มีความหมายคล้ายกัน Agent ยังให้คำตอบที่เหมาะสมหรือไม่
Agent ยอมรับข้อจำกัดแทนการเดาหรือไม่
Agent เปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้ได้รับอนุญาตหรือไม่
ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจคำตอบและนำไปทำงานต่อได้หรือไม่
Agent ช่วยลดระยะเวลาค้นหาข้อมูลหรือจัดเตรียมคำตอบได้จริงหรือไม่
ได้ Agent Builder รองรับการสร้าง Agent จากคำอธิบายด้วยภาษาธรรมชาติ โดยระบบช่วยจัดเตรียมการตั้งค่าเริ่มต้นให้
ไม่จำเป็นสำหรับ Agent ที่สร้างผ่าน Agent Builder ด้วยความสามารถพื้นฐานที่รองรับ
สามารถใช้ภาษาไทยในการสร้างคำอธิบายและกำหนดการตอบได้ในประสบการณ์ที่รองรับ โดยควรตรวจสอบการตั้งค่าภาษาของบัญชีและผลการทดสอบจริง
ได้ เมื่อสร้างด้วย Describe ระบบสามารถช่วยจัดเตรียม Instructions เบื้องต้นจากคำอธิบายของผู้ใช้
ได้ สามารถใช้ Describe เพื่อสั่งปรับหรือใช้ Configure แก้ไขโดยตรง
ได้สำหรับไฟล์และวิธีเพิ่มข้อมูลที่เครื่องมือรองรับ โดยต้องตรวจสอบข้อจำกัดของไฟล์และสิทธิ์การใช้งาน
ได้เมื่อ Agent รองรับการเชื่อม SharePoint และมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ได้ในกรณีที่บัญชี ประเภท Agent และนโยบายองค์กรรองรับการแชร์
Agent Builder เน้นการสร้าง Agent สำหรับ Microsoft 365 Copilot หากต้องการเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือเพิ่มช่องทางที่ซับซ้อน ควรพิจารณา Copilot Studio
ขึ้นอยู่กับบัญชี License และความสามารถที่ใช้งาน บางกรณีสามารถสร้างหรือใช้งานได้ภายใต้สิทธิ์ที่มี ขณะที่ความสามารถบางประเภทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การสร้าง Copilot Agent จากคำอธิบายเป็นวิธีเริ่มต้นพัฒนา AI Agent ที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม โดยใช้ Microsoft 365 Copilot Agent Builder ช่วยสร้าง Name, Description, Instructions และ Suggested Prompts จากภาษาธรรมชาติ
ขั้นตอนสำคัญคือกำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน เพิ่ม Knowledge ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการตั้งค่าใน Configure ทดสอบใน Try it และกด Create เมื่อพร้อมใช้งาน
สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเริ่มจาก Agent ที่มีเป้าหมายเดียว เช่น ตอบคำถามจากคู่มือหรือช่วยค้นหาข้อมูล ก่อนขยายความสามารถไปสู่การเชื่อมต่อระบบอื่น
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง Describe → Configure → Knowledge → Try it → Create เพราะช่วยให้เริ่มสร้าง Agent ได้รวดเร็ว พร้อมมีขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้กับพนักงานหรือข้อมูลจริง
แม้การสร้าง Agent ด้วยภาษาธรรมชาติจะสะดวก แต่คุณภาพของระบบยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนของ Instructions คุณภาพของ Knowledge การกำหนดสิทธิ์ และการทดสอบอย่างต่อเนื่อง