วิธีใช้ AirPods แปลภาษาแบบเรียลไทม์กับ iPhone 18 Pro

iPhone 18 Pro สามารถใช้ Live Translation with AirPods เพื่อช่วยแปลบทสนทนาแบบต่อหน้าได้ โดยผู้ใช้สวม AirPods ที่รองรับ เชื่อมต่อกับ iPhone แล้วเปิดโหมด Live ในแอป Translate จากนั้นระบบจะช่วยถอดเสียง แปล และส่งคำแปลเข้าหูแบบเกือบเรียลไทม์

Apple ระบุว่า Live Translation with AirPods ใช้งานได้กับ AirPods Max 2, AirPods 4 รุ่น Active Noise Cancellation, AirPods 5 ทั้งสองรุ่น และ AirPods Pro 2 หรือใหม่กว่า เมื่อใช้เฟิร์มแวร์ล่าสุดและจับคู่กับ iPhone ที่เปิด Apple Intelligence

① Live Translation with AirPods คืออะไร

เป็นระบบช่วยแปลบทสนทนาระหว่างคนสองคนแบบต่อหน้า

Workflow หลักคือ

อีกฝ่ายพูด > iPhone รับเสียง > ระบบแปล > AirPods อ่านคำแปลให้เราฟัง

ช่วยลดการมองหน้าจออยู่ตลอดเวลา

② iPhone 18 Pro รองรับไหม

รองรับตามเงื่อนไขของ Apple Intelligence

สิ่งสำคัญคือ iPhone ต้องเปิด Apple Intelligence และใช้ระบบที่รองรับ Live Translation with AirPods

③ AirPods รุ่นไหนใช้ได้

Apple ระบุรุ่นที่รองรับปัจจุบัน ได้แก่

  • AirPods Max 2
  • AirPods 4 พร้อม Active Noise Cancellation
  • AirPods 5 ทั้งสองรุ่น
  • AirPods Pro 2 และใหม่กว่า

และต้องใช้ Firmware ล่าสุด

④ AirPods 4 ธรรมดาใช้ได้ไหม

ตามข้อมูล Apple ปัจจุบัน AirPods 4 ที่รองรับคือรุ่น พร้อม Active Noise Cancellation

ดังนั้นหากเป็น AirPods 4 รุ่นไม่มี ANC ควรตรวจความเข้ากันได้ก่อนใช้งาน

⑤ AirPods Pro 2 ใช้ได้ไหม

ได้

Apple ระบุ AirPods Pro 2 และรุ่นใหม่กว่าอยู่ในรายการที่รองรับ Live Translation

⑥ AirPods Max ใช้ได้ไหม

Apple ระบุ AirPods Max 2 ในรายการรองรับปัจจุบัน

ถ้าเป็นรุ่นเก่าควรตรวจ Compatibility ล่าสุดก่อน

⑦ AirPods 5 รองรับไหม

รองรับ

Apple ระบุว่า AirPods 5 ทั้งสองรุ่นสามารถใช้ Live Translation ได้เมื่อมี Firmware ล่าสุด

⑧ ต้องเปิด Apple Intelligence หรือไม่

ต้อง

ไปที่

Settings > Apple Intelligence & Siri

แล้วตรวจว่า Apple Intelligence เปิดและพร้อมใช้งาน

ถ้า Apple Intelligence ยังไม่พร้อม ฟีเจอร์ Live Translation จะไม่ทำงานตามที่กำหนด

⑨ Firmware AirPods สำคัญไหม

สำคัญมาก

Apple ระบุว่า AirPods ต้องมี Firmware ล่าสุดสำหรับ Live Translation

ดังนั้นถ้าปุ่มไม่ขึ้น ควรตรวจ Firmware ก่อนแก้จุดอื่น

⑩ วิธีเริ่มใช้แบบเร็วที่สุด

ทำตามนี้

  1. เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone 18 Pro
  2. ใส่ AirPods
  3. เปิดแอป Translate
  4. แตะ Live
  5. เลือกภาษาที่ต้องการ
  6. เริ่มสนทนา

Apple ระบุ Workflow นี้โดยตรง

⑪ อีกฝ่ายต้องใส่ AirPods ไหม

ไม่จำเป็น

อีกฝ่ายสามารถพูดตามปกติ

iPhone จะช่วยรับเสียงและแปลให้ผู้ใช้ที่กำลังสวม AirPods ฟัง

⑫ ถ้าอีกฝ่ายมี AirPods ด้วย

Apple ระบุว่าถ้าอีกฝ่ายมี AirPods ที่รองรับ และตั้งค่า Live Translation ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็สามารถฟังคำพูดของเราที่แปลแล้วผ่าน AirPods ของเขาได้เช่นกัน

จึงสามารถเกิด Workflow แปลสองทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

⑬ ถ้าอีกฝ่ายไม่มี AirPods จะตอบกลับอย่างไร

Apple ระบุว่าสามารถใช้แท็บ Live ใน Translate App เพื่อแสดง Transcription ให้คู่สนทนาดู หรือกด Play เพื่อเล่นคำแปลออกทางลำโพง iPhone ได้

ดังนั้นยังคุยกันได้โดยมี AirPods แค่ฝั่งเดียว

⑭ วิธีให้ iPhone พูดคำแปลให้อีกฝ่ายฟัง

ในแท็บ Live

แตะปุ่ม Play

จากนั้น iPhone จะเล่นคำแปลออกทางลำโพงให้คู่สนทนาฟัง

⑮ ใช้หน้าจอช่วยได้ไหม

ได้

Apple ระบุว่าสามารถใช้แท็บ Live ใน Translate App เพื่อแสดงข้อความถอดเสียงให้คนที่กำลังคุยด้วยดูได้

เหมาะเมื่ออยู่ในที่เงียบและไม่อยากเปิดลำโพง

⑯ หยุด Live Translation อย่างไร

Apple ระบุว่าสามารถแตะปุ่ม X เพื่อหยุด Live Translation ได้

ไม่จำเป็นต้องถอด AirPods

⑰ ต้องดาวน์โหลดภาษาก่อนหรือไม่

ควรดาวน์โหลดภาษาที่ต้องใช้ล่วงหน้า

โดยเฉพาะก่อนเดินทางต่างประเทศ

ช่วยลดปัญหาเมื่อต้องเริ่มสนทนาแต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตที่เสถียร

⑱ ดาวน์โหลดภาษาจากไหน

สามารถเตรียมภาษาผ่านแอป Translate และเมนูที่เกี่ยวข้องกับ Live Translation

แนวทางที่ดีที่สุดคือดาวน์โหลดคู่ภาษาที่จะใช้จริงก่อนออกเดินทาง

⑲ รองรับภาษาอะไรบ้าง

ณ iOS 27 Apple ระบุ Live Translation with AirPods รองรับ

  • Chinese Mandarin Simplified
  • Chinese Mandarin Traditional
  • English UK
  • English US
  • French France
  • German Germany
  • Italian
  • Japanese
  • Korean
  • Portuguese Brazil
  • Spanish Spain

⑳ ภาษาไทยรองรับไหม

ณ Feature Availability ปัจจุบัน ภาษาไทยยังไม่อยู่ในรายการ Live Translation with AirPods ของ Apple

ดังนั้น Thai ↔ English ผ่าน AirPods แบบ Live Translation โดยตรงยังไม่ควรถูกคาดหวังว่าจะรองรับในตอนนี้

㉑ แล้วแอป Translate รองรับไทยหรือไม่

รองรับ

Apple ระบุว่า Translate App รองรับภาษาไทยบน iOS 27

จึงยังสามารถใช้ iPhone ช่วยแปลไทยได้ เพียงแต่ไม่ใช่โหมด Live Translation with AirPods โดยตรง

㉒ System-Wide Translation รองรับไทยไหม

รองรับเช่นกัน

ภาษาไทยอยู่ในรายการ System-Wide Translation ของ Apple

จึงสามารถเลือกข้อความแล้ว Translate ได้ในหลายแอป

㉓ English ↔ Japanese ใช้ได้ไหม

ได้

English และ Japanese อยู่ในรายการ AirPods Live Translation ปัจจุบัน

เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปญี่ปุ่น

㉔ English ↔ Korean ใช้ได้ไหม

ได้

Korean อยู่ในรายการรองรับ Live Translation with AirPods

㉕ English ↔ Chinese ใช้ได้ไหม

ได้ทั้ง Mandarin Simplified และ Traditional

แต่ Apple ระบุว่า Simplified Chinese ไม่พร้อมใช้งานในจีนแผ่นดินใหญ่สำหรับฟีเจอร์นี้

㉖ English ↔ French ใช้ได้ไหม

ได้

French (France) อยู่ในรายการรองรับ

㉗ English ↔ German ใช้ได้ไหม

ได้

German (Germany) รองรับ

㉘ English ↔ Italian ใช้ได้ไหม

ได้

Italian อยู่ในรายการ Live Translation with AirPods

㉙ English ↔ Spanish ใช้ได้ไหม

ได้สำหรับ Spanish (Spain) ตามรายการของ Apple

㉚ English ↔ Portuguese ใช้ได้ไหม

รองรับ Portuguese (Brazil)

ควรเลือก Variant ให้ตรงกับรายการที่รองรับ

㉛ ใช้ AirPods แปลตอนเที่ยวได้อย่างไร

ตัวอย่างไปญี่ปุ่น

เตรียม

English + Japanese

จากนั้นเมื่อคุยกับคนญี่ปุ่น

  1. ใส่ AirPods
  2. เปิด Translate
  3. แตะ Live
  4. เลือก Japanese และ English
  5. ให้อีกฝ่ายพูด
  6. ฟังคำแปลจาก AirPods

ง่ายกว่าต้องถือโทรศัพท์อ่านข้อความตลอดเวลา

㉜ ใช้ถามทาง

เหมาะมาก

ตัวอย่างถาม

“Where is the train station?”

จากนั้นให้ iPhone เล่นคำแปลให้อีกฝ่ายฟัง

เมื่อเขาตอบ เราจะได้ยินคำแปลผ่าน AirPods

㉝ ใช้สั่งอาหาร

สามารถใช้กับประโยคง่าย ๆ เช่น

“I would like this.”

“No spicy food.”

“Do you have chicken?”

แต่ถ้ามีอาการแพ้อาหารรุนแรง ควรยืนยันหลายวิธีเพื่อความปลอดภัย

㉞ ใช้เช็กอินโรงแรม

เหมาะกับประโยคเช่น

“I have a reservation.”

“What time is check-out?”

“Is breakfast included?”

ช่วยให้คุยกับพนักงานได้ง่ายขึ้น

㉟ ใช้ซื้อสินค้า

เหมาะกับ

  • ถามราคา
  • ถามขนาด
  • ถามสี
  • เช็ก Stock
  • ขอ Tax Refund

แต่ตัวเลขควรตรวจบนหน้าจออีกครั้ง

㊱ ใช้คุยธุรกิจได้ไหม

ใช้สำหรับการสนทนาเบื้องต้นได้

เช่น

  • นัดหมาย
  • สอบถามราคา
  • เช็กสถานะงาน
  • คุยรายละเอียดทั่วไป

แต่เรื่องสัญญาหรือข้อตกลงควรยืนยันเป็นข้อความ

㊲ ใช้ในการประชุมได้ไหม

พอใช้ได้สำหรับการสนทนาแบบตัวต่อตัว

แต่ถ้ามีหลายคนพูดพร้อมกัน การตรวจจับเสียงอาจซับซ้อนขึ้น

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับการผลัดกันพูดมากกว่า

㊳ ถ้าสถานที่เสียงดัง

Apple แนะนำว่าสามารถนำ iPhone เข้าใกล้ผู้พูดมากขึ้น เพื่อช่วยให้ไมโครโฟนของ iPhone รับเสียงได้ดีขึ้น

เหมาะใน

  • สถานีรถไฟ
  • ร้านอาหาร
  • ถนน
  • สนามบิน

㊴ ต้องถือ iPhone ไว้ใกล้อีกฝ่ายหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป

แต่ถ้าเสียงรบกวนสูง การขยับ iPhone เข้าใกล้ผู้พูดจะช่วยให้รับเสียงชัดขึ้นตามคำแนะนำของ Apple

㊵ ถ้าอีกฝ่ายพูดเร็วมาก

ให้ขอให้พูดช้าลงเล็กน้อย

การพูดชัด เป็นประโยค และไม่ทับกันจะช่วยให้ Speech Recognition และ Translation ทำงานง่ายขึ้น

㊶ ถ้าสองคนพูดพร้อมกัน

การแปลอาจสับสน

ควรผลัดกันพูดทีละคน

โดยเฉพาะเมื่อมี Background Noise

㊷ ถ้าคำแปลมาช้า

อาจเกิดจาก

  • เสียงไม่ชัด
  • อินเทอร์เน็ตหรือระบบยังประมวลผล
  • ประโยคยาว
  • มีคนพูดทับกัน

ให้เว้นจังหวะก่อนพูดประโยคถัดไป

㊸ ถ้าฟังคำแปลไม่ทัน

ดู Transcription บน iPhone

การมีทั้งเสียงและข้อความช่วยให้ตรวจความหมายได้ง่ายกว่า

㊹ ถ้าคำแปลผิด

ลอง

  • พูดใหม่
  • ใช้ประโยคสั้น
  • ลดคำสแลง
  • ระบุชื่อเฉพาะชัด ๆ

อย่าฝืนใช้ประโยคเดิมซ้ำเร็ว ๆ

㊺ ชื่อคนแปลผิดได้ไหม

ได้

ชื่อเฉพาะอาจถูก Speech Recognition เข้าใจเป็นคำทั่วไป

หากสำคัญ ควรสะกดหรือแสดงชื่อบนหน้าจอ

㊻ ตัวเลขต้องระวัง

ต้อง

เช่น

  • ราคา
  • เวลา
  • วันที่
  • หมายเลขห้อง
  • เบอร์โทร

ควรยืนยันอีกครั้งด้วยข้อความหรือตัวเลขบนหน้าจอ

㊼ ใช้กับการแพทย์ได้ไหม

ควรระวังมาก

Apple ระบุชัดว่า Live Translation ใช้ Generative Models และผลลัพธ์อาจไม่แม่นยำ ไม่คาดคิด หรือไม่เหมาะสม จึงควรตรวจข้อมูลสำคัญให้ถูกต้อง

ถ้าเกี่ยวกับการแพทย์ควรใช้ล่ามหรือบุคลากรที่เหมาะสม

㊽ ใช้กับกฎหมายได้ไหม

ใช้เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นได้

แต่ไม่ควรใช้เป็นคำแปลทางกฎหมายขั้นสุดท้าย

สัญญาและข้อผูกพันควรได้รับการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ

㊾ Apple บอกว่าคำแปลแม่น 100% ไหม

ไม่

Apple ระบุว่า Live Translation ใช้ Generative Models และผลลัพธ์อาจไม่แม่นยำหรือไม่คาดคิด จึงควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ

㊿ ดังนั้นอะไรต้องตรวจทุกครั้ง

ตรวจเป็นพิเศษ

  • ชื่อคน
  • ราคา
  • วันที่
  • เวลา
  • ที่อยู่
  • ขนาดยา
  • เงื่อนไขสัญญา

เรื่องสำคัญไม่ควรเชื่อคำแปลอัตโนมัติทันที

51 Live Translation with AirPods ใช้ในทุกประเทศไหม

ไม่

Apple ระบุว่าฟีเจอร์นี้ไม่พร้อมในทุกภาษาและทุกภูมิภาค และเอกสาร Apple บางหน้าระบุว่าไม่พร้อมใช้งานในสหภาพยุโรป

ดังนั้นควรตรวจ Feature Availability ล่าสุดก่อนเดินทาง

52 ถ้าเดินทางไป EU ต้องตรวจไหม

ควรตรวจ

เพราะ Availability อาจขึ้นกับ Region ไม่ใช่แค่ภาษา

อย่าดูเพียงว่าภาษานั้นอยู่ในรายการรองรับ

53 ต้องใช้อินเทอร์เน็ตไหม

Apple ออกแบบให้มีการดาวน์โหลดภาษาสำหรับการแปลไว้ล่วงหน้า

แต่การติดตั้งภาษา อัปเดต Firmware และการตั้งค่าบางอย่างยังอาจต้องใช้อินเทอร์เน็ต

ดังนั้นก่อนเดินทางควรเตรียมทุกอย่างให้เสร็จ

54 ควรดาวน์โหลดก่อนขึ้นเครื่อง

ควร

อย่ารอถึงสนามบินปลายทาง

เพราะอาจเจอ

  • Wi-Fi ช้า
  • ไม่มี Internet
  • Roaming แพง
  • ต้องรีบคุยกับเจ้าหน้าที่

55 Battery สำคัญไหม

สำคัญ

Live Translation ใช้

  • AirPods
  • Bluetooth
  • Microphone
  • Translate App
  • Apple Intelligence

จึงควรมี Battery เพียงพอ

56 ควรพก Power Bank ไหม

ถ้าต้องใช้ระหว่างเดินทางหลายชั่วโมง ควรพก

เพราะ iPhone อาจใช้งานพร้อม

  • Maps
  • Camera
  • Cellular
  • Translation

ทำให้แบตลดเร็ว

57 AirPods ต้องมีแบตด้วย

แน่นอน

ก่อนออกเดินทางควรชาร์จ

  • AirPods
  • Charging Case
  • iPhone

ให้พร้อม

58 ถ้า AirPods แบตหมด

สามารถกลับไปใช้ Translate App ผ่านลำโพง iPhone แทนได้

จึงควรรู้วิธีใช้งานทั้งสองแบบ

59 Live Translation ต่างจาก Translate App ธรรมดาอย่างไร

Translate App ธรรมดา

ต้องมองหน้าจอหรือฟังผ่าน iPhone มากกว่า

Live Translation with AirPods

ส่งคำแปลเข้าหูโดยตรง

จึงเป็นธรรมชาติกว่าเวลาเดินหรือคุยต่อหน้า

60 ต่างจาก Phone Live Translation อย่างไร

Phone Live Translation

ใช้กับ สายโทรศัพท์

AirPods Live Translation

เน้น การสนทนาแบบต่อหน้า

สองฟีเจอร์นี้คนละ Workflow

61 ต่างจาก FaceTime Live Translation อย่างไร

FaceTime

ใช้กับ Video Call และ Caption

AirPods

ใช้กับบทสนทนาจริงตรงหน้า

จึงเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน

62 Workflow สำหรับนักท่องเที่ยว

ก่อนเดินทาง

  1. อัปเดต iOS
  2. เปิด Apple Intelligence
  3. เชื่อม AirPods
  4. อัปเดต Firmware
  5. ดาวน์โหลดภาษา
  6. ทดลอง Live Translation
  7. ชาร์จอุปกรณ์

เมื่อถึงต่างประเทศก็พร้อมใช้

63 Workflow เวลาถามทาง

  1. ใส่ AirPods
  2. Translate > Live
  3. พูดคำถาม
  4. เล่นคำแปลให้อีกฝ่ายฟัง
  5. ให้อีกฝ่ายตอบ
  6. ฟังคำแปลผ่าน AirPods

นี่คือ Use Case ที่ตรงกับฟีเจอร์มาก

64 Workflow ที่ร้านอาหาร

  1. เปิด Live
  2. พูดประโยคสั้น
  3. ให้ iPhone เล่นคำแปล
  4. รอฟังคำตอบ
  5. ดูหน้าจอประกอบถ้าฟังไม่ชัด

ถ้ามีการแพ้อาหาร ให้ยืนยันด้วยข้อความด้วย

65 Workflow กับลูกค้า

  1. เตรียมชื่อสินค้า
  2. เตรียมราคา
  3. เปิด Live Translation
  4. คุยทีละประเด็น
  5. ตรวจตัวเลขบนหน้าจอ
  6. ส่ง Summary เป็นข้อความหลังคุย

เหมาะกับงานที่ไม่ต้องใช้ศัพท์กฎหมายซับซ้อน

66 ถ้า AirPods ไม่ขึ้น Live Translation

ตรวจ

  • AirPods รุ่นรองรับหรือไม่
  • Firmware ล่าสุดหรือไม่
  • iPhone เปิด Apple Intelligence หรือไม่
  • iOS รองรับหรือไม่
  • ภาษานั้นรองรับหรือไม่

Apple กำหนดเงื่อนไขเหล่านี้โดยตรง

67 ถ้า Translate มี Live แต่ไม่ได้ยินใน AirPods

ตรวจ

  • AirPods เชื่อมต่อจริงหรือไม่
  • Audio Output เลือก AirPods หรือไม่
  • Volume
  • Battery
  • Bluetooth

ก่อนตรวจอย่างอื่น

68 ถ้าได้ยินแต่แปลผิด

แสดงว่าระบบเสียงทำงาน

ให้แก้ที่

  • ภาษา
  • เสียงต้นทาง
  • ประโยค
  • Background Noise

แทน

69 ถ้าภาษาที่ต้องการไม่อยู่ในรายการ

ไม่มีการตั้งค่าที่จะทำให้ Live Translation รองรับภาษานั้นเอง

ควรใช้ Translate App หรือ System-Wide Translation แทน หากภาษานั้นรองรับ

70 สำหรับผู้ใช้ไทยควรทำอย่างไร

ถ้าต้องการ Thai ↔ English

ตอนนี้ภาษาไทยยังไม่อยู่ในรายการ Live Translation with AirPods

แต่สามารถใช้ Translate App ซึ่ง Apple รองรับ Thai แล้วได้

71 สิ่งที่ไม่ควรเข้าใจผิด

Translate App รองรับ Thai

ไม่ได้แปลว่า

AirPods Live Translation รองรับ Thai

Apple แยก Feature Availability ของแต่ละระบบออกจากกัน

72 จุดเด่นที่สุดของ AirPods Live Translation

คือทำให้การแปลรู้สึกเหมือนการสนทนามากกว่าการใช้มือถือเป็น Dictionary

จากเดิม

ฟัง > หยิบมือถือ > พิมพ์ > อ่านคำแปล

กลายเป็น

ฟังคนพูด > ได้ยินคำแปลใน AirPods

ลดขั้นตอนได้มาก

73 ข้อจำกัดหลัก

ต้องจำว่า

  • ใช้ได้เฉพาะ AirPods บางรุ่น
  • ต้องมี Firmware ล่าสุด
  • ต้องใช้ iPhone ที่เปิด Apple Intelligence
  • รองรับเฉพาะบางภาษา
  • Availability แตกต่างตามภูมิภาค
  • คำแปลอาจผิดได้

74 Checklist ก่อนใช้งาน

เช็กให้ครบ

  1. iPhone 18 Pro พร้อม Apple Intelligence
  2. iOS ล่าสุด
  3. AirPods รุ่นที่รองรับ
  4. AirPods Firmware ล่าสุด
  5. Bluetooth เชื่อมต่อ
  6. ภาษาที่ใช้รองรับ
  7. ดาวน์โหลดภาษาแล้ว
  8. Battery เพียงพอ
  9. Translate App เปิดได้
  10. ทดสอบ Live ก่อนใช้งานจริง

75 สรุป วิธีใช้ AirPods แปลภาษาแบบเรียลไทม์กับ iPhone 18 Pro

การใช้ AirPods แปลภาษาแบบเรียลไทม์กับ iPhone 18 Pro ทำได้ผ่าน Live Translation with AirPods โดยเชื่อม AirPods ที่รองรับกับ iPhone เปิด Apple Intelligence แล้วเข้า

Translate > Live

จากนั้นสนทนาตามปกติ ระบบจะช่วยแปลสิ่งที่อีกฝ่ายพูดและส่งคำแปลให้ฟังผ่าน AirPods ขณะที่สามารถใช้หน้าจอ iPhone แสดง Transcription หรือกด Play เพื่อเล่นคำแปลให้อีกฝ่ายฟังได้

Apple ระบุ AirPods ที่รองรับในปัจจุบัน ได้แก่ AirPods Max 2, AirPods 4 รุ่น ANC, AirPods 5 ทั้งสองรุ่น และ AirPods Pro 2 หรือใหม่กว่า โดยต้องใช้ Firmware ล่าสุดและจับคู่กับ iPhone ที่เปิด Apple Intelligence

สำหรับภาษา Apple ระบุ Live Translation with AirPods รองรับ Chinese Mandarin, English, French, German, Italian, Japanese, Korean, Portuguese (Brazil) และ Spanish (Spain) ในปัจจุบัน โดย ภาษาไทยยังไม่อยู่ในรายการรองรับ

ดังนั้นผู้ใช้ไทยที่ต้องการ Thai ↔ English ยังสามารถใช้ Translate App หรือ System-Wide Translation ซึ่งรองรับภาษาไทยได้ แต่ต้องแยกออกจาก AirPods Live Translation โดยตรง

และหากใช้กับเรื่องสำคัญ เช่น ราคา ตัวเลข การแพทย์ หรือกฎหมาย ต้องตรวจคำแปลอีกครั้ง เพราะ Apple ระบุชัดว่าฟีเจอร์นี้ใช้ Generative Models และผลลัพธ์อาจไม่แม่นยำหรือไม่คาดคิดได้