Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากเข้า LinkedIn ไม่ได้เพราะอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์เดิมใช้ไม่ได้ ให้ลองใช้ช่องทางสำรองที่เคยเพิ่มไว้กับบัญชีก่อน หากไม่มีช่องทางใดเข้าถึงได้ ให้เริ่มขั้นตอนกู้บัญชีจากหน้าเข้าสู่ระบบและทำตามการยืนยันตัวตนที่ LinkedIn แสดง
ที่หน้าเข้าสู่ระบบ LinkedIn ให้เลือก Forgot password? แล้วลองกรอกอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์อื่นที่อาจผูกกับบัญชี เช่น อีเมลส่วนตัว อีเมลที่ทำงาน หรือเบอร์สำรอง
หากได้รับรหัสยืนยัน ให้กรอกรหัสและตั้งรหัสผ่านใหม่ เมื่อเข้าสู่บัญชีได้แล้ว ให้เพิ่มอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้ใน Settings & Privacy เพื่อใช้เป็นช่องทางสำรองในอนาคต
หากจำช่องทางที่ผูกบัญชีได้ แต่เข้าใช้งานไม่ได้ ให้ทำตามนี้:
บนคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนอาจแสดง QR code ให้สแกนด้วยโทรศัพท์เพื่อดำเนินการต่อ
LinkedIn อาจให้ยืนยันตัวตนด้วยเอกสารที่หน่วยงานรัฐออกให้ เช่น บัตรประจำตัว ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง เอกสารที่รองรับอาจแตกต่างกันตามประเทศ ให้ทำตามขั้นตอนในระบบและส่งภาพที่ชัดเจนตามที่ร้องขอ
หากไม่สะดวกส่งเอกสารหรือระบบแสดงวิธีอื่น ให้ตรวจตัวเลือกการยืนยันตัวตนที่ LinkedIn เสนอในขั้นตอนกู้บัญชี การส่งข้อมูลยืนยันไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิ์เข้าบัญชีทันที เพราะ LinkedIn ต้องตรวจสอบว่าคุณเป็นเจ้าของบัญชีจริง
เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นรหัสใหม่ที่ไม่ซ้ำกับบริการอื่น เพิ่มอีเมลสำรองและเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้ แล้วตรวจสอบอุปกรณ์และข้อมูลติดต่อที่เชื่อมกับบัญชี หากสงสัยว่ามีผู้อื่นเข้าถึงบัญชี ให้เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนด้วย
ComSiam แนะนำให้กู้คืนอีเมลเดิมกับผู้ให้บริการควบคู่กัน หากอีเมลนั้นยังจำเป็นต่อบัญชีอื่น และอย่าส่งรหัสยืนยันหรือรหัสผ่านให้บุคคลที่อ้างว่าจะช่วยกู้บัญชี
เมื่ออีเมลหรือเบอร์เดิมใช้ไม่ได้ ให้ลองช่องทางสำรองที่ผูกกับ LinkedIn ก่อน หากเข้าไม่ได้ทุกช่องทาง ให้เลือก Can’t access this email? หรือ Don’t have access to any of these? แล้วทำตามขั้นตอนยืนยันตัวตนของ LinkedIn หลังเข้าบัญชีได้ ComSiam แนะนำให้อัปเดตข้อมูลติดต่อและเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน