แอปดูดเงินคืออะไร? รู้ทันแอปปลอมก่อนเงินในบัญชีหาย

คำว่า “แอปดูดเงิน” เป็นคำเรียกภัยทางการเงินหลายรูปแบบ ไม่ได้หมายถึงแอปชนิดเดียวที่ติดตั้งแล้วจะถอนเงินจากบัญชีได้ทันที บางกรณีคนร้ายหลอกให้ติดตั้งแอปควบคุมมือถือ บางกรณีใช้แอปปลอมขโมยข้อมูล และบางกรณีหลอกให้เจ้าของบัญชีเปิดแอปธนาคารแล้วโอนเงินด้วยตัวเอง

จุดเริ่มต้นมักเป็นข้อความหรือโทรศัพท์ที่ทำให้ตกใจ เช่น อ้างว่าบัญชีมีปัญหา มีพัสดุตกค้าง พบธุรกรรมผิดปกติ หรือมีเงินคืน จากนั้นจึงชวนให้กดลิงก์ ติดตั้งแอป หรือทำตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน

① แอปดูดเงินทำงานอย่างไร?

รูปแบบที่พบได้บ่อยมี 3 กลุ่ม

  • แอปปลอมแฝงมัลแวร์: ปลอมเป็นแอปทั่วไปหรือแอปของหน่วยงาน เพื่อหลอกขอข้อมูลหรือสิทธิ์ที่ไม่จำเป็น
  • แอปรีโมต: เป็นแอปสำหรับเข้าถึงหรือช่วยควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล คนร้ายหลอกให้ติดตั้งและให้รหัสเชื่อมต่อ
  • การหลอกให้โอนเงินเอง: คนร้ายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ แล้วข่มขู่หรือสร้างความเร่งด่วนจนเหยื่อกดโอนเงิน

ในบางเหตุการณ์ คนร้ายอาจใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น หลอกให้ติดตั้งแอปก่อน แล้วขอให้เปิดแอปธนาคารหรือให้ข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตน ดังนั้นการมีแอปแปลกอยู่ในเครื่องเป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบ แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าเงินจะถูกโอนออกทันที

② แอปรีโมตชื่ออะไรบ้าง?

หน่วยงานรัฐเคยยกตัวอย่างโปรแกรมควบคุมหรือเข้าถึงอุปกรณ์จากระยะไกล เช่น

  • AnyDesk
  • TeamViewer และ TeamViewer QuickSupport
  • AirDroid
  • Chrome Remote Desktop
  • Inkwire
  • LogMeIn
  • VNC
  • Parsec

แอปเหล่านี้มีการใช้งานปกติ ไม่ใช่แอปขโมยเงินโดยตัวมันเอง แต่จะกลายเป็นความเสี่ยงเมื่อคนไม่รู้จักเป็นฝ่ายสั่งให้ติดตั้ง ขอรหัสเชื่อมต่อ หรือให้แชร์หน้าจอ

ถ้ามีคนโทรหรือแชตมาสั่งให้ติดตั้งแอปรีโมตเพื่อแก้บัญชี แจ้งความ หรือรับเงินคืน ให้วางสายและตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง

③ แอปไฟฉายหรือแอปธรรมดาเคยแฝงภัยหรือไม่?

เคยมีรายงานจากนักวิจัยความปลอดภัยว่าโทรจันธนาคาร Android/Charger.B ซ่อนอยู่ในแอปไฟฉายชื่อ “Flashlight LED Widget” ในปี 2017 แอปตัวอย่างดังกล่าวถูกนำออกจากร้านแอปหลังมีการแจ้งเตือน กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ในอดีต ไม่ได้หมายความว่าแอปชื่อนี้ยังเป็นภัยในปัจจุบัน

ยังมีรายงานมัลแวร์อีกประเภทที่ซ่อนในแอปไฟฉายหรือแอปอรรถประโยชน์บางตัว เพื่อแสดงโฆษณารบกวนหรือซ่อนไอคอน ซึ่งไม่ใช่ทุกกรณีจะเกี่ยวกับการขโมยเงินจากธนาคาร

แอปที่ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและสิทธิ์ให้รอบคอบ ได้แก่ แอปไฟฉาย แอปทำความสะอาดเครื่อง แอปจัดการไฟล์ เกม แอป QR Code แอปเงินกู้ และแอปที่อ้างว่าเป็นของธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ การเป็นแอปประเภทเดียวกันไม่ได้แปลว่าแอปทุกตัวเป็นอันตราย

④ สัญญาณเตือนว่าแอปหรือผู้ติดต่อไม่น่าไว้วางใจ

  • มีคนเร่งให้ติดตั้งแอปจากลิงก์หรือไฟล์ที่ส่งมา
  • ขอรหัสเชื่อมต่อหรือให้แชร์หน้าจอมือถือ
  • ขอให้เปิดสิทธิ์ควบคุมหน้าจอ อ่านการแจ้งเตือน หรือแสดงทับแอปอื่น ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของแอป
  • ขอรหัสผ่าน PIN หรือ OTP
  • อ้างว่าต้องโอนเงินไป “บัญชีปลอดภัย” หรือบัญชีสำหรับตรวจสอบ
  • ห้ามวางสายหรือห้ามปรึกษาครอบครัวและธนาคาร
  • แอปธนาคารแจ้งเตือนว่าพบแอปเสี่ยง หรือมีรายการที่เราไม่ได้ทำ

หากพบสัญญาณเหล่านี้ ให้หยุดทำตามคำสั่ง อย่ากดยืนยันธุรกรรม และติดต่อธนาคารผ่านหมายเลขทางการที่ค้นหาเอง

⑤ วิธีป้องกันแอปปลอมและแอปรีโมต

ตรวจสอบก่อนติดตั้ง

ดาวน์โหลดแอปจากร้านแอปทางการ ตรวจชื่อผู้พัฒนาและรายละเอียดแอปให้ตรงกับบริการจริง อย่าติดตั้งไฟล์ APK จาก SMS ไลน์ หรือเว็บไซต์ที่คนแปลกหน้าส่งให้

การดาวน์โหลดจากร้านแอปทางการช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้รับประกันว่าแอปทุกตัวปลอดภัย จึงควรตรวจสิทธิ์และความจำเป็นของแอปด้วย

ตรวจสิทธิ์ที่แอปขอ

บน Android ให้ตรวจแอปที่ได้รับสิทธิ์พิเศษ เช่น

  • Accessibility หรือการช่วยเหลือพิเศษ
  • แสดงทับแอปอื่น
  • อ่านการแจ้งเตือน
  • ผู้ดูแลอุปกรณ์
  • ติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • เข้าถึง SMS รายชื่อผู้ติดต่อ หรือ VPN

แอปไฟฉายไม่ควรต้องควบคุมหน้าจอหรืออ่านข้อความธนาคาร หากไม่เข้าใจว่าทำไมแอปจึงขอสิทธิ์นั้น ให้ปฏิเสธไว้ก่อน และตรวจสอบกับผู้พัฒนาแอปผ่านช่องทางทางการ

บน iPhone ให้ตรวจสิทธิ์แอปใน การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และตรวจโปรไฟล์ใน การตั้งค่า > ทั่วไป > VPN และการจัดการอุปกรณ์ หากเป็นโปรไฟล์ของที่ทำงานหรือโรงเรียน ให้สอบถามผู้ดูแลก่อนลบ

ใช้การป้องกันของมือถือ

หากใช้ Android ให้เปิด Google Play Protect และสแกนแอปเป็นระยะ อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปต่าง ๆ จากแหล่งทางการ หากเครื่องเตือนว่าพบแอปเสี่ยง ให้หยุดใช้แอปธนาคารและตรวจสอบกับธนาคารหรือศูนย์บริการก่อน

ป้องกันที่แอปธนาคาร

  • เปิดการแจ้งเตือนเมื่อมีเงินออกจากบัญชี
  • ตั้งวงเงินโอนให้เหมาะกับการใช้งาน
  • ตรวจชื่อผู้รับและยอดเงินก่อนยืนยันทุกครั้ง
  • อัปเดตแอปธนาคารจากร้านแอปทางการ
  • อย่าเปิดแอปธนาคารระหว่างแชร์หน้าจอหรือให้คนอื่นรีโมต
  • ไม่บอกรหัสผ่าน PIN หรือ OTP กับผู้โทรหรือผู้แชต
  • หากสงสัยว่ามือถือถูกควบคุม ให้ติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามการระงับ Mobile Banking ชั่วคราว

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาตรการให้สถาบันการเงินเพิ่มการป้องกัน Mobile Banking และแจ้งเตือนเมื่อมีเงินออกจากบัญชี แต่ผู้ใช้ควรเปิดการแจ้งเตือนและตรวจสอบการตั้งค่าของธนาคารที่ตนใช้ด้วย

⑥ ถ้าเผลอติดตั้งแอปแปลก ควรทำอย่างไร?

  1. หยุดทำธุรกรรมและอย่ากรอกรหัสเพิ่มเติม
  2. หากสงสัยว่ามีคนควบคุมเครื่อง ให้ตัดอินเทอร์เน็ตหรือปิดเครื่องชั่วคราว
  3. ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องติดต่อธนาคารผ่านหมายเลขทางการ แจ้งเหตุและขอระงับธุรกรรมที่เสี่ยง
  4. โทร AOC 1441 เพื่อแจ้งเหตุและขอคำแนะนำ
  5. เก็บหลักฐาน เช่น ชื่อแอป ข้อความ ลิงก์ เบอร์โทร เวลาเกิดเหตุ และรายการเงินออก
  6. เปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัย และตรวจสอบอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบบัญชีต่าง ๆ
  7. อย่ารีบล้างเครื่องก่อนเก็บหลักฐานหรือปรึกษาธนาคารและผู้เชี่ยวชาญ

การรีสตาร์ตเครื่องตามปกติโดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพหรือข้อมูล แต่ไม่ได้ถอนแอปอันตราย หากต้องรีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน ข้อมูลและแอปในเครื่องอาจถูกลบ ควรสำรองข้อมูลและขอคำแนะนำก่อน

⑦ สรุป: อย่าติดตั้ง อย่าให้รหัส และอย่าโอนตามคำสั่ง

แอปรีโมตและแอปไฟฉายไม่ได้เป็นแอปดูดเงินทุกตัว จุดเสี่ยงคือแอปปลอม การให้สิทธิ์เกินจำเป็น และการถูกหลอกให้แชร์หน้าจอ เปิดเผยรหัส หรือโอนเงินเอง

หากมีคนสั่งให้ติดตั้งแอปหรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัญชี ให้หยุดและตรวจสอบกับธนาคารผ่านช่องทางทางการก่อนเสมอ หากพบเงินออกโดยไม่ได้ทำเอง ให้ติดต่อธนาคารและโทร AOC 1441 ทันที

ComSiam ขอให้ตรวจแอปและสิทธิ์ในมือถือเป็นระยะ เปิดการแจ้งเตือนเงินออก และปรึกษาธนาคารทันทีเมื่อพบความผิดปกติ