วิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space

วิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space ทำได้โดยเปิด Space ที่ต้องการ เข้าเมนูตั้งค่าหรือแก้ไขพื้นที่ จากนั้นกำหนด Custom Instructions เพื่อบอก AI ว่าต้องทำหน้าที่อะไร ใช้ข้อมูลประเภทไหน ตอบภาษาอะไร จัดรูปแบบอย่างไร และควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ตัวอย่างเช่น หากสร้าง Space สำหรับวิจัยตลาด สามารถกำหนดให้ Perplexity ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ตอบเป็นภาษาไทย ใช้เอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการเป็นหลัก แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อเสนอแนะ และไม่สร้างตัวเลขส่วนแบ่งตลาดขึ้นเอง

ข้อดีของ Custom Instructions คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ข้อกำหนดเดิมซ้ำทุกครั้งที่สร้าง Thread ใหม่ภายในพื้นที่เดียวกัน ทำให้รูปแบบการตอบมีความสอดคล้องกับลักษณะงานมากขึ้น

สำหรับ Perplexity รุ่นที่เปลี่ยนจาก Spaces ไปเป็น Projects ระบบมีแนวคิด Project Instructions สำหรับกำหนดบริบทของงาน โดย Projects ยังเพิ่มความสามารถด้านไฟล์ต่อเนื่อง การเชื่อมต่อแอป และงานหลายขั้นตอนตามสิทธิ์บัญชี

อย่างไรก็ตาม Custom Instructions ไม่ใช่เครื่องมือรับประกันว่าคำตอบจะถูกต้องทั้งหมด และการสั่งให้ AI ใช้เฉพาะไฟล์ไม่ได้เป็นหลักฐานว่า AI อ่านไฟล์ครบทุกหน้า จึงต้องตรวจ Search Scope, Sources และ Citations ควบคู่กัน

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space อย่างละเอียด ตั้งแต่การกำหนด Role, Context, Scope, Sources, Citation และ Output Format การตั้งค่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ การแก้ไขและทดสอบ Instructions ไปจนถึงการลด Hallucination พร้อมแม่แบบ Prompt ตาราง Workflow Checklist และ FAQ สำหรับนำไปใช้งานจริง

① Custom Instructions ใน Perplexity Space คืออะไร

Custom Instructions คือชุดคำแนะนำที่ผู้ใช้กำหนดไว้ให้ AI ใช้เป็นแนวทางการตอบคำถามภายใน Space

ผู้ใช้สามารถกำหนดรูปแบบการทำงานให้เหมาะกับหัวข้อ เช่น งานวิจัย การตลาด การเขียนบทความ หรือการตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค

สิ่งที่กำหนดได้

  • บทบาทของ AI
  • ภาษาในการตอบ
  • กลุ่มผู้อ่าน
  • ขอบเขตการวิเคราะห์
  • รูปแบบคำตอบ
  • วิธีใช้ข้อมูลและแหล่งอ้างอิง
  • การแยกข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น
  • การจัดการข้อมูลที่ยังไม่แน่นอน

ตัวอย่าง

คุณเป็นผู้ช่วยวิจัยด้านเทคโนโลยี ตอบภาษาไทยที่อ่านง่าย เริ่มจากสรุปคำตอบสั้น ๆ แล้วอธิบายรายละเอียดเป็นหัวข้อ ใช้หลักฐานจาก Sources ที่เข้าถึงได้จริง หากข้อมูลไม่เพียงพอให้แจ้งข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

ข้อควรเข้าใจ

คำสั่งประจำพื้นที่เป็นแนวทางการตอบ ไม่ใช่ฐานข้อมูลหรือหลักฐานในตัวเอง

② Custom Instructions มีประโยชน์อย่างไร

ลดการพิมพ์คำสั่งซ้ำ

เมื่อมีข้อกำหนดประจำงาน สามารถกำหนดไว้ครั้งเดียวแล้วใช้กับคำถามภายในพื้นที่ได้ตามฟีเจอร์

ทำให้คำตอบเป็นระบบ

ช่วยกำหนดให้ตอบด้วยหัวข้อ ตาราง ขั้นตอน หรือรายงานรูปแบบเดียวกัน

ช่วยควบคุมขอบเขตงาน

สามารถระบุให้อยู่ในหัวข้อที่กำหนด และแจ้งเมื่อคำถามเกินขอบเขต

ช่วยลดการคาดเดา

กำหนดให้ AI แสดงข้อมูลที่ไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน

ตารางประโยชน์

ปัญหาแนวทางใช้ Instructions
AI ตอบยาวเกินไปกำหนดความยาวและรูปแบบ
คำตอบไม่สม่ำเสมอกำหนดโครงสร้าง
ต้องการภาษาไทยกำหนด Output Language
ไม่มีแหล่งอ้างอิงกำหนด Evidence Requirements
AI ผสมข้อมูลหลายไฟล์กำหนด Source Scope
AI เดาตัวเลขกำหนด Uncertainty Rules

③ วิธีตั้ง Custom Instructions ใน Spaces เดิม

คู่มือ Perplexity อธิบายการตั้งคำสั่งเฉพาะตั้งแต่ขั้นตอนสร้าง Space

ขั้นตอนสร้าง Space พร้อมคำสั่ง

  1. เปิด Perplexity
  2. ลงชื่อเข้าใช้
  3. เลือก Spaces
  4. กด Create a Space
  5. ตั้งชื่อพื้นที่
  6. เพิ่ม Description เมื่อจำเป็น
  7. ไปยังช่อง Custom Instructions
  8. พิมพ์คำแนะนำที่ต้องการ
  9. เลือกตัวเลือกอื่นตามสิทธิ์บัญชี
  10. บันทึกและสร้าง Space

ตัวอย่างการตั้งค่า

Space Name: Technical Research

Description: ศึกษาคู่มือและการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยี

Custom Instructions:

ตอบภาษาไทยโดยใช้ข้อมูลจากคู่มือที่เข้าถึงได้จริง ระบุชื่อรุ่นและชื่อเอกสารเมื่อมีหลักฐาน แยกขั้นตอนที่ผู้ผลิตยืนยันออกจากข้อเสนอแนะทั่วไป และไม่สร้างคำสั่งตั้งค่าหรือสเปกอุปกรณ์ขึ้นเอง

ข้อควรระวัง

ชื่อปุ่มและตำแหน่งช่องอาจแตกต่างกันตามหน้าจอหรือเวอร์ชันของบริการ

④ วิธีแก้ไข Instructions ของ Space ที่สร้างแล้ว

หากสร้าง Space ไว้แล้ว สามารถตรวจเมนูตั้งค่าหรือแก้ไขพื้นที่เพื่อปรับคำแนะนำได้

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิด Space
  2. ตรวจเมนู Edit หรือ Settings
  3. เปิดส่วน Custom Instructions
  4. อ่านคำสั่งเดิม
  5. แก้เฉพาะส่วนที่ต้องการ
  6. บันทึก
  7. สร้าง Thread ใหม่สำหรับทดสอบ
  8. เปรียบเทียบคำตอบกับข้อกำหนด

ตัวอย่างการปรับปรุง

คำสั่งเดิม

ตอบให้ละเอียด

คำสั่งใหม่

เริ่มด้วยสรุป 3–5 ประโยค จากนั้นอธิบายเป็นหัวข้อ H2 และ H3 ใช้ตารางเมื่อมีข้อมูลเปรียบเทียบ และจบด้วย Checklist ที่นำไปปฏิบัติได้

ข้อควรระวัง

การแก้ Instructions ไม่ได้หมายความว่าคำตอบเก่าจะถูกสร้างใหม่หรือปรับย้อนหลังโดยอัตโนมัติ

⑤ วิธีตั้ง Project Instructions ใน Projects ใหม่

Perplexity ได้พัฒนา Spaces เป็น Projects โดย Project Instructions ใช้กำหนดบริบทของพื้นที่ทำงานรุ่นใหม่

ขั้นตอนทั่วไป

  1. เปิดเมนู Projects
  2. เลือก Project ที่ต้องการ
  3. เปิดส่วนตั้งค่าหรือรายละเอียด Project
  4. มองหาส่วน Instructions หรือบริบทของโครงการ
  5. กำหนดบทบาทและเป้าหมาย
  6. ระบุข้อกำหนดของคำตอบ
  7. บันทึก
  8. ทดลองเริ่มงานใหม่ใน Project
  9. ตรวจว่า AI ปฏิบัติตามแนวทางหรือไม่

ตัวอย่าง Project Instructions

Project นี้ใช้วิเคราะห์เอกสารด้านการตลาด ผู้ช่วยต้องแยกข้อมูลที่ยืนยันแล้วจากสมมติฐาน ใช้ข้อมูลของโครงการตามสิทธิ์ที่เข้าถึงได้ และจัดผลลัพธ์เป็น Summary, Evidence, Analysis, Risks และ Next Actions

ความแตกต่างที่ต้องเข้าใจ

Projects รุ่นใหม่อาจมีความสามารถอื่นเพิ่มเติม เช่น ไฟล์ต่อเนื่องหรือบริบทที่ช่วยให้ทำงานหลายขั้นตอน แต่การตั้ง Instructions ไม่ได้รับประกันว่า AI จะอ่านทุกไฟล์หรือเข้าถึงทุกแอปได้ทันที

⑥ Role คืออะไร และควรกำหนดอย่างไร

Role คือบทบาทที่ต้องการให้ AI ใช้เป็นกรอบการตอบ

ตัวอย่าง Role

งานRole ที่เหมาะ
วิจัยตลาดMarket Research Assistant
วิเคราะห์ SEOSEO Research Assistant
ตรวจคู่มือTechnical Documentation Assistant
วิเคราะห์ข้อมูลData Analysis Assistant
งานวิชาการResearch Support Assistant
จัดการโครงการProject Planning Assistant

ตัวอย่าง Prompt

ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ SEO โดยใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ อธิบาย Search Intent และเสนอแนวทางเนื้อหาอย่างมีเหตุผล

สิ่งที่ต้องระวัง

การกำหนด Role ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ทำให้ AI มีใบประกอบวิชาชีพหรือเข้าถึงข้อมูลพิเศษที่ไม่มีอยู่จริง

⑦ Context คืออะไร

Context คือข้อมูลพื้นหลังที่ช่วยให้ AI เข้าใจเป้าหมายและสถานการณ์ของงาน

ตัวอย่าง

โครงการนี้เกี่ยวกับการศึกษาคู่มือ Router สำหรับผู้เริ่มต้น เนื้อหาต้องเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปและหลีกเลี่ยงการตั้งค่าที่อาจทำให้ระบบใช้งานไม่ได้

องค์ประกอบ Context

  • หัวข้อโครงการ
  • วัตถุประสงค์
  • กลุ่มเป้าหมาย
  • ข้อจำกัดของงาน
  • ประเภทข้อมูล
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

Context ไม่ควรมีรหัสผ่านหรือข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็น เพราะคำสั่งประจำพื้นที่อาจถูกใช้กับงานหลายครั้ง

⑧ Scope คืออะไร และช่วยอะไร

Scope คือขอบเขตของงานที่ต้องการให้ AI ดำเนินการ

ตัวอย่าง

วิเคราะห์เฉพาะเอกสารเกี่ยวกับอุปกรณ์รุ่นที่ระบุ หากพบคู่มือรุ่นอื่นให้แจ้งว่าไม่เกี่ยวข้อง และไม่ใช้ข้อมูลนั้นเป็นคำตอบหลัก

Scope ที่ควรกำหนด

  • เรื่องที่ครอบคลุม
  • เรื่องที่ไม่ครอบคลุม
  • ช่วงเวลาข้อมูลเมื่อจำเป็น
  • แหล่งข้อมูลหลัก
  • ระดับความละเอียด
  • ข้อจำกัดในการสรุป

ตารางเปรียบเทียบ

Scope กว้างเกินไปScope ชัดเจน
วิเคราะห์ทุกอย่างวิเคราะห์เฉพาะรายงานตลาด
หาข้อมูลสินค้าใช้คู่มือรุ่นที่ระบุ
ตรวจเอกสารทั้งหมดตรวจเฉพาะหัวข้อความปลอดภัย
วิเคราะห์ธุรกิจวิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา

⑨ Sources คืออะไร และกำหนดอย่างไร

Sources คือแหล่งข้อมูลที่ Perplexity สามารถใช้ตอบคำถาม เช่น Web, Files, Links หรือแอปเชื่อมต่อตามความสามารถของผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างคำสั่ง

ใช้เอกสารที่อยู่ใน Sources ของโครงการเป็นหลัก หากจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ให้แยกข้อค้นพบจากเว็บออกจากข้อมูลในไฟล์อย่างชัดเจน

ตารางแหล่งข้อมูล

Sourceการใช้งาน
Webข้อมูลสาธารณะ
Filesเอกสารที่เพิ่มไว้
Linksหน้าเว็บที่ระบุ
Connected Appsข้อมูลจากบริการที่ได้รับอนุญาต
General Knowledgeความรู้ทั่วไปของโมเดล ไม่ใช่หลักฐานเฉพาะไฟล์

ข้อจำกัด

การเขียนว่าใช้เฉพาะ Files ใน Instructions ไม่ได้ทำให้ระบบเปลี่ยน Search Scope ให้เองทุกครั้ง ต้องตรวจตัวเลือกการค้นหาตามหน้าจอจริง

⑩ Citation คืออะไร และตั้งคำสั่งอย่างไร

Citation คือการอ้างถึงหลักฐานหรือแหล่งที่มาของข้อมูล

Perplexity มีความสามารถแสดงแหล่งอ้างอิงในผลการค้นหา แต่ผู้ใช้ต้องตรวจว่าหลักฐานนั้นรองรับข้อความที่ AI กล่าวจริงหรือไม่

ตัวอย่าง Instructions

เมื่อสรุปข้อเท็จจริงสำคัญ ให้ระบุแหล่งข้อมูลที่ระบบเข้าถึงได้จริง ห้ามสร้าง URL ชื่อเอกสาร เลขหน้า หรือ Citation ที่ไม่มีหลักฐาน หากไม่พบแหล่งข้อมูลให้แจ้งอย่างตรงไปตรงมา

สิ่งที่ควรตรวจ

  • แหล่งข้อมูลมีอยู่จริง
  • เนื้อหาตรงกับข้อกล่าวอ้าง
  • เป็นเอกสารฉบับที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลยังเหมาะกับช่วงเวลา
  • ตัวเลขไม่ถูกตีความผิด
  • ไม่สร้างเลขหน้าเอง

ข้อควรจำ

Citation ที่ปรากฏในคำตอบไม่ได้รับประกันว่าข้อสรุปถูกต้องทุกประเด็น

⑪ Output Format คืออะไร

Output Format คือรูปแบบผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ต้องการ

ตัวอย่าง

  • Summary
  • Detailed Explanation
  • Comparison Table
  • Step-by-Step Guide
  • Checklist
  • FAQ
  • Research Report
  • Executive Summary

ตัวอย่าง Instructions

เริ่มด้วยคำตอบสรุป จากนั้นแสดงรายละเอียดเป็นหัวข้อ ตามด้วยตารางเปรียบเทียบเมื่อจำเป็น และปิดท้ายด้วย Actionable Checklist

ตารางตัวอย่าง

งานOutput Format
วิจัยสินค้าComparison Table
วิเคราะห์ตลาดResearch Report
แก้ปัญหาไอทีTroubleshooting Steps
ประชุมทีมAction Items
วิเคราะห์ข้อมูลStatistics Table
เตรียมบทความSEO Outline

⑫ วิธีตั้งให้ Perplexity ตอบภาษาไทย

สามารถระบุภาษาไทยในคำสั่งประจำพื้นที่ได้โดยตรง

Prompt

ตอบทุกคำถามเป็นภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะที่จำเป็น และอธิบายความหมายของศัพท์เทคนิคเมื่อกล่าวถึงครั้งแรก

สำหรับผู้เริ่มต้น

ใช้ภาษาไทยง่าย ๆ หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ไม่จำเป็น และอธิบายขั้นตอนให้ทำตามได้ทีละข้อ

สำหรับงานทางเทคนิค

ตอบเป็นภาษาไทย แต่คงชื่อเมนู คำสั่ง และรหัส Error เป็นภาษาอังกฤษตามเอกสารต้นฉบับ

ข้อควรระวัง

หากข้อมูลอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ ต้องตรวจว่าการแปลชื่อคำสั่งหรือเมนูไม่ทำให้ผู้ใช้ดำเนินการผิด

⑬ วิธีตั้งให้ Perplexity ตอบภาษาอังกฤษ

เหมาะกับงานที่ต้องจัดทำรายงานหรือเอกสารสำหรับผู้อ่านต่างประเทศ

Prompt

Respond in clear professional English. Use precise technical terminology, organize the answer with descriptive headings, and distinguish verified facts from recommendations.

ตัวอย่างงาน

  • Technical Documentation
  • Market Research Report
  • Executive Summary
  • Product Comparison
  • Business Proposal

ข้อควรระวัง

การตอบภาษาอังกฤษไม่ได้หมายความว่าคำตอบแม่นยำกว่าภาษาไทยเสมอไป ต้องตรวจหลักฐานเช่นเดียวกัน

⑭ วิธีตั้งคำสั่งสองภาษา

หากโครงการมีผู้ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สามารถกำหนดกฎการใช้ภาษาได้

Prompt

ตอบเป็นภาษาไทยเป็นหลัก หากผู้ใช้ถามเป็นภาษาอังกฤษให้ตอบภาษาอังกฤษ เว้นแต่คำถามระบุภาษาอื่น รักษาชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อคำสั่ง และศัพท์เฉพาะตามต้นฉบับ

ทางเลือกสำหรับรายงาน

สร้าง Executive Summary ภาษาไทย และเพิ่ม English Summary เฉพาะเมื่อมีการร้องขอ

ข้อควรระวัง

หากต้องแปลเอกสารอย่างถูกต้อง ควรแยกงานแปลออกจากงานสรุป เพื่อไม่ให้ความหมายของข้อความต้นฉบับเปลี่ยนไป

⑮ วิธีตั้งคำสั่งให้สรุปข้อมูลเป็นตาราง

เหมาะกับการเปรียบเทียบสินค้า รายงานธุรกิจ และการวิเคราะห์หลายตัวเลือก

Prompt

เมื่อข้อมูลมีหลายตัวเลือกให้ใช้ตารางเปรียบเทียบ โดยระบุหัวข้อเดียวกันทุกแถว แสดงเฉพาะข้อมูลที่มีหลักฐานและใช้คำว่าไม่พบข้อมูลหากไม่มีค่าที่ตรวจสอบได้

ตัวอย่างตาราง

ตัวเลือกข้อดีข้อจำกัดหลักฐาน
Aตรวจจากข้อมูลตรวจจากข้อมูลแหล่งที่เกี่ยวข้อง
Bตรวจจากข้อมูลตรวจจากข้อมูลแหล่งที่เกี่ยวข้อง
Cยังไม่ยืนยันยังไม่ยืนยันต้องตรวจเพิ่มเติม

ข้อควรระวัง

ตารางที่จัดเรียงสวยงามไม่ได้รับประกันว่าตัวเลขหรือข้อมูลในแต่ละช่องถูกต้อง

⑯ วิธีตั้งคำสั่งให้แยก Facts และ Opinions

หนึ่งในวิธีลดความสับสนคือกำหนดให้ AI แยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากข้อเสนอ

Prompt

แบ่งผลการวิเคราะห์เป็น Verified Facts, Interpretations, Recommendations และ Unknowns โดยไม่ใช้ข้อสันนิษฐานแทนข้อเท็จจริง

ความหมาย

Verified Facts: ข้อมูลที่ตรวจสอบกับหลักฐานแล้ว

Interpretations: การตีความจากข้อมูล

Recommendations: ข้อเสนอเพื่อดำเนินการ

Unknowns: ประเด็นที่ยังไม่สามารถยืนยันได้

ประโยชน์

เหมาะกับการวิจัยตลาด งานวิเคราะห์คู่แข่ง และการจัดทำรายงานที่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ

⑰ วิธีตั้งคำสั่งสำหรับงาน Marketing Research

ตัวอย่างพร้อมใช้

ทำหน้าที่เป็น Market Research Assistant วิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งที่ตรวจสอบได้ ระบุ Market Trends, Customer Needs, Competitor Findings, Risks และ Opportunities แยกข้อมูลจริงออกจากสมมติฐาน และห้ามสร้าง Market Size, Market Share หรือยอดขายที่ไม่มีหลักฐาน

โครงสร้างคำตอบที่เหมาะ

  1. Market Overview
  2. Customer Insights
  3. Competitor Findings
  4. Opportunities
  5. Risks
  6. Evidence Gaps
  7. Next Actions

ข้อควรระวัง

ข้อมูลตลาดอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา จึงต้องตรวจวันที่ของแหล่งข้อมูลและสถานการณ์ล่าสุดก่อนสรุป

⑱ วิธีตั้งคำสั่งสำหรับ Content Marketing และ SEO

ตัวอย่างพร้อมใช้

ทำหน้าที่เป็น SEO Content Research Assistant ให้เริ่มจาก Search Intent, Target Audience, Key Questions และ Content Gaps ใช้ข้อมูลจากเครื่องมือและเอกสารที่เข้าถึงได้จริง ไม่สร้าง Search Volume, Keyword Difficulty, CTR หรืออันดับ Google ขึ้นเอง และแยกข้อเสนอเนื้อหาออกจากข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว

Output Format

  • Search Intent
  • Audience
  • Keyword Themes
  • Content Opportunities
  • Suggested Headings
  • Evidence Required
  • Editorial Checklist

ข้อควรระวัง

AI สามารถช่วยวางโครงสร้างเนื้อหาได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าเว็บไซต์จะได้อันดับค้นหาตามที่ต้องการ

⑲ วิธีตั้งคำสั่งสำหรับคู่มือเทคนิคและแก้ปัญหา

ตัวอย่างพร้อมใช้

ทำหน้าที่เป็น Technical Documentation Assistant โดยตอบตามคู่มือผู้ผลิตที่เข้าถึงได้จริง ระบุรุ่นอุปกรณ์ก่อนอธิบายคำสั่ง และแยกขั้นตอนที่คู่มือยืนยันออกจากคำแนะนำทั่วไป หากไม่มีข้อมูลเพียงพอห้ามเดารหัสคำสั่ง หมายเลขพอร์ต หรือขั้นตอนที่อาจกระทบระบบ

Output Format

  • Problem
  • Supported Model
  • Possible Causes
  • Safe Diagnostic Steps
  • Manual Verification
  • Risks
  • Checklist

ข้อควรระวัง

ควรให้ความสำคัญกับการสำรองค่าและการตรวจความปลอดภัยก่อนขั้นตอนที่เปลี่ยนแปลงระบบจริง

⑳ วิธีตั้งคำสั่งสำหรับวิเคราะห์ PDF, Excel และ CSV

PDF

สรุปจากส่วนของ PDF ที่เข้าถึงได้จริง หากเอกสารยาวให้แจ้งข้อจำกัดและไม่สร้างเลขหน้า

Excel

ตรวจชื่อชีต คอลัมน์ และชนิดข้อมูลก่อนคำนวณ แสดงสูตรของ Metric สำคัญ และไม่สมมุติว่า Workbook ถูกคำนวณใหม่ทั้งหมด

CSV

ตรวจ Encoding, Delimiter, Headers และจำนวนแถวที่เข้าถึงได้ก่อนวิเคราะห์ ห้ามเดาข้อมูลที่หายไป

ข้อควรระวัง

การตั้ง Instructions ให้ตรวจข้อมูลไม่ได้หมายความว่าระบบสามารถประมวลผลทุกแถวหรือทุกสูตรได้ครบเสมอไป

㉑ วิธีตั้งคำสั่งป้องกัน Hallucination

Hallucination คือการสร้างข้อมูลผิดหรือไม่มีหลักฐานรองรับ

ตัวอย่างความเสี่ยง

  • แต่งตัวเลข
  • สร้างชื่อเอกสาร
  • สร้าง Citation
  • อ้างเลขหน้าผิด
  • ผสมข้อมูลจากหลายไฟล์
  • สร้างสเปกสินค้า
  • สร้างข้อมูลข่าวหรือรายงาน
  • สรุปว่าอ่านเอกสารครบทั้งที่ยังไม่ครบ

Prompt ป้องกัน

ห้ามแต่งข้อเท็จจริง ตัวเลข แหล่งอ้างอิง หรือรายละเอียดที่ไม่มีหลักฐาน เมื่อข้อมูลไม่เพียงพอให้ตอบว่าไม่สามารถยืนยันได้ พร้อมระบุว่าต้องตรวจอะไรเพิ่ม และแยกการคาดเดาออกจากข้อเท็จจริงเสมอ

สิ่งสำคัญ

คำสั่งนี้ช่วยกำหนดพฤติกรรมที่ต้องการ แต่ยังไม่สามารถป้องกัน Hallucination ได้ทั้งหมด ผู้ใช้จึงต้องตรวจผลจริง

㉒ วิธีตั้งคำสั่งให้ถามกลับเมื่อข้อมูลไม่พอ

บางงานต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเริ่มวิเคราะห์ เช่น รุ่นอุปกรณ์หรือช่วงเวลาของข้อมูล

Prompt

หากคำถามขาดข้อมูลสำคัญที่ทำให้คำตอบผิดได้ ให้ถามกลับเฉพาะประเด็นที่จำเป็นก่อนดำเนินการ แต่หากสามารถตอบจากข้อมูลที่มีอย่างปลอดภัย ให้ระบุสมมติฐานและตอบได้ทันที

ตัวอย่าง

หากถามว่าอุปกรณ์ตั้งค่าอย่างไร แต่ไม่มีชื่อรุ่น AI ควรถามชื่อรุ่นแทนการใช้คู่มือของอุปกรณ์คนละรุ่น

ข้อควรระวัง

ไม่ควรกำหนดให้ถามกลับทุกครั้ง เพราะอาจทำให้งานง่าย ๆ ต้องผ่านขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

㉓ วิธีตั้งคำสั่งให้ตรวจแหล่งข้อมูลก่อนสรุป

Prompt

ก่อนสรุปประเด็นสำคัญ ให้ตรวจว่ามี Source ที่เกี่ยวข้องจริง ระบุวันที่หรือเวอร์ชันของข้อมูลเมื่อมี และแจ้งหากแหล่งข้อมูลเก่าหรือขัดแย้งกัน อย่าใช้ชื่อไฟล์เป็นหลักฐานว่าได้อ่านเนื้อหาครบแล้ว

Workflow

  1. ตรวจ Sources
  2. ตรวจความเกี่ยวข้อง
  3. ตรวจช่วงเวลา
  4. เปรียบเทียบหลักฐาน
  5. ระบุข้อขัดแย้ง
  6. สรุปเฉพาะสิ่งที่รองรับ
  7. แสดงข้อมูลที่ต้องตรวจเพิ่ม

ข้อควรระวัง

AI อาจดึงข้อมูลบางส่วนจากเอกสารยาว ดังนั้นหากต้องการตรวจครบทุกบทควรแบ่งการวิเคราะห์ตามส่วน

㉔ วิธีทดสอบว่า Custom Instructions ทำงานจริงไหม

หลังบันทึก Instructions ควรสร้างชุดคำถามทดสอบเพื่อประเมินผล

ขั้นตอน

  1. บันทึก Instructions
  2. เปิด Thread ใหม่ใน Space
  3. ถามคำถามง่าย
  4. ตรวจภาษา
  5. ตรวจโครงสร้าง
  6. ตรวจวิธีใช้ Sources
  7. ทดลองถามคำถามที่ไม่มีหลักฐาน
  8. ตรวจว่า AI แจ้งความไม่แน่นอนหรือไม่
  9. แก้ Instructions เมื่อจำเป็น
  10. ทดสอบซ้ำ

ตัวอย่างคำถามทดสอบ

ช่วยสรุปเอกสารที่มีอยู่ใน Space นี้เป็นภาษาไทย โดยแสดงชื่อไฟล์ที่เข้าถึงได้จริง

มีตัวเลขส่วนแบ่งตลาดที่ได้รับการยืนยันหรือไม่ หากไม่มีให้แจ้งว่าไม่พบ

ช่วยแสดงข้อค้นพบเป็นตาราง พร้อมแยกข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะ

ข้อควรจำ

ควรตรวจผลการตอบจริง ไม่ใช่ถาม AI เพียงว่าได้ทำตาม Instructions หรือไม่ เพราะคำยืนยันของ AI อาจไม่ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

㉕ วิธีแก้ไข Instructions ที่ยาวหรือซ้ำซ้อน

คำสั่งที่ยาวมากและมีข้อกำหนดขัดแย้งกันอาจทำให้ AI เลือกปฏิบัติไม่สม่ำเสมอ

ตัวอย่างปัญหา

  • สั่งให้ตอบสั้นที่สุด แต่ต้องอธิบายละเอียดทุกเรื่อง
  • สั่งใช้เฉพาะไฟล์ แต่ให้ค้นเว็บล่าสุดทุกคำถาม
  • สั่งห้ามถามกลับ แต่ต้องถามกลับเสมอ
  • กำหนดภาษาไทยทั้งหมด แต่ต้องคงคำสั่งเทคนิคภาษาอังกฤษโดยไม่อธิบาย

วิธีปรับ

  1. จัดคำสั่งตามหัวข้อ
  2. กำหนดลำดับความสำคัญ
  3. ตัดข้อความซ้ำ
  4. แยกข้อกำหนดประจำออกจากคำสั่งเฉพาะงาน
  5. ตรวจข้อขัดแย้ง
  6. ทดสอบใหม่

ตัวอย่างคำสั่งที่กระชับ

ตอบภาษาไทย ใช้หลักฐานจาก Sources ที่เกี่ยวข้อง จัดผลลัพธ์ตามประเภทงาน แยก Facts กับ Recommendations และแจ้งเมื่อข้อมูลไม่พอ ห้ามสร้างตัวเลขหรือ Citation

㉖ ความแตกต่างระหว่าง Instructions ประจำพื้นที่กับ Prompt รายคำถาม

ประเด็นSpace/Project InstructionsThread Prompt
ระยะการใช้งานใช้เป็นแนวทางในพื้นที่ใช้กับคำถามเฉพาะ
เหมาะกับกฎประจำงานงานที่ต้องทำทันที
ภาษาและรูปแบบกำหนดเป็นค่าเริ่มต้นปรับตามคำถาม
ชื่อไฟล์เฉพาะไม่จำเป็นเสมอไปควรระบุเมื่อเกี่ยวข้อง
Output เฉพาะครั้งกำหนดแนวทางทั่วไประบุรายละเอียดได้
การตรวจผลทดสอบหลายคำถามตรวจคำตอบของงานนั้น

ตัวอย่าง

Instructions ประจำ Space

ตอบภาษาไทย แยกข้อเท็จจริงกับข้อเสนอ ใช้แหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้จริง

Prompt รายคำถาม

เปรียบเทียบรายงาน A กับ B เป็นตาราง 5 คอลัมน์ โดยเน้นตัวเลขยอดขาย

หลักการ

ไม่ควรใส่ทุกคำถามเฉพาะงานไว้ใน Instructions ประจำพื้นที่ เพราะจะทำให้คำสั่งยาวและไม่ยืดหยุ่น

㉗ วิธีจัดการ Instructions กับการแชร์พื้นที่

หาก Space หรือ Project มีผู้ร่วมงาน คำสั่งประจำพื้นที่อาจส่งผลต่อรูปแบบคำตอบที่สมาชิกได้รับตามผลิตภัณฑ์

สิ่งที่ควรตรวจ

  • สมาชิกเห็นคำสั่งใดบ้าง
  • ใครมีสิทธิ์แก้ไข
  • ใครเพิ่ม Sources
  • ใครแชร์พื้นที่
  • มีข้อมูลลับใน Instructions หรือไม่
  • คำสั่งเหมาะกับทุกคนในทีมไหม

ตัวอย่างกฎสำหรับทีม

ผู้ช่วยต้องใช้ภาษาเป็นกลาง ระบุแหล่งข้อมูลที่ตรวจได้ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากเอกสาร เว้นแต่มีสิทธิ์และความจำเป็นที่เหมาะสมตามนโยบายองค์กร

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใส่ API Keys รหัสผ่าน หรือข้อมูลยืนยันตัวตนไว้ใน Custom Instructions

㉘ Free, Pro, Max และ Enterprise ตั้ง Instructions ได้ไหม

สิทธิ์สร้างพื้นที่และปรับแต่งความสามารถอาจแตกต่างกันตามแพ็กเกจและผลิตภัณฑ์

ตารางภาพรวม

แพ็กเกจสิ่งที่ควรตรวจ
Free / Standardสิทธิ์ใช้ Spaces หรือ Projects และเมนู Instructions
Proการตั้งค่า Project และ Sources
Maxฟีเจอร์ Project และขีดจำกัดเพิ่มเติม
Enterprise ProWorkspace และสิทธิ์การทำงานร่วมกัน
Enterprise Maxการจัดการโครงการและการควบคุมระดับองค์กร

ข้อควรเข้าใจ

คู่มือ Spaces เดิมมีข้อมูลการสร้างพื้นที่และ Custom Instructions ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Projects ใหม่มีสิทธิ์ใช้งานตามแพ็กเกจที่ปรับเปลี่ยนได้

จึงควรตรวจเมนูบัญชีจริงก่อนซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติม

㉙ ตัวอย่าง Custom Instructions ภาษาไทยแบบครบชุด

สำหรับงานวิจัยทั่วไป

Role: ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยที่เน้นความถูกต้อง

Context: พื้นที่นี้ใช้รวบรวมเอกสารและค้นคว้าข้อมูลเพื่อจัดทำรายงาน

Scope: ตอบตามคำถามที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และแยกข้อมูลนอกขอบเขต

Sources: ใช้ Sources ที่เข้าถึงได้จริงเป็นหลัก หากใช้เว็บให้แยกแหล่งข้อมูล

Citation: อ้างเฉพาะเอกสารหรือแหล่งข้อมูลที่ตรวจพบจริง ไม่สร้าง Citation

Output Format: เริ่มด้วย Summary ตามด้วย Detailed Analysis, Evidence, Limitations และ Next Actions

Language: ภาษาไทย

Accuracy: ไม่แต่งตัวเลข ชื่อไฟล์ หรือข้อสรุป หากไม่พบหลักฐานให้แจ้งว่าไม่สามารถยืนยัน

สำหรับงาน SEO

Role: ผู้ช่วยวิเคราะห์ SEO และ Content Marketing

Context: พื้นที่ใช้วิจัยบทความเว็บไซต์

Scope: วิเคราะห์ Search Intent, Audience, Content Gaps และ Topic Opportunities

Sources: ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง

Citation: ไม่สร้างข้อมูลคีย์เวิร์ดหรือที่มาขึ้นเอง

Output: ตารางวิเคราะห์หัวข้อพร้อมข้อเสนอ

Restriction: ห้ามสร้าง Search Volume, CTR หรือ Rankings ที่ไม่มีหลักฐาน

Language: ภาษาไทยที่เหมาะกับผู้อ่านทั่วไป

㉚ ตัวอย่าง Custom Instructions ภาษาอังกฤษแบบครบชุด

General Research

Role: Act as a research assistant focused on accuracy and transparency.

Context: This project contains documents and research materials for ongoing analysis.

Scope: Stay within the project’s subject and identify out-of-scope questions.

Sources: Prioritize accessible project sources. Clearly separate external web evidence.

Citations: Cite only verifiable sources. Never invent documents, page numbers, or references.

Output Format: Summary, Evidence, Analysis, Limitations, Recommendations, and Next Actions.

Language: Professional English.

Accuracy: Clearly state uncertainty and avoid fabricated numerical claims.

Technical Research

Role: Act as a technical documentation assistant.

Context: Use the project’s equipment manuals and related technical documents.

Scope: Identify the exact product model before describing procedures.

Sources: Base device-specific instructions on verified manufacturer documentation.

Output: Problem, Evidence, Diagnostic Steps, Risks, and Checklist.

Restrictions: Do not invent commands, port numbers, or specifications.

㉛ ตัวอย่าง Prompt สำหรับทดสอบ Instructions ภาษาไทย

ทดสอบภาษา

อธิบายเป้าหมายของ Space นี้เป็นภาษาไทยตามคำสั่งที่ตั้งไว้

ทดสอบรูปแบบ

สรุปหัวข้อ [หัวข้อ] โดยใช้รูปแบบ Output ที่กำหนดไว้ใน Instructions

ทดสอบ Sources

รายงานว่าคุณเข้าถึงไฟล์อะไรได้จริงในพื้นที่นี้ และระบุสิ่งที่ไม่สามารถตรวจได้

ทดสอบ Citation

ตอบคำถามโดยอ้างอิงเฉพาะหลักฐานที่ตรวจได้ ห้ามสร้าง Citation

ทดสอบ Hallucination

มีข้อมูลส่วนแบ่งตลาดที่ยืนยันได้จาก Sources หรือไม่ หากไม่มีให้ระบุว่าไม่พบ

ทดสอบข้อขัดแย้ง

เปรียบเทียบข้อมูลจากไฟล์ A และไฟล์ B โดยแสดงจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกัน

㉜ ตัวอย่าง Prompt สำหรับทดสอบ Instructions ภาษาอังกฤษ

Language Test

Summarize this project’s objective using the language rules defined in the project instructions.

Source Test

Identify the project source files you can actually access, and explain any limitations.

Citation Test

Answer the question using verifiable citations only. Do not invent references.

Format Test

Produce the answer using the project’s required output structure.

Uncertainty Test

If the available sources do not support a numerical answer, explicitly state that it cannot be verified.

Hallucination Test

Review your previous answer and identify claims that lack supporting evidence.

Consistency Test

Compare your responses against the project’s instructions and identify any formatting or evidence-rule violations.

㉝ ตาราง Workflow ตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity

ขั้นตอนสิ่งที่ทำผลลัพธ์
1กำหนดเป้าหมายProject Objective
2ระบุกลุ่มผู้ใช้Audience
3กำหนด RoleAI Role
4เขียน ContextBackground
5กำหนด ScopeWork Boundaries
6ระบุ SourcesEvidence Rules
7กำหนด CitationVerification Rules
8กำหนดภาษาOutput Language
9กำหนดรูปแบบคำตอบOutput Format
10ระบุข้อห้ามRestrictions
11บันทึก InstructionsSaved Configuration
12ตรวจ Search ScopeSearch Settings
13ทดสอบคำถามTest Results
14ตรวจความถูกต้องQuality Review
15แก้คำสั่งที่ขัดแย้งRefined Instructions
16ทดสอบซ้ำValidated Workflow

วิธีใช้ Workflow

เริ่มจากคำสั่งที่สั้นและชัดเจนก่อน หากคำตอบยังไม่ตรงจุดจึงเพิ่มเงื่อนไขเฉพาะส่วน แทนการสร้าง Instructions ยาวมากตั้งแต่แรก

㉞ Checklist ก่อนและหลังตั้ง Custom Instructions

ก่อนตั้งค่า

  • กำหนดเป้าหมาย Space หรือ Project
  • ระบุ Role
  • กำหนด Context
  • กำหนด Scope
  • ระบุ Sources ที่ต้องใช้
  • กำหนดวิธี Citation
  • เลือกภาษา
  • เลือก Output Format
  • ระบุข้อห้ามที่สำคัญ
  • ตรวจว่าไม่มีข้อมูลลับในคำสั่ง

หลังบันทึก

  • Instructions ถูกบันทึก
  • เปิด Thread ใหม่แล้ว
  • ภาษาเป็นไปตามที่กำหนด
  • โครงสร้างคำตอบถูกต้อง
  • AI แยก Facts กับ Recommendations
  • ไม่สร้าง Citation ขึ้นเอง
  • ระบุเมื่อไม่มีหลักฐาน
  • ตรวจ Search Scope
  • ทดสอบกับ Source จริง
  • แก้คำสั่งที่ไม่ชัดเจน

เมื่อนำไปใช้จริง

  • ตรวจข้อมูลกับต้นฉบับ
  • ตรวจวันที่และเวอร์ชัน
  • ตรวจตัวเลข
  • ตรวจข้อขัดแย้ง
  • ไม่สมมุติว่า AI อ่านทุก Source ครบ
  • ไม่ใช้คำตอบเก่าเป็นหลักฐานแทนเอกสาร
  • ทบทวน Instructions เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน
  • ตรวจสิทธิ์การแชร์และสมาชิก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Custom Instructions ใน Perplexity Space คืออะไร

เป็นคำสั่งประจำพื้นที่ที่กำหนดแนวทางให้ AI ตอบคำถามตามลักษณะงานของ Space

วิธีตั้ง Custom Instructions ทำอย่างไร

เปิด Space เข้าเมนูสร้างหรือแก้ไขพื้นที่ แล้วกรอกคำแนะนำในช่อง Custom Instructions ก่อนบันทึก

ต้องสร้าง Space ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยน Instructions ไหม

ไม่จำเป็น หากหน้าจอรองรับการแก้ไข Space เดิม สามารถปรับคำสั่งได้จากเมนูจัดการพื้นที่

Perplexity Spaces กับ Projects ต่างกันอย่างไร

Projects เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Spaces และมีความสามารถด้านไฟล์ บริบท และการทำงานร่วมกันเพิ่มเติมตามผลิตภัณฑ์

Project Instructions คืออะไร

เป็นคำแนะนำที่กำหนดบริบทและแนวทางการทำงานภายใน Project

ตั้ง Instructions ภาษาไทยได้ไหม

ได้ สามารถกำหนดให้ตอบเป็นภาษาไทยและใช้รูปแบบที่เหมาะกับผู้อ่านได้

ตั้ง Instructions ภาษาอังกฤษได้ไหม

ได้ โดยระบุภาษาและรูปแบบรายงานที่ต้องการ

Role ใน Prompt คืออะไร

คือบทบาทที่ต้องการให้ AI ใช้เป็นกรอบในการตอบ เช่น ผู้ช่วยวิจัยหรือผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

Context คืออะไร

คือข้อมูลพื้นหลังที่ช่วยให้ AI เข้าใจเป้าหมายและสถานการณ์ของงาน

Scope คืออะไร

คือขอบเขตที่กำหนดว่างานควรครอบคลุมหรือไม่ครอบคลุมเรื่องใด

Sources คืออะไร

คือแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ตอบคำถาม เช่น Web, Files และ Links ในฟีเจอร์ที่รองรับ

Citation คืออะไร

คือการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่รองรับคำตอบ

Output Format คืออะไร

คือรูปแบบคำตอบ เช่น ตาราง Checklist หรือรายงาน

สามารถสั่งให้ Perplexity ตอบเป็นตารางได้ไหม

ได้ โดยกำหนดให้ใช้ Comparison Table เมื่อมีหลายตัวเลือก

ตั้งให้ตอบเฉพาะภาษาไทยได้ไหม

สามารถระบุให้ใช้ภาษาไทยเป็นค่าเริ่มต้นได้ แต่ต้องตรวจผลการตอบจริงด้วย

ตั้งให้ตอบสองภาษาได้ไหม

ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขว่าควรใช้ภาษาใดเมื่อใด

ตั้ง Instructions สำหรับ SEO ได้ไหม

ได้ เช่น กำหนดให้วิเคราะห์ Search Intent และ Content Gaps โดยไม่แต่งข้อมูลอันดับหรือยอดค้นหา

ตั้ง Instructions สำหรับ Marketing Research ได้ไหม

ได้ โดยเน้นข้อมูลตลาด ลูกค้า คู่แข่ง และแยกข้อเท็จจริงจากข้อเสนอ

ตั้ง Instructions สำหรับคู่มือเทคนิคได้ไหม

ได้ โดยกำหนดให้ยืนยันรุ่นอุปกรณ์และใช้คู่มือจริงก่อนตอบคำสั่งเฉพาะรุ่น

สั่งให้ใช้เฉพาะ Files ได้ไหม

สามารถกำหนดแนวทางได้ แต่ควรตรวจ Search Scope และตรวจหลักฐานว่า AI ใช้ไฟล์ที่เกี่ยวข้องจริง

ปิด Web Search แล้ว AI จะตอบเฉพาะข้อมูลจากไฟล์เสมอไหม

ไม่ควรรับประกัน เพราะโมเดลยังอาจใช้ความรู้ทั่วไปประกอบการตอบ จึงต้องตรวจ Sources

Custom Instructions ทำให้ AI ไม่ Hallucinate ได้ 100% ไหม

ไม่ได้ เป็นเพียงแนวทางลดความเสี่ยง ต้องตรวจคำตอบกับหลักฐานทุกครั้ง

สั่งให้ Perplexity แสดง Citation ทุกครั้งได้ไหม

สามารถกำหนดเป็นข้อแนะนำได้ แต่ไม่ควรให้ AI สร้าง Citation เมื่อไม่มีแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง

Instructions ใช้ได้กับทุก Thread ใน Space ไหม

คู่มือ Spaces อธิบายว่าคำสั่งประจำพื้นที่ใช้กับ Threads ภายในพื้นที่ แต่การทำงานจริงยังขึ้นอยู่กับบริบทและฟีเจอร์

แก้ Instructions แล้วคำตอบเก่าเปลี่ยนไหม

ไม่ควรสมมุติว่าคำตอบที่สร้างไปแล้วจะถูกแก้ย้อนหลังโดยอัตโนมัติ

Custom Instructions กับ Prompt รายคำถามต่างกันอย่างไร

Instructions กำหนดแนวทางประจำพื้นที่ ส่วน Prompt รายคำถามระบุงานเฉพาะที่ต้องการทำในครั้งนั้น

ใส่ Instructions ยาวมากดีไหม

ไม่จำเป็น ควรเน้นคำสั่งชัดเจน ไม่ขัดแย้ง และทดสอบผลจริง

ควรใส่ข้อมูลส่วนตัวใน Custom Instructions ไหม

ไม่ควรใส่ข้อมูลอ่อนไหวหรือรหัสผ่านที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะพื้นที่ที่แชร์กับผู้อื่น

ผู้ร่วมงานใช้ Custom Instructions เดียวกันไหม

ในพื้นที่ที่รองรับ คำสั่งประจำ Space มีผลเป็นแนวทางการตอบภายในพื้นที่ โดยต้องตรวจสิทธิ์และวิธีใช้งานของผลิตภัณฑ์

Free ตั้ง Custom Instructions ได้ไหม

ต้องตรวจสิทธิ์การสร้าง Spaces หรือ Projects และตัวเลือก Instructions ของบัญชีปัจจุบัน

Pro และ Max ตั้ง Instructions ได้ไหม

มีความสามารถด้านพื้นที่ทำงานและการปรับคำแนะนำตามผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจที่รองรับ

Enterprise ใช้ Instructions สำหรับทีมได้ไหม

ได้ในระบบที่รองรับการทำงานร่วมกัน โดยควรตรวจสิทธิ์ผู้แก้ไขและข้อมูลที่สมาชิกเข้าถึงได้

วิธีตรวจว่า Instructions ทำงานจริงอย่างไร

สร้าง Thread ทดสอบ ตรวจภาษา รูปแบบ Sources และพฤติกรรมเมื่อไม่มีข้อมูล แล้วปรับคำสั่งตามผลจริง

หาก AI ไม่ทำตาม Instructions ต้องทำอย่างไร

ตรวจว่าบันทึกถูกพื้นที่หรือไม่ ตรวจคำสั่งที่ขัดแย้งกัน ตรวจ Prompt รายคำถาม และทดสอบใหม่

วิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space ให้ดีที่สุดคืออะไร

กำหนด Role, Context, Scope, Sources, Citation และ Output Format ให้ชัดเจน ใช้คำสั่งไม่ซ้ำซ้อน แล้วทดสอบกับคำถามและแหล่งข้อมูลจริง

สรุป วิธีตั้งคำสั่งเฉพาะให้ Perplexity ใน Space

การตั้ง Custom Instructions ช่วยกำหนดวิธีตอบคำถามของ Perplexity ให้เหมาะกับเป้าหมายของ Space หรือ Project โดยไม่ต้องพิมพ์ข้อกำหนดเดิมซ้ำทุกครั้ง

ผู้ใช้ควรเริ่มจากกำหนด Role หรือบทบาทของ AI จากนั้นอธิบาย Context ของโครงการและระบุ Scope ให้ชัดเจนว่าต้องการวิเคราะห์เรื่องใด

สำหรับงานที่อาศัยหลักฐาน ต้องกำหนดวิธีใช้ Sources และ Citation ให้เหมาะสม พร้อมตรวจ Search Scope บนหน้าจอจริง ไม่ควรใช้เพียงคำสั่งใน Prompt เป็นหลักฐานว่าระบบค้นจากไฟล์ทั้งหมดแล้ว

การกำหนด Output Format ช่วยให้คำตอบอ่านง่ายขึ้น เช่น เริ่มด้วย Summary ตามด้วยตาราง วิเคราะห์ข้อจำกัด และสรุป Next Actions

สามารถตั้งคำสั่งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได้ตามลักษณะงาน และกำหนดให้ AI แยก Verified Facts, Interpretations และ Recommendations เพื่อช่วยตรวจสอบผลลัพธ์

อย่างไรก็ตาม Custom Instructions ไม่สามารถป้องกัน Hallucination ได้ทั้งหมด และไม่ได้รับประกันว่า AI จะเข้าถึงทุก Source หรืออ่านเอกสารยาวครบทุกหน้า

หลังบันทึกควรทดลองถามคำถามหลายรูปแบบ โดยเฉพาะคำถามที่มีและไม่มีหลักฐาน เพื่อทดสอบว่าระบบยอมรับข้อจำกัดและไม่แต่งข้อมูลเมื่อไม่พบคำตอบ

ComSiam แนะนำให้เริ่มด้วยคำสั่งที่กระชับ มีโครงสร้างชัดเจน แล้วค่อยปรับจากผลการทดสอบจริง โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องของแหล่งข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้ Perplexity เป็นผู้ช่วยค้นคว้าที่ตอบสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพ และเหมาะกับงานระยะยาว