Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีใช้ Spaces หรือ Projects ใน Perplexity เริ่มจากเปิดเมนูพื้นที่ทำงาน สร้าง Space หรือ Project ใหม่ ตั้งชื่อและคำอธิบาย กำหนด Custom Instructions แล้วเพิ่มไฟล์หรือแหล่งข้อมูลที่ต้องการ จากนั้นจึงเริ่มถามคำถาม ค้นคว้า และจัดการ Threads ภายในพื้นที่ทำงานเดียวกัน
Perplexity AI ไม่ได้มีเพียงความสามารถค้นหาข้อมูลและตอบคำถาม แต่ยังมีระบบจัดพื้นที่สำหรับรวบรวมงานวิจัย เอกสาร การสนทนา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้กลับมาทำงานต่อได้สะดวกขึ้น
ความสามารถดังกล่าวเดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ Spaces ซึ่งช่วยจัดกลุ่ม Threads เพิ่ม Files และ Links ตั้งคำสั่งเฉพาะ และเชิญผู้ร่วมงานเข้ามาใช้งานได้
ต่อมา Perplexity ได้พัฒนาพื้นที่ทำงานไปสู่ Projects ซึ่งเพิ่มความสามารถสำหรับงานต่อเนื่อง เช่น การจัดการไฟล์ของโครงการ การเชื่อมต่อแอป การทำงานร่วมกัน และการใช้ Perplexity Computer ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ
ดังนั้น หากผู้ใช้เปิด Perplexity แล้วพบเมนู Projects แทน Spaces ไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าเป็นบริการคนละประเภทเสมอไป เพราะ Projects เป็นวิวัฒนาการของระบบ Spaces เดิม โดยความสามารถและหน้าจอจริงยังขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจ
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ การสร้างพื้นที่วิจัยตลาด จัดเก็บคู่มืออุปกรณ์ วางแผนบทความเว็บไซต์ รวบรวมรายงานธุรกิจ และแบ่งงานให้สมาชิกในทีมตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีใช้ Spaces หรือ Projects อย่างละเอียด ตั้งแต่การสร้างพื้นที่ ตั้งชื่อ กำหนด Custom Instructions เพิ่ม Files, Sources และ Links เลือกแหล่งค้นหา จัด Threads แชร์งาน กำหนด Permissions เปรียบเทียบ Free, Pro, Max และ Enterprise รวมถึงการจัดการความเป็นส่วนตัวและไฟล์ที่อัปโหลด พร้อม Prompt ภาษาไทยและอังกฤษ ตาราง Workflow Checklist และ FAQ
Spaces คือพื้นที่ทำงานที่ช่วยจัดกลุ่ม Threads และแหล่งข้อมูลตามหัวข้อหรือโครงการ
การรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ในพื้นที่เดียวช่วยลดความสับสนระหว่างบทสนทนาคนละเรื่อง และทำให้กลับมาตรวจงานเดิมได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเก็บ Threads ไว้ใน Space ไม่ได้หมายความว่า AI จะอ่านทุกคำตอบเก่าหรือทุกเอกสารทั้งหมดในทุกคำถามโดยอัตโนมัติ
Projects คือพื้นที่ทำงานสำหรับรวบรวมบริบท ไฟล์ บทสนทนา และงานต่อเนื่องในระบบ Perplexity รุ่นใหม่
Projects ต่อยอดแนวคิดจาก Spaces โดยเพิ่มความสามารถบางอย่าง เช่น
Perplexity ระบุว่า Spaces พัฒนาเป็น Projects และพื้นที่เดิมจะย้ายเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
แต่ผู้ใช้บางผลิตภัณฑ์อาจยังเห็นชื่อ Spaces หรือหน้าตาเมนูแบบเดิม จึงควรยึดหน้าจอและสิทธิ์บัญชีที่ใช้งานจริงเป็นหลัก
| ประเด็น | Spaces เดิม | Projects รุ่นใหม่ |
|---|---|---|
| จัดกลุ่ม Threads | รองรับ | รองรับ |
| ตั้งชื่อพื้นที่ | รองรับ | รองรับ |
| Custom Instructions | รองรับ | รองรับแนวคิด Project Instructions |
| เพิ่ม Files | ตามแพ็กเกจ | รองรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง |
| เพิ่ม Links | รองรับในฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้อง | ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและแหล่งข้อมูล |
| การทำงานร่วมกัน | รองรับ | รองรับ |
| แอปที่เชื่อมต่อ | มีในบางผลิตภัณฑ์ | ขยายการใช้งาน |
| Persistent File System | จำกัดตามโครงสร้างเดิม | เป็นส่วนสำคัญของ Projects |
| Computer Tasks | ไม่ใช่ความสามารถหลักเดิม | รองรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง |
| Memory | ตามบริบทการใช้งาน | มีความสามารถเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ |
หากบัญชีแสดงเมนู Spaces ให้ใช้งานตามความสามารถที่มีอยู่
หากบัญชีแสดง Projects ให้ใช้พื้นที่ทำงานรุ่นใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Spaces เดิมขึ้นมาใหม่เพียงเพราะเปลี่ยนชื่อฟีเจอร์
สำหรับหน้าจอที่ยังใช้ชื่อ Spaces สามารถเริ่มจากเมนูด้านข้าง
Marketing Research
พื้นที่สำหรับศึกษาตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง และรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนเนื้อหาเว็บไซต์
ชื่อเมนูและตำแหน่งปุ่มอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน หากหน้าจอใช้คำว่า Projects ให้ทำตามขั้นตอนสร้าง Project แทน
Website Content Strategy
วัตถุประสงค์คือรวบรวมข้อมูลคีย์เวิร์ด รายงานเว็บไซต์ คู่แข่ง และแผนการเผยแพร่บทความไว้ในโครงการเดียว
ตรวจว่าพื้นที่ทำงานเป็นส่วนตัวหรือมีสมาชิกคนอื่นเข้าถึงได้ และไม่เพิ่มเอกสารที่ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน
ชื่อที่ดีควรบอกวัตถุประสงค์ ไม่ยาวเกินไป และช่วยให้ค้นพบโครงการในภายหลัง
| ประเภทงาน | ชื่อพื้นที่ |
|---|---|
| วิจัยตลาด | Marketing Research |
| วิเคราะห์คู่แข่ง | Competitor Analysis |
| บทความเว็บไซต์ | SEO Content |
| คู่มืออุปกรณ์ | Technical Manuals |
| รายงานธุรกิจ | Business Reports |
| งานวิจัย | Academic Research |
| พัฒนาผลิตภัณฑ์ | Product Research |
| บริการลูกค้า | Customer Support Knowledge |
Description คือคำอธิบายว่าพื้นที่ทำงานนี้มีวัตถุประสงค์อะไร
โครงการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและเว็บไซต์ โดยใช้รายงานที่ได้รับอนุญาตร่วมกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อจัดทำข้อเสนอด้าน SEO และ Content Marketing
Description ช่วยอธิบายพื้นที่ แต่ไม่ควรใช้แทน Custom Instructions เมื่อมีข้อกำหนดเฉพาะที่ต้องการให้ AI ปฏิบัติตาม
Custom Instructions คือคำแนะนำที่กำหนดให้ AI ใช้เป็นแนวทางในการตอบภายใน Space หรือ Project
ตอบคำถามเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย โดยใช้ข้อมูลจาก Sources ที่ได้รับอนุญาตเป็นหลัก แยกข้อเท็จจริง การตีความ และข้อเสนอแนะให้ชัดเจน หากไม่พบข้อมูลในแหล่งที่ใช้ให้ระบุข้อจำกัด ห้ามสร้างตัวเลข ชื่อเอกสาร หรือ Citation ขึ้นเอง
ช่วยลดการพิมพ์คำสั่งซ้ำสำหรับงานที่มีรูปแบบคล้ายกัน
หากทำคอนเทนต์เว็บไซต์ สามารถกำหนดแนวทางวิเคราะห์และรูปแบบคำตอบล่วงหน้าได้
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ SEO และ Content Marketing ให้เริ่มจากค้นหา Search Intent วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย และเสนอหัวข้อที่อ่านง่าย แยกข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงออกจากข้อเสนอทางกลยุทธ์ ไม่แต่งปริมาณการค้นหา อันดับ Google หรือข้อมูลคู่แข่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
Custom Instructions ไม่ใช่หลักประกันว่า AI จะตอบถูกทุกครั้ง จึงยังต้องตรวจผลลัพธ์ก่อนเผยแพร่
หากโครงการเปลี่ยนเป้าหมาย สามารถตรวจเมนูการตั้งค่าพื้นที่เพื่อปรับคำแนะนำได้
หากคำสั่งยาวเกินไป ควรจัดแยกเป็นหัวข้อ เช่น Role, Sources, Output Format และ Restrictions
ในหน้าจอ Spaces เดิม คู่มือทางการอธิบายการเพิ่มไฟล์ผ่านส่วน Sources
ใช้ไฟล์ที่เพิ่มในพื้นที่นี้เป็นแหล่งข้อมูลหลักในการตอบคำถาม ระบุชื่อไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละประเด็น หากอ่านข้อมูลไม่ครบให้แจ้งข้อจำกัด และอย่าสรุปว่าทุกไฟล์ถูกอ่านครบแล้ว
Projects รุ่นใหม่รองรับการจัดการไฟล์ในพื้นที่ทำงานแบบต่อเนื่องตามสิทธิ์ของผลิตภัณฑ์
การเพิ่มไฟล์เข้า Project กับการแนบไฟล์ชั่วคราวในคำถามอาจมีผลต่อการจัดเก็บและการใช้งานซ้ำต่างกัน
Spaces เดิมมีตัวเลือกเพิ่ม Links สำหรับใช้เป็นแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
การเพิ่ม URL ไม่ได้รับประกันว่าระบบสามารถอ่านหน้าเว็บนั้นได้ทุกครั้ง เช่น หน้าที่ต้องลงชื่อเข้าใช้หรือมีข้อจำกัดการเข้าถึง
| ประเด็น | Files | Links |
|---|---|---|
| แหล่งข้อมูล | ไฟล์ที่เพิ่มหรือเชื่อมต่อ | หน้าเว็บหรือแหล่งที่ระบุ |
| ตัวอย่าง | PDF, DOCX, XLSX | เว็บคู่มือหรือรายงาน |
| การเปลี่ยนแปลง | ขึ้นกับไฟล์และการซิงก์ | เนื้อหาเว็บอาจเปลี่ยน |
| การเข้าถึง | ตามสิทธิ์ไฟล์ | ตามสิทธิ์และการเข้าถึงเว็บ |
| การตรวจหลักฐาน | ตรวจไฟล์ต้นฉบับ | ตรวจหน้าเว็บต้นทาง |
| ความเป็นส่วนตัว | ต้องตรวจข้อมูลภายใน | ระวังลิงก์ข้อมูลส่วนตัว |
ใช้ Files เมื่อมีเอกสารเฉพาะฉบับที่ต้องการวิเคราะห์ และใช้ Links เมื่อจำเป็นต้องค้นข้อมูลจากหน้าเว็บหรือเอกสารออนไลน์ที่เข้าถึงได้
ใน Spaces เดิมมีการเลือกแหล่งข้อมูล เช่น Web, Files และ Links
หากต้องการสรุปสัญญาเฉพาะเอกสารที่อัปโหลด ควรเลือกแหล่งข้อมูลไฟล์ที่เกี่ยวข้อง และไม่ใช้ข้อมูลเว็บมาเติมเงื่อนไขในสัญญาโดยไม่ระบุที่มา
ตอบคำถามนี้จากไฟล์ที่เพิ่มใน Space เท่านั้น หากต้องใช้ข้อมูลจากเว็บให้แยกเป็นหัวข้อ External Information และระบุชัดเจนว่าส่วนใดไม่ได้มาจากเอกสารต้นฉบับ
การปิด Web Search ไม่ได้ยืนยันว่า AI จะไม่ใช้ความรู้เดิมของโมเดลประกอบการสร้างข้อความ ดังนั้นยังต้องตรวจคำตอบกับ Sources จริง
Internal Knowledge Search คือการค้นและถามคำถามจากข้อมูลที่องค์กรหรือผู้ใช้เพิ่มไว้
ค้นคำตอบจากเอกสารภายในพื้นที่นี้ โดยระบุชื่อไฟล์และส่วนที่เกี่ยวข้อง แยกข้อมูลที่พบจริงจากข้อสรุปของ AI หากไม่มีหลักฐานให้แจ้งว่าไม่พบในแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้
ผลค้นหาอาจไม่ครอบคลุมทุกข้อความของไฟล์ขนาดใหญ่ ควรตรวจเอกสารต้นฉบับเมื่อต้องการความครบถ้วน
Thread คือบทสนทนาหรือชุดคำถามและคำตอบ
Space: Marketing Research
ช่วยไม่ให้ข้อมูลหลายเรื่องปะปนกันในบทสนทนายาวเพียงรายการเดียว
บางหน้าจอมีความสามารถจัดระเบียบหรือย้าย Threads ไปยัง Space ที่ต้องการ
การย้าย Thread ไม่ได้หมายความว่าไฟล์แนบชั่วคราวใน Thread จะกลายเป็น Source ถาวรของ Space โดยอัตโนมัติ
การถามต่อเหมาะกับงานที่ต้องขยายประเด็นจากเอกสารหรือผลการวิจัยเดิม
คำถามแรก
รายงานนี้กล่าวถึงแนวโน้มอะไร
คำถามต่อมา
มีหลักฐานใดสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว
คำถามเพิ่มเติม
เปรียบเทียบกับรายงานอีกฉบับในโครงการ
คำถามตรวจสอบ
ข้อสรุปใดยังไม่มีข้อมูลยืนยัน
ควรให้ AI ตรวจกลับไปยัง Sources ที่เกี่ยวข้อง แทนการอ้างอิงคำตอบก่อนหน้าเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
Projects รุ่นใหม่มีความสามารถรองรับการทำงานหลายรอบในบริบทของพื้นที่เดียวกัน
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถรวบรวมไฟล์ วิเคราะห์ข้อมูล สร้างผลลัพธ์ และกลับมาทำงานต่อในโครงการเดิมตามความสามารถที่บัญชีรองรับ
ความสามารถอย่าง Perplexity Computer และ Memory ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้กับทุกแพ็กเกจหรือทุกขั้นตอนของการใช้งาน Projects
การวิจัยตลาดเป็นตัวอย่างที่เหมาะกับพื้นที่ที่รวมแหล่งข้อมูลหลายประเภท
Project: Marketing Research
Sources:
Threads:
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยตลาดในโครงการนี้ โดยเริ่มจากตรวจเอกสารที่เข้าถึงได้จริง แล้ววิเคราะห์กลุ่มลูกค้า คู่แข่ง และโอกาสทางการตลาด แยก Market Evidence, Assumptions และ Recommendations ไม่แต่งสถิติหรือส่วนแบ่งตลาดที่ไม่มีแหล่งข้อมูล
Projects เหมาะกับการจัดระเบียบงานเนื้อหาที่มีหลายหมวดและต้องศึกษาข้อมูลต่อเนื่อง
Project: SEO Content Strategy
ข้อมูลที่ใช้:
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวางแผน Content Marketing ให้เริ่มจากวิเคราะห์ Search Intent และจัดกลุ่มหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ใช้ข้อมูลจาก Sources ของโครงการตามที่เข้าถึงได้จริง แยกข้อเท็จจริงจากข้อเสนอ SEO และไม่สร้าง Search Volume หรืออันดับค้นหาที่ไม่ได้ตรวจสอบ
ควรแยก Threads สำหรับวิเคราะห์คีย์เวิร์ด วางโครงบทความ ตรวจบทความ และวิเคราะห์ผลลัพธ์ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
งานด้านเทคนิคอาจมีคู่มือจากผู้ผลิตหลายรุ่น ซึ่งไม่ควรนำเนื้อหามาผสมกัน
ใช้เอกสารคู่มือที่เพิ่มในพื้นที่นี้เพื่อตอบคำถาม โดยระบุชื่อรุ่นและชื่อไฟล์ของหลักฐานทุกครั้ง ห้ามนำคำสั่งหรือสเปกจากอุปกรณ์รุ่นอื่นมาตอบแทน และแยกคำแนะนำทั่วไปออกจากสิ่งที่ผู้ผลิตยืนยัน
คู่มือหลายรุ่นอาจมีชื่อใกล้กัน แต่คำสั่งหรือข้อจำกัดแตกต่างกันอย่างสำคัญ
Spaces และ Projects มีความสามารถด้าน Collaboration ตามผลิตภัณฑ์และสิทธิ์บัญชี
ไม่ควรแชร์พื้นที่ที่มีข้อมูลลูกค้า พนักงาน หรือข้อมูลลับโดยไม่ตรวจสิทธิ์และนโยบายองค์กรก่อน
| บทบาท | หลักการใช้งาน |
|---|---|
| Owner | เจ้าของพื้นที่หรือผู้รับผิดชอบ |
| Viewer | ดูข้อมูลตามสิทธิ์ |
| Collaborator | ร่วมทำงานตามสิทธิ์ที่ระบบกำหนด |
| Admin | จัดการระดับองค์กรในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ |
ชื่อบทบาทและรายละเอียดสิทธิ์อาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงต้องตรวจเมนูจริงก่อนอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญ
Projects บางผลิตภัณฑ์มีตัวเลือกแบ่งปันพื้นที่หรือผลการทำงานหลายระดับ
ข้อมูลส่วนตัวควรจำกัดการเข้าถึง ขณะที่เอกสารสาธารณะอาจแชร์ได้กว้างกว่าเมื่อมีสิทธิ์ใช้งาน
Projects รุ่นใหม่มีความสามารถเชื่อมข้อมูลจากแอปภายนอกตามสิทธิ์ผลิตภัณฑ์
การเชื่อมต่อแอปเป็นการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตามขอบเขตที่กำหนด ไม่ควรอนุญาตมากกว่าที่งานต้องใช้
Projects รุ่นใหม่มีความสามารถด้านบริบทต่อเนื่องและความจำในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ
AI สามารถใช้บริบทของโครงการเพื่อช่วยให้การทำงานครั้งต่อไปต่อยอดจากงานเดิมได้สะดวกขึ้น
Persistent Memory ไม่ใช่สิ่งทดแทนเอกสารต้นฉบับหรือระบบสำรองข้อมูลที่เป็นทางการ
คู่มือ Spaces เดิมระบุว่าบัญชี Free สามารถสร้าง Spaces เพื่อจัด Threads และทำงานร่วมกันในระดับพื้นฐานได้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องการเพิ่มไฟล์เป็น Sources และความสามารถขั้นสูง
ข้อมูลแพ็กเกจใหม่อธิบายความสามารถ Projects และการวิเคราะห์ไฟล์เพิ่มเติมสำหรับบัญชีชำระเงิน
ไม่ควรใช้ข้อมูล Spaces รุ่นเก่ารับประกันว่าสิทธิ์บัญชี Free ปัจจุบันเหมือนเดิมทุกอย่าง
| ความสามารถ | Free | Pro | Max | Enterprise |
|---|---|---|---|---|
| จัดพื้นที่งาน | พื้นฐานตามสิทธิ์ | รองรับเพิ่มเติม | ขีดจำกัดสูงขึ้น | รองรับระดับองค์กร |
| File Sources | จำกัด | รองรับ | เพิ่มขีดจำกัด | ตามระดับองค์กร |
| Research | จำกัด | ใช้ได้มากขึ้น | สูงกว่า | ตามแพ็กเกจ |
| Collaboration | ตามสิทธิ์ | รองรับ | รองรับ | ควบคุมระดับองค์กร |
| Connectors | จำกัด | ตามผลิตภัณฑ์ | เพิ่มความสามารถ | รองรับการจัดการองค์กร |
| Admin Controls | ไม่ใช่จุดหลัก | ไม่ใช่จุดหลัก | ตามผลิตภัณฑ์ | รองรับ |
| Data Governance | มาตรฐาน | ตามนโยบาย | ตามนโยบาย | มีการควบคุมเพิ่มเติม |
ผู้ใช้คนเดียวที่ต้องการจัด Threads อาจไม่จำเป็นต้องใช้แพ็กเกจสูงที่สุด
แต่หากต้องเพิ่มไฟล์จำนวนมาก ทำงานร่วมกับทีม และจัดการสิทธิ์ข้อมูลภายใน ควรประเมินแพ็กเกจชำระเงินตามความต้องการจริง
มี โดยคู่มือของ Perplexity ระบุขีดจำกัดต่างกันตามผลิตภัณฑ์และระดับบัญชี
อย่าสับสนจำนวนไฟล์ต่อ Project กับจำนวนไฟล์ที่แนบพร้อมกันในคำถามเดียว
เมื่อโครงการมีเอกสารจำนวนมาก ควรทบทวนแหล่งข้อมูลเป็นระยะ
การลบ Source ไม่ได้หมายความว่าคำตอบที่สร้างไว้ก่อนหน้าจะถูกลบโดยอัตโนมัติ
Spaces และ Projects อาจประกอบด้วยข้อมูลที่ต้องการควบคุมสิทธิ์ เช่น รายงานธุรกิจ ข้อมูลลูกค้า และเอกสารภายในองค์กร
Perplexity ระบุว่า Enterprise มีมาตรการด้านข้อมูลและการควบคุมระดับองค์กรเพิ่มเติม แต่ไม่ควรนำคุณสมบัติ Enterprise ไปเหมารวมว่าทุกบัญชี Free หรือ Pro มีมาตรการและเงื่อนไขเดียวกัน
การรวมแหล่งข้อมูลจำนวนมากอาจทำให้ AI นำข้อมูลจากเอกสารคนละฉบับมาปะปนกัน
ตอบคำถามจาก Sources ในพื้นที่นี้โดยแยกชื่อไฟล์และข้อมูลที่ตรวจพบจริงทุกประเด็น หากแหล่งข้อมูลขัดแย้งกันให้แสดงความแตกต่าง ไม่เลือกข้อมูลหนึ่งเป็นข้อสรุปโดยไม่มีเหตุผล และห้ามสร้าง Citation ขึ้นเอง
การอยู่ใน Project เดียวกันไม่ได้ทำให้ข้อมูลทุกฉบับถูกต้องหรือสอดคล้องกันโดยอัตโนมัติ
ช่วยออกแบบโครงสร้าง Project สำหรับ [ประเภทงาน] โดยเสนอชื่อ คำอธิบาย หมวด Sources และ Threads ที่ควรแยก
เขียน Custom Instructions สำหรับโครงการนี้ โดยกำหนดบทบาท ภาษา รูปแบบคำตอบ แหล่งข้อมูลหลัก และข้อห้ามในการแต่งข้อมูล
ตอบจากไฟล์ที่เพิ่มในโครงการเท่านั้น และระบุชื่อเอกสารประกอบแต่ละข้อสรุป
เปรียบเทียบ Sources หลายฉบับ โดยแยกข้อมูลของแต่ละไฟล์และระบุข้อขัดแย้ง
ช่วยเสนอหมวด Threads ให้เหมาะกับงานวิจัยตลาด โดยไม่รวมคำถามคนละวัตถุประสงค์ไว้ใน Thread เดียว
วาง Workflow การทำงานร่วมกันระหว่างผู้วิจัย ผู้ตรวจสอบ และผู้อนุมัติ โดยแยกหน้าที่ให้ชัดเจน
จัดทำ Checklist ก่อนแชร์ Project โดยเน้นข้อมูลลูกค้า สิทธิ์สมาชิก และ Connectors
ตรวจข้อสรุปจากโครงการนี้กับ Sources ที่เกี่ยวข้อง และทำรายการข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน
Design a project workspace for the specified research goal, including a title, description, source categories, and a clear thread structure.
Write reusable project instructions covering role, scope, preferred language, output format, evidence requirements, and uncertainty handling.
Answer the question using accessible project files and identify the source document for each important claim.
Compare the available project sources, identify agreements and contradictions, and avoid mixing unrelated documents.
Distinguish evidence from uploaded files, linked web pages, and general model knowledge.
Propose a collaboration workflow with responsibilities, review checkpoints, and approval steps.
Create a permissions checklist covering project members, connected apps, shared threads, and sensitive files.
Audit the conclusions against the actual project sources and label unsupported statements clearly.
Summarize verified progress, unresolved questions, next actions, and source documents needed for the next session.
| ขั้นตอน | สิ่งที่ทำ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1 | กำหนดเป้าหมาย | Project Objective |
| 2 | เลือกชื่อ | Project Title |
| 3 | เขียนคำอธิบาย | Description |
| 4 | กำหนด Instructions | AI Guidelines |
| 5 | ตรวจสิทธิ์บัญชี | Plan Check |
| 6 | เพิ่ม Files | Source Files |
| 7 | เพิ่ม Links เมื่อรองรับ | Web Sources |
| 8 | ตรวจ Connectors | Connected Sources |
| 9 | แยก Threads | Research Structure |
| 10 | เลือกแหล่งค้นหา | Search Scope |
| 11 | ตั้งคำถาม | Research Query |
| 12 | ตรวจคำตอบ | Evidence Review |
| 13 | เชิญสมาชิกเมื่อจำเป็น | Collaboration |
| 14 | กำหนด Permissions | Access Control |
| 15 | สรุปงานที่ยืนยันแล้ว | Verified Output |
| 16 | ทบทวน Sources | Knowledge Maintenance |
| 17 | ตรวจการแชร์และข้อมูลลับ | Security Review |
| 18 | ปรับโครงการตามงานจริง | Continuous Improvement |
คือพื้นที่จัดกลุ่ม Threads และแหล่งข้อมูลสำหรับงานหรือโครงการเดียวกัน
คือพื้นที่ทำงานรุ่นใหม่ที่ต่อยอดจาก Spaces และรองรับไฟล์ บริบทงาน และการทำงานร่วมกันตามผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน
Perplexity ระบุว่า Spaces พัฒนาเป็น Projects และข้อมูลเดิมจะย้ายเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่ แต่หน้าจอของผู้ใช้บางผลิตภัณฑ์อาจยังใช้ชื่อเดิม
เปิด Spaces เลือก Create a Space ตั้งชื่อ เพิ่ม Description และ Custom Instructions แล้วบันทึก
เปิด Projects หรือพื้นที่ทำงานที่บัญชีรองรับ เลือกสร้างใหม่ ตั้งชื่อ กำหนดคำแนะนำ แล้วเพิ่มไฟล์หรือแหล่งข้อมูล
คู่มือ Spaces เดิมระบุว่า Free สามารถสร้าง Spaces พื้นฐานได้ แต่การเพิ่ม Sources และความสามารถขั้นสูงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและผลิตภัณฑ์
มีความสามารถ Projects และการวิเคราะห์ไฟล์ตามสิทธิ์ของบัญชี Pro
เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการขีดจำกัดและความสามารถขั้นสูงมากขึ้นตามแพ็กเกจ
ใช้ทำงานร่วมกัน จัดการไฟล์ ควบคุมสิทธิ์ และใช้แหล่งข้อมูลภายในตามนโยบายองค์กร
เป็นคำแนะนำที่กำหนดให้ AI ใช้เป็นแนวทางตอบคำถามภายในพื้นที่ทำงาน
ได้ สามารถกำหนดบทบาท รูปแบบ และภาษาที่ต้องการได้
รองรับไฟล์ PDF ตามสิทธิ์และขีดจำกัดของฟีเจอร์
รองรับ DOCX ในฟีเจอร์ File Sources ที่เกี่ยวข้อง
รองรับ XLSX ในฟีเจอร์ที่กำหนด แต่ยังต้องตรวจสูตรและตัวเลขจริง
รองรับ CSV ตามความสามารถของผลิตภัณฑ์
คู่มือ Spaces เดิมระบุว่าภาพ PNG และ JPEG ไม่ได้รองรับเป็น Source แบบเดียวกับไฟล์เอกสาร แต่สามารถแนบภาพประกอบคำถามได้ตามฟีเจอร์
มีฟีเจอร์เพิ่ม Links เป็นแหล่งข้อมูลใน Spaces เดิม และต้องตรวจเมนูของ Projects รุ่นใหม่
ในฟีเจอร์ที่รองรับสามารถเลือกแหล่งค้นหาได้ แต่ต้องตรวจคำตอบว่าอาศัยหลักฐานจากไฟล์จริงหรือไม่
Files คือเอกสารที่อัปโหลดหรือเชื่อมต่อ ส่วน Links คือแหล่งข้อมูลจากหน้าเว็บที่ระบุ
คือบทสนทนาที่ประกอบด้วยคำถามและคำตอบต่อเนื่อง
ได้ เหมาะกับการแยกงานตามหัวข้อหรือเป้าหมาย
บางหน้าจอรองรับการจัดระเบียบหรือย้าย Threads ต้องตรวจเมนูที่บัญชีใช้งาน
ไม่ควรสมมุติเช่นนั้น เพราะไฟล์แนบชั่วคราวกับ Source ของพื้นที่มีการจัดการต่างกัน
ได้ตามสิทธิ์ สามารถเชิญสมาชิกหรือกำหนดการแชร์ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ
Viewer ใช้ดูข้อมูลตามสิทธิ์ ส่วน Collaborator ร่วมทำงานได้ตามขอบเขตที่ระบบกำหนด
มีการกำหนดการเข้าถึงแบบส่วนตัวในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ และควรตรวจการแชร์ทุกครั้ง
Projects และผลิตภัณฑ์ Enterprise ที่เกี่ยวข้องมีความสามารถเชื่อมแหล่งข้อมูลจาก Google Drive ตามสิทธิ์บัญชี
มี Connectors ในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ โดยต้องตรวจสิทธิ์การเชื่อมต่อจริง
Projects รุ่นใหม่มีความสามารถบริบทและ Memory เพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ แต่ไม่ควรถือว่าใช้ได้กับทุกบัญชีเหมือนกัน
มีข้อจำกัดตามแพ็กเกจ คู่มือ Spaces เดิมระบุ Pro สูงสุด 50 ไฟล์ต่อ Space ขณะที่ผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรบางรุ่นรองรับจำนวนมากกว่า
อาจเกิดจาก Source ไม่ได้เพิ่มจริง เลือกแหล่งข้อมูลผิด ระบบอ่านไฟล์ไม่ครบ หรือคำค้นไม่ตรงกับเอกสาร
สามารถนำ Sources ออกผ่านเมนูจัดการตามสิทธิ์ที่รองรับ และควรตรวจประวัติหรือคำตอบเก่าที่เกี่ยวข้องด้วย
ไม่ควรสมมุติว่าการลบพื้นที่ใน Perplexity จะลบไฟล์ต้นฉบับของบริการภายนอกด้วย
ควรตรวจนโยบายและสิทธิ์การแชร์ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตั้งค่าขององค์กร และไม่เพิ่มข้อมูลลับเกินความจำเป็น
Projects จัดบริบทและแหล่งข้อมูลสำหรับงานต่อเนื่อง ส่วน Thread ปกติเป็นบทสนทนาเฉพาะเรื่อง
กำหนดเป้าหมายให้ชัด ตั้ง Instructions ที่เหมาะ เพิ่ม Sources ที่ตรวจสอบได้ แยก Threads ตามหัวข้อ ตรวจคำตอบกับหลักฐาน และทบทวนสิทธิ์การแชร์สม่ำเสมอ
Spaces และ Projects เป็นความสามารถสำหรับจัดกลุ่มงานวิจัย เอกสาร และบทสนทนาให้เป็นระบบ โดย Projects เป็นการพัฒนาต่อจากแนวคิด Spaces เดิม
การเริ่มใช้งานควรสร้างพื้นที่ตามเป้าหมาย ตั้งชื่อและ Description ให้สื่อความหมาย และกำหนด Custom Instructions สำหรับรูปแบบคำตอบและวิธีใช้หลักฐาน
ผู้ใช้สามารถเพิ่มไฟล์และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามสิทธิ์บัญชี แล้วเลือกให้ AI ค้นจาก Files, Links หรือ Web ตามความสามารถที่ผลิตภัณฑ์รองรับ
การจัด Threads แยกตามประเด็นช่วยลดความสับสน ขณะที่การใช้ Sources ร่วมกันช่วยให้การค้นคว้าและการทำงานต่อเนื่องสะดวกขึ้น
Projects รุ่นใหม่มีความสามารถเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์ แอปที่เชื่อมต่อ การทำงานร่วมกัน และบริบทระยะยาว แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและฟีเจอร์จริง
หากแชร์ข้อมูลกับผู้อื่น ต้องตรวจบทบาทสมาชิก การเข้าถึงไฟล์ สิทธิ์ Connectors และนโยบายข้อมูลก่อนเปิดให้ใช้งาน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ถือว่าคำตอบของ AI ถูกต้องเพียงเพราะมาจาก Space หรือ Project เดียวกัน ทุกข้อสรุปที่สำคัญยังควรตรวจย้อนกลับกับแหล่งข้อมูลจริง
ComSiam แนะนำให้ใช้ Spaces หรือ Projects เป็นศูนย์กลางจัดการงานที่ต้องใช้ข้อมูลต่อเนื่อง โดยวางโครงสร้างตั้งแต่เริ่มต้น แยก Sources และ Threads ให้ชัดเจน และตรวจคุณภาพข้อมูลกับสิทธิ์การเข้าถึงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้การค้นคว้า การทำงานร่วมกัน และการจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น