Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity หรือการเลือกไม่ให้ Perplexity นำข้อมูลการค้นหาไปใช้ปรับปรุงโมเดล AI สามารถตรวจสอบได้จากเมนู Settings และตัวเลือก AI Data Usage ของบัญชีที่รองรับ โดยผู้ใช้ควรปิดตัวเลือกดังกล่าวก่อนส่งคำถามหรือเอกสารที่ไม่ต้องการให้ใช้ในวัตถุประสงค์เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกแพ็กเกจจะมีสิทธิ์การตั้งค่าที่เหมือนกัน คู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจของ Perplexity ระบุว่า Pro และ Max รองรับการเลือก Opt-out AI Training ขณะที่บัญชี Free ไม่ได้ถูกระบุว่ามีสิทธิ์เดียวกันในตารางแพ็กเกจ ส่วน Enterprise และ API มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อฝึกโมเดลตามเงื่อนไขบริการโดยเฉพาะ
สิ่งสำคัญคือ การปิด AI Data Usage ไม่ได้เท่ากับการลบประวัติการค้นหา ปิด Memory หรือลบบัญชี และไม่ได้ทำให้ Perplexity หยุดประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบ เพราะการใช้ข้อมูลเพื่อให้บริการกับการใช้ข้อมูลเพื่อฝึกหรือปรับปรุง AI เป็นคนละกระบวนการ
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบและปิด AI Data Usage บน Windows, Mac, Android และ iPhone พร้อมแยกเงื่อนไข Free, Pro, Max, Enterprise และ API ผลกระทบต่อ Prompts, Threads, Feedback, Memory, Incognito และ Data Retention รวมถึงแนวทางตรวจสอบสถานะและแก้ปัญหาเมื่อไม่พบเมนูดังกล่าว
AI Data Usage เป็นการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลการค้นหาของผู้ใช้ไปใช้เพื่อปรับปรุงโมเดล AI ตามขอบเขตที่ Perplexity กำหนด
ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ Opt-out สามารถเลือกไม่เข้าร่วมการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้
ข้อมูลที่ส่งเข้า Perplexity อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลายประเภท เช่น
การปิด AI Data Usage ไม่ได้หยุดกิจกรรมทั้งหมดในรายการนี้
| คำศัพท์ | ความหมาย |
|---|---|
| AI Data Usage | การตั้งค่าการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ตามเงื่อนไข |
| Opt-out | การเลือกไม่เข้าร่วมการใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุ |
| Inference | การประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบ |
| Model Training | การฝึกหรือปรับโมเดล AI |
| Search History | ประวัติคำถามและบทสนทนา |
| Memory | ข้อมูลบริบทที่ระบบจดจำ |
| Incognito | โหมดจำกัดการบันทึกประวัติข้ามเซสชัน |
| Data Retention | หลักเกณฑ์และระยะเวลาเก็บข้อมูล |
| Delete Account | การขอลบบัญชีตามกระบวนการบริการ |
Perplexity มีหลายแพ็กเกจ และสิทธิ์ด้านความเป็นส่วนตัวไม่ได้เหมือนกันทุกประเภท
| แพ็กเกจ | การใช้ข้อมูลฝึก AI และ Opt-out | แนวทาง |
|---|---|---|
| Free | คู่มือแพ็กเกจใหม่ไม่ระบุสิทธิ์ Opt-out AI Training | ตรวจสอบ Settings; อย่าถือว่าปิดได้แน่นอน |
| Pro | ระบุว่ารองรับ Opt-out AI Training | ตรวจสอบ AI Data Usage และปิด |
| Max | ระบุว่ารองรับ Opt-out AI Training | ตรวจสอบ AI Data Usage และปิด |
| Enterprise Pro | ข้อมูลลูกค้าไม่ถูกใช้ฝึกโมเดลตามข้อกำหนด | ตรวจสอบนโยบายองค์กร |
| Enterprise Max | ข้อมูลลูกค้าไม่ถูกใช้ฝึกโมเดลตามข้อกำหนด | ตรวจสอบนโยบายองค์กร |
| API | Customer Content ไม่ถูกใช้ฝึกหรือปรับปรุงโมเดลตามสัญญา | ตรวจสอบ API Terms และการออกแบบระบบ |
หน้า FAQ เก่าของ Perplexity เคยอธิบายการปิด AI Data Usage ผ่าน Settings โดยทั่วไป แต่คู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจที่ใหม่กว่าระบุสิทธิ์ Opt-out ไว้กับ Pro และ Max
ดังนั้น หากใช้บัญชี Free ควรตรวจสอบว่ามีตัวเลือก AI Data Usage ปรากฏและสามารถบันทึกเป็น Off ได้จริงหรือไม่ ไม่ควรสมมุติว่าทุกบัญชี Free ใช้คำสั่งดังกล่าวได้
ทั้งสองแพ็กเกจถูกระบุว่ารองรับการเลือก Opt-out AI Training ส่วนความแตกต่างด้านอื่น เช่น โควตาและการเข้าถึงโมเดล ไม่ใช่เหตุผลให้สรุปว่า Max มีการรับประกันไม่ฝึกข้อมูลแบบเดียวกับ Enterprise
วิธีที่มีคำอธิบายจาก Perplexity คือเปิดการตั้งค่าบัญชีแล้วปิดตัวเลือก AI Data Usage
ควรเห็นสถานะ AI Data Usage เป็น Off หรือสถานะปิดใช้งานตามรูปแบบที่เว็บไซต์แสดง
หากตัวเลือกมีปุ่มยืนยันเพิ่มเติม ต้องดำเนินการให้ครบก่อนถือว่าบันทึกแล้ว
ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบถูกบัญชีและมีสิทธิ์ในแพ็กเกจที่รองรับ ก่อนพิจารณาว่าเป็นปัญหาของเบราว์เซอร์
ผู้ใช้ Mac สามารถตรวจสอบ AI Data Usage ผ่านเว็บไซต์ Perplexity ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ macOS ทั้งระบบ
ไม่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนสถานะ AI Data Usage โดยตรง
Safari Privacy Settings และ AI Data Usage ของ Perplexity เป็นคนละส่วน
Safari ใช้ควบคุมข้อมูลเว็บไซต์และการติดตามบางประเภท ขณะที่ AI Data Usage เป็นการตั้งค่าภายในบัญชี Perplexity
ไม่ควรใช้แทน Opt-out เพราะ Private Browsing ของ Safari มีหน้าที่ควบคุมประวัติและข้อมูลในเบราว์เซอร์ ไม่ได้เป็นการเปลี่ยน AI Data Usage ของบัญชีโดยอัตโนมัติ
ผู้ใช้ Android สามารถตรวจสอบการตั้งค่าผ่านแอป Perplexity หรือเว็บไซต์บนมือถือ
สามารถเปิดเว็บไซต์ Perplexity ผ่าน Chrome บน Android แล้วตรวจสอบ Settings ของบัญชีเดียวกัน
ตำแหน่งเมนูบนเว็บไซต์มือถืออาจแตกต่างจากคอมพิวเตอร์
ไม่จำเป็นเพื่อปิด AI Data Usage โดยตรง
สิทธิ์ Microphone, Camera และ Photos เป็นการอนุญาตให้แอปเข้าถึงอุปกรณ์ ส่วน AI Data Usage เป็นการควบคุมการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุ
แต่ควรจำกัดสิทธิ์แอปที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยรวม
ผู้ใช้ iPhone สามารถตรวจสอบได้ทั้งจากแอป Perplexity และเว็บไซต์ผ่าน Safari
ไม่ใช่
App Tracking เป็นการควบคุมการติดตามข้ามแอปหรือเว็บไซต์ตามระบบของ Apple ขณะที่ AI Data Usage เป็นการควบคุมการใช้ข้อมูลในบริการ Perplexity
ผู้ใช้ควรตรวจสอบทั้งสองส่วนตามความต้องการ ไม่ควรสับสนว่าเป็นสวิตช์เดียวกัน
หลังเปลี่ยนค่า ควรตรวจสอบจากบัญชีจริง ไม่ใช่อาศัยเพียงความจำว่าเคยกดปิดแล้ว
สามารถตรวจสอบจากทั้งสองอุปกรณ์โดยเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียวกันได้ เพื่อดูว่าการตั้งค่าของบัญชีแสดงตรงกันหรือไม่
ให้ตรวจสอบว่ากำลังใช้บัญชีเดียวกันหรือไม่ มีการเปลี่ยนแพ็กเกจหรือไม่ และระบบบันทึกค่าจริงหรือไม่
หากยังผิดปกติ ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Perplexity พร้อมอธิบายปัญหาโดยไม่ส่งข้อมูลลับที่ไม่จำเป็น
Prompt คือคำถามหรือคำสั่งที่ส่งให้ Perplexity
เมื่อปิด AI Data Usage ตามสิทธิ์ที่รองรับ การใช้ข้อมูลค้นหาเพื่อปรับปรุง AI จะอยู่ภายใต้การเลือกไม่เข้าร่วมตามขอบเขตที่ Perplexity ระบุ
แต่บริการยังต้องรับและประมวลผล Prompt เพื่อสร้างคำตอบ
ผู้ใช้พิมพ์ว่า
“ช่วยอธิบายการติดตั้งระบบเครือข่ายสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก”
ระบบยังสามารถสร้างคำตอบได้ตามปกติ
ไม่ใช่
Search History และ Threads เป็นระบบจัดเก็บบทสนทนาเพื่อให้ผู้ใช้กลับมาอ่านข้อมูลเดิม ส่วน AI Data Usage เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI
| รายการ | เมื่อปิด AI Data Usage |
|---|---|
| ค้นหาด้วย AI | ยังใช้งานตามสิทธิ์บัญชีได้ |
| Threads เดิม | ไม่ได้ถูกลบโดยคำสั่งนี้ |
| Search History | ไม่ได้ถูกลบโดยคำสั่งนี้ |
| Library | ยังมีรายการที่บันทึกไว้ตามปกติ |
| การถามต่อ | ยังใช้ได้ตามฟีเจอร์ |
| การแชร์ Thread | ต้องจัดการแยก |
| การลบ Thread | ต้องใช้ Delete |
| Memory | ต้องจัดการแยก |
ไม่ควรเข้าใจว่าการปิด AI Data Usage จะจัดการประวัติย้อนหลังให้อัตโนมัติ
Perplexity มีระบบ Feedback เพื่อให้ผู้ใช้แจ้งปัญหาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพคำตอบ
การส่ง Feedback เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต่างจากการค้นหาทั่วไป
ไม่ควรรับประกันโดยไม่มีคำอธิบายเฉพาะจากบริการ
ผู้ใช้ควรอ่านขอบเขตของ AI Data Usage และข้อกำหนด Feedback เพราะการส่งความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงบริการอาจมีวัตถุประสงค์แยกต่างหาก
Memory เป็นฟีเจอร์จดจำบริบทและความสนใจเพื่อปรับคำตอบให้เหมาะกับผู้ใช้
การใช้ Memory เพื่อปรับคำตอบไม่ใช่สิ่งเดียวกับการนำข้อมูลไปปรับพารามิเตอร์ของโมเดล AI
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะเป็นการตั้งค่าคนละส่วน
Perplexity มีฟีเจอร์ Brain สำหรับผลิตภัณฑ์ Computer ที่รองรับบัญชี Max โดยมีระบบจดจำบริบทของงานและการตั้งค่าแยกจาก Search History
ควรตรวจสอบ Memory และ Brain ตามฟีเจอร์ที่บัญชีใช้งานจริง
Incognito เป็นโหมดที่ช่วยจำกัดการบันทึกกิจกรรมการค้นหาเป็นประวัติข้ามเซสชัน
| รายการ | AI Data Usage Off | Incognito |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | เลือกไม่ให้ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ตามขอบเขต | ไม่บันทึกประวัติข้ามเซสชันตามโหมด |
| ใช้ก่อนค้นหาได้ | ได้เมื่อบัญชีรองรับ | ได้เมื่อฟีเจอร์รองรับ |
| ลบ Threads เก่า | ไม่ | ไม่ |
| ปิด Memory ทั้งบัญชี | ไม่ | ไม่ใช่การตั้งค่า Memory ทั้งบัญชี |
| หยุดการสร้างคำตอบ | ไม่ | ไม่ |
| ป้องกันการประมวลผลทุกประเภท | ไม่ | ไม่ |
ไม่ควรถือว่าใช้แทนกันได้โดยอัตโนมัติ เพราะเป็นเครื่องมือคนละวัตถุประสงค์
เหมาะกับการค้นหาที่ไม่ต้องการให้ปรากฏเป็นประวัติข้ามเซสชันตามโหมดที่บริการรองรับ แต่ยังควรหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น
Data Retention คือการเก็บรักษาข้อมูลตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่นโยบายกำหนด
AI Data Usage เป็นเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI
ไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง
ข้อมูลทางเทคนิคหรือบันทึกที่จำเป็นอาจยังถูกประมวลผลหรือเก็บรักษาตามนโยบายและข้อกำหนด
ไม่ควรรับประกันว่าข้อมูลทุกประเภทหายทันที
Privacy Notice ระบุว่าข้อมูลบางประเภทอาจต้องได้รับการเก็บรักษาตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต
ผู้ใช้จำนวนมากต้องการทราบว่าหากเพิ่งปิดวันนี้ ข้อมูลที่เคยใช้ก่อนหน้านั้นจะถูกถอนออกจากการฝึก AI ด้วยหรือไม่
การเปลี่ยนสถานะ Opt-out ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการย้อนกลับการใช้ข้อมูลในอดีตทั้งหมด
ขอบเขตการมีผลย้อนหลังต้องพิจารณาจากคำอธิบายของบริการและนโยบายที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรรับประกันเช่นนั้น เพราะการจัดการข้อมูลต้นทางกับการย้อนผลของการฝึกโมเดลเป็นคนละกระบวนการ
Perplexity ระบุว่าข้อมูลลูกค้า Enterprise ไม่ถูกใช้ฝึก ปรับแต่ง หรือปรับปรุงโมเดล AI ตามข้อกำหนดบริการองค์กร
ดังนั้น การคุ้มครองหลักในเรื่องการฝึกโมเดลของ Enterprise ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปิดสวิตช์ AI Data Usage แบบบัญชีผู้ใช้ทั่วไปเพียงอย่างเดียว
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น
การไม่ใช้ข้อมูลฝึกโมเดลไม่ได้หมายความว่าไม่มีการประมวลผลเพื่อให้บริการหรือดำเนินการตามข้อกำหนด
Perplexity มีความสามารถกำหนด Data Retention สำหรับองค์กรที่เข้าเงื่อนไข โดยการตั้งค่าเฉพาะบางประเภทอาจจำกัดตามจำนวนที่นั่งและข้อกำหนดของ Enterprise
ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบสิทธิ์ขององค์กรก่อนดำเนินการ
บริการ API อยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่แยกจากบัญชีผู้ใช้เว็บไซต์ทั่วไป
Perplexity API Terms ระบุว่า Perplexity จะไม่ใช้หรืออนุญาตให้บุคคลที่สามใช้ Customer Content เพื่อฝึก ฝึกซ้ำ ปรับแต่ง หรือปรับปรุงโมเดล Generative AI
ไม่ควรสมมุติว่าต้องใช้สวิตช์เดียวกัน เพราะข้อกำหนดการใช้ข้อมูลของ API อ้างอิงจากสัญญาและนโยบายของแพลตฟอร์ม API โดยเฉพาะ
ยังต้องประมวลผล Input เพื่อสร้าง Output ตามบริการ
ควรออกแบบระบบให้ส่งข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็น และแยกการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ในแอปของตนเองออกจากการเรียก API
Perplexity ใช้โมเดล AI หลายประเภท รวมถึงโมเดลจากผู้ให้บริการภายนอก
การส่ง Prompt ให้โมเดลประมวลผลคำตอบกับการใช้ Prompt ฝึกโมเดลเป็นคนละกระบวนการ
ตรวจสอบ AI Data Usage และรายละเอียดของฟีเจอร์ที่ใช้ ไม่ควรถือว่าการเลือกโมเดลตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียวเป็นมาตรการป้องกันข้อมูลลับทั้งหมด
Comet เป็นเบราว์เซอร์ AI ของ Perplexity ซึ่งอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการท่องเว็บ Cookies แท็บที่เปิด และการทำงานของ Assistant
การตั้งค่า AI Data Usage ในบัญชีไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการปิดการเก็บหรือประมวลผลข้อมูลทุกประเภทภายใน Comet
ต่างกันในด้านขอบเขต เพราะ Comet เป็นเว็บเบราว์เซอร์ ส่วน Perplexity Incognito เกี่ยวข้องกับการค้นหาและประวัติในบริการ
ควรตรวจสอบทั้งสองส่วนแยกกัน
การเลือก Opt-out เป็นมาตรการหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้แทนการป้องกันข้อมูลจากต้นทาง
แทนการอัปโหลดรายชื่อลูกค้าพร้อมเบอร์โทรและยอดซื้อ สามารถใช้ตารางสรุปยอดขายรายเดือนและประเภทลูกค้าโดยไม่ระบุตัวตนได้
หากข้อมูลที่ส่งมีความละเอียดอ่อน ควรประเมินและลดความเสี่ยงที่ระบบต้นทาง ไม่ควรถือว่าการปิด AI Data Usage ภายหลังแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
ตรวจสอบแพ็กเกจที่ใช้ โดยเฉพาะบัญชี Free ซึ่งคู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจใหม่ไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ Opt-out เช่นเดียวกับ Pro และ Max
ตรวจสอบสิทธิ์บัญชี สถานะเข้าสู่ระบบ และข้อจำกัดของแพ็กเกจ หากยังไม่ได้ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุน
ตรวจสอบว่าใช้บัญชีเดียวกันหรือไม่ และตรวจสอบการบันทึกค่าจริง
เป็นการทำงานคนละส่วน ต้องจัดการประวัติผ่าน Library
ต้องตรวจสอบ Memory แยกต่างหาก
Incognito เป็นโหมดแยกจากการตั้งค่า Opt-out ควรตรวจสอบ Settings ของบัญชีในบริบทที่รองรับ
Enterprise มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดลตามบริการองค์กร จึงไม่ควรคาดหวังว่ามีเมนูเหมือนบัญชีบุคคลทั่วไป
| ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| Free ไม่มี Opt-out | สิทธิ์แพ็กเกจ | ตรวจสอบ Settings และคู่มือใหม่ |
| Pro หาเมนูไม่เจอ | เมนูหรือการเข้าสู่ระบบ | ตรวจสอบบนเว็บไซต์ |
| Max สถานะไม่บันทึก | ปัญหาบัญชีหรือระบบ | ตรวจสอบซ้ำและติดต่อ Support |
| Threads ยังอยู่ | ไม่ใช่การลบประวัติ | เปิด Library |
| Memory ยังจำข้อมูล | ระบบแยกกัน | จัดการ Memory |
| Incognito ไม่แก้ข้อมูลเก่า | ไม่ใช่คำสั่งลบ | จัดการข้อมูลเดิมแยก |
| Enterprise ไม่มีสวิตช์ | ใช้ข้อกำหนดองค์กร | ตรวจสอบสัญญา |
| API ไม่มีสวิตช์ | ใช้ API Terms | ตรวจสอบข้อตกลง |
| ต้องการลบข้อมูลเก่า | Opt-out ไม่ใช่ Delete | ใช้ช่องทางจัดการข้อมูล |
หลีกเลี่ยงการใส่ชื่อจริง เลขประจำตัว เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลลูกค้า หากไม่จำเป็นต่อคำถาม
หากต้องการวิเคราะห์ตลาดหรือสร้างตาราง สามารถใช้ข้อมูลสมมุติแทนข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้
ตรวจสอบข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในเอกสาร เช่น Metadata ชีตที่ซ่อน และความคิดเห็น
ไม่ควรใช้บัญชีส่วนตัวประมวลผลเอกสารลับของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะสมัคร Pro หรือ Max
ควรอ่านข้อมูลภายใน Thread ทั้งหมดก่อนแชร์ และตรวจสอบสิทธิ์ผู้ร่วมงานใน Projects
การตั้งค่าและข้อกำหนดของบริการ AI อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบ Privacy Notice และหน้า Settings เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
ComSiam แนะนำให้เปิดใช้งาน Opt-out ตามสิทธิ์ของบัญชี ควบคู่กับการลดข้อมูลส่วนตัวที่ส่งเข้า AI เพราะการควบคุมการฝึกโมเดลเป็นเพียงด้านหนึ่งของความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทั้งหมด
เข้าสู่ระบบ เปิด Settings ค้นหา AI Data Usage แล้วปิดตัวเลือกเป็น Off หากบัญชีรองรับ จากนั้นเปิดเมนูอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานะ
เป็นตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลค้นหาเพื่อปรับปรุงโมเดล AI ตามขอบเขตที่ Perplexity กำหนด
คู่มือแพ็กเกจใหม่ไม่ได้ระบุสิทธิ์ Opt-out AI Training สำหรับ Free จึงควรตรวจสอบตัวเลือกในบัญชีจริง และไม่ควรถือว่าปิดได้ทุกบัญชี
คู่มือแพ็กเกจระบุว่ารองรับ Opt-out AI Training โดยควรตรวจสอบ AI Data Usage ใน Settings
มีการระบุสิทธิ์ Opt-out AI Training เช่นเดียวกับ Pro
ข้อมูลลูกค้า Enterprise มีข้อกำหนดไม่ใช้ฝึกหรือปรับปรุงโมเดลตามบริการองค์กร จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดองค์กรเป็นหลัก
ข้อกำหนด API ระบุว่าไม่ใช้ Customer Content เพื่อฝึก ฝึกซ้ำ ปรับแต่ง หรือปรับปรุงโมเดล Generative AI
ยังต้องประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบตามบริการปกติ
ยังอาจอยู่ตามระบบบันทึกประวัติ เพราะ Opt-out ไม่ได้ลบ Threads โดยอัตโนมัติ
Feedback มีวัตถุประสงค์แยกต่างหาก ควรตรวจสอบเงื่อนไขของการส่ง Feedback และไม่ใส่ข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น
ไม่ใช่คำสั่งลบ Memory ต้องตรวจสอบและจัดการ Memory แยกกัน
ไม่ควรใช้แทนกัน เพราะ Incognito เน้นการไม่บันทึกประวัติข้ามเซสชัน ส่วน AI Data Usage เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI
ไม่ควรรับประกันว่าการเปลี่ยนค่า Opt-out จะย้อนผลการใช้ข้อมูลในอดีตทั้งหมด
ไม่ใช่คำสั่งลบข้อมูลทั้งหมด ข้อมูลบางประเภทยังอาจถูกเก็บตามนโยบายและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง
ไม่เหมือนกัน Opt-out ใช้ควบคุมการใช้ข้อมูลในวัตถุประสงค์ที่ระบุ ส่วน Delete Account เป็นกระบวนการลบบัญชี
สามารถใช้เว็บไซต์ Perplexity แล้วตรวจสอบ Settings ของบัญชีได้ตามวิธีเดียวกัน
ขึ้นอยู่กับสิทธิ์บัญชีและเมนูที่แสดง สามารถตรวจสอบผ่านแอปหรือเว็บไซต์บนมือถือ
ตรวจสอบผ่าน Settings ของแอปหรือเว็บไซต์ Perplexity โดยต้องมีสิทธิ์ใช้งานตัวเลือกดังกล่าว
อาจเกิดจากสิทธิ์แพ็กเกจ อินเทอร์เฟซ หรือการเปลี่ยนแปลงของบริการ ควรตรวจสอบคู่มือที่ใหม่กว่าและสถานะบัญชี
Pro และ Max รองรับการเลือก Opt-out ขณะที่ Enterprise มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อฝึกโมเดลตามบริการองค์กร
การเลือก Opt-out ไม่ใช่คำสั่งปิดการค้นหาหลัก แต่สิทธิ์ใช้งานแต่ละฟีเจอร์ยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและข้อกำหนดบริการ
ควรเปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจสอบกิจกรรมบัญชีทันที พร้อมจัดการ Thread ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพึ่งการปิด AI Data Usage ภายหลังเพียงอย่างเดียว
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อกำหนดด้านข้อมูลตรงกับนโยบายองค์กร เช่น Enterprise หรือ API ตามลักษณะงาน พร้อมตรวจสอบสัญญาและสิทธิ์ผู้ใช้
การปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity เริ่มจากเข้าสู่ระบบ เปิด Settings ค้นหา AI Data Usage แล้วเลือก Off หากบัญชีมีสิทธิ์รองรับ พร้อมตรวจสอบว่าสถานะถูกบันทึกแล้ว
จากคู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจ Perplexity ระบุว่า Pro และ Max รองรับ Opt-out AI Training ส่วน Free ไม่ได้ถูกระบุว่ามีสิทธิ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน จึงควรตรวจสอบในบัญชีจริงก่อนสรุปว่าใช้งานได้
สำหรับ Enterprise และ API มีข้อกำหนดไม่ใช้ Customer Data หรือ Customer Content เพื่อฝึกหรือปรับปรุงโมเดลตามเงื่อนไขบริการเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการใช้ตัวเลือก Opt-out ของบัญชีทั่วไป
สิ่งสำคัญคือ AI Data Usage, Search History, Threads, Memory, Incognito และ Data Retention เป็นคนละเรื่อง การปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ไม่ได้ลบประวัติ ไม่ได้ปิด Memory และไม่ได้หยุดการประมวลผลคำถามที่จำเป็นต่อการให้บริการ
ผู้ที่ต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวควรตรวจสอบการตั้งค่าอย่างครบถ้วน รวมถึง Threads ที่แชร์ ไฟล์ที่อัปโหลด Projects, Connectors และสิทธิ์ของ Comet
ComSiam แนะนำให้ตรวจสอบสิทธิ์ Opt-out ของบัญชีอย่างถูกต้อง ปิด AI Data Usage เมื่อมีตัวเลือกและต้องการใช้สิทธินั้น พร้อมใช้หลักส่งข้อมูลเท่าที่จำเป็น ไม่ใส่รหัสผ่านหรือข้อมูลลูกค้าที่ไม่มีสิทธิ์เปิดเผย และทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นระยะ เพื่อให้ใช้งาน Perplexity ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบด้านข้อมูล