Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีลบคำถามหรือบทสนทนาใน Perplexity สามารถทำได้โดยเปิด Library หรือรายการประวัติ เลือก Thread ที่ต้องการลบ แล้วใช้คำสั่ง Delete จากเมนูจัดการบทสนทนา แต่หากต้องการลบเพียงคำถามเดียวหรือ Follow-up Question ภายใน Thread จำเป็นต้องตรวจสอบว่าหน้าจอที่ใช้งานมีคำสั่งรองรับจริงหรือไม่ เพราะการลบทั้งบทสนทนากับการลบคำถามย่อยเป็นคนละการดำเนินการ
Perplexity AI เป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถบันทึกคำถาม คำตอบ และบทสนทนาต่อเนื่องไว้ในบัญชี เพื่อให้ผู้ใช้กลับมาศึกษาข้อมูลหรือถามคำถามเพิ่มเติมได้ โดยบทสนทนาหนึ่งอาจประกอบด้วยคำถามหลายข้อ เอกสารแนบ และแหล่งอ้างอิงจำนวนมาก
ปัญหาที่พบได้บ่อยคือผู้ใช้ต้องการลบคำถามที่พิมพ์ผิด ลบคำถามส่วนตัวเพียงข้อเดียว หรือไม่ต้องการเก็บบทสนทนาบางเรื่อง แต่ยังต้องการรักษาคำตอบส่วนอื่นไว้ จึงต้องเข้าใจก่อนว่าคำสั่ง Edit, Rewrite, Delete Thread และการจัดการพื้นที่โครงการมีผลลัพธ์แตกต่างกัน
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีลบคำถามและบทสนทนาใน Perplexity บน Windows, Mac, Android และ iPhone รวมถึงการจัดการ Follow-up Questions, Library, Spaces หรือ Projects การสำรองข้อมูล การแชร์บทสนทนา การกู้คืน และข้อควรระวังด้านความเป็นส่วนตัว
การลบคำถามเดี่ยวหมายถึงการนำคำถามบางข้อออกจากบทสนทนา โดยยังต้องการเก็บข้อความอื่นไว้ ส่วนการลบ Thread หมายถึงการลบบทสนทนาทั้งชุดที่เลือกออกจากรายการประวัติ
| การดำเนินการ | ผลที่ต้องการ | สถานะที่ควรทราบ |
|---|---|---|
| Delete Thread | ลบบทสนทนาทั้งชุด | มีคำสั่งทางการรองรับ |
| Delete Single Question | ลบคำถามข้อเดียว | ไม่ยืนยันว่ารองรับทุกหน้าจอ |
| Delete Follow-up | ลบคำถามต่อเนื่องเฉพาะข้อ | ต้องตรวจสอบเมนูจริง |
| Edit Query | แก้ข้อความคำถาม | เป็นการแก้ไข ไม่ใช่การลบข้อมูล |
| Rewrite | สร้างคำตอบใหม่ด้วยวิธีหรือโมเดลที่รองรับ | ไม่ใช่คำสั่งลบ |
| New Thread | เริ่มบทสนทนาใหม่ | ไม่ลบบทสนทนาเดิม |
| Delete Memory | จัดการข้อมูลที่ AI จดจำ | แยกจากการลบ Thread |
| Delete Account | ลบบัญชีตามกระบวนการบริการ | มีผลกว้างกว่าการลบบทสนทนา |
ข้อสำคัญ: ไม่ควรกด Delete Thread เพื่อทดลองลบคำถามเดียว เพราะอาจทำให้สูญเสียคำตอบอื่นภายในบทสนทนาเดียวกัน
Thread คือบทสนทนาที่เริ่มจากคำถามหนึ่งข้อ แล้วมีคำถามเพิ่มเติมและคำตอบต่อเนื่องตามมา
ตัวอย่าง:
คำถามแรก
“Perplexity AI แตกต่างจาก Google Search อย่างไร”
Follow-up Question 1
“แล้วเหมาะกับนักเรียนหรือไม่”
Follow-up Question 2
“ช่วยเปรียบเทียบเป็นตาราง”
ทั้งสามคำถามอยู่ในบริบทของบทสนทนาเดียวกันได้
Follow-up Question คือคำถามเพิ่มเติมที่อาศัยบริบทจากคำถามก่อนหน้า โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องเดิมใหม่ทั้งหมด
Perplexity สามารถใช้บทสนทนาที่ผ่านมาเพื่อทำความเข้าใจคำถามต่อเนื่องได้
หากลบหรือแก้ไขคำถามก่อนหน้า เนื้อหาที่ตามมาอาจเกี่ยวข้องกับบริบทเดิม จึงต้องตรวจสอบผลกระทบก่อนดำเนินการ
ไม่ควรคาดหวังว่าการลบคำถามหนึ่งข้อจะคงคำตอบอื่นไว้เหมือนเดิมทั้งหมด
บนคอมพิวเตอร์ Windows สามารถจัดการบทสนทนาผ่านเว็บไซต์ Perplexity ได้ โดยมีคำสั่ง Delete จากเมนูจุดสามจุดของ Thread ในแถบด้านข้าง
⋯ควรอ่านชื่อ Thread และเปิดดูเนื้อหาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เลือกบทสนทนาผิด
หากมีคำถามต่อเนื่องจำนวนมาก ควรคัดลอกหรือบันทึกข้อมูลสำคัญก่อนลบ
ผู้ใช้ Mac สามารถจัดการบทสนทนาผ่าน Safari, Chrome หรือเบราว์เซอร์ที่รองรับ โดยใช้หลักการเดียวกับ Windows
หากเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียวกัน การลบ Thread จากบัญชีนั้นควรสะท้อนในรายการประวัติที่เข้าถึงจากอุปกรณ์อื่นเมื่อข้อมูลซิงค์แล้ว
แต่ประวัติการเปิดเว็บไซต์ของ Safari หรือ Chrome เป็นข้อมูลคนละประเภทกับ Library ของ Perplexity
ผู้ใช้ Android สามารถตรวจสอบและจัดการ Threads ผ่านแอป Perplexity โดยตำแหน่งคำสั่งอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน
ให้ตรวจสอบเมนูภายใน Thread และเมนูจัดการรายการจาก Library ก่อน
บางเวอร์ชันอาจใช้การแตะค้างหรือการปัดรายการ แต่ไม่ควรถือว่าท่าทางดังกล่าวรองรับเหมือนกันทุกอุปกรณ์
หากยังไม่พบ สามารถทดลองจัดการผ่านเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ด้วยบัญชีเดียวกัน
บน iPhone สามารถตรวจสอบ Threads ผ่านแอป Perplexity หรือเปิดเว็บไซต์ผ่าน Safari
สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ Perplexity แล้วจัดการจากบัญชีได้เช่นกัน แต่เมนูบนหน้าจอมือถืออาจมีตำแหน่งแตกต่างจากเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์
ไม่จำเป็น
การถอนการติดตั้งแอปไม่ได้เป็นคำสั่งลบ Threads ที่เก็บไว้ในบัญชีออนไลน์
การลบคำถามเดียวต้องแยกจากการลบ Thread ทั้งชุด เพราะเอกสารทางการที่ตรวจสอบยืนยันคำสั่ง Delete Thread แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามีปุ่มลบข้อความเดียวสำหรับทุกแพลตฟอร์ม
สามารถเลือกแนวทางที่ปลอดภัยกว่าได้ เช่น
การแก้ไขข้อความเป็นการเปลี่ยนคำถามหรือสร้างผลลัพธ์ใหม่ตามการทำงานของฟีเจอร์ ไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานว่าข้อมูลเดิมถูกลบออกจากระบบจัดเก็บทั้งหมด
หากพิมพ์คำถามผิด ไม่จำเป็นต้องลบทั้ง Thread เสมอไป
ตัวอย่างคำถามเดิม:
“วิธีตั้งค่า Windows 10”
หากต้องการถามเกี่ยวกับ Windows 11 สามารถพิมพ์ต่อว่า
“คำถามก่อนหน้าหมายถึง Windows 11 ไม่ใช่ Windows 10 ช่วยอธิบายใหม่”
Perplexity มีฟีเจอร์แก้ไขคำถามในอินเทอร์เฟซที่รองรับ ซึ่งอาจทำให้ระบบสร้างคำตอบใหม่ตามข้อความที่แก้ไข
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบว่าการแก้ไขมีผลกับคำตอบที่ตามมาอย่างไร
หากบริบทเดิมผิดจำนวนมาก การสร้าง Thread ใหม่มักสะดวกกว่าและช่วยให้คำตอบไม่ปะปนกับเรื่องเก่า
Follow-up Questions เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา จึงควรระวังการลบหรือแก้ไขในขณะที่ยังต้องการรักษาคำตอบอื่นไว้
สามารถถามต่อโดยระบุข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น
“ข้อมูลก่อนหน้านั้นไม่ถูกต้อง กรุณาใช้เงื่อนไขใหม่ต่อไปนี้”
สามารถคัดลอกคำถามหรือคำตอบที่ต้องการ แล้วสร้าง Thread ใหม่โดยไม่รวมคำถามที่ไม่เกี่ยวข้อง
ควรตรวจสอบว่าระบบรองรับการลบข้อความนั้นเฉพาะจุดหรือไม่
หากไม่มี ควรพิจารณาจัดการ Thread ทั้งชุด และตรวจสอบการแชร์ Memory รวมถึงนโยบายการลบข้อมูลเพิ่มเติม
| สถานการณ์ | แนวทางที่เหมาะสม |
|---|---|
| พิมพ์คำผิด | Edit หรือถามแก้ไข |
| AI เข้าใจผิด | เพิ่มคำถามชี้แจง |
| ต้องการตัดบางคำถามออก | เริ่ม Thread ใหม่ |
| ไม่ต้องการเก็บทั้งบทสนทนา | Delete Thread |
| มีข้อมูลลับในคำถาม | ตรวจสอบการลบและความเป็นส่วนตัว |
| ต้องการเก็บเฉพาะคำตอบสำคัญ | สำรองก่อนลบ |
หากใช้ Perplexity มานาน อาจมีประวัติจำนวนมากจนค้นหาบทสนทนาไม่พบ
สามารถทดลองใช้คีย์ลัดสำหรับการค้นหา Library ตามหน้าจอที่รองรับ เช่น
Ctrl + KCommand + Kหากคีย์ลัดไม่ได้เปิดช่องค้นหาประวัติ ให้ใช้เมนู Library โดยตรง
“Marketing Research”
“วิธีตั้งค่า Android”
“Perplexity Pro”
ควรใช้คำที่จดจำได้จากชื่อ Thread หรือคำถามเดิม เพื่อให้พบรายการที่ต้องการง่ายขึ้น
Perplexity มีระบบจัดพื้นที่งานค้นคว้า โดย Spaces เดิมพัฒนาไปเป็น Projects ซึ่งสามารถเก็บบทสนทนา ไฟล์ และบริบทโครงการร่วมกันได้
Spaces เป็นพื้นที่จัดระเบียบ Threads และแหล่งข้อมูลตามโครงการ ส่วน Projects เป็นพื้นที่ทำงานรูปแบบใหม่ที่รวมไฟล์ การทำงานร่วมกัน และความสามารถของ Perplexity Computer มากขึ้น
ผู้ใช้บางคนอาจยังพบคำว่า Spaces ในคู่มือหรืออินเทอร์เฟซบางส่วน
หากมีผู้ร่วมงาน ควรตรวจสอบสิทธิ์และผลกระทบของการลบ เพราะ Thread อาจมีข้อมูลที่ทีมกำลังใช้งานอยู่
ไม่ควรลบบทสนทนาที่ผู้อื่นต้องใช้ โดยไม่ได้ตรวจสอบความจำเป็นและสิทธิ์การจัดการ
การลบ Thread เป็นการจัดการบทสนทนาหนึ่งรายการ ส่วนการลบ Project อาจส่งผลต่อไฟล์ การตั้งค่า และงานอื่นภายในพื้นที่นั้น
| การกระทำ | ขอบเขต |
|---|---|
| Delete Thread | บทสนทนาที่เลือก |
| Remove from Project | นำรายการออกจากพื้นที่ตามฟีเจอร์ที่รองรับ |
| Delete Project | พื้นที่โครงการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามคำเตือนระบบ |
| Delete File | ไฟล์ที่เลือกตามกลไกจัดเก็บ |
| Change Sharing | เปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึง |
| Delete Account | จัดการบัญชีทั้งระบบ |
ไม่ควรลบ Project เพียงเพราะต้องการลบคำถามหนึ่งข้อ
หากมีข้อมูลสำคัญภายใน Thread ควรสำรองก่อนใช้ Delete
Perplexity มีฟีเจอร์คัดลอกหรือส่งออกผลลัพธ์ในบางหน้าจอ เช่น Markdown, PDF หรือรูปแบบเอกสารอื่นตามผลิตภัณฑ์ที่รองรับ
ควรตรวจสอบเมนู Export หรือ Download ที่ปรากฏจริง
หากสำรองข้อมูลส่วนตัวไว้ในไฟล์ ควรจัดเก็บในพื้นที่ที่ตนเองควบคุมและกำหนดสิทธิ์เข้าถึงอย่างเหมาะสม
ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถกู้ Thread ที่ลบแล้วได้ เพราะยังไม่มีการยืนยันระบบ Restore สำหรับการกู้บทสนทนาที่ลบแล้วในทุกบัญชี
ไม่รับประกัน เพราะขึ้นอยู่กับระบบจัดเก็บ กระบวนการลบ และนโยบายของบริการ
ควรเปิดอ่าน Thread ก่อนลบ โดยเฉพาะบทสนทนาที่มีคำถามต่อเนื่องและไฟล์แนบจำนวนมาก
Perplexity มีระบบแชร์ Thread และสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามรูปแบบของบัญชีและพื้นที่งาน
หากเคยแชร์บทสนทนา ควรตรวจสอบสถานะการแชร์ก่อนหรือหลังการลบ
ไม่ควรรับประกันโดยไม่ตรวจสอบ เพราะผลของการลบต่อ URL ที่เคยแชร์และข้อมูลที่ผู้อื่นเข้าถึงแล้วอาจขึ้นอยู่กับรูปแบบการแชร์
การลบ Thread จากบัญชีผู้สร้างไม่ได้ลบสำเนาที่บุคคลอื่นเคยบันทึกหรือคัดลอกไปแล้วโดยอัตโนมัติ
ควรตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ร่วมงานด้วย เพราะการเปลี่ยนสถานะการแชร์ของ Thread และการจัดการสิทธิ์ภายใน Project อาจเป็นคนละส่วน
การลบคำถามออกจาก Library ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดถูกลบจากทุกระบบทันที
Perplexity อาจมีการจัดเก็บข้อมูลบางประเภทตามนโยบายความเป็นส่วนตัวและภาระผูกพันที่เกี่ยวข้อง
ควรเปลี่ยนหรือเพิกถอนข้อมูลรับรองนั้นผ่านระบบต้นทางโดยเร็ว ไม่ควรพึ่งการลบ Thread เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น หากส่ง API Key ลงในบทสนทนา ควรเพิกถอน Key เดิมและออก Key ใหม่ตามขั้นตอนของผู้ให้บริการ
ควรดำเนินการตามนโยบายความปลอดภัยและการจัดการเหตุการณ์ข้อมูลขององค์กร โดยไม่สรุปว่าการลบข้อความทำให้ความเสี่ยงหมดไปทั้งหมด
Perplexity มีระบบ Memory สำหรับจดจำบริบทและความสนใจของผู้ใช้ ซึ่งแยกจากรายการ Threads
เพราะการลบ Thread ไม่ควรถูกถือว่าเป็นคำสั่งลบ Memory ทุกรายการโดยอัตโนมัติ
AI Data Usage เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ตามนโยบาย ส่วน Memory เกี่ยวข้องกับบริบทที่ใช้ปรับคำตอบให้เหมาะกับผู้ใช้
ทั้งสองส่วนจึงต้องตรวจสอบและจัดการแยกกัน
Incognito เป็นโหมดที่ออกแบบมาเพื่อลดการบันทึกประวัติข้ามเซสชัน
| คุณสมบัติ | Delete Thread | Incognito |
|---|---|---|
| จัดการข้อมูลเดิม | ได้เฉพาะ Thread ที่เลือก | ไม่ใช่คำสั่งลบข้อมูลเดิม |
| ป้องกันการสร้างประวัติใหม่ | ไม่ใช่จุดประสงค์ | ใช้จำกัดประวัติของเซสชัน |
| ต้องดำเนินการเมื่อใด | หลังสร้าง Thread | ก่อนหรือขณะเริ่มค้นหา |
| ส่งผลต่อ Memory | ต้องจัดการแยก | จำกัดการใช้ Memory ตามฟีเจอร์ |
| ลบข้อมูลทั้งหมดจากเซิร์ฟเวอร์ | ไม่รับประกันทันที | ไม่รับประกันว่าไม่มีการประมวลผล |
หากมี Thread เดิมที่ไม่ต้องการเก็บ ให้ใช้คำสั่งลบที่รองรับ
หากต้องการไม่บันทึกบทสนทนาใหม่เป็นประวัติข้ามเซสชัน ให้พิจารณา Incognito ตามข้อกำหนดของบริการ
หลังลบควรกลับมาตรวจสอบรายการใน Library เพื่อยืนยันผลลัพธ์
อาจเกิดจากการซิงค์ล่าช้า การลบไม่สำเร็จ หรือเข้าสู่ระบบคนละบัญชี
ควรตรวจสอบก่อนลบซ้ำ
ไม่จำเป็น เพราะการลบรายการที่แสดงต่อผู้ใช้กับการลบข้อมูลภายในระบบอาจมีขอบเขตและระยะเวลาต่างกัน
ตรวจสอบเมนูจุดสามจุดในแถบประวัติหรือภายใน Thread
อาจเป็นข้อจำกัดของฟีเจอร์ ให้ใช้วิธีเริ่ม Thread ใหม่พร้อมข้อมูลที่ต้องการเก็บ
รีเฟรช Library ตรวจสอบบัญชี และตรวจสอบว่ามีการยืนยันคำสั่งลบแล้วหรือไม่
ตรวจสอบการซิงค์และบัญชีที่ใช้
ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้และเมนูจัดการภายในโครงการ
ตรวจสอบ Memory และจัดการข้อมูลแยกจากการลบ Thread
ตรวจสอบสถานะการแชร์และใช้เครื่องมือควบคุมสิทธิ์ที่มีอยู่ หากข้อมูลละเอียดอ่อนให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนเพิ่มเติม
| ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ไม่มีปุ่ม Delete | เมนูอยู่ตำแหน่งอื่น | ตรวจสอบเมนู Thread |
| ลบคำถามเดี่ยวไม่ได้ | ไม่มีฟีเจอร์รองรับ | เริ่ม Thread ใหม่ |
| Delete ไม่สำเร็จ | ระบบหรือการเชื่อมต่อ | รีเฟรชและตรวจสอบ |
| Thread ยังแสดง | ซิงค์หรือบัญชีต่างกัน | ตรวจสอบบัญชี |
| Project ลบไม่ได้ | สิทธิ์ไม่เพียงพอ | ตรวจสอบ Role |
| Memory ยังจำข้อมูล | คนละระบบ | จัดการ Memory |
| กู้ข้อมูลไม่ได้ | ไม่มี Restore ที่ยืนยัน | ใช้สำเนาที่เก็บไว้ |
| Share ยังเปิดได้ | สิทธิ์แชร์หรือสำเนา | ตรวจสอบ Share Settings |
ไม่จำเป็นต้องลบทุกบทสนทนาที่ไม่ได้ใช้งานทันที หากยังมีข้อมูลที่อาจต้องกลับมาค้นคว้าในภายหลัง
① แยก Thread ตามหัวข้อ
② ตั้งชื่อบทสนทนาให้เข้าใจง่าย เมื่อระบบรองรับ
③ ใช้ Projects สำหรับงานที่ต้องทำต่อเนื่อง
④ เก็บ Sources และ Citations ที่ยังจำเป็น
⑤ สำรองคำตอบสำคัญก่อนลบ
⑥ หลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลลับในคำถาม
⑦ ตรวจสอบการแชร์ก่อนลบ
⑧ จัดการ Memory และ AI Data Usage แยกกัน
⑨ ตรวจสอบผลการลบจาก Library
| ประเภทงาน | แนวทางจัดการ |
|---|---|
| คำถามทั่วไป | ลบเมื่อไม่จำเป็น |
| งานเรียน | แยก Thread ตามวิชา |
| งานวิจัย | สำรองคำตอบและอ้างอิง |
| SEO และคอนเทนต์ | จัดกลุ่มหัวข้อหรือโครงการ |
| Marketing Research | เก็บเฉพาะข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว |
| งานบริษัท | ปฏิบัติตามนโยบายองค์กร |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | ลดการส่งข้อมูลและตรวจสอบการลบ |
ComSiam แนะนำให้เลือกการลบเฉพาะ Thread ที่ไม่จำเป็นก่อน และใช้วิธีเริ่มบทสนทนาใหม่แทนการฝืนลบ Follow-up Question เมื่อไม่มีคำสั่งรองรับ เพื่อรักษาข้อมูลสำคัญและลดความเสี่ยงจากการลบผิด
ให้เปิด Thread แล้วตรวจสอบเมนูของคำถามว่ามีคำสั่งลบเฉพาะข้อความหรือไม่ หากไม่มี ควรใช้วิธีเริ่ม Thread ใหม่ เพราะคำสั่ง Delete Thread จะลบทั้งบทสนทนา
ยังไม่ควรยืนยันว่ารองรับทุกแพลตฟอร์ม คู่มือทางการยืนยันการลบ Thread แต่ไม่ได้ยืนยันการลบคำถามเดี่ยวในทุกเวอร์ชัน
เปิด Library เลือก Thread แล้วใช้เมนูจุดสามจุดเพื่อเลือก Delete จากนั้นยืนยันการลบ
ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ที่หน้าจอรองรับ หากไม่มีตัวเลือกลบเฉพาะคำถาม ควรย้ายข้อมูลที่ต้องการเก็บไปยัง Thread ใหม่
ไม่เหมือนกัน เพราะ Edit ใช้แก้ไขข้อความหรือสร้างคำตอบใหม่ ไม่ใช่การรับประกันว่าข้อมูลเดิมถูกลบจากระบบทั้งหมด
เป็นการลบบทสนทนาชุดที่เลือก จึงควรถือว่าคำถามและคำตอบที่อยู่ใน Thread นั้นได้รับผลกระทบด้วย
ได้ ผ่านเมนูจุดสามจุดของ Thread บนเว็บไซต์ Perplexity
ได้ สามารถใช้เว็บไซต์ผ่าน Safari หรือ Chrome แล้วเลือก Delete จากเมนูจัดการบทสนทนา
สามารถตรวจสอบคำสั่ง Delete จาก Library หรือเมนู Thread ในแอป โดยตำแหน่งอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน
ได้ตามเมนูที่แอปรองรับ หรือใช้เว็บไซต์ผ่านบัญชีเดียวกันเพื่อจัดการรายการ
Perplexity มีการจัดการ Threads ใน Spaces และ Projects โดยต้องตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้และเมนูที่รองรับ
Projects เป็นพื้นที่ทำงานรูปแบบใหม่ที่พัฒนาต่อจาก Spaces โดยรวมไฟล์ บทสนทนา และการทำงานร่วมกันมากขึ้น
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะการจัดเก็บไฟล์และการลบ Thread อาจเป็นกระบวนการคนละส่วน ควรตรวจสอบไฟล์และคำเตือนก่อนลบ
ไม่ควรคาดหวังว่าจะกู้คืนได้ หากไม่มีระบบ Undo หรือ Restore ที่ยืนยันได้
ควรสำรองหากบทสนทนามีคำตอบ แหล่งอ้างอิง หรือข้อมูลที่ต้องใช้ในอนาคต
ไม่ควรรับประกันโดยไม่ตรวจสอบ ควรตรวจสอบสถานะลิงก์แชร์และสิทธิ์เข้าถึงหลังลบ
ไม่ควรถือว่า Memory ถูกลบโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นระบบแยกจากประวัติการสนทนา
ไม่ได้สำหรับประวัติเดิม Incognito ใช้จำกัดการบันทึกกิจกรรมใหม่ตามขอบเขตของโหมด
ไม่จำเป็น เพราะข้อมูลที่เก็บในบัญชีออนไลน์อาจยังคงอยู่
ควรจัดการความเสี่ยงจากระบบต้นทาง เช่น เปลี่ยนรหัสผ่านหรือเพิกถอน API Key และตรวจสอบการลบ การแชร์ และนโยบายข้อมูลเพิ่มเติม
การลบบทสนทนาใน Perplexity ทำได้โดยเปิด Library เลือก Thread ที่ต้องการ แล้วใช้คำสั่ง Delete จากเมนูจัดการ โดยมีขั้นตอนที่ยืนยันได้ชัดเจนบนเว็บไซต์สำหรับคอมพิวเตอร์
ส่วนการลบคำถามเดียวหรือ Follow-up Question ภายใน Thread ต้องตรวจสอบตัวเลือกที่มีอยู่จริง เพราะไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มที่มีหลักฐานยืนยันว่ารองรับการลบข้อความเดี่ยวโดยเก็บบทสนทนาส่วนอื่นไว้
สำหรับผู้ใช้ Windows, Mac, Android และ iPhone ควรตรวจสอบบัญชีที่ใช้งานและเมนู Library ก่อนดำเนินการ รวมถึงระมัดระวัง Threads ที่อยู่ใน Spaces หรือ Projects เพราะอาจเกี่ยวข้องกับงานและผู้ร่วมโครงการ
ก่อนลบควรสำรองคำตอบสำคัญ ตรวจสอบ Sources และ Citations และทบทวนสถานะการแชร์ โดยเฉพาะบทสนทนาที่มีข้อมูลส่วนตัวหรือเอกสารขององค์กร
นอกจากนี้ การลบ Thread ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการลบ Memory การปิด AI Data Usage หรือการใช้ Incognito และไม่ควรถือว่าการลบออกจาก Library เป็นหลักฐานว่าข้อมูลทุกสำเนาถูกลบจากระบบทันที
ComSiam แนะนำให้ใช้คำสั่ง Delete Thread เมื่อแน่ใจว่าต้องการลบบทสนทนาทั้งชุดเท่านั้น หากต้องการเก็บคำถามบางส่วน ให้สำรองข้อมูลและเริ่ม Thread ใหม่แทน พร้อมตรวจสอบความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์การแชร์อย่างสม่ำเสมอ