Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot ต่างกันอย่างไร? ใช้ฟรีหรือซื้อไลเซนส์แบบไหนดี

Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot ต่างกันอย่างไร และจำเป็นต้องเสียเงินซื้อไลเซนส์หรือไม่? คำตอบคือ Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วย AI สำหรับงานทั่วไป เช่น ตอบคำถาม ค้นหาข้อมูล เขียนข้อความ และสร้างภาพในฟีเจอร์ที่รองรับ ส่วน Microsoft 365 Copilot เน้นการนำ AI เข้าไปช่วยทำงานในระบบ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และข้อมูลขององค์กรตามสิทธิ์ที่ได้รับ

ความแตกต่างสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ชื่อโมเดล AI แต่อยู่ที่ ข้อมูลที่ AI สามารถเข้าถึงได้ เครื่องมือที่ใช้งานร่วมกันได้ และสิทธิ์ของบัญชีผู้ใช้

ตัวอย่างเช่น หากต้องการถามว่า “สูตร Excel SUMIF ใช้อย่างไร” Microsoft Copilot ฟรีอาจช่วยอธิบายได้ แต่หากต้องการให้ AI ทำงานกับตารางใน Excel ภายในบริษัท ใช้บริบทจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการผ่านฟีเจอร์ของ Microsoft 365 ผู้ใช้อาจต้องมี Subscription และไลเซนส์ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีชื่อที่ทำให้หลายคนสับสนอย่าง Microsoft 365 Copilot Chat ซึ่งเป็นบริการแชต AI สำหรับบัญชีที่ทำงานหรือสถานศึกษาที่มีสิทธิ์ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ Microsoft 365 Copilot แบบเต็มทุกกรณี แต่ระดับการเข้าถึงข้อมูลและความสามารถแตกต่างจากไลเซนส์ที่ชำระเงินเพิ่มเติม

สรุปสั้น ๆ: ถ้าใช้ AI เพื่อถามคำถาม ค้นคว้า หรือเขียนข้อความทั่วไป ให้เริ่มจาก Microsoft Copilot ฟรี แต่ถ้าทำงานใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook หรือ Teams ทุกวัน และต้องการใช้ข้อมูลจาก Microsoft 365 อย่างจริงจัง จึงค่อยประเมินการซื้อไลเซนส์เพิ่มเติม

บทความนี้จาก comsiam จะเปรียบเทียบ Microsoft Copilot, Microsoft 365 Copilot Chat และ Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์อย่างละเอียด พร้อมตารางราคา เงื่อนไขการสมัคร สิทธิ์ใช้งาน ข้อมูลบริษัท และวิธีเลือกแพ็กเกจสำหรับคนไทย

① Microsoft Copilot คืออะไร?

Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วย AI จาก Microsoft ที่ช่วยผู้ใช้ทำงานผ่านการสนทนาภาษาธรรมชาติ

ความสามารถหลัก

  • ถามตอบข้อมูลทั่วไป
  • อธิบายความรู้
  • ช่วยเขียนข้อความ
  • ร่างอีเมล
  • สรุปเนื้อหาที่ส่งให้
  • ช่วยเขียนโค้ด
  • ค้นหาข้อมูลจากเว็บเมื่อฟีเจอร์รองรับ
  • สร้างภาพตามข้อจำกัดบริการ
  • ช่วยระดมความคิด
  • วางแผนงานส่วนบุคคล

ใครควรใช้?

เหมาะกับนักเรียน ผู้ใช้ Windows เจ้าของเว็บไซต์ นักเขียน และบุคคลทั่วไปที่ต้องการเริ่มใช้ AI โดยยังไม่ต้องซื้อระบบองค์กร

ต้องมี Microsoft 365 ไหม?

สำหรับการใช้ Microsoft Copilot ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมี Microsoft 365 Subscription

แต่สิทธิ์และข้อจำกัดขึ้นอยู่กับบัญชี ฟีเจอร์ และเงื่อนไขของบริการ

② Microsoft 365 Copilot คืออะไร?

Microsoft 365 Copilot เป็นผู้ช่วย AI สำหรับการทำงานภายในระบบ Microsoft 365 โดยมีความสามารถเชื่อมโยงกับแอปและข้อมูลการทำงานตามสิทธิ์ผู้ใช้

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

  • Microsoft Word
  • Microsoft Excel
  • Microsoft PowerPoint
  • Microsoft Outlook
  • Microsoft Teams
  • OneDrive
  • SharePoint
  • Microsoft 365 Copilot App

ตัวอย่างการใช้งาน

ผู้ใช้สามารถขอให้ช่วยร่างเอกสารใน Word วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel สร้างเนื้อหางานนำเสนอใน PowerPoint หรือสรุปข้อมูลการประชุมและอีเมลตามความสามารถและสิทธิ์ที่มี

ความสามารถสำคัญ

Microsoft 365 Copilot สามารถใช้ข้อมูลงานที่ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์เข้าถึง เพื่อช่วยตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับบริบทขององค์กร

อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้เข้าถึงไฟล์บริษัททุกไฟล์โดยอัตโนมัติ และไม่ควรได้รับสิทธิ์มากกว่าที่ผู้ใช้งานมี

③ Microsoft 365 Copilot Chat คืออะไร?

Microsoft 365 Copilot Chat เป็นประสบการณ์แชต AI สำหรับผู้ใช้บัญชีที่ทำงานหรือสถานศึกษาที่มีสิทธิ์

เป็นบริการที่แตกต่างจาก Microsoft Copilot สำหรับบัญชีส่วนตัว และแตกต่างจาก Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์เพิ่มเติม

Microsoft 365 Copilot Chat ทำอะไรได้บ้าง?

  • ถามคำถามจากข้อมูลเว็บเมื่อเปิดใช้การค้นหา
  • ช่วยเขียนข้อความ
  • สรุปเนื้อหา
  • วิเคราะห์ไฟล์ที่แนบหรืออ้างอิงได้ตามฟีเจอร์
  • ใช้ความสามารถ AI ภายใต้มาตรการปกป้องข้อมูลระดับองค์กร
  • ใช้งาน Agents ที่รองรับตามสิทธิ์และนโยบาย

Copilot Chat ฟรีจริงไหม?

บริการ Copilot Chat รวมอยู่ในแผน Microsoft 365 ที่เข้าเงื่อนไขโดยไม่จำเป็นต้องซื้อไลเซนส์ Copilot แบบเต็มเพิ่มเติม

แต่ไม่ได้หมายความว่าบริการนี้ฟรีสำหรับทุกบัญชีโดยไม่มีเงื่อนไข หรือมีฟีเจอร์เหมือน Microsoft 365 Copilot ที่ชำระเงิน

จุดที่ต้องเข้าใจ

การมี Microsoft 365 Copilot Chat ไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้จะมีสิทธิ์ค้นหาข้อมูลบริษัททั้งหมดผ่าน Microsoft Graph ได้เหมือนผู้ใช้ไลเซนส์เต็ม

④ ตาราง Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot

ประเด็นMicrosoft CopilotMicrosoft 365 Copilot ChatMicrosoft 365 Copilot มีไลเซนส์
กลุ่มผู้ใช้บุคคลทั่วไปบัญชีงาน/สถานศึกษาองค์กร
การสนทนา AIมีมีมี
ใช้งานฟรีมีตัวเลือกฟรีรวมในสิทธิ์ที่เข้าเงื่อนไขมีค่าไลเซนส์
การค้นหาเว็บตามฟีเจอร์ตามการตั้งค่าตามการตั้งค่า
ข้อมูลบริษัทไม่ใช่จุดเน้นจำกัดตามฟีเจอร์และบริบทมีการใช้ข้อมูลงานตามสิทธิ์
Word/Excel/PowerPointไม่ได้รวม Copilot ในแอปโดยอัตโนมัติมีความสามารถบางระดับตามแผนความสามารถเต็มกว่าตามไลเซนส์
Outlook/Teamsไม่ใช่ฟีเจอร์หลักของแชตส่วนตัวตามสิทธิ์รองรับความสามารถเพิ่มเติม
Work IQไม่ใช่ฟีเจอร์ทั่วไปขึ้นอยู่กับสิทธิ์ใช้งานตามไลเซนส์
Enterprise Data Protectionนโยบายบริการส่วนบุคคลมีตามบริการองค์กรมีตามบริการองค์กร
Admin Controlsจำกัดมีตามระบบองค์กรมีตามระบบองค์กร

ข้อควรระวัง: ฟีเจอร์ใน Microsoft 365 เปลี่ยนแปลงตามแพ็กเกจ แอป และช่วงเปิดตัว ต้องตรวจสอบสิทธิ์จริงของบัญชี ไม่ควรใช้ตารางนี้แทนเอกสาร License Terms

⑤ ความแตกต่างด้านที่ 1 — กลุ่มผู้ใช้งาน

Microsoft Copilot

เหมาะกับบุคคลทั่วไป เช่น

  • นักเรียน
  • เจ้าของเว็บไซต์
  • นักเขียนบทความ
  • ผู้ใช้ Windows 11
  • คนทำงานอิสระ
  • ผู้ที่ต้องการผู้ช่วย AI ฟรี

Microsoft 365 Copilot

เหมาะกับผู้ที่ใช้ Microsoft 365 เป็นระบบทำงานหลัก เช่น

  • พนักงานออฟฟิศ
  • ฝ่ายขาย
  • ฝ่ายบัญชี
  • ฝ่ายบริหาร
  • ฝ่ายบุคคล
  • ฝ่ายโครงการ
  • ทีมการตลาด
  • บริษัทขนาดเล็กและใหญ่

ควรเลือกอย่างไร?

หากยังใช้ AI เพื่อถามคำถามและเขียนเนื้อหาทั่วไป ไม่จำเป็นต้องซื้อ Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กร

⑥ ความแตกต่างด้านที่ 2 — บัญชีส่วนบุคคลกับบัญชีองค์กร

Microsoft มีบัญชีหลักสองประเภทที่ผู้ใช้ควรแยกให้ชัด

Microsoft Account ส่วนบุคคล

เช่น บัญชีที่ใช้กับบริการ Microsoft สำหรับบุคคลทั่วไป

เหมาะกับ Microsoft Copilot และแพ็กเกจ Microsoft 365 สำหรับครัวเรือน

Work or School Account

เป็นบัญชีองค์กรหรือสถานศึกษาที่บริหารผ่านระบบ Microsoft Entra

เหมาะกับ Microsoft 365 Copilot Chat และ Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กรตามสิทธิ์

ทำไมใช้บัญชีผิดแล้วหา Copilot ไม่เจอ?

เพราะฟีเจอร์และสิทธิ์เชื่อมโยงกับบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้อยู่

หากมีทั้งสองบัญชี ควรตรวจสอบว่าเปิดแอปด้วยบัญชีใดก่อน

⑦ ความแตกต่างด้านที่ 3 — การทำงานใน Microsoft Word

Microsoft Copilot ฟรี

สามารถช่วยร่างข้อความ สรุปเนื้อหาที่ส่งให้ และเสนอวิธีจัดทำเอกสาร

แต่ไม่ได้ให้สิทธิ์ฟีเจอร์ Copilot ที่ฝังอยู่ใน Word โดยอัตโนมัติ

Microsoft 365 Copilot

ในแพ็กเกจที่รองรับ สามารถช่วยร่าง แก้ไข และสรุปเอกสารในบริบทของ Word

ตัวอย่างงาน

“ปรับเอกสารข้อเสนอโครงการนี้ให้เป็นทางการ จัดหัวข้อและสรุปสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ”

ควรซื้อไหม?

หากทำงานใน Word ทุกวันและต้องแก้เอกสารจำนวนมาก การใช้ Copilot ภายในแอปอาจช่วยลดการคัดลอกข้อมูลข้ามหน้าต่าง

แต่หากเขียนเอกสารเป็นครั้งคราว Microsoft Copilot ฟรีอาจตอบโจทย์ได้แล้ว

⑧ ความแตกต่างด้านที่ 4 — การทำงานใน Microsoft Excel

Microsoft Copilot

สามารถช่วยอธิบายสูตร Excel เช่น

  • SUM
  • IF
  • COUNTIF
  • SUMIF
  • XLOOKUP
  • PivotTable

และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งให้ตามความสามารถบริการ

Microsoft 365 Copilot ใน Excel

สามารถช่วยทำงานกับ Workbook ภายในแอปในฟีเจอร์ที่รองรับ เช่น

  • วิเคราะห์ตาราง
  • อธิบายข้อมูล
  • เสนอสูตร
  • สร้างหรือแก้ไขสูตร
  • ช่วยจัดรูปแบบ
  • ช่วยสร้างภาพข้อมูล
  • ทำงานกับตารางตามบริบท

ตัวอย่าง Prompt

“วิเคราะห์ยอดขายรายเดือนในตารางนี้ และหาว่าเดือนใดมีกำไรลดลงมากที่สุด โดยแสดงวิธีคำนวณ”

ควรเลือกอะไร?

ถ้าเป็นงานถามสูตรทั่วไป ใช้ Copilot ฟรีก่อน

แต่ถ้าต้องการ AI ทำงานกับข้อมูล Excel ภายในบริษัทอยู่เป็นประจำ ให้ทดลอง Microsoft 365 Copilot ตามไลเซนส์ที่รองรับ

⑨ ความแตกต่างด้านที่ 5 — PowerPoint

Microsoft Copilot ฟรี

ช่วยเขียนหัวข้อและร่างเนื้อหาสไลด์ได้

Microsoft 365 Copilot

ช่วยสร้างและปรับงานนำเสนอใน PowerPoint ตามฟีเจอร์ที่รองรับ

ตัวอย่าง Prompt

“สร้างโครงร่างงานนำเสนอ 10 สไลด์ เรื่องระบบ Wi-Fi สำหรับสำนักงาน โดยมีปัญหา แนวทางแก้ อุปกรณ์ งบประมาณ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง”

เมื่อไรควรซื้อ?

หากต้องจัดทำสไลด์สำหรับลูกค้าหรือผู้บริหารบ่อยครั้ง และต้องใช้ฟีเจอร์ภายใน PowerPoint การซื้อไลเซนส์อาจคุ้มกว่า

⑩ ความแตกต่างด้านที่ 6 — Outlook และอีเมล

Microsoft Copilot ทั่วไป

ช่วยเขียนร่างอีเมล เช่น

“ร่างอีเมลแจ้งลูกค้าเรื่องกำหนดการติดตั้งระบบ LAN”

Microsoft 365 Copilot

ใน Outlook ที่รองรับ สามารถช่วยงานอีเมลในบริบทที่ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์ เช่น การร่าง ปรับปรุง และสรุปข้อความ

จุดต่างสำคัญ

Copilot ฟรีช่วยเขียนเนื้อหาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอ่านอีเมลในบัญชีบริษัทได้เอง

การใช้งานอีเมลภายในองค์กรต้องผ่านผลิตภัณฑ์และสิทธิ์ที่รองรับ

⑪ ความแตกต่างด้านที่ 7 — Microsoft Teams

Microsoft 365 Copilot ที่มีสิทธิ์เหมาะสมสามารถช่วยทำงานเกี่ยวกับการประชุมและข้อมูล Teams ตามเงื่อนไขบริการ

ตัวอย่าง

  • สรุปประเด็นการประชุม
  • รวบรวมงานที่ต้องติดตาม
  • สรุปข้อสรุป
  • ช่วยเตรียมข้อมูลก่อนประชุม
  • ถามคำถามจากบริบทที่เข้าถึงได้

ต้องมีข้อมูลอะไร?

ความสามารถบางอย่างต้องมี Transcript หรือเนื้อหาการประชุมที่ระบบเข้าถึงได้ตามนโยบายองค์กร

Copilot ฟรีทำได้ไหม?

Microsoft Copilot ฟรีสามารถช่วยร่างวาระประชุมหรือสรุปข้อความที่ผู้ใช้ส่งให้ แต่ไม่ได้มีสิทธิ์เข้าถึงการประชุม Teams ขององค์กรเหมือน Microsoft 365 Copilot โดยอัตโนมัติ

⑫ ความแตกต่างด้านที่ 8 — OneDrive และ SharePoint

Microsoft Copilot ฟรี

เหมาะกับงานทั่วไปและการวิเคราะห์ไฟล์ที่ผู้ใช้แนบตามฟีเจอร์

Microsoft 365 Copilot

ออกแบบให้สามารถทำงานกับข้อมูลใน Microsoft 365 ตามสิทธิ์ที่ผู้ใช้มี

ตัวอย่างข้อมูล ได้แก่

  • เอกสาร Word
  • ไฟล์ Excel
  • งานนำเสนอ
  • ไฟล์ OneDrive
  • เอกสาร SharePoint
  • ข้อมูลที่เชื่อมต่อผ่านระบบองค์กร

ตัวอย่าง Prompt

“สรุปความคืบหน้าโครงการจากเอกสารที่ฉันมีสิทธิ์เข้าถึง โดยแยกงานที่เสร็จแล้ว งานค้าง และผู้รับผิดชอบ”

ทำไมจึงแตกต่าง?

เพราะ Microsoft 365 Copilot สามารถใช้ระบบการเข้าถึงข้อมูลงานที่ออกแบบมาสำหรับองค์กร

แต่ต้องเคารพสิทธิ์เดิมของผู้ใช้และนโยบายข้อมูล

⑬ ความแตกต่างด้านที่ 9 — Microsoft Graph และ Work IQ

Microsoft Graph เป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลและบริบทของ Microsoft 365

ส่วน Work IQ เป็นความสามารถที่ Microsoft ใช้เพื่อเพิ่มบริบทการทำงานให้ Copilot ตามผลิตภัณฑ์และสิทธิ์

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจมี

  • บุคคลที่ทำงานร่วมกัน
  • เอกสาร
  • การประชุม
  • อีเมล
  • กิจกรรมการทำงาน
  • ข้อมูลงานในระบบ Microsoft 365

ประโยชน์

ช่วยให้ AI ตอบคำถามเกี่ยวกับงานโดยอาศัยข้อมูลที่ผู้ใช้ได้รับอนุญาตให้เข้าถึง

ข้อจำกัด

Microsoft 365 Copilot Chat แบบที่รวมในแผน Microsoft 365 ที่เข้าเงื่อนไขไม่ได้ให้ประสบการณ์ใช้ Work IQ และข้อมูลงานระดับเดียวกับไลเซนส์ Copilot แบบชำระเงินทุกกรณี

ต้องการใช้ข้อมูลบริษัทควรเลือกอะไร?

หากต้องการให้ AI ค้นและสรุปข้อมูลการทำงานจากหลายแหล่งอย่างสม่ำเสมอ ควรประเมิน Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์

⑭ ความแตกต่างด้านที่ 10 — ความปลอดภัยและข้อมูลบริษัท

Microsoft Copilot สำหรับบุคคลทั่วไปกับ Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กรมีข้อกำหนดการจัดการข้อมูลต่างกัน

Microsoft Copilot ส่วนบุคคล

มีนโยบายข้อมูลและความเป็นส่วนตัวตามบริการสำหรับบุคคล

Microsoft 365 Copilot Chat

รองรับ Enterprise Data Protection ตามเงื่อนไขการใช้งานขององค์กร

Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์

ทำงานร่วมกับระบบข้อมูลและนโยบายองค์กร เช่น

  • Microsoft Entra
  • Microsoft Purview
  • SharePoint Permissions
  • Sensitivity Labels
  • Data Loss Prevention
  • Audit และระบบจัดการที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลบริษัทใช้ฝึกโมเดลหรือไม่?

Microsoft ระบุว่าสำหรับ Microsoft 365 Copilot และ Copilot Chat ภายใต้ Enterprise Data Protection ข้อมูล Prompt และคำตอบไม่ได้ถูกนำไปฝึกโมเดลพื้นฐานของ Microsoft โดยไม่มีเงื่อนไขอนุญาตตามข้อกำหนดบริการ

ข้อควรระวัง

การมี Enterprise Data Protection ไม่ได้ทำให้การกำหนดสิทธิ์ผิดพลาดหมดไป

องค์กรต้องตรวจสอบ Permissions และการแชร์ไฟล์ที่กว้างเกินความจำเป็นด้วย

⑮ Standard Access กับ Priority Access แตกต่างกันอย่างไร?

Microsoft 365 Copilot Chat สามารถมีระดับการเข้าถึงการประมวลผลแตกต่างกันตามสิทธิ์และไลเซนส์

Standard Access

ให้บริการตามความพร้อมของระบบ โดยความเร็วและข้อจำกัดอาจเปลี่ยนตามภาระใช้งาน

Priority Access

ได้รับการจัดลำดับการเข้าถึงความสามารถ AI สูงกว่าในขอบเขตที่ Microsoft กำหนด

Priority Access ทำให้ตอบถูกต้องกว่าเสมอไหม?

ไม่ใช่

Priority Access เกี่ยวข้องกับระดับการให้บริการและการเข้าถึงความสามารถ ไม่ใช่หลักประกันว่าคำตอบทุกข้อถูกต้อง

ต้องซื้อเพราะตอบช้าหรือไม่?

ไม่ควรตัดสินใจจากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว

ควรตรวจสอบเครือข่าย Prompt ประเภทงานและสถานะบริการก่อน

⑯ Microsoft Copilot ฟรีกับ Microsoft 365 Personal ต่างกันอย่างไร?

Microsoft 365 Personal เป็น Subscription สำหรับบุคคลที่รวมแอปและสิทธิ์การใช้งานตามแพ็กเกจ

Microsoft Copilot ฟรี

เหมาะกับการสนทนา AI และงานทั่วไป

Microsoft 365 Personal

มีสิทธิ์ Microsoft 365 และความสามารถ Copilot ที่รวมอยู่ตามข้อกำหนด เช่น Word, Excel, PowerPoint และ Outlook บนเดสก์ท็อปในประสบการณ์ที่รองรับ

ต่างจาก Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กรไหม?

ต่างกัน

Copilot ที่รวมกับ Microsoft 365 Personal ไม่ได้เท่ากับไลเซนส์ Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กรที่เชื่อมกับ Work IQ และระบบข้อมูลงานของบริษัท

ราคา Personal

Microsoft แสดงราคา Microsoft 365 Personal ในประเทศไทยที่ 299 บาทต่อเดือน ณ วันที่ตรวจสอบ

ราคานี้เป็นค่าบริการ Microsoft 365 Personal ไม่ใช่ราคา Microsoft 365 Copilot Business

⑰ Microsoft 365 Family ใช้ Copilot ได้ทุกคนหรือไม่?

Microsoft 365 Family สามารถแชร์สิทธิ์บางส่วนของ Subscription ให้สมาชิกครอบครัวตามเงื่อนไข

แต่ สิทธิ์ AI บางประเภทเป็นของเจ้าของ Subscription เท่านั้น

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

การแชร์ Word, Excel หรือพื้นที่ OneDrive ไม่ได้หมายความว่าทุกสมาชิกได้รับโควตา AI เท่ากับผู้เป็นเจ้าของการสมัครใช้งาน

วิธีตรวจสอบ

  1. เปิดบัญชี Microsoft ของเจ้าของ Subscription
  2. ตรวจสอบแผน Microsoft 365
  3. ตรวจสอบสิทธิ์ Copilot
  4. ตรวจสอบว่าบัญชีใดได้รับฟีเจอร์ AI
  5. ทดลองในแอปที่ต้องการใช้

คำแนะนำ

หากสมาชิกแต่ละคนต้องใช้ Copilot เป็นประจำ ควรตรวจสอบเงื่อนไขสิทธิ์ AI ก่อนตัดสินใจซื้อแพ็กเกจ Family

⑱ Microsoft 365 Copilot Business ราคาเท่าไร?

ตามหน้าราคาทางการ Microsoft ประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2026 มีตัวเลือก Microsoft 365 Copilot Business สำหรับองค์กรที่เข้าเงื่อนไข

ตารางราคาอ้างอิง

รายการราคา
Microsoft 365 Copilot Business — โปรโมชันชำระรายปีUSD 18/ผู้ใช้/เดือน
Microsoft 365 Copilot Business — ราคาปกติอ้างอิงรายปีUSD 21/ผู้ใช้/เดือน
Microsoft 365 Copilot Business — ชำระรายเดือนUSD 25.20/ผู้ใช้/เดือน
Microsoft 365 Business Standard + Copilot Business — รายปีUSD 23.50/ผู้ใช้/เดือน
Microsoft 365 Business Premium + Copilot Business — รายปีUSD 32/ผู้ใช้/เดือน

ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่แสดงบนหน้า Microsoft ประเทศไทยในสกุล USD และยังไม่รวมภาษี โดยราคาโปรโมชันขึ้นอยู่กับข้อเสนอและระยะเวลาที่กำหนด

ข้อควรระวัง

Microsoft 365 Copilot Business แบบ Add-on ต้องมีแผน Microsoft 365 พื้นฐานที่เข้าเงื่อนไขแยกต่างหาก

ส่วนแพ็กเกจ Bundle จะรวมแผน Microsoft 365 และ Copilot ตามที่ระบุ

อย่าสับสนระหว่างราคา Add-on กับราคา Bundle

⑲ Microsoft 365 Copilot Enterprise ราคาเท่าไร?

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ Microsoft แสดงราคา Microsoft 365 Copilot อ้างอิงที่ USD 30 ต่อผู้ใช้ต่อเดือน เมื่อชำระรายปี ไม่รวมภาษี

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  • แผน Microsoft 365 พื้นฐานที่เข้าเงื่อนไข
  • จำนวนผู้ใช้
  • เงื่อนไขสัญญา
  • ราคาตามช่องทางจัดซื้อ
  • ภาษี
  • การเปิดใช้ฟีเจอร์
  • นโยบายองค์กร

จำเป็นต้องซื้อให้พนักงานทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป

สามารถเริ่มจากกลุ่มที่มีงานเหมาะสมแล้วประเมินผลก่อนขยายการใช้งาน

แนะนำให้ทดลองกับใคร?

  • ผู้บริหาร
  • ฝ่ายขาย
  • ฝ่ายบุคคล
  • ฝ่ายวิเคราะห์
  • ฝ่ายบริหารโครงการ
  • พนักงานที่ทำเอกสารเป็นประจำ

⑳ Microsoft 365 Copilot ต้องมีไลเซนส์อะไรบ้าง?

ก่อนซื้อควรตรวจสอบข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์นั้นก่อน

สิ่งสำคัญ

  1. บัญชีต้องอยู่ในองค์กรที่รองรับ
  2. ต้องมี Microsoft 365 พื้นฐานที่เข้าเงื่อนไข
  3. ต้องซื้อหรือได้รับ Copilot License ตามแผน
  4. ผู้ดูแลต้องกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้
  5. แอปต้องอยู่ในเวอร์ชันที่รองรับ
  6. บริการและนโยบายองค์กรต้องอนุญาต
  7. ต้องตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล

ซื้อไลเซนส์แล้วใช้งานได้ทันทีไหม?

อาจต้องมีขั้นตอนเปิดใช้งานและจัดสรรสิทธิ์

โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ Microsoft Entra, SharePoint และแอป Microsoft 365 หลายประเภท

ทำไมบางคนซื้อแล้วไม่มีปุ่ม Copilot?

อาจเกี่ยวข้องกับบัญชี เวอร์ชันแอป การจัดสรรไลเซนส์ หรือข้อจำกัดของฟีเจอร์

ควรตรวจสอบสิทธิ์ใน Admin Center ก่อนซื้อซ้ำ

㉑ วิธีตรวจสอบว่าบัญชีมี Microsoft 365 Copilot หรือไม่

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

  1. เปิด Microsoft 365 App หรือแอป Office ที่ใช้งาน
  2. ตรวจสอบบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้
  3. เปิดรายละเอียด Subscription
  4. ตรวจสอบว่ามีฟีเจอร์ Copilot ที่ได้รับหรือไม่
  5. ทดลองเปิด Word หรือ Excel
  6. ตรวจสอบปุ่ม Copilot ตามเวอร์ชันแอป

สำหรับผู้ดูแลระบบ

  1. เปิด Microsoft 365 Admin Center
  2. ไปที่ Billing
  3. เปิด Licenses หรือหน้าที่จัดการผลิตภัณฑ์
  4. ตรวจสอบจำนวนไลเซนส์
  5. ไปที่ Users
  6. เลือกผู้ใช้
  7. ตรวจสอบ Assigned Licenses
  8. ตรวจสอบสถานะ Service Plans
  9. ตรวจสอบแอปที่ติดตั้ง
  10. ให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใหม่เมื่อจำเป็น

หากมีไลเซนส์แต่ใช้ไม่ได้

ให้ตรวจสอบเอกสารความต้องการขั้นต่ำและสถานะบริการของ Microsoft ก่อนสรุปว่าไลเซนส์มีปัญหา

㉒ Microsoft Copilot ฟรีเหมาะกับใคร?

Microsoft Copilot ฟรีอาจเพียงพอสำหรับ

  • ผู้ที่เริ่มใช้ AI
  • นักเรียน
  • เจ้าของเว็บไซต์
  • นักเขียนบทความ
  • คนทำคอนเทนต์
  • ผู้ที่ถามข้อมูลเทคโนโลยี
  • ผู้ใช้ Windows
  • คนที่ต้องการตัวอย่างโค้ด
  • ผู้ที่ต้องการร่างข้อความเป็นครั้งคราว

ตัวอย่างงานที่ไม่จำเป็นต้องซื้อไลเซนส์องค์กร

“อธิบาย Microsoft Copilot คืออะไร”

“ช่วยเขียนบทความเรื่อง Router Wi-Fi 7”

“สร้างตัวอย่างสูตร Excel SUMIF”

“เขียนอีเมลขอใบเสนอราคา”

หากงานเหล่านี้เป็นงานหลัก การเริ่มจากบริการฟรีเป็นทางเลือกที่มีเหตุผล

㉓ ใครควรซื้อ Microsoft 365 Copilot?

การซื้อไลเซนส์มีเหตุผลมากขึ้นเมื่อผู้ใช้ต้องการความสามารถที่เกี่ยวข้องกับระบบงานจริง

ตัวอย่าง

ฝ่ายขาย

สรุปข้อมูลลูกค้าและงานขายจากแหล่งที่มีสิทธิ์เข้าถึง

ฝ่ายบริหาร

ติดตามโครงการและสรุปรายงาน

ฝ่ายบุคคล

จัดทำเอกสารและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

ฝ่ายบัญชี

ช่วยตรวจและวิเคราะห์ข้อมูลตารางภายใต้การตรวจสอบของผู้รับผิดชอบ

ฝ่ายการตลาด

ร่างแผนงาน นำเสนอผล และจัดทำรายงาน

เงื่อนไขที่ควรผ่านก่อนซื้อ

  • มีข้อมูลใน Microsoft 365 จริง
  • มีงานซ้ำที่ AI ช่วยลดเวลาได้
  • มีผู้ใช้งานที่ชัดเจน
  • มีระบบสิทธิ์ที่เหมาะสม
  • สามารถวัดผลประโยชน์ได้
  • มีงบประมาณรองรับ

㉔ วิธีคำนวณความคุ้มค่าของ Microsoft 365 Copilot

ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่าไลเซนส์

ควรคำนวณเวลาทำงานที่ประหยัดได้และผลลัพธ์จริง

สูตรเบื้องต้น

มูลค่าเวลาที่ประหยัดได้ต่อเดือน = ชั่วโมงที่ประหยัดได้ × มูลค่าต้นทุนแรงงานต่อชั่วโมง

ตัวอย่างสมมติ

พนักงานคนหนึ่งมีต้นทุนแรงงาน 250 บาทต่อชั่วโมง

หากใช้ Copilot แล้วช่วยประหยัดเวลาได้จริง 8 ชั่วโมงต่อเดือน

มูลค่าเวลาที่ประหยัดได้คือ

8 × 250 = 2,000 บาทต่อเดือน

ต้องหักอะไรบ้าง?

  • ค่าไลเซนส์ Copilot
  • ค่า Microsoft 365 พื้นฐานเพิ่มเติม หากมี
  • เวลาฝึกอบรม
  • ค่าเตรียมข้อมูลและระบบ
  • เวลาตรวจทานคำตอบ
  • ต้นทุนการกำกับดูแล

ตัวอย่างผลประเมิน

หากมูลค่าประโยชน์จริงสูงกว่าต้นทุนรวมอย่างสม่ำเสมอ การซื้อไลเซนส์อาจคุ้มค่า

แต่หากใช้งานเพียงเดือนละไม่กี่ครั้ง การใช้บริการฟรีหรือสิทธิ์ที่มีอยู่แล้วอาจเหมาะกว่า

㉕ Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot สำหรับเจ้าของเว็บไซต์

เจ้าของเว็บไซต์ WordPress หรือ Blogger สามารถใช้ AI เพื่อช่วยสร้างและจัดการเนื้อหาได้

งานที่ Copilot ฟรีช่วยได้

  • คิดหัวข้อ
  • เขียนบทความ
  • สร้างโครงร่าง H1/H2/H3
  • เขียน Meta Description
  • สร้าง FAQ
  • อธิบายปัญหา WordPress
  • ช่วยเขียน CSS
  • ช่วยสร้างข้อความโฆษณา

เมื่อไร Microsoft 365 Copilot จึงมีประโยชน์เพิ่ม?

หากมีทีมงานและใช้ Microsoft 365 อย่างจริงจัง เช่น

  • เก็บ Content Plan ใน Excel
  • ทำเอกสารบทความใน Word
  • ทำรายงานใน PowerPoint
  • ประสานงานผ่าน Outlook
  • เก็บข้อมูลใน SharePoint
  • ติดตามโครงการผ่าน Teams

ข้อสรุป

หากทำเว็บไซต์คนเดียวและต้องการเพียง AI ช่วยเขียนเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Microsoft 365 Copilot แบบองค์กร

แต่ถ้าต้องการระบบการทำงานร่วมกันระหว่างหลายคน ควรพิจารณาประโยชน์ของ Copilot ที่เชื่อมกับข้อมูล Microsoft 365 เพิ่มเติม

㉖ Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ธุรกิจขนาดเล็กควรเริ่มจากตรวจสอบระบบที่ใช้อยู่ก่อน

กรณีที่ 1 ใช้ Gmail และ Google Sheets

อาจยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะย้ายมาใช้ Microsoft 365 Copilot หากไม่ได้ต้องการระบบ Microsoft โดยเฉพาะ

กรณีที่ 2 ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว

ควรตรวจสอบ Copilot Chat ที่ได้รับสิทธิ์ และทดลองงานจริงก่อนซื้อ Add-on

กรณีที่ 3 ใช้ Word, Excel และ Outlook ทุกวัน

ควรประเมิน Microsoft 365 Copilot Business โดยทดลองกับพนักงานที่มีงานจำนวนมากก่อน

กรณีที่ 4 มีเอกสารบริษัทจำนวนมากใน SharePoint

Microsoft 365 Copilot อาจช่วยให้ค้นและสรุปข้อมูลข้ามแหล่งได้สะดวกขึ้นเมื่อสิทธิ์และการตั้งค่าเหมาะสม

แนวทางเริ่มต้น

  1. ตรวจสอบไลเซนส์ที่มี
  2. ระบุผู้ใช้เป้าหมาย
  3. เลือกงานทดลอง
  4. ตรวจสอบสิทธิ์ข้อมูล
  5. กำหนดระยะเวลาทดสอบ
  6. วัดเวลาที่ประหยัดจริง
  7. ตรวจคุณภาพผลลัพธ์
  8. คำนวณต้นทุนรวม
  9. ตัดสินใจขยายการใช้งาน

㉗ วิธีเลือกแพ็กเกจ Copilot ให้เหมาะกับความต้องการ

ความต้องการตัวเลือกเริ่มต้น
ถาม AI ทั่วไปMicrosoft Copilot ฟรี
เขียนบทความ SEOMicrosoft Copilot ฟรี
ใช้ Word/Excel ส่วนตัวMicrosoft 365 Personal ตามสิทธิ์
ใช้ Office ในครอบครัวMicrosoft 365 Family โดยตรวจสิทธิ์ AI
ต้องการ AI ภายในแอป Office สำหรับบุคคลMicrosoft 365 แผนบุคคลที่รองรับ
บริษัทต้องการ AI ChatMicrosoft 365 Copilot Chat
บริษัทต้องการ AI จากข้อมูลงานMicrosoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์
ธุรกิจขนาดเล็กที่มี Microsoft 365 อยู่แล้วMicrosoft 365 Copilot Business
องค์กรขนาดใหญ่Microsoft 365 Copilot Enterprise
ต้องการสร้าง Agents เองประเมิน Copilot Studio และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ต้องตรวจสอบความพร้อมของฟีเจอร์และข้อกำหนดไลเซนส์ก่อนสมัครจริง

㉘ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกซื้อ Copilot

เข้าใจว่า Microsoft Copilot ฟรีเท่ากับ Microsoft 365 Copilot

ไม่ถูกต้อง เพราะมีความสามารถด้านข้อมูลงานและแอปที่ต่างกัน

เข้าใจว่ามี Microsoft 365 Personal แล้วได้ Copilot สำหรับองค์กร

ไม่ถูกต้อง สิทธิ์ AI สำหรับบุคคลไม่เท่ากับไลเซนส์องค์กร

ซื้อไลเซนส์ก่อนตรวจสอบ Microsoft 365 พื้นฐาน

อาจทำให้ซื้อ Add-on ที่ยังใช้กับแผนเดิมไม่ได้

เข้าใจว่า Copilot อ่านข้อมูลทุกไฟล์ในบริษัทได้

ไม่ถูกต้อง ระบบต้องเคารพสิทธิ์ของผู้ใช้และเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูล

ซื้อทุกคนพร้อมกัน

อาจเพิ่มต้นทุนโดยไม่รู้ว่าพนักงานกลุ่มใดใช้ฟีเจอร์จริง

ไม่ตรวจคุณภาพข้อมูลก่อนใช้งาน

หากเอกสารซ้ำ ล้าสมัย หรือสิทธิ์ SharePoint กว้างเกินไป AI อาจนำข้อมูลไม่เหมาะสมมาใช้ประกอบคำตอบ

㉙ Checklist ก่อนซื้อ Microsoft 365 Copilot

บัญชีและไลเซนส์

  • ตรวจสอบว่าใช้บัญชีส่วนบุคคลหรือองค์กร
  • ตรวจสอบ Microsoft 365 Subscription
  • ตรวจสอบไลเซนส์ที่เข้าเงื่อนไข
  • ตรวจสอบว่าได้รับ Copilot Chat อยู่แล้วหรือไม่
  • ตรวจสอบราคา Add-on และ Bundle
  • ตรวจสอบจำนวนผู้ใช้
  • ตรวจสอบภาษีและสัญญา

ฟีเจอร์

  • ต้องใช้ Word Copilot จริงหรือไม่
  • ต้องใช้ Excel Copilot หรือไม่
  • ต้องใช้ PowerPoint Copilot หรือไม่
  • ต้องใช้ Outlook และ Teams หรือไม่
  • ต้องการข้อมูลงานผ่าน Work IQ หรือไม่
  • ต้องการ Agents หรือไม่

ความปลอดภัย

  • ตรวจ SharePoint Permissions
  • ตรวจ OneDrive Permissions
  • ตรวจ Sensitivity Labels
  • ตรวจ Data Loss Prevention
  • ตรวจการแชร์ข้อมูลภายนอก
  • ตรวจนโยบายข้อมูลของบริษัท

ความคุ้มค่า

  • มีงานทดลองชัดเจน
  • มีตัวชี้วัดเวลาทำงาน
  • ตรวจคุณภาพผลลัพธ์
  • คำนวณต้นทุนต่อผู้ใช้
  • มีแผนฝึกอบรม
  • มีผู้รับผิดชอบดูแลระบบ

㉚ คำถามที่พบบ่อย Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot (FAQ)

Microsoft Copilot กับ Microsoft 365 Copilot ต่างกันอย่างไร?

Microsoft Copilot เน้น AI สำหรับงานทั่วไป ส่วน Microsoft 365 Copilot เน้นการทำงานกับแอปและข้อมูลงาน Microsoft 365 ตามสิทธิ์

Microsoft Copilot ใช้ฟรีได้ไหม?

ได้ มีบริการฟรีสำหรับงานทั่วไปตามฟีเจอร์และข้อจำกัดที่ Microsoft กำหนด

Microsoft 365 Copilot ฟรีไหม?

Microsoft 365 Copilot แบบมีไลเซนส์เพิ่มเติมมีค่าใช้จ่าย แต่ Microsoft 365 Copilot Chat รวมอยู่ในแผนองค์กรที่เข้าเงื่อนไขโดยไม่ต้องซื้อไลเซนส์เต็มทุกกรณี

Microsoft 365 Copilot Chat ต่างจาก Microsoft Copilot ทั่วไปอย่างไร?

Copilot Chat เป็นประสบการณ์สำหรับบัญชีงานหรือสถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไข และมีการปกป้องข้อมูลระดับองค์กรตามข้อกำหนดบริการ

Microsoft Copilot ใช้กับ Word ได้ไหม?

Copilot ฟรีช่วยสร้างข้อความสำหรับ Word ได้ ส่วนการใช้ Copilot ภายใน Word ต้องมีแพ็กเกจหรือสิทธิ์ที่รองรับ

Microsoft Copilot ใช้ Excel ได้ไหม?

Copilot ทั่วไปช่วยอธิบายสูตรและวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งให้ได้ ส่วน Copilot ใน Excel มีความสามารถทำงานกับ Workbook ตามแพ็กเกจ

มี Microsoft 365 Personal แล้วต้องซื้อ Copilot เพิ่มไหม?

ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ที่ต้องการ เพราะ Microsoft 365 Personal มีสิทธิ์ Copilot บางอย่างรวมอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กร

Microsoft 365 Family ได้ Copilot ทุกคนหรือไม่?

สิทธิ์ AI บางประเภทจำกัดสำหรับเจ้าของ Subscription ต้องตรวจสอบเงื่อนไขก่อนแชร์ให้สมาชิก

Microsoft 365 Copilot Business ราคาเท่าไร?

ตามหน้าราคา Microsoft ประเทศไทย ณ ตุลาคม 2026 มีข้อเสนอเริ่มต้น USD 18 ต่อผู้ใช้ต่อเดือนเมื่อชำระรายปี ไม่รวมภาษี สำหรับ Add-on ที่เข้าเงื่อนไข โดยราคาขึ้นอยู่กับข้อเสนอ

Microsoft 365 Copilot Enterprise ราคาเท่าไร?

ราคาอ้างอิง USD 30 ต่อผู้ใช้ต่อเดือนเมื่อชำระรายปี ไม่รวมภาษี และต้องมีแผน Microsoft 365 พื้นฐานที่เข้าเงื่อนไข

Microsoft 365 Copilot ใช้ SharePoint ได้ไหม?

ได้ตามสิทธิ์และความสามารถของบริการ โดย Copilot ไม่ควรได้รับสิทธิ์มากกว่าที่ผู้ใช้มี

Microsoft 365 Copilot อ่านอีเมล Outlook ได้ไหม?

มีความสามารถทำงานกับอีเมลใน Outlook ตามสิทธิ์และฟีเจอร์ที่รองรับ

Microsoft 365 Copilot สรุปประชุม Teams ได้ไหม?

ทำได้ในประสบการณ์ที่รองรับ โดยอาจต้องมี Transcript หรือเงื่อนไขการประชุมที่เหมาะสม

Microsoft Copilot ฟรีปลอดภัยเท่ากับ Copilot องค์กรไหม?

ไม่ควรสรุปว่าเท่ากัน เพราะผลิตภัณฑ์สำหรับบุคคลและองค์กรมีข้อกำหนดด้านข้อมูลและการจัดการแตกต่างกัน

บริษัทจำเป็นต้องซื้อ Copilot ให้พนักงานทุกคนไหม?

ไม่จำเป็น ควรเริ่มทดลองกับผู้ใช้ที่มีงานเหมาะสมก่อน แล้วประเมิน ROI

Microsoft 365 Copilot คุ้มค่าหรือไม่?

คุ้มค่าเมื่อสามารถลดเวลาทำงาน เพิ่มคุณภาพ และสร้างประโยชน์มากกว่าต้นทุนรวมของไลเซนส์ การจัดการระบบ และการฝึกอบรม

㉛ สรุป Microsoft Copilot vs Microsoft 365 Copilot เลือกตัวไหนดี?

Microsoft Copilot และ Microsoft 365 Copilot มีความสามารถพื้นฐานด้าน AI คล้ายกัน แต่แตกต่างกันอย่างสำคัญเรื่องการทำงานในแอป Microsoft 365 การเข้าถึงข้อมูลองค์กร และสิทธิ์ไลเซนส์

หากใช้ AI สำหรับถามคำถาม เขียนบทความ และค้นหาข้อมูลทั่วไป ควรเริ่มด้วย Microsoft Copilot ฟรี

หากใช้ Word, Excel และ PowerPoint สำหรับงานส่วนตัว ควรตรวจสอบ Microsoft 365 Personal หรือแพ็กเกจบุคคลที่มีฟีเจอร์ AI รวมอยู่แล้ว

หากเป็นบริษัทที่มี Microsoft 365 ให้ตรวจสอบ Microsoft 365 Copilot Chat ที่มีสิทธิ์ก่อนซื้อไลเซนส์เพิ่มเติม

หากต้องการให้ AI ทำงานร่วมกับเอกสาร อีเมล การประชุม และข้อมูลบริษัทอย่างเต็มรูปแบบตามสิทธิ์ ควรประเมิน Microsoft 365 Copilot Business หรือ Enterprise

ข้อแนะนำจาก comsiam: ก่อนตัดสินใจซื้อ ให้เริ่มจากตรวจสอบว่าบัญชีมีสิทธิ์ Copilot อะไรอยู่แล้ว แล้วเลือกงานจริงสามอย่าง ได้แก่ การทำเอกสาร Word การวิเคราะห์ Excel และการค้นข้อมูลงานจาก Microsoft 365 หากพบว่าฟีเจอร์ที่มีอยู่ไม่เพียงพอและไลเซนส์เพิ่มเติมช่วยลดเวลาทำงานได้จริง จึงค่อยซื้อ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเพียงเพราะชื่อผลิตภัณฑ์มีคำว่า Copilot เหมือนกัน

ComSiam Professional Team