Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก iPhone เปิดกล้องแล้วจอดำ กล้องหลังไม่ขึ้น กล้องหน้าเป็นสีดำ เปิด Camera แล้วไม่มีภาพ Preview หรือแอปอื่นเปิดกล้องไม่ได้ อย่าเพิ่งรีบ Factory Reset หรือเปลี่ยนกล้อง เพราะสาเหตุอาจเกิดได้ตั้งแต่เคสหรืออุปกรณ์เสริมรบกวนกล้อง, แอปค้าง, iOS มีปัญหา, กล้องหน้า/หลังเสียเพียงตัวเดียว ไปจนถึงปัญหาหลังการซ่อมหรือ Hardware ของชุดกล้อง
Apple แนะนำให้เริ่มจาก ถอดเคส ฟิล์ม หรืออุปกรณ์ที่บังกล้อง/มีแม่เหล็กใกล้กล้อง → ทดสอบ Camera และ Flash → Restart iPhone → Update iOS → สลับทดสอบกล้องหน้าและหลัง และหากกล้องยังไม่ทำงานอาจจำเป็นต้องรับบริการ.
สองอาการนี้ไม่เหมือนกัน
iPhone ยังใช้งานได้ตามปกติ เช่น
ให้เน้นแก้ระบบ Camera
ถ้าหน้าจอดำทั้งหมดและใช้งานอะไรไม่ได้ ควรแก้ปัญหา Display/Power แทน
บทความนี้เน้นกรณี ตัวเครื่องทำงาน แต่เปิดกล้องแล้วภาพ Preview ไม่ขึ้น
หากเพิ่งเกิดอาการครั้งแรก ให้ปิด Camera แล้วเปิดใหม่ก่อน
โดยเฉพาะกรณี
จากนั้นลองเปิด Camera ใหม่จาก Home Screen หรือ Lock Screen ซึ่ง Apple รองรับหลายวิธีในการเปิด Camera.
หากยังดำให้ทำขั้นตอนต่อไป
Apple แนะนำโดยตรงให้ถอด Case, Film หรือ Accessory ที่อาจ
ออกก่อนทดสอบ.
ดังนั้นถ้าเพิ่งเปลี่ยนเคสแล้วกล้องเริ่มผิดปกติ ให้ถอดเคสแล้วเปิด Camera ทันที
ไม่ควรสรุปว่า Camera Module เสียโดยยังไม่ได้ทดสอบแบบไม่มีเคส
Apple ระบุให้ถอดอุปกรณ์ที่มี Magnet ใกล้กล้อง เมื่อกล้องมีปัญหา.
ตัวอย่างสิ่งที่ควรถอดเพื่อทดสอบ เช่น
จากนั้นเปิด Camera และทดลองอีกครั้ง
ถ้าฟิล์มเลนส์หรืออุปกรณ์ครอบกล้อง
ควรถอดออกเพื่อทดสอบ
Apple แนะนำให้ถอด Film หรือ Accessory ที่อาจบัง Camera/Flash ออกจากตัวเครื่องก่อนวิเคราะห์ต่อ.
Apple แนะนำให้ทดสอบ Camera ด้วยการลอง ถ่ายภาพ หลังถอด Case/Accessory แล้ว.
หาก Preview ดำแต่กดถ่ายแล้ว
ผลที่ได้จะช่วยแยกอาการเพิ่มเติม
ถ้าไฟล์ภาพออกมาดำด้วยและเกิดทุกครั้ง ควรตรวจต่ออย่างจริงจัง
Apple แนะนำให้สลับ Camera เพื่อตรวจว่า กล้องหน้า กล้องหลัง หรือทั้งสองตัว มีปัญหา.
ให้เปิด Camera แล้วแตะปุ่มสลับกล้อง
จากนั้นดูผล
ควรเน้นตรวจ Rear Camera
ควรเน้นตรวจ Front/TrueDepth Camera
ควรตรวจ Software/System เพิ่มขึ้นก่อนสรุป Hardware
กรณีนี้ช่วยลดขอบเขตปัญหาได้มาก
เพราะ Apple เองแนะนำให้ทดสอบว่า Camera ตัวใดใช้งานไม่ได้.
ถ้ากล้องหน้าใช้ได้ตลอดแต่กล้องหลังดำทุกครั้ง แม้
ความเป็นไปได้ของปัญหาเฉพาะ Rear Camera จะเพิ่มขึ้น
ให้ตรวจ
Apple ระบุว่า Front Camera/TrueDepth เป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับ Face ID และหากมีการเปลี่ยน Front Camera แล้วกระบวนการซ่อมหรือ Calibration ยังไม่สมบูรณ์ อาจเกิดปัญหาด้านการทำงานได้.
โดยเฉพาะถ้าอาการเริ่มทันทีหลังซ่อมเครื่อง ควรตรวจ Parts & Service History
Apple แนะนำให้ทดสอบ LED Flash ด้วย Flashlight ใน Control Center เมื่อ Camera มีปัญหา.
ให้เปิด Control Center แล้วแตะ Flashlight
ดูว่า
หรือไม่
ผลนี้ช่วยประกอบการวิเคราะห์ Camera/Flash System
หาก Camera ดำและ Flashlight ก็ไม่ทำงาน ให้ทำขั้นตอน Software พื้นฐานก่อน เช่น Restart และ Update iOS
Apple จัด Camera และ Flash ไว้ในแนวทาง Troubleshooting เดียวกัน และหากทั้งสองยังไม่ทำงานหลังทดสอบและอัปเดต อาจจำเป็นต้องรับบริการ.
ไม่ควรเปลี่ยน Flash หรือ Camera จากการเดาโดยไม่มีการตรวจเพิ่มเติม
Apple แนะนำให้ Restart iPhone เมื่อ Camera ไม่ทำงาน.
หลังเปิดเครื่องใหม่
หาก Camera กลับมาใช้งานได้ อาจเป็นความผิดปกติชั่วคราวของ Software
หากไม่ใช่เพียง Camera ดำ แต่ iPhone ค้างจนปิดเครื่องตามปกติไม่ได้ Apple ระบุว่าสามารถ Force Restart ได้โดย
ควรใช้เมื่อเครื่องไม่ตอบสนอง ไม่จำเป็นต้อง Force Restart ทุกครั้งที่กล้องดำ
Apple แนะนำให้ Update iPhone เป็น iOS เวอร์ชันล่าสุด เมื่อ Camera ไม่ทำงาน.
เข้า
Settings → General → Software Update
หากมี Update ให้ Backup ข้อมูลสำคัญแล้วอัปเดต
โดยเฉพาะถ้าปัญหาเกิดหลัง iOS Update ใหญ่ ควรตรวจว่ามี Minor Update ใหม่กว่าออกมาแล้วหรือไม่
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
Apple ให้ทำก่อนคือ
ดังนั้นแม้อาการจะเริ่มหลัง Update ก็ไม่ควรรีบ Erase All Content and Settings
ให้ตัดสาเหตุที่กระทบน้อยกว่าก่อน
กรณีนี้ต่างจาก Camera Hardware เสีย
ถ้าแอป Camera ของ Apple ใช้งานได้ แต่แอป Third-party ไม่เห็นภาพ ให้ตรวจ Permission ของแอปนั้น
เข้า
Settings → Privacy & Security → Camera
Apple ระบุว่าหน้านี้จะแสดงแอปที่เคยขอสิทธิ์ใช้ Camera และผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดสิทธิ์ได้เป็นรายแอป.
หากสิทธิ์ถูกปิด ให้เปิดให้แอปที่ต้องการ
รายการใน
Settings → Privacy & Security → Camera
จะแสดงแอปที่เคยขอ Camera Access ตามที่ Apple อธิบายไว้.
หากแอปยังไม่เคยขอ Permission อาจต้องเปิดฟังก์ชันกล้องภายในแอปก่อนเพื่อให้ระบบแสดงคำขอ
ถ้าแอปยังผิดปกติ ให้ Update หรือ Reinstall แอปหลังตรวจข้อมูลสำคัญ
เมนู Privacy & Security → Camera มีไว้ควบคุม แอปที่ขอเข้าถึง Camera ตามที่ Apple ระบุ.
ดังนั้นหากแอป Camera หลักของ iPhone เปิดแล้วดำ ไม่ควรเสียเวลาแก้ Permission ของ LINE, Facebook หรือแอปอื่น
ให้เน้น Camera System โดยตรง
ถ้า Camera ของ iPhone ใช้ได้ แต่ LINE กล้องดำ ให้ตรวจ
Settings → Privacy & Security → Camera → LINE
และเปิด Permission หากปิดอยู่ ตามระบบ Privacy Control ของ Apple.
จากนั้นปิด LINE แล้วเปิดใหม่
ถ้ายังไม่ได้ให้ Update LINE และ Restart iPhone ก่อนลบแอป
ใช้หลักเดียวกัน
ถ้า Camera หลักของ iPhone ปกติ แต่กล้องภายในแอป Third-party ดำ ให้ตรวจ Camera Permission ของแอปนั้นจาก Privacy & Security.
หาก Permission ถูกต้องแต่แอปยังดำเพียงแอปเดียว ควรตรวจ App Update หรือปัญหาจากตัวแอปมากกว่า Hardware
กรณีนี้มีน้ำหนักไปที่ระบบ Camera มากขึ้น
ให้ทำตามลำดับ
เพราะ Apple ระบุว่าหาก Camera หรือ Flash ยังไม่ทำงานหลังขั้นตอนพื้นฐาน อาจจำเป็นต้องรับบริการ.
นี่เป็นกรณีที่ควรตรวจ Parts and Service History
Apple ระบุว่า iPhone 12 และใหม่กว่าบางรุ่นสามารถดูประวัติการเปลี่ยน Camera ได้จาก
Settings → General → About → Parts and Service History.
หากเครื่องเพิ่งซ่อมแล้ว Camera เริ่มดำ ควรตรวจตรงนี้ก่อน Factory Reset
เข้า
Settings → General → About
แล้วเลื่อนหา
Parts and Service History
หาก Camera เคยถูกเปลี่ยน Apple อาจแสดงสถานะ เช่น
ข้อมูลนี้ช่วยให้รู้ว่ากล้องเคยผ่านการซ่อมหรือยังมีขั้นตอน Repair ที่ไม่เสร็จ
Apple ระบุว่า หากการซ่อมใช้ชิ้นส่วน Genuine Apple และกระบวนการที่ถูกต้อง จะเห็น Genuine ข้าง Camera ใน Parts and Service History.
อย่างไรก็ตามถ้ากล้องยังดำอยู่แม้ขึ้น Genuine ก็ยังต้อง Troubleshoot ต่อ เพราะสถานะ Genuine ไม่ได้หมายความว่ากล้องไม่มีโอกาสเสียภายหลัง
Apple ระบุว่าสถานะ Unknown อาจเกิดเมื่อ Camera
หากกล้องดำหลังซ่อมและเห็น Unknown ควรกลับไปให้ผู้ซ่อมหรือผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญตรวจ
Apple ระบุว่าหลังติดตั้งชิ้นส่วนใหม่บางรายการ ระบบอาจแสดง Finish Repair จนกว่าจะดำเนินการ Repair Assistant ให้สมบูรณ์.
วิธีที่ Apple ระบุคือ
Settings → General → About → Parts & Service History → Restart & Finish Repair
แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ.
ควร Update iOS ก่อนใช้ Repair Assistant ตามข้อกำหนดของ Apple.
Apple ระบุว่ากล้อง Non-genuine หรือการซ่อมที่ไม่เหมาะสมอาจเกิดปัญหา Compatibility/Performance และหนึ่งในอาการที่ Appleยกตัวอย่างคือ Real-time Preview ในแอป Third-party อาจว่างหรือค้าง รวมถึงแอปที่ใช้ Camera อาจ Freeze หรือ Quit Unexpectedly.
โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดหลัง iOS Update Apple ระบุว่า Non-genuine Camera อาจพบ Compatibility Issue เพิ่มขึ้นได้.
Apple ระบุว่าหากเปลี่ยน Front Camera บน iPhone 14 หรือใหม่กว่า กล้องหน้าจะไม่ทำงานจนกว่าการซ่อมจะเสร็จสมบูรณ์หรือมีการ Restore ตามเงื่อนไขของระบบซ่อม.
หาก Parts & Service History แสดง Finish Repair ให้ดำเนินการ Repair Assistant ก่อน.
กรณีนี้สำคัญมากสำหรับเครื่องที่เพิ่งเปลี่ยน TrueDepth/Front Camera
Front Camera และ TrueDepth System มีความเกี่ยวข้องกับ Face ID ในรุ่นที่รองรับ และ Apple ระบุว่าหากการซ่อมหรือ Calibration ของ TrueDepth Camera ยังไม่เสร็จ Face ID จะไม่สามารถใช้เพื่อ Unlock, Authorize Payment หรือ Sign in Apps ได้.
ดังนั้นถ้า
ควรตรวจ Parts & Service History เป็นอันดับต้น ๆ
หากอาการเริ่มทันทีหลัง
และ Restart/Update ไม่ช่วย ควรเพิ่มความเป็นไปได้ด้าน Hardware
Apple ระบุว่าหาก Camera ยังคงไม่ทำงานหลังขั้นตอน Troubleshooting อาจจำเป็นต้องรับบริการ.
ไม่ควร Factory Reset ซ้ำ ๆ หากมีเหตุการณ์กระแทกชัดเจน
หาก Camera ดำหลังเครื่องเปียกและมีอาการร่วม เช่น
ควรเพิ่มความสงสัยด้าน Hardware/ความเสียหายจากของเหลว
หาก Camera ยังไม่ทำงานหลังขั้นตอน Software พื้นฐาน Apple แนะนำให้รับบริการ.
หากเห็นความชื้นหรือฝ้า ภายในชุดเลนส์ การ Restart หรือ Factory Reset ไม่สามารถนำความชื้นทางกายภาพออกได้
ควรหยุดการแก้ Software ซ้ำและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่อง โดยเฉพาะหาก Camera Preview ดำหรือภาพผิดปกติร่วมด้วย
Apple แนะนำให้รับบริการเมื่อ Camera ยังคงทำงานผิดปกติหลังตรวจขั้นตอนพื้นฐาน.
iPhone หลายรุ่นมี Camera Module มากกว่าหนึ่งตัว ดังนั้นหาก
ให้ทดสอบทุก Camera Mode ที่เครื่องรองรับ
Apple แนะนำหลักการให้ตรวจว่า Camera ตัวใดทำงานและตัวใดไม่ทำงาน โดยสลับ Front/Rear Camera เพื่อจำกัดขอบเขตปัญหา.
หากปัญหาคงที่เฉพาะกล้องหนึ่งชุดหลัง Restart/Update ควรตรวจ Hardware เพิ่มขึ้น
หาก Video Mode ใช้งานได้แต่ Photo Mode ดำหรือกลับกัน ให้ทดสอบ
จากนั้น Restart และ Update iOS
หากปัญหาเกิดเฉพาะ Mode เดียวแต่ Hardware ตัวเดียวกันยังสร้างภาพได้ใน Mode อื่น ความเป็นไปได้ด้าน Software/Camera Processing จะเพิ่มขึ้น
Apple ยังคงแนะนำ Restart และ Update iOS ก่อนรับบริการ.
ถ้า Camera หลักของ Apple ใช้ได้ แต่อีกแอปเปิดแล้วดำ ให้ตรวจ
Apple ระบุว่าผู้ใช้สามารถควบคุมสิทธิ์ Camera ของแต่ละ App ได้ใน Settings → Privacy & Security → Camera.
ส่วน Apple ระบุว่ากล้อง Non-genuine อาจทำให้ Third-party Camera Apps มีอาการ Preview Blank หรือ Freeze ได้เช่นกัน.
iOS ไม่มีแนวทางจาก Apple ที่ให้ผู้ใช้เข้าไปล้าง “Camera Cache” ด้วยตนเองเป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับ Camera Black Screen
แนวทาง Apple ปัจจุบันเน้น
จึงไม่ควรติดตั้งแอป Cleaner หรือใช้วิธีแปลก ๆ เพื่อ “ล้างกล้อง”
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
Apple ไม่ได้วาง Reset All Settings ไว้ในขั้นตอนหลักของหน้า Camera/Flash Troubleshooting ปัจจุบัน โดยให้เริ่มจากอุปกรณ์เสริม, Restart, Update และการทดสอบ Camera ก่อน.
ถ้ากล้องดำเฉพาะแอป Third-party ให้ตรวจ Permission และตัวแอปแทน
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
ก่อนล้างเครื่อง ควรทำให้ครบก่อน
Apple ระบุว่าหาก Camera ยังไม่ทำงานหลังขั้นตอนพื้นฐาน อาจจำเป็นต้องรับบริการ มากกว่าการ Factory Reset แบบสุ่ม.
มีกรณีเฉพาะที่ควรรู้
Apple มี iPhone 14 Plus Service Program for Rear Camera Issue สำหรับ iPhone 14 Plus บางเครื่องที่ Rear Camera อาจ ไม่แสดง Preview โดยเครื่องที่ได้รับผลกระทบอยู่ในช่วงการผลิต 10 เมษายน 2023 ถึง 28 เมษายน 2024.
Apple ระบุว่าไม่มี iPhone รุ่นอื่นอยู่ในโครงการนี้.
ดังนั้นผู้ใช้ iPhone 14 Plus ที่ Rear Camera จอดำควรตรวจ Serial Number กับโครงการของ Apple หากเข้าเงื่อนไข
ไม่ใช่ทุกเครื่อง
Apple ระบุว่าเฉพาะ iPhone 14 Plus ที่ Serial Number อยู่ในช่วงอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบและเข้าเงื่อนไขของ Service Program เท่านั้นจึงมีสิทธิ์รับบริการตามโครงการ.
โครงการครอบคลุมอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์เป็นเวลา 3 ปีนับจากวันที่ขายปลีกครั้งแรกของเครื่อง.
ดังนั้นควรตรวจ Serial Number ก่อนนำเครื่องไปบริการ
หาก Troubleshooting แล้ว Camera ยังดำและต้องส่งตรวจ ควร Backup iPhone ก่อน
Apple ระบุใน Service Program ของ iPhone 14 Plus เช่นกันว่าให้ Backup iPhone ไปยัง iCloud หรือ Computer ก่อนเข้ารับบริการ.
หลักนี้เหมาะกับการส่งซ่อม iPhone โดยทั่วไปเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อข้อมูล
Apple แนะนำว่าหากต้องเปลี่ยน Camera ควรให้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมและใช้ Genuine Apple Camera Parts เป็นผู้ดำเนินการ.
Apple ระบุว่าการซ่อมด้วยชิ้นส่วน Non-genuine หรือการซ่อมที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิด
ดังนั้นราคาถูกเพียงอย่างเดียวไม่ควรเป็นเกณฑ์เลือกอะไหล่กล้อง
Apple ระบุว่า Camera ที่ไม่ใช่ Genuine อาจเกิด Compatibility หรือ Performance Issue และปัญหาอาจปรากฏหลัง iOS Update ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ Camera.
หากอาการตรงกับกรณีนี้ให้ตรวจ
Settings → General → About → Parts & Service History
ก่อนโทษ iOS เพียงอย่างเดียว
ควรพิจารณารับบริการเมื่อ
Apple ระบุชัดว่าหาก Camera หรือ Flash ยังไม่ทำงานอย่างถูกต้องหลัง Troubleshooting อาจจำเป็นต้องรับบริการ.
ควรให้น้ำหนัก Software มากขึ้นเมื่อ
กรณี Third-party App Appleอนุญาตให้ตรวจ Camera Access ได้จาก Privacy & Security → Camera.
ควรเพิ่มน้ำหนักไปทาง Hardware เมื่อ
Apple ระบุว่าหาก Camera ยังไม่ทำงานหลังขั้นตอน Software พื้นฐานควรพิจารณารับบริการ.
ทำตามลำดับนี้
Apple แนะนำให้ถอด Case, Film หรือ Accessory ที่อาจบัง Camera หรือมีแม่เหล็กใกล้กล้อง จากนั้นทดสอบ Camera, Restart และ Update iOS.
มีความเป็นไปได้ว่าปัญหาจำกัดอยู่ที่ Rear Camera มากขึ้น แต่ควร Restart, Update iOS และถอดอุปกรณ์เสริมก่อน Apple แนะนำให้ทดสอบ Front และ Rear Camera แยกกันเพื่อดูว่าตัวใดไม่ทำงาน.
เข้า Settings → Privacy & Security → Camera แล้วตรวจว่า LINE ได้รับ Camera Permission หรือไม่ Apple อนุญาตให้เปิด/ปิด Camera Access เป็นรายแอปจากเมนูนี้.
ได้ Apple ระบุ Restart เป็นหนึ่งในขั้นตอนหลักเมื่อ Camera ไม่ทำงาน.
ควร Apple แนะนำให้ Update iPhone เป็น iOS เวอร์ชันล่าสุดเมื่อ Camera ไม่ทำงาน.
เข้า Settings → General → About → Parts & Service History สำหรับรุ่นที่รองรับ และตรวจสถานะ Camera เช่น Genuine, Unknown หรือ Finish Repair.
Apple ระบุให้ Update iOS แล้วเข้า Settings → General → About → Parts & Service History → Restart & Finish Repair และทำตาม Repair Assistant.
Apple ระบุว่ากล้อง Non-genuine อาจเกิด Compatibility/Performance Issues และ Preview ใน Third-party Apps อาจ Blank หรือ Stuck ได้.
Apple มี Service Program สำหรับ iPhone 14 Plus บางเครื่องที่ Rear Camera ไม่มี Preview โดยอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในช่วงการผลิต 10 เมษายน 2023 ถึง 28 เมษายน 2024 และต้องตรวจ Serial Number ว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่.
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก แนวทาง Apple ให้เริ่มจากถอดอุปกรณ์เสริม, Restart, Update iOS และทดสอบ Front/Rear Camera ก่อน หากยังไม่ทำงานจึงพิจารณารับบริการ.
หาก iPhone กล้องเปิดแล้วจอดำ อย่ารีบ Factory Reset หรือเปลี่ยน Camera Module ทันที ให้เริ่มจาก ถอด Case/Film/Accessory → ทดสอบ Camera และ Flash → Restart → Update iOS → สลับกล้องหน้าและหลัง ตามลำดับที่ Apple แนะนำ.
ถ้า Camera ของ Apple ใช้ได้ แต่ LINE, Instagram หรือแอปอื่นกล้องดำ ให้ตรวจ Settings → Privacy & Security → Camera เพราะ Apple อนุญาตให้กำหนด Camera Access เป็นรายแอป.
หากอาการเริ่ม หลังเปลี่ยนกล้องหรือซ่อมเครื่อง ให้ตรวจ Settings → General → About → Parts & Service History โดยสถานะ Unknown หรือ Finish Repair สามารถบอกได้ว่ามีประเด็นเกี่ยวกับชิ้นส่วนหรือขั้นตอนการซ่อม และ Apple มี Repair Assistant สำหรับทำกระบวนการซ่อมที่ยังไม่เสร็จให้สมบูรณ์.
สุดท้าย หาก Camera ยังดำหลัง Restart และ Update โดยเฉพาะเมื่อ กล้องตัวใดตัวหนึ่งไม่ทำงานตลอด, Flash เสียร่วมด้วย, เครื่องเคยตก/โดนน้ำ หรือมีประวัติซ่อมกล้อง Apple ระบุว่าอาจจำเป็นต้องรับบริการ.