Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก iPhone ส่งข้อความไม่ได้ รับข้อความไม่ได้ iMessage ขึ้น Not Delivered มีเครื่องหมายตกใจสีแดง ข้อความค้าง หรือส่งหา Android/SMS ไม่สำเร็จ อย่าเพิ่ง Reset เครื่อง เพราะต้องแยกก่อนว่าข้อความนั้นกำลังใช้ iMessage, RCS, SMS หรือ MMS
บริการเหล่านี้ใช้เครือข่ายไม่เหมือนกัน โดย Apple ระบุว่า iMessage ใช้ Wi-Fi หรือ Cellular Data, RCS และ MMS ต้องมี Wi-Fi หรือ Cellular Data ส่วน SMS ต้องเชื่อมต่อเครือข่าย Cellular และบริการ SMS/MMS/RCS ยังขึ้นกับแพ็กเกจและการรองรับของผู้ให้บริการด้วย.
นี่เป็นจุดแรกที่ช่วยแยกปัญหาได้เร็วที่สุด
คือ iMessage
ใช้สำหรับส่งข้อความระหว่างอุปกรณ์ Apple ผ่าน Wi-Fi หรือ Cellular Data.
ปัจจุบันอาจเป็น
ไม่ใช่เพียง SMS อย่างเดียวอีกต่อไป โดย Apple ระบุว่า RCS, SMS และ MMS แสดงเป็นข้อความสีเขียว.
ดังนั้นเห็นข้อความสีเขียวไม่ได้หมายความว่า iMessage เสียเสมอไป
Apple แนะนำโดยตรงว่าเมื่อเห็นเครื่องหมายตกใจสีแดงและข้อความ Not Delivered ให้ทำตามนี้
การส่งเป็น SMS อาจมีค่าบริการตามแพ็กเกจของ Carrier.
อย่ากด Try Again ซ้ำหลายสิบครั้ง
ให้แยกก่อนว่ากำลังส่งเป็นอะไร
ตรวจ
ตรวจ
Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังส่งหรือรับ SMS, MMS หรือ RCS ไม่ได้หลังตรวจพื้นฐาน.
iMessage ต้องใช้
หรือ
Apple ระบุว่า iMessage สามารถส่งผ่านทั้ง Wi-Fi และเครือข่ายข้อมูลมือถือ.
ลองเปิด Safari หรือ YouTube
ถ้า Internet ใช้งานไม่ได้ ให้แก้ Internet ก่อน
การเปิด–ปิด iMessage ซ้ำจะไม่ช่วยหากเครื่องไม่มี Network Connection
SMS แตกต่างจาก iMessage
Apple ระบุว่า SMS ต้องใช้ Cellular Network Connection ในการส่ง เว้นแต่กรณีที่ Wi-Fi Calling รองรับการส่ง SMS ผ่าน Wi-Fi.
ดังนั้นถ้า Status Bar ขึ้น
ให้แก้ปัญหาสัญญาณมือถือก่อน
หัวข้อ 477 — iPhone ไม่มีสัญญาณ ขึ้น SOS หรือกำลังค้นหา ครอบคลุมกรณีนี้โดยตรง
Apple แนะนำ Restart iPhone เป็นหนึ่งในขั้นตอนแก้ปัญหาเมื่อส่งหรือรับข้อความไม่ได้.
หลัง Restart
Restart ไม่ลบรูปหรือข้อมูล
ใน iOS ปัจจุบันเข้า
Settings → Apps → Messages
แล้วตรวจ
iMessage = On
Apple ระบุเส้นทางนี้สำหรับเปิดและตั้งค่า iMessage.
หากเพิ่งเปิด iMessage อาจต้องรอ Activation ชั่วครู่ก่อนหมายเลขพร้อมใช้งาน.
เข้า
Settings → Apps → Messages → Send & Receive
ตรวจว่ามีเครื่องหมายถูกหน้า
Apple แนะนำให้ตรวจส่วนนี้เมื่อข้อความไปลงอีกอุปกรณ์ หรือส่ง/รับผ่านหมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้.
ถ้าหมายเลขมีอยู่แต่ไม่ได้ถูกเลือก ให้แตะหมายเลขเพื่อเปิดใช้งาน
Apple ระบุว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการใช้กับ Messages ต้องถูกเลือกในส่วน You can receive iMessages to and Reply From.
หากเลือกไม่ได้ ให้ตรวจ SIM/eSIM และ iMessage Activation เพิ่มเติม
Apple ระบุว่าการใช้หมายเลขโทรศัพท์กับ Messages ต้องมี SIM หรือ eSIM ที่ Active และสัมพันธ์กับหมายเลขนั้น.
ดังนั้นถ้าหมายเลขหาย ให้ตรวจ
อย่าเริ่มจาก Factory Reset
เข้า
Settings → Apps → Messages → Send & Receive
แล้วดูส่วน
Start New Conversations From
เลือก หมายเลขโทรศัพท์ หากต้องการให้การสนทนาใหม่เริ่มจากเบอร์มือถือ
Apple ระบุว่าสามารถเลือกหมายเลขหรือ Email ที่ใช้เริ่ม Conversation ได้จาก Send & Receive.
สาเหตุหลักที่ควรตรวจคือ Start New Conversations From
ถ้าตั้งเป็น Apple Account Email ข้อความใหม่อาจเริ่มจาก Email แทนหมายเลขโทรศัพท์
ให้เปลี่ยนเป็นหมายเลขที่ต้องการใน
Settings → Apps → Messages → Send & Receive
ตามการตั้งค่าที่ Apple รองรับ.
นี่เป็นปัญหาที่ Apple ระบุเฉพาะสำหรับ iOS 26
หากมี SIM ที่ไม่ได้ใช้งานและ SIM ที่ Active ซึ่งใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน อาจเกิดอาการ
Apple ระบุให้
อัปเดตเป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า
หรือเอา SIM/eSIM ที่ไม่ Active และใช้หมายเลขซ้ำออก.
หากเป็น Physical SIM ที่ไม่ใช้แล้ว ให้ถอดออก
หากเป็น eSIM ที่ไม่ Active และยืนยันแล้วว่าไม่ต้องใช้ ให้ลบ eSIM นั้น จากนั้นกลับไป
Settings → Apps → Messages → Send & Receive
แล้วแตะหมายเลขเพื่อ Activate iMessage.
อย่าลบ eSIM ที่ยังใช้งานจริง
หากต้องการให้ iPhone พยายามใช้ SMS เมื่อ iMessage ใช้งานไม่ได้ ให้เข้า
Settings → Apps → Messages
แล้วเปิด
Send as Text Message
Apple ระบุว่าตัวเลือกนี้ช่วยให้ Messages พยายามส่งเป็น SMS เมื่อ iMessage ไม่พร้อมใช้งาน.
ค่าบริการ SMS อาจเป็นไปตามแพ็กเกจมือถือ
SMS จะแสดงเป็น สีเขียว
อย่างไรก็ตามในระบบปัจจุบัน RCS และ MMS ก็แสดงเป็นสีเขียวเช่นกัน.
ดังนั้นสีเขียวอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ 100% ว่าข้อความนั้นเป็น SMS
ดูรายละเอียดใน Conversation หรือความสามารถที่ใช้งานร่วมด้วย
เมื่อส่งข้อความจาก iPhone ไป Android การสนทนาอาจใช้
ขึ้นอยู่กับ Carrier, Software และความสามารถของทั้งสองฝั่ง.
ดังนั้นถ้า iMessage ไป iPhone ได้ แต่ส่ง Android ไม่ได้ ควรตรวจ RCS/SMS/MMS และ Carrier มากกว่าปิดเปิด iMessage อย่างเดียว
หาก Carrier รองรับ ให้เข้า
Settings → Apps → Messages → RCS Messaging
แล้วเปิด
RCS Messaging
Apple ระบุว่า RCS ต้องใช้ iOS 18 หรือใหม่กว่า และแพ็กเกจมือถือจาก Carrier ที่รองรับ RCS บน iPhone.
หากไม่มีเมนู RCS อาจเป็นเพราะ Carrier หรือภูมิภาคยังไม่รองรับ.
Apple ระบุว่าหลังเปิด RCS ครั้งแรก อาจมีช่วงหน่วงในการ Activate และการรองรับขึ้นอยู่กับ Carrier/ภูมิภาค.
ดังนั้นอย่าเปิด–ปิดซ้ำทุกไม่กี่วินาที
หากผ่านไปนานแล้วยังไม่ทำงาน ให้ติดต่อ Carrier
ได้
Apple ระบุว่า RCS สามารถส่งผ่าน
เมื่อไม่ได้ใช้ iMessage.
RCS ยังรองรับฟังก์ชัน เช่น
ใน iPhone ปัจจุบัน
ดังนั้นข้อความสีเขียวอาจมีความสามารถมากกว่า SMS แบบเก่า เช่น Read Receipt หรือ Typing Indicator หาก Conversation ใช้ RCS.
Apple ระบุว่า SMS และ MMS เป็นบริการจากผู้ให้บริการมือถือ และ iPhone ต้องมี Text Messaging Plan ที่รองรับบริการนั้น.
ถ้า
ควรให้ Carrier ตรวจ SMS Service ของหมายเลข
Factory Reset iPhone ไม่สามารถเปิดบริการที่ถูกปิดฝั่ง Carrier ได้
หากข้อความตัวอักษรส่งได้ แต่
ควรตรวจ MMS หรือ RCS
Apple ระบุว่า MMS และ RCS รองรับ Multimedia ส่วน SMS ปกติไม่ได้รองรับรูป/วิดีโอในลักษณะเดียวกัน.
หาก Carrier รองรับ MMS ให้ตรวจ Messages Settings ว่า MMS Messaging เปิดอยู่
Apple ระบุว่าสำหรับ Group MMS ต้องเปิด MMS Messaging และหากไม่มีตัวเลือกดังกล่าว ให้สอบถาม Carrier ว่าแพ็กเกจรองรับหรือไม่.
ดังนั้นถ้าส่งข้อความธรรมดาได้แต่ส่งรูปให้ Android ไม่ได้ MMS เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ต้องตรวจ
Apple ระบุว่า Carrier สามารถกำหนด ขนาดสูงสุดของไฟล์แนบ MMS ได้ และไฟล์ขนาดใหญ่อาจใช้เวลาส่งนานหรือถูกบีบอัด.
หากส่งไฟล์ใหญ่ไม่ได้ แต่ไฟล์เล็กส่งได้
ไม่ควรสรุปว่า Messages เสีย
ลองลดขนาดไฟล์หรือใช้ iMessage/RCS หากผู้รับรองรับ
Apple แนะนำให้ตรวจว่ามี พื้นที่จัดเก็บเพียงพอ หากไม่สามารถรับรูปหรือวิดีโอผ่าน Messages ได้.
เข้า
Settings → General → iPhone Storage
หากพื้นที่เหลือน้อยมาก ควรจัดการ Storage ก่อน
เป็นไปได้ เพราะ Voice Service และ Text Messaging Service ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานครบเหมือนกันทุกกรณี
หากโทรได้แต่ SMS ทุกข้อความล้มเหลว Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังส่งหรือรับ SMS ไม่ได้.
ให้ Carrier ตรวจ
ให้ทดสอบด้วยหมายเลขหลายหมายเลขก่อน
ถ้าทุกคนส่งหาไม่ได้ แต่โทรและ Data ใช้งานปกติ ควรให้ Carrier ตรวจบริการ SMS ของ Account
ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะคนเดียว ให้ตรวจหมายเลข/Conversation นั้นก่อน
Apple แนะนำให้ตรวจว่าหมายเลขโทรศัพท์หรือ Email ของผู้ติดต่อถูกต้องเมื่อ Messages มีปัญหา.
อย่า Reset Network Settings ทันที
ตรวจ
Apple แนะนำให้ตรวจหมายเลขโทรศัพท์หรือ Email Address ของ Contact ให้ถูกต้อง.
หากข้อความอื่นส่งได้ตามปกติ ปัญหาไม่น่าจะเป็น Messages ทั้งเครื่อง
ต้องแยกก่อนว่าเป็น
Apple ระบุว่าแต่ละประเภททำงานต่างกัน และ Group RCS/MMS/SMS ใช้บริการของ Carrier.
หาก Group MMS ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจ MMS Messaging และการรองรับจาก Carrier
Apple แนะนำให้เปิด Conversation แล้วตรวจว่ามีข้อความว่า คุณออกจาก Conversation หรือถูกนำออกจากกลุ่มหรือไม่
หากถูกนำออก ต้องมีสมาชิกในกลุ่มเพิ่มคุณกลับเข้าไปจึงจะกลับเข้าร่วมได้.
ดังนั้นไม่ใช่ทุกกรณีที่ Group Messages หายจะเป็น Network Error
เข้า
Settings → Apps → Messages → Send & Receive
ตรวจหมายเลขและ Apple Account
Apple ระบุว่าหาก Messages มาถึงเครื่องหนึ่งแต่ไม่ถึงอีกเครื่อง อาจเกิดจากการตั้งค่า Send & Receive ใช้ Email แทนหมายเลข หรือไม่ได้เลือกหมายเลขนั้นบนอุปกรณ์.
สามารถใช้ Text Message Forwarding
บน iPhone เข้า
Settings → Apps → Messages → Text Message Forwarding
แล้วเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการ
Apple รองรับการ Forward SMS, MMS และ RCS จาก iPhone ไปอุปกรณ์ Apple อื่นตามการตั้งค่าที่รองรับ.
กรณีนี้อาจเกี่ยวข้องกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ยังผูกกับ iMessage
Apple มีขั้นตอน Deactivate iMessage สำหรับผู้ที่เปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์ที่ไม่ใช่ Apple แล้วมีปัญหาการรับข้อความ.
จึงควรจัดการ iMessage Registration ของหมายเลขเดิม ไม่ใช่แก้ที่ Android อย่างเดียว
ถ้าเข้า Messages แล้ว iMessage ขึ้น
นี่เป็นปัญหา iMessage Activation โดยตรง
หัวข้อ 464 — iMessage เปิดใช้งานไม่ได้ ขึ้น Activation Unsuccessful แก้อย่างไร ครอบคลุมกรณีนี้โดยเฉพาะ
ในบทความนี้เน้นกรณี Messages เปิดอยู่แล้วแต่ส่งหรือรับไม่ได้
สีเขียวไม่ได้พิสูจน์ว่ามีปัญหา
ผู้รับอาจ
Apple ระบุว่าเมื่อไม่ได้ใช้ iMessage ระบบสามารถใช้ RCS หรือ SMS/MMS ซึ่งแสดงเป็นสีเขียว.
ไม่สามารถสรุปจากสีข้อความได้
Apple ระบุเพียงว่าสีน้ำเงินแสดง iMessage ส่วนสีเขียวใช้กับ RCS/SMS/MMS.
ดังนั้นการเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีเขียวไม่ได้เป็นหลักฐานว่าผู้รับ Block คุณ
อาจเป็นเพียง iMessage ไม่พร้อมใช้งานหรือ Conversation กำลังใช้บริการข้อความชนิดอื่น
หาก Messages ทำงานผิดปกติหลายด้าน ควรตรวจ
Settings → General → Software Update
โดยเฉพาะผู้ใช้ iOS 26 ที่มี SIM/eSIM หมายเลขซ้ำ Apple ระบุให้ Update เป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า เพื่อแก้ปัญหา iMessage Activation ในสถานการณ์ดังกล่าว.
ปัจจุบันจึงไม่ควรใช้ iOS 26.0 ต่อหากเจออาการตรงกับกรณีนี้
หากปัญหาเกิดกับ
ควรตรวจ Carrier Configuration และติดต่อ Carrier หากจำเป็น เพราะ Apple ระบุว่าบริการเหล่านี้เป็น Carrier-Provided Services.
เข้า
Settings → General → About
เพื่อให้เครื่องตรวจ Carrier Settings Update หากมี
ยังไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
ก่อน Reset ควรทำครบก่อน
เพราะถ้าต้นเหตุคือ Carrier ไม่เปิด SMS/MMS/RCS ให้หมายเลข การ Reset Network Settings จะไม่เปิดบริการฝั่ง Carrier ให้คุณ
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
Factory Reset ไม่สามารถแก้กรณี
ได้
ควรแก้ตามประเภทของ Messages ก่อน
Apple แนะนำให้ติดต่อผู้ให้บริการหากยังไม่สามารถส่งหรือรับ
ได้.
ควรติดต่อ Carrier เมื่อ
Apple แนะนำให้ติดต่อ Apple Support หากยังไม่สามารถส่งหรือรับ iMessage ได้หลังตรวจการตั้งค่าและ Network แล้ว.
ดังนั้นแบ่งง่าย ๆ คือ
iMessage มีปัญหา → Apple
SMS/MMS/RCS มีปัญหา → Carrier
แม้บางกรณีอาจต้องตรวจทั้งสองฝั่ง
ให้ทำตามลำดับนี้
Apple แนะนำให้แตะ เครื่องหมายตกใจสีแดง → Try Again หากยังไม่สำเร็จ สามารถแตะอีกครั้งและเลือก Send as Text Message หากมีตัวเลือกนี้.
ต้องใช้ iMessage ส่งผ่าน Wi-Fi หรือ Cellular Data.
SMS ปกติต้องใช้ Cellular Network ไม่ได้พึ่ง Mobile Data แบบ iMessage/RCS/MMS โดย Apple ระบุว่า Wi-Fi Calling สามารถรองรับการส่ง SMS ผ่าน Wi-Fi ในบางกรณีได้.
เพราะเมื่อไม่ได้ใช้ iMessage การสนทนาอาจใช้ RCS, SMS หรือ MMS ซึ่ง Apple แสดงเป็นฟองสีเขียว.
ไม่สามารถสรุปได้ สีเขียวระบุประเภทบริการข้อความ ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าผู้รับ Block หมายเลขของคุณ.
เข้า Settings → Apps → Messages → RCS Messaging หาก Carrier และภูมิภาครองรับ.
Apple ระบุว่าการใช้ RCS บน iPhone ต้องมี iOS 18 หรือใหม่กว่า และ Carrier ที่รองรับ RCS.
ตรวจ Settings → Apps → Messages → Send & Receive และตรวจว่า SIM/eSIM ของหมายเลขนั้น Active เพราะ Apple ระบุว่าการตั้งหมายเลขโทรศัพท์สำหรับ Messages ต้องมี SIM หรือ eSIM ที่ Active.
Apple ระบุว่าหากมี SIM/eSIM ที่ Active และ Inactive ใช้หมายเลขเดียวกัน อาจทำให้ iMessage ขึ้น Not Delivered ได้ วิธีแก้คืออัปเดตเป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า หรือเอา SIM ที่ไม่ Active และหมายเลขซ้ำออก.
อาจเกี่ยวข้องกับ MMS/RCS, Carrier หรือขนาดไฟล์ Apple ระบุว่า Carrier สามารถกำหนดขนาดสูงสุดของ MMS Attachment ได้.
Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังส่งหรือรับ SMS, MMS หรือ RCS ไม่ได้.
หาก iPhone ส่งหรือรับ iMessage/SMS ไม่ได้ ขึ้น Not Delivered อย่าเริ่มจาก Factory Reset แต่ให้แยกก่อนว่ากำลังใช้ iMessage, RCS, SMS หรือ MMS เพราะแต่ละระบบใช้ Network และผู้ให้บริการแตกต่างกัน โดย iMessage ใช้ Wi-Fi/Cellular Data ส่วน SMS/MMS/RCS มีส่วนที่ขึ้นกับ Carrier และแพ็กเกจข้อความ.
หากขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง Apple แนะนำให้ แตะ Try Again → หากยังไม่ได้ ให้ Send as Text Message จากนั้นตรวจ Settings → Apps → Messages → Send & Receive ว่าหมายเลขโทรศัพท์และ Apple Account ถูกเลือกถูกต้อง.
หากส่งหา Android ไม่ได้ ให้ตรวจ RCS/SMS/MMS โดย RCS บน iPhone ต้องใช้ iOS 18 หรือใหม่กว่าและ Carrier ที่รองรับ ส่วนหากไม่มีเมนู RCS อาจเป็นเพราะผู้ให้บริการหรือภูมิภาคยังไม่รองรับ.
สำหรับผู้ใช้ iOS 26 ที่เห็นหมายเลขเดียวกันซ้ำใน Send & Receive หรือมี SIM/eSIM เก่าหมายเลขเดียวกัน Apple ระบุว่าอาจทำให้ iMessage ขึ้น Not Delivered ได้ และแนะนำให้อัปเดตเป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า หรือเอา SIM ที่ไม่ Active ออก.
สุดท้าย หากยังมีปัญหา ให้แยกช่องทางให้ถูก: iMessage ยังส่ง/รับไม่ได้ให้ติดต่อ Apple ส่วน SMS/MMS/RCS ยังใช้ไม่ได้ให้ติดต่อ Carrier ตามคำแนะนำปัจจุบันของ Apple.