iPhone ส่งหรือรับ iMessage/SMS ไม่ได้ ขึ้น Not Delivered แก้อย่างไร

หาก iPhone ส่งข้อความไม่ได้ รับข้อความไม่ได้ iMessage ขึ้น Not Delivered มีเครื่องหมายตกใจสีแดง ข้อความค้าง หรือส่งหา Android/SMS ไม่สำเร็จ อย่าเพิ่ง Reset เครื่อง เพราะต้องแยกก่อนว่าข้อความนั้นกำลังใช้ iMessage, RCS, SMS หรือ MMS

บริการเหล่านี้ใช้เครือข่ายไม่เหมือนกัน โดย Apple ระบุว่า iMessage ใช้ Wi-Fi หรือ Cellular Data, RCS และ MMS ต้องมี Wi-Fi หรือ Cellular Data ส่วน SMS ต้องเชื่อมต่อเครือข่าย Cellular และบริการ SMS/MMS/RCS ยังขึ้นกับแพ็กเกจและการรองรับของผู้ให้บริการด้วย.

① ดูก่อนว่าข้อความเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียว

นี่เป็นจุดแรกที่ช่วยแยกปัญหาได้เร็วที่สุด

ข้อความสีน้ำเงิน

คือ iMessage

ใช้สำหรับส่งข้อความระหว่างอุปกรณ์ Apple ผ่าน Wi-Fi หรือ Cellular Data.

ข้อความสีเขียว

ปัจจุบันอาจเป็น

  • RCS
  • SMS
  • MMS

ไม่ใช่เพียง SMS อย่างเดียวอีกต่อไป โดย Apple ระบุว่า RCS, SMS และ MMS แสดงเป็นข้อความสีเขียว.

ดังนั้นเห็นข้อความสีเขียวไม่ได้หมายความว่า iMessage เสียเสมอไป

② ขึ้น Not Delivered และเครื่องหมายตกใจสีแดง ทำอย่างไร

Apple แนะนำโดยตรงว่าเมื่อเห็นเครื่องหมายตกใจสีแดงและข้อความ Not Delivered ให้ทำตามนี้

  1. ตรวจ Internet/Network Connection
  2. แตะเครื่องหมายตกใจสีแดง
  3. เลือก Try Again
  4. หากยังส่งไม่ได้ แตะเครื่องหมายตกใจอีกครั้ง
  5. เลือก Send as Text Message หากมีตัวเลือกดังกล่าว

การส่งเป็น SMS อาจมีค่าบริการตามแพ็กเกจของ Carrier.

③ Try Again แล้วยังส่งไม่ได้

อย่ากด Try Again ซ้ำหลายสิบครั้ง

ให้แยกก่อนว่ากำลังส่งเป็นอะไร

ถ้าเป็น iMessage

ตรวจ

  • Wi-Fi
  • Cellular Data
  • iMessage
  • Send & Receive
  • Apple Account

ถ้าเป็น SMS/MMS/RCS

ตรวจ

  • สัญญาณมือถือ
  • SIM/eSIM
  • Carrier
  • แพ็กเกจข้อความ
  • RCS/MMS Settings

Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังส่งหรือรับ SMS, MMS หรือ RCS ไม่ได้หลังตรวจพื้นฐาน.

④ เช็ก Internet ก่อนถ้า iMessage ส่งไม่ได้

iMessage ต้องใช้

  • Wi-Fi

หรือ

  • Cellular Data

Apple ระบุว่า iMessage สามารถส่งผ่านทั้ง Wi-Fi และเครือข่ายข้อมูลมือถือ.

ลองเปิด Safari หรือ YouTube

ถ้า Internet ใช้งานไม่ได้ ให้แก้ Internet ก่อน

การเปิด–ปิด iMessage ซ้ำจะไม่ช่วยหากเครื่องไม่มี Network Connection

⑤ เช็ก Cellular Signal ถ้า SMS ส่งไม่ได้

SMS แตกต่างจาก iMessage

Apple ระบุว่า SMS ต้องใช้ Cellular Network Connection ในการส่ง เว้นแต่กรณีที่ Wi-Fi Calling รองรับการส่ง SMS ผ่าน Wi-Fi.

ดังนั้นถ้า Status Bar ขึ้น

  • SOS
  • No Service
  • Searching

ให้แก้ปัญหาสัญญาณมือถือก่อน

หัวข้อ 477 — iPhone ไม่มีสัญญาณ ขึ้น SOS หรือกำลังค้นหา ครอบคลุมกรณีนี้โดยตรง

⑥ Restart iPhone

Apple แนะนำ Restart iPhone เป็นหนึ่งในขั้นตอนแก้ปัญหาเมื่อส่งหรือรับข้อความไม่ได้.

หลัง Restart

  1. รอสัญญาณ Cellular กลับมา
  2. ตรวจ Wi-Fi/Cellular Data
  3. เปิด Messages
  4. ทดลองส่งข้อความใหม่

Restart ไม่ลบรูปหรือข้อมูล

⑦ ตรวจว่า iMessage เปิดอยู่หรือไม่

ใน iOS ปัจจุบันเข้า

Settings → Apps → Messages

แล้วตรวจ

iMessage = On

Apple ระบุเส้นทางนี้สำหรับเปิดและตั้งค่า iMessage.

หากเพิ่งเปิด iMessage อาจต้องรอ Activation ชั่วครู่ก่อนหมายเลขพร้อมใช้งาน.

⑧ ตรวจ Send & Receive

เข้า

Settings → Apps → Messages → Send & Receive

ตรวจว่ามีเครื่องหมายถูกหน้า

  • หมายเลขโทรศัพท์ของคุณ
  • Apple Account Email ที่ต้องการใช้

Apple แนะนำให้ตรวจส่วนนี้เมื่อข้อความไปลงอีกอุปกรณ์ หรือส่ง/รับผ่านหมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้.

⑨ หมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกเลือกใน Send & Receive

ถ้าหมายเลขมีอยู่แต่ไม่ได้ถูกเลือก ให้แตะหมายเลขเพื่อเปิดใช้งาน

Apple ระบุว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการใช้กับ Messages ต้องถูกเลือกในส่วน You can receive iMessages to and Reply From.

หากเลือกไม่ได้ ให้ตรวจ SIM/eSIM และ iMessage Activation เพิ่มเติม

⑩ หมายเลขโทรศัพท์หายจาก Send & Receive

Apple ระบุว่าการใช้หมายเลขโทรศัพท์กับ Messages ต้องมี SIM หรือ eSIM ที่ Active และสัมพันธ์กับหมายเลขนั้น.

ดังนั้นถ้าหมายเลขหาย ให้ตรวจ

  • SIM/eSIM ยัง Active หรือไม่
  • Cellular Line ยังอยู่หรือไม่
  • หมายเลขถูกย้ายเครื่องหรือไม่
  • เพิ่งเปลี่ยน eSIM หรือไม่

อย่าเริ่มจาก Factory Reset

⑪ iMessage ส่งออกจาก Email แทนเบอร์โทร

เข้า

Settings → Apps → Messages → Send & Receive

แล้วดูส่วน

Start New Conversations From

เลือก หมายเลขโทรศัพท์ หากต้องการให้การสนทนาใหม่เริ่มจากเบอร์มือถือ

Apple ระบุว่าสามารถเลือกหมายเลขหรือ Email ที่ใช้เริ่ม Conversation ได้จาก Send & Receive.

⑫ ส่งได้ แต่คนรับเห็น Email แทนเบอร์

สาเหตุหลักที่ควรตรวจคือ Start New Conversations From

ถ้าตั้งเป็น Apple Account Email ข้อความใหม่อาจเริ่มจาก Email แทนหมายเลขโทรศัพท์

ให้เปลี่ยนเป็นหมายเลขที่ต้องการใน

Settings → Apps → Messages → Send & Receive

ตามการตั้งค่าที่ Apple รองรับ.

⑬ iOS 26 มีกรณีหมายเลขซ้ำจาก SIM/eSIM เก่า

นี่เป็นปัญหาที่ Apple ระบุเฉพาะสำหรับ iOS 26

หากมี SIM ที่ไม่ได้ใช้งานและ SIM ที่ Active ซึ่งใช้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน อาจเกิดอาการ

  • iMessage ขึ้น Not Delivered
  • รับ iMessage ไม่ได้
  • ส่งได้เฉพาะ SMS/RCS สีเขียว
  • ข้อความส่งออกจาก Email แทนเบอร์
  • หมายเลขเดียวกันขึ้นสองครั้งใน Send & Receive.

⑭ วิธีแก้หมายเลขซ้ำใน iOS 26

Apple ระบุให้

อัปเดตเป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า

หรือเอา SIM/eSIM ที่ไม่ Active และใช้หมายเลขซ้ำออก.

หากเป็น Physical SIM ที่ไม่ใช้แล้ว ให้ถอดออก

หากเป็น eSIM ที่ไม่ Active และยืนยันแล้วว่าไม่ต้องใช้ ให้ลบ eSIM นั้น จากนั้นกลับไป

Settings → Apps → Messages → Send & Receive

แล้วแตะหมายเลขเพื่อ Activate iMessage.

อย่าลบ eSIM ที่ยังใช้งานจริง

⑮ เปิด Send as Text Message

หากต้องการให้ iPhone พยายามใช้ SMS เมื่อ iMessage ใช้งานไม่ได้ ให้เข้า

Settings → Apps → Messages

แล้วเปิด

Send as Text Message

Apple ระบุว่าตัวเลือกนี้ช่วยให้ Messages พยายามส่งเป็น SMS เมื่อ iMessage ไม่พร้อมใช้งาน.

ค่าบริการ SMS อาจเป็นไปตามแพ็กเกจมือถือ

⑯ เปิด Send as Text Message แล้วข้อความจะเป็นสีอะไร

SMS จะแสดงเป็น สีเขียว

อย่างไรก็ตามในระบบปัจจุบัน RCS และ MMS ก็แสดงเป็นสีเขียวเช่นกัน.

ดังนั้นสีเขียวอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ 100% ว่าข้อความนั้นเป็น SMS

ดูรายละเอียดใน Conversation หรือความสามารถที่ใช้งานร่วมด้วย

⑰ ส่งหา Android ไม่ได้ ต้องตรวจ RCS/SMS

เมื่อส่งข้อความจาก iPhone ไป Android การสนทนาอาจใช้

  • RCS
  • SMS
  • MMS

ขึ้นอยู่กับ Carrier, Software และความสามารถของทั้งสองฝั่ง.

ดังนั้นถ้า iMessage ไป iPhone ได้ แต่ส่ง Android ไม่ได้ ควรตรวจ RCS/SMS/MMS และ Carrier มากกว่าปิดเปิด iMessage อย่างเดียว

⑱ RCS บน iPhone เปิดตรงไหน

หาก Carrier รองรับ ให้เข้า

Settings → Apps → Messages → RCS Messaging

แล้วเปิด

RCS Messaging

Apple ระบุว่า RCS ต้องใช้ iOS 18 หรือใหม่กว่า และแพ็กเกจมือถือจาก Carrier ที่รองรับ RCS บน iPhone.

หากไม่มีเมนู RCS อาจเป็นเพราะ Carrier หรือภูมิภาคยังไม่รองรับ.

⑲ เปิด RCS แล้วทำไมยังใช้ไม่ได้ทันที

Apple ระบุว่าหลังเปิด RCS ครั้งแรก อาจมีช่วงหน่วงในการ Activate และการรองรับขึ้นอยู่กับ Carrier/ภูมิภาค.

ดังนั้นอย่าเปิด–ปิดซ้ำทุกไม่กี่วินาที

หากผ่านไปนานแล้วยังไม่ทำงาน ให้ติดต่อ Carrier

⑳ RCS ใช้ Wi-Fi ได้ไหม

ได้

Apple ระบุว่า RCS สามารถส่งผ่าน

  • Wi-Fi
  • Cellular Data

เมื่อไม่ได้ใช้ iMessage.

RCS ยังรองรับฟังก์ชัน เช่น

  • ภาพและวิดีโอความละเอียดสูง
  • Delivery Receipts
  • Read Receipts
  • Typing Indicators.

㉑ RCS สีเขียวไม่ได้แปลว่าเป็น SMS

ใน iPhone ปัจจุบัน

  • iMessage = ฟองสีน้ำเงิน
  • RCS = ฟองสีเขียว
  • SMS/MMS = ฟองสีเขียว.

ดังนั้นข้อความสีเขียวอาจมีความสามารถมากกว่า SMS แบบเก่า เช่น Read Receipt หรือ Typing Indicator หาก Conversation ใช้ RCS.

㉒ SMS/MMS ต้องมีแพ็กเกจจาก Carrier

Apple ระบุว่า SMS และ MMS เป็นบริการจากผู้ให้บริการมือถือ และ iPhone ต้องมี Text Messaging Plan ที่รองรับบริการนั้น.

ถ้า

  • iMessage ใช้ได้
  • แต่ SMS ทุกเบอร์ใช้ไม่ได้

ควรให้ Carrier ตรวจ SMS Service ของหมายเลข

Factory Reset iPhone ไม่สามารถเปิดบริการที่ถูกปิดฝั่ง Carrier ได้

㉓ ส่งข้อความตัวอักษรได้ แต่ส่งรูปไม่ได้

หากข้อความตัวอักษรส่งได้ แต่

  • รูปส่งไม่ได้
  • วิดีโอส่งไม่ได้
  • Group Message ไม่ได้

ควรตรวจ MMS หรือ RCS

Apple ระบุว่า MMS และ RCS รองรับ Multimedia ส่วน SMS ปกติไม่ได้รองรับรูป/วิดีโอในลักษณะเดียวกัน.

㉔ ตรวจ MMS Messaging

หาก Carrier รองรับ MMS ให้ตรวจ Messages Settings ว่า MMS Messaging เปิดอยู่

Apple ระบุว่าสำหรับ Group MMS ต้องเปิด MMS Messaging และหากไม่มีตัวเลือกดังกล่าว ให้สอบถาม Carrier ว่าแพ็กเกจรองรับหรือไม่.

ดังนั้นถ้าส่งข้อความธรรมดาได้แต่ส่งรูปให้ Android ไม่ได้ MMS เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ต้องตรวจ

㉕ ส่งรูปหรือวิดีโอใหญ่แล้วไม่ผ่าน

Apple ระบุว่า Carrier สามารถกำหนด ขนาดสูงสุดของไฟล์แนบ MMS ได้ และไฟล์ขนาดใหญ่อาจใช้เวลาส่งนานหรือถูกบีบอัด.

หากส่งไฟล์ใหญ่ไม่ได้ แต่ไฟล์เล็กส่งได้

ไม่ควรสรุปว่า Messages เสีย

ลองลดขนาดไฟล์หรือใช้ iMessage/RCS หากผู้รับรองรับ

㉖ พื้นที่ iPhone เต็มทำให้รับรูปหรือวิดีโอไม่ได้ไหม

Apple แนะนำให้ตรวจว่ามี พื้นที่จัดเก็บเพียงพอ หากไม่สามารถรับรูปหรือวิดีโอผ่าน Messages ได้.

เข้า

Settings → General → iPhone Storage

หากพื้นที่เหลือน้อยมาก ควรจัดการ Storage ก่อน

㉗ โทรได้แต่ SMS ส่งไม่ได้

เป็นไปได้ เพราะ Voice Service และ Text Messaging Service ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานครบเหมือนกันทุกกรณี

หากโทรได้แต่ SMS ทุกข้อความล้มเหลว Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังส่งหรือรับ SMS ไม่ได้.

ให้ Carrier ตรวจ

  • SMS Service
  • Account
  • SIM/eSIM
  • Text Messaging Plan

㉘ SMS ส่งออกได้แต่รับไม่ได้

ให้ทดสอบด้วยหมายเลขหลายหมายเลขก่อน

ถ้าทุกคนส่งหาไม่ได้ แต่โทรและ Data ใช้งานปกติ ควรให้ Carrier ตรวจบริการ SMS ของ Account

ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะคนเดียว ให้ตรวจหมายเลข/Conversation นั้นก่อน

Apple แนะนำให้ตรวจว่าหมายเลขโทรศัพท์หรือ Email ของผู้ติดต่อถูกต้องเมื่อ Messages มีปัญหา.

㉙ ส่งหาเบอร์เดียวไม่ได้ แต่เบอร์อื่นส่งได้

อย่า Reset Network Settings ทันที

ตรวจ

  • เบอร์ถูกต้องหรือไม่
  • Country Code
  • Contact Card
  • Conversation เดิม
  • ผู้รับเปลี่ยนหมายเลขหรือไม่

Apple แนะนำให้ตรวจหมายเลขโทรศัพท์หรือ Email Address ของ Contact ให้ถูกต้อง.

หากข้อความอื่นส่งได้ตามปกติ ปัญหาไม่น่าจะเป็น Messages ทั้งเครื่อง

㉚ Group Message ส่งไม่ได้

ต้องแยกก่อนว่าเป็น

  • Group iMessage
  • Group RCS
  • Group MMS
  • Group SMS

Apple ระบุว่าแต่ละประเภททำงานต่างกัน และ Group RCS/MMS/SMS ใช้บริการของ Carrier.

หาก Group MMS ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจ MMS Messaging และการรองรับจาก Carrier

㉛ อยู่ดี ๆ ไม่ได้รับข้อความใน Group

Apple แนะนำให้เปิด Conversation แล้วตรวจว่ามีข้อความว่า คุณออกจาก Conversation หรือถูกนำออกจากกลุ่มหรือไม่

หากถูกนำออก ต้องมีสมาชิกในกลุ่มเพิ่มคุณกลับเข้าไปจึงจะกลับเข้าร่วมได้.

ดังนั้นไม่ใช่ทุกกรณีที่ Group Messages หายจะเป็น Network Error

㉜ iPhone รับข้อความ แต่ iPad/Mac ไม่รับ

เข้า

Settings → Apps → Messages → Send & Receive

ตรวจหมายเลขและ Apple Account

Apple ระบุว่าหาก Messages มาถึงเครื่องหนึ่งแต่ไม่ถึงอีกเครื่อง อาจเกิดจากการตั้งค่า Send & Receive ใช้ Email แทนหมายเลข หรือไม่ได้เลือกหมายเลขนั้นบนอุปกรณ์.

㉝ ต้องการให้ SMS ไปขึ้นบน iPad/Mac

สามารถใช้ Text Message Forwarding

บน iPhone เข้า

Settings → Apps → Messages → Text Message Forwarding

แล้วเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการ

Apple รองรับการ Forward SMS, MMS และ RCS จาก iPhone ไปอุปกรณ์ Apple อื่นตามการตั้งค่าที่รองรับ.

㉞ เปลี่ยนจาก iPhone ไป Android แล้วรับข้อความจาก iPhone ไม่ได้

กรณีนี้อาจเกี่ยวข้องกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ยังผูกกับ iMessage

Apple มีขั้นตอน Deactivate iMessage สำหรับผู้ที่เปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์ที่ไม่ใช่ Apple แล้วมีปัญหาการรับข้อความ.

จึงควรจัดการ iMessage Registration ของหมายเลขเดิม ไม่ใช่แก้ที่ Android อย่างเดียว

㉟ เปิด iMessage ไม่ได้เป็นอีกปัญหาหนึ่ง

ถ้าเข้า Messages แล้ว iMessage ขึ้น

  • Waiting for Activation
  • Activation Unsuccessful
  • Error Occurred During Activation

นี่เป็นปัญหา iMessage Activation โดยตรง

หัวข้อ 464 — iMessage เปิดใช้งานไม่ได้ ขึ้น Activation Unsuccessful แก้อย่างไร ครอบคลุมกรณีนี้โดยเฉพาะ

ในบทความนี้เน้นกรณี Messages เปิดอยู่แล้วแต่ส่งหรือรับไม่ได้

㊱ iMessage ส่งได้บางคน แต่บางคนเป็นสีเขียว

สีเขียวไม่ได้พิสูจน์ว่ามีปัญหา

ผู้รับอาจ

  • ไม่ได้ใช้ iMessage
  • ปิด iMessage
  • ใช้ Android
  • กำลังใช้ RCS/SMS/MMS

Apple ระบุว่าเมื่อไม่ได้ใช้ iMessage ระบบสามารถใช้ RCS หรือ SMS/MMS ซึ่งแสดงเป็นสีเขียว.

㊲ สีเขียวหมายความว่าโดน Block ไหม

ไม่สามารถสรุปจากสีข้อความได้

Apple ระบุเพียงว่าสีน้ำเงินแสดง iMessage ส่วนสีเขียวใช้กับ RCS/SMS/MMS.

ดังนั้นการเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีเขียวไม่ได้เป็นหลักฐานว่าผู้รับ Block คุณ

อาจเป็นเพียง iMessage ไม่พร้อมใช้งานหรือ Conversation กำลังใช้บริการข้อความชนิดอื่น

㊳ Update iOS

หาก Messages ทำงานผิดปกติหลายด้าน ควรตรวจ

Settings → General → Software Update

โดยเฉพาะผู้ใช้ iOS 26 ที่มี SIM/eSIM หมายเลขซ้ำ Apple ระบุให้ Update เป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า เพื่อแก้ปัญหา iMessage Activation ในสถานการณ์ดังกล่าว.

ปัจจุบันจึงไม่ควรใช้ iOS 26.0 ต่อหากเจออาการตรงกับกรณีนี้

㊴ Carrier Settings ควรตรวจไหม

หากปัญหาเกิดกับ

  • SMS
  • MMS
  • RCS
  • SIM/eSIM

ควรตรวจ Carrier Configuration และติดต่อ Carrier หากจำเป็น เพราะ Apple ระบุว่าบริการเหล่านี้เป็น Carrier-Provided Services.

เข้า

Settings → General → About

เพื่อให้เครื่องตรวจ Carrier Settings Update หากมี

㊵ Reset Network Settings จำเป็นไหม

ยังไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก

ก่อน Reset ควรทำครบก่อน

  1. ตรวจ Network
  2. Restart
  3. ตรวจ iMessage
  4. ตรวจ Send & Receive
  5. ตรวจ SIM/eSIM
  6. ตรวจ RCS/MMS
  7. Update iOS
  8. ตรวจ Carrier

เพราะถ้าต้นเหตุคือ Carrier ไม่เปิด SMS/MMS/RCS ให้หมายเลข การ Reset Network Settings จะไม่เปิดบริการฝั่ง Carrier ให้คุณ

㊶ ต้อง Factory Reset ไหม

ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก

Factory Reset ไม่สามารถแก้กรณี

  • แพ็กเกจ SMS ไม่มี
  • Carrier ไม่รองรับ MMS/RCS
  • หมายเลขผิด
  • SIM/eSIM ไม่ Active
  • iMessage ใช้ Email ผิด
  • Conversation ถูกนำออกจาก Group

ได้

ควรแก้ตามประเภทของ Messages ก่อน

㊷ เมื่อไรควรติดต่อ Carrier

Apple แนะนำให้ติดต่อผู้ให้บริการหากยังไม่สามารถส่งหรือรับ

  • SMS
  • MMS
  • RCS

ได้.

ควรติดต่อ Carrier เมื่อ

  • SMS ทุกเบอร์ส่งไม่ได้
  • รับ SMS ไม่ได้ทั้งหมด
  • MMS ไม่ทำงาน
  • RCS เปิดไม่ได้หรือไม่มีเมนู
  • เพิ่งเปลี่ยน SIM/eSIM
  • แพ็กเกจเพิ่งเปลี่ยน
  • Cellular Service มีปัญหา

㊸ เมื่อไรควรติดต่อ Apple

Apple แนะนำให้ติดต่อ Apple Support หากยังไม่สามารถส่งหรือรับ iMessage ได้หลังตรวจการตั้งค่าและ Network แล้ว.

ดังนั้นแบ่งง่าย ๆ คือ

iMessage มีปัญหา → Apple

SMS/MMS/RCS มีปัญหา → Carrier

แม้บางกรณีอาจต้องตรวจทั้งสองฝั่ง

วิธีแก้ iPhone Messages ขึ้น Not Delivered แบบสรุป

ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ดูว่าข้อความเป็น iMessage, RCS, SMS หรือ MMS
  2. ถ้าขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง ให้แตะ Try Again
  3. หากยังไม่ได้ ให้ลอง Send as Text Message
  4. ตรวจ Wi-Fi และ Cellular Data
  5. ถ้า SMS ไม่ได้ ให้ตรวจ Cellular Signal
  6. Restart iPhone
  7. เข้า Settings → Apps → Messages
  8. ตรวจว่า iMessage เปิดอยู่
  9. เข้า Send & Receive
  10. ตรวจหมายเลขโทรศัพท์
  11. ตรวจ Apple Account Email
  12. เลือกหมายเลขที่ต้องการใน Start New Conversations From
  13. เปิด Send as Text Message หากต้องการ SMS Fallback
  14. หากส่ง Android ไม่ได้ ให้ตรวจ RCS/SMS
  15. ตรวจ Settings → Apps → Messages → RCS Messaging
  16. หากส่งรูปไม่ได้ ให้ตรวจ MMS
  17. ตรวจพื้นที่ iPhone หากรับรูป/วิดีโอไม่ได้
  18. ตรวจหมายเลขหรือ Email ผู้รับ
  19. หาก Group มีปัญหา ให้ตรวจว่าถูกนำออกจาก Group หรือไม่
  20. Update iOS
  21. ผู้ใช้ iOS 26 ที่มี SIM หมายเลขซ้ำให้อัปเดตเป็น 26.1+ และจัดการ SIM ที่ไม่ Active
  22. หาก SMS/MMS/RCS ยังไม่ได้ ให้ติดต่อ Carrier
  23. หาก iMessage ยังไม่ได้ ให้ติดต่อ Apple

คำถามที่พบบ่อย

iPhone ขึ้น Not Delivered ต้องกดอะไร

Apple แนะนำให้แตะ เครื่องหมายตกใจสีแดง → Try Again หากยังไม่สำเร็จ สามารถแตะอีกครั้งและเลือก Send as Text Message หากมีตัวเลือกนี้.

iMessage ต้องใช้ Internet ไหม

ต้องใช้ iMessage ส่งผ่าน Wi-Fi หรือ Cellular Data.

SMS ต้องใช้ Internet ไหม

SMS ปกติต้องใช้ Cellular Network ไม่ได้พึ่ง Mobile Data แบบ iMessage/RCS/MMS โดย Apple ระบุว่า Wi-Fi Calling สามารถรองรับการส่ง SMS ผ่าน Wi-Fi ในบางกรณีได้.

ทำไมข้อความจาก iPhone ไป Android เป็นสีเขียว

เพราะเมื่อไม่ได้ใช้ iMessage การสนทนาอาจใช้ RCS, SMS หรือ MMS ซึ่ง Apple แสดงเป็นฟองสีเขียว.

ข้อความสีเขียวแปลว่าโดน Block ไหม

ไม่สามารถสรุปได้ สีเขียวระบุประเภทบริการข้อความ ไม่ได้เป็นตัวบอกว่าผู้รับ Block หมายเลขของคุณ.

RCS เปิดตรงไหน

เข้า Settings → Apps → Messages → RCS Messaging หาก Carrier และภูมิภาครองรับ.

RCS ต้องใช้ iOS รุ่นไหน

Apple ระบุว่าการใช้ RCS บน iPhone ต้องมี iOS 18 หรือใหม่กว่า และ Carrier ที่รองรับ RCS.

ทำไมมีแต่ Email ใน iMessage ไม่มีเบอร์โทร

ตรวจ Settings → Apps → Messages → Send & Receive และตรวจว่า SIM/eSIM ของหมายเลขนั้น Active เพราะ Apple ระบุว่าการตั้งหมายเลขโทรศัพท์สำหรับ Messages ต้องมี SIM หรือ eSIM ที่ Active.

อัปเดต iOS 26 แล้ว iMessage ส่งไม่ได้ทั้งที่ SMS ได้ ต้องทำอย่างไร

Apple ระบุว่าหากมี SIM/eSIM ที่ Active และ Inactive ใช้หมายเลขเดียวกัน อาจทำให้ iMessage ขึ้น Not Delivered ได้ วิธีแก้คืออัปเดตเป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า หรือเอา SIM ที่ไม่ Active และหมายเลขซ้ำออก.

ส่งข้อความได้แต่ส่งรูปไม่ได้ทำไม

อาจเกี่ยวข้องกับ MMS/RCS, Carrier หรือขนาดไฟล์ Apple ระบุว่า Carrier สามารถกำหนดขนาดสูงสุดของ MMS Attachment ได้.

ทำทุกอย่างแล้วยังส่ง SMS ไม่ได้ต้องทำอย่างไร

Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังส่งหรือรับ SMS, MMS หรือ RCS ไม่ได้.

สรุป

หาก iPhone ส่งหรือรับ iMessage/SMS ไม่ได้ ขึ้น Not Delivered อย่าเริ่มจาก Factory Reset แต่ให้แยกก่อนว่ากำลังใช้ iMessage, RCS, SMS หรือ MMS เพราะแต่ละระบบใช้ Network และผู้ให้บริการแตกต่างกัน โดย iMessage ใช้ Wi-Fi/Cellular Data ส่วน SMS/MMS/RCS มีส่วนที่ขึ้นกับ Carrier และแพ็กเกจข้อความ.

หากขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง Apple แนะนำให้ แตะ Try Again → หากยังไม่ได้ ให้ Send as Text Message จากนั้นตรวจ Settings → Apps → Messages → Send & Receive ว่าหมายเลขโทรศัพท์และ Apple Account ถูกเลือกถูกต้อง.

หากส่งหา Android ไม่ได้ ให้ตรวจ RCS/SMS/MMS โดย RCS บน iPhone ต้องใช้ iOS 18 หรือใหม่กว่าและ Carrier ที่รองรับ ส่วนหากไม่มีเมนู RCS อาจเป็นเพราะผู้ให้บริการหรือภูมิภาคยังไม่รองรับ.

สำหรับผู้ใช้ iOS 26 ที่เห็นหมายเลขเดียวกันซ้ำใน Send & Receive หรือมี SIM/eSIM เก่าหมายเลขเดียวกัน Apple ระบุว่าอาจทำให้ iMessage ขึ้น Not Delivered ได้ และแนะนำให้อัปเดตเป็น iOS 26.1 หรือใหม่กว่า หรือเอา SIM ที่ไม่ Active ออก.

สุดท้าย หากยังมีปัญหา ให้แยกช่องทางให้ถูก: iMessage ยังส่ง/รับไม่ได้ให้ติดต่อ Apple ส่วน SMS/MMS/RCS ยังใช้ไม่ได้ให้ติดต่อ Carrier ตามคำแนะนำปัจจุบันของ Apple.