Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก App Store ดาวน์โหลดแอปไม่ได้ ติดตั้งแอปไม่ได้ อัปเดตแอปไม่ได้ แอปค้าง Waiting/Loading กด Get แล้วไม่โหลด หรือขึ้น Verification Required/Billing Problem อย่าเพิ่งลบข้อมูลทั้ง iPhone เพราะต้นเหตุอาจอยู่ที่ อินเทอร์เน็ต, Apple Account, วิธีชำระเงิน, ยอดค้างชำระ, Screen Time, พื้นที่จัดเก็บ, App Store Settings หรือบริการของ Apple
Apple แนะนำโดยตรงให้ลอง อัปเดตแอปด้วยตนเอง → ตรวจ Payment Method → แก้ Billing Problem → Prioritize Download → Restart iPhone → ตรวจข้อกำหนดด้านอายุ และหากยังไม่สำเร็จจึงติดต่อ Apple Support.
App Store ต้องใช้ทั้ง Internet Connection และ Apple Account เพื่อดาวน์โหลดแอป.
ลองเปิด Safari แล้วเข้าเว็บไซต์หลายเว็บ
ถ้าเว็บไซต์ก็เปิดไม่ได้ ให้แก้ Wi-Fi หรือ Cellular Data ก่อน เพราะ App Store จะดาวน์โหลดแอปไม่ได้หากเครื่องไม่มีอินเทอร์เน็ต
หากต่อ Wi-Fi อยู่แต่ App Store ไม่โหลด ให้ลอง
ถ้าเปลี่ยน Network แล้วดาวน์โหลดได้ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ Wi-Fi/Router เดิมมากกว่า App Store
Apple แนะนำให้ทดลองใช้ Network อื่นเมื่อเชื่อมต่อบริการของ Apple ไม่ได้.
ใน iOS ปัจจุบันสามารถตรวจได้ที่
Settings → Apps → App Store
แล้วตรวจว่า
Cellular Data = On
Apple ระบุว่า App Store มีตัวเลือกอนุญาตการใช้งานผ่าน Cellular Data แยกไว้ใน Settings.
ถ้าปิดไว้ App Store อาจไม่สามารถดาวน์โหลดผ่านเน็ตมือถือได้ตามที่คาด
หาก
ควรตรวจ Apple System Status
Apple แนะนำให้ตรวจหน้าสถานะระบบเมื่อไม่สามารถเชื่อมต่อ App Store เพื่อดูว่ามี Service Outage ในประเทศหรือภูมิภาคนั้นหรือไม่.
ถ้าเป็นปัญหาฝั่งบริการของ Apple การ Factory Reset iPhone จะไม่ช่วย
หากขึ้นข้อความลักษณะ
Cannot Connect
Apple แนะนำให้ตรวจตามนี้
ดังนั้นอย่าเริ่มจากลบ Apple Account หรือ Factory Reset
วันที่และเวลาที่ผิดสามารถรบกวนการเชื่อมต่อกับบริการของ Apple ได้
เข้า
Settings → General → Date & Time
และตรวจให้เวลาตรงกับ Time Zone ของคุณ
Apple แนะนำให้ตั้ง Date & Time ให้ถูกต้องเมื่อไม่สามารถเชื่อมต่อ App Store และบริการอื่นของ Apple ได้.
Apple แนะนำโดยตรงว่า หากดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปไม่ได้ ให้ Restart iPhone แล้วลองใหม่.
หลังเปิดเครื่อง
Restart ไม่ลบข้อมูล
ถ้าไอคอนแอปขึ้น
Apple แนะนำให้แตะค้างที่ไอคอนแอปบน Home Screen แล้วเลือก
Prioritize Download
เพื่อให้ระบบให้ความสำคัญกับการดาวน์โหลดแอปนั้นก่อน.
เหมาะมากหากกำลังดาวน์โหลดหรือ Restore แอปหลายตัวพร้อมกัน
บน Home Screen
Apple ระบุวิธีนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนหลักเมื่อดาวน์โหลดหรือ Update แอปไม่ได้.
ปัจจุบัน Apple ระบุขั้นตอน Manual Update บน iPhone ว่า
หาก Automatic Update ไม่ทำงาน ลองวิธีนี้ก่อน
หากต้องการให้แอป Update อัตโนมัติ เข้า
Settings → Apps → App Store
แล้วเปิด
App Updates
Apple ระบุเส้นทางปัจจุบันนี้สำหรับเปิดหรือปิด Automatic App Updates บน iPhone.
เมื่อดาวน์โหลดแอปจาก App Store ปกติให้
Apple ระบุว่าการดาวน์โหลดอาจต้องยืนยันตัวตนด้วย Face ID, Touch ID หรือ Password ของ Apple Account.
ดังนั้นถ้าหน้าจอรอการยืนยันอยู่ แอปจะยังไม่เริ่มดาวน์โหลด
นี่เป็นอีกจุดที่ทำให้หลายคนสับสน
Apple ระบุว่า บางกรณีอาจจำเป็นต้องมี Valid Payment Method ใน Apple Account แม้แอปที่กำลังดาวน์โหลดจะเป็นแอปฟรี.
ดังนั้นหากกด Get แล้วติดที่ Payment Verification ให้ตรวจ Payment Method ก่อน
เข้า
Settings → [ชื่อของคุณ] → Payment & Shipping
แล้วตรวจวิธีชำระเงิน
หากบัตรหรือวิธีชำระเงินเดิมมีปัญหา Apple แนะนำให้เพิ่ม Payment Method ใหม่ แล้วนำตัวที่มีปัญหาออกตามความเหมาะสม.
หาก App Store แจ้งว่าการชำระเงินถูกปฏิเสธ Apple แนะนำให้
หากบัตรยังถูกปฏิเสธ Apple ระบุว่าควรติดต่อสถาบันการเงิน เพราะ Apple อาจไม่ทราบเหตุผลที่ธนาคารปฏิเสธรายการ.
ถ้าขึ้นข้อความ
Billing Problem with Previous Purchase
หมายถึงมีปัญหาการเรียกเก็บเงินจากรายการซื้อก่อนหน้า
Apple ระบุว่าเมื่อมี ยอดค้างชำระ คุณอาจไม่สามารถ
ได้จนกว่าจะชำระยอดค้าง.
ดังนั้นต่อให้แอปที่ต้องการดาวน์โหลดราคา 0 บาท ก็ยังอาจโหลดไม่ได้
หากขึ้น
Verification Required
ควรตรวจ Billing ก่อน
Apple ระบุว่าข้อความ Verification Required หรือ Billing Problem with Previous Purchase สามารถเกิดเมื่อมี Unpaid Balance ที่ Apple เรียกเก็บเงินไม่สำเร็จ.
ให้แก้ Payment Information หรือยอดค้างก่อน
เมื่อแก้ยอดค้างเรียบร้อยแล้ว ให้
Apple ระบุว่าหลังชำระ Outstanding Balance แล้วจึงสามารถกลับมาซื้อ ดาวน์โหลดแอป หรือใช้ Subscription ได้ตามปกติ.
หากหา App Store ไม่เจอ อย่าเพิ่งคิดว่าถูกลบ
Apple ระบุว่า App Store อาจหายเพราะเปิด Content & Privacy Restrictions และปิดสิทธิ์ Installing Apps ไว้.
ลองค้นจาก Spotlight ก่อน
หากไม่พบ ให้ตรวจ Screen Time
เข้า
Settings → Screen Time → Content & Privacy Restrictions → iTunes & App Store Purchases
จากนั้นตรวจข้อจำกัดสำหรับ
Apple ระบุว่า Screen Time สามารถจำกัดการติดตั้งหรือลบแอปและการซื้อภายในแอปได้.
หาก App Store หายหรือไม่สามารถติดตั้งแอปได้ ให้ตรวจว่า Installing Apps ไม่ได้ถูกตั้งเป็น Don’t Allow
Apple ระบุว่าหาก App Store หายเพราะ Restriction ให้เปลี่ยน Installing Apps เป็น Allow แล้ว App Store ควรกลับมาแสดง.
หากเป็นเครื่องเด็กใน Family Sharing อาจมี
กำกับอยู่
Apple ระบุว่าผู้ปกครองสามารถจำกัดการติดตั้งแอป การซื้อ และกำหนด App Age Rating ผ่าน Screen Time/Family Sharing ได้.
ดังนั้นอย่าปิดข้อจำกัดโดยไม่ตรวจ Family Settings ก่อน
Apple ระบุว่าบางประเทศหรือภูมิภาค ผู้ใช้อาจต้อง ยืนยันว่าเป็นผู้ใหญ่ ก่อนจึงจะดาวน์โหลดแอปบางประเภทได้.
นอกจากนี้ Screen Time ยังสามารถจำกัดแอปตาม Age Rating ได้.
หากโหลดไม่ได้เพียงแอปเดียว ให้ตรวจ Age Requirement ของแอปนั้นด้วย
หาก App Store ปกติและแอปอื่นดาวน์โหลดได้ ให้ตรวจเฉพาะแอปนั้น เช่น
Apple ระบุว่าความพร้อมใช้งานของแอปและบริการ Apple Media สามารถแตกต่างกันตามประเทศหรือภูมิภาค.
หากพยายามดาวน์โหลดแอปเก่าหรือแอปเฉพาะแพลตฟอร์ม อาจไม่สามารถติดตั้งบนอุปกรณ์นั้นได้
Apple ระบุว่าหากแอปที่เคยซื้อไม่ปรากฏให้ Redownload หนึ่งในสาเหตุคือ แอปอาจไม่ Compatible กับอุปกรณ์นั้น.
ดังนั้น Factory Reset ไม่สามารถทำให้แอปที่ไม่รองรับ Hardware/Software กลับมารองรับได้
App Store Content แตกต่างกันตาม Country/Region
Apple ระบุว่าแอปและ Media บางรายการอาจมีให้ใช้ในบางประเทศหรือภูมิภาคเท่านั้น.
หากแอปไม่มีในประเทศของ Apple Account ควรตรวจจากผู้พัฒนา ไม่ควรเปลี่ยน Country/Region แบบสุ่มเพียงเพื่อดาวน์โหลดแอปหนึ่งตัว
หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริง Apple ระบุเส้นทางบน iPhone ว่า
Settings → [ชื่อ] → Media & Purchases → View Account → Country/Region.
แต่การเปลี่ยนประเทศอาจมีเงื่อนไขด้าน Payment Method, Billing Address และบริการที่ใช้อยู่ จึงไม่ควรใช้เป็นวิธีแก้ทั่วไปเมื่อ App Store โหลดไม่ได้.
ควรตรวจ Device Storage ด้วย
เข้า
Settings → General → iPhone Storage
Apple ระบุว่าหน้านี้จะแสดงพื้นที่ที่ใช้อยู่ คำแนะนำในการจัดการพื้นที่ และรายการแอปที่ใช้ Storage.
หากเหลือพื้นที่น้อยมาก ควรลบหรือ Offload สิ่งที่ไม่จำเป็นก่อนติดตั้งแอปขนาดใหญ่
การติดตั้งแอปต้องใช้ พื้นที่ภายใน iPhone
ดังนั้นควรดู
Settings → General → iPhone Storage
ไม่ใช่ดูเฉพาะ iCloud Storage
Apple แยก Device Storage และ iCloud Storage เป็นคนละพื้นที่จัดเก็บ.
การซื้อ iCloud เพิ่มไม่ได้เพิ่มความจุ Flash Storage ภายใน iPhone โดยตรง
หากพื้นที่ใกล้เต็ม Apple รองรับ
Settings → Apps → App Store → Offload Unused Apps
เมื่อ Storage ต่ำ iPhone สามารถนำตัวแอปที่ไม่ได้ใช้ออก แต่เก็บ Documents & Data ไว้ และติดตั้งแอปกลับภายหลังได้หากยังมีใน App Store.
เหมาะกว่าการลบข้อมูลสำคัญแบบสุ่ม
ถ้าเกิดเฉพาะแอปเดียว ให้ลอง
Apple รองรับการ Redownload แอปจาก Purchase History ของ Apple Account เดิม.
ถ้าแอปเคยถูกดาวน์โหลดหรือซื้อด้วย Apple Account อื่น อาจเกิดความสับสนเรื่อง Purchase History หรือการ Redownload
Apple ระบุว่าหากหาแอปในประวัติการซื้อไม่เจอ แอปนั้นอาจถูกซื้อด้วย Apple Account คนละบัญชี.
ให้ตรวจ Account เดิมก่อนลบแอป โดยเฉพาะแอปที่ซื้อเงิน
ปัจจุบัน Apple ระบุขั้นตอนบน iPhone ว่า
เหมาะกับกรณีลบแอปไปแล้วต้องการติดตั้งใหม่
Apple ระบุว่า หากเห็นปุ่ม Open แทนราคา หรือ Get หมายถึงแอปนั้นเคยถูกซื้อหรือดาวน์โหลดไว้แล้วบนอุปกรณ์/บัญชีที่เกี่ยวข้อง.
หากหาไอคอนไม่เจอ ให้ค้นผ่าน Spotlight หรือ App Library ก่อนดาวน์โหลดซ้ำ
กรณีนี้ให้ตรวจ
Settings → Apps → App Store → App Updates
ว่าเปิดอยู่หรือไม่
Apple ระบุว่า App Store ดาวน์โหลดแอปจาก App Store แล้วจะเปิด Automatic Updates เป็นค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดได้เอง.
หาก Manual Update ใช้ได้ แสดงว่า App Store ไม่ได้เสียทั้งหมด
หาก App Store เชื่อมต่อไม่ได้ แต่เว็บไซต์บางอย่างใช้งานได้ Apple แนะนำให้ตรวจ VPN และ Third-party Security Software โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์อื่นใน Network เดียวกันใช้อินเทอร์เน็ตได้.
ถ้าเป็นเครื่องบริษัท อย่าลบ VPN/Profile เองโดยไม่ปรึกษา IT
กรณีนี้มีน้ำหนักไปที่ Network บ้าน
Apple แนะนำว่าหากเปลี่ยน Network แล้วเชื่อมต่อบริการ Apple ได้ ให้ติดต่อ Network Administrator หรือ ISP ของ Network ที่มีปัญหา.
ไม่ควร Factory Reset iPhone เพราะ App Store ใช้งานได้บน Network อื่น
ตรวจ
Settings → Apps → App Store → Cellular Data
เพราะ Apple มีตัวเลือกกำหนดว่า App Store สามารถใช้ Cellular Data ได้หรือไม่.
จากนั้นตรวจว่า Mobile Data ของ iPhone เองใช้งานได้
หาก App Store เชื่อมต่อผิดปกติ Apple แนะนำให้อัปเดต Software เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่อุปกรณ์รองรับแล้วทดลองใหม่.
เข้า
Settings → General → Software Update
ควร Backup ข้อมูลสำคัญก่อน Update ตามปกติ
หากกำลัง Update จำนวนมากแล้วแอปหนึ่งสำคัญกว่า ให้แตะค้างไอคอนแล้วเลือก Prioritize Download ตามคำแนะนำของ Apple.
หรือ Update ทีละแอปผ่าน
App Store → Account → App Updates → Update
ได้.
ใช้ได้กับบางกรณี แต่ต้องระวังข้อมูลในแอป
ถ้าแอปเก็บข้อมูลไว้เฉพาะภายในเครื่อง การ Delete App อาจทำให้ข้อมูลของแอปนั้นถูกลบ
ก่อนลบควรตรวจว่า
หากเป็นปัญหา “ดาวน์โหลด App Store ไม่ได้ทุกแอป” การลบแอปเดิมไม่ใช่วิธีแก้หลัก
สำหรับแอปที่ต้อง
การ Delete แล้วลงใหม่อาจสร้างขั้นตอนเพิ่มเติม
ดังนั้นหาก Update ไม่ได้ ควรแก้
ก่อนลบแอปที่มีขั้นตอนลงทะเบียนซับซ้อน
ไม่ใช่ขั้นตอนหลักแรกที่ Apple ระบุในบทความ “Can’t Download or Update Apps”
Apple ให้เริ่มจาก Manual Update, Payment Method, Billing Problem, Prioritize Download, Restart และ Age Verification ก่อน.
Reset Network Settings ควรพิจารณาเมื่อมีปัญหา Network อื่นร่วมด้วย เช่น Wi-Fi/Cellular เชื่อมต่อบริการ Apple ไม่ได้หลายบริการ
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
ก่อนถึงขั้นนั้นควรตรวจครบก่อน
Apple เองไม่ได้แนะนำ Factory Reset เป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับปัญหาดาวน์โหลดหรือ Update แอปไม่ได้.
Apple ระบุว่า หากทำขั้นตอนแก้ปัญหาดาวน์โหลดหรือ Update แอปแล้ว ยังไม่สำเร็จ ให้ติดต่อ Apple Support.
โดยเฉพาะหาก
กรณีนี้จึงเหมาะที่จะให้ Apple ตรวจ Account หรือ Service เพิ่มเติม
ให้ทำตามลำดับนี้
ตรวจ Internet และการยืนยันด้วย Face ID/Touch ID หรือ Apple Account Password ก่อน จากนั้น Restart และลองใหม่ Apple ระบุว่าการดาวน์โหลดอาจต้องยืนยันตัวตนก่อนจึงจะเริ่มติดตั้ง.
แตะค้างไอคอนแอปบน Home Screen แล้วเลือก Prioritize Download ซึ่ง Apple แนะนำโดยตรงสำหรับกรณีดาวน์โหลดหรือ Update ค้าง.
เปิด App Store → แตะ Account/Profile → App Updates → Update หรือ Update All.
Apple ระบุว่าบางกรณีอาจต้องมี Valid Payment Method อยู่ใน Apple Account แม้แอปที่ดาวน์โหลดจะฟรี.
ข้อความนี้สามารถหมายถึงมี Unpaid Balance จากรายการซื้อก่อนหน้า และ Apple ระบุว่าจนกว่าจะชำระยอดค้าง คุณอาจไม่สามารถดาวน์โหลดแอปฟรีได้.
อาจถูก Screen Time/Content & Privacy Restrictions ซ่อนอยู่ Apple แนะนำให้ตรวจ Installing Apps และตั้งเป็น Allow.
ควรแยก iCloud Storage กับ Device Storage ออกจากกัน การติดตั้งแอปต้องมีพื้นที่ภายใน iPhone จึงควรตรวจ Settings → General → iPhone Storage.
ตรวจ Settings → Apps → App Store → Cellular Data ว่าเปิดอยู่.
ควรตรวจ Compatibility, Age Rating และ Country/Region ของแอปนั้น เพราะ Apple ระบุว่า Availability ของแอปแตกต่างกันตามประเทศ/ภูมิภาค และแอปบางตัวอาจไม่ Compatible กับอุปกรณ์.
เปิด App Store → Account → Apps & Purchase History → Your Apps → Not on this device แล้วเลือกดาวน์โหลดใหม่.
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก Apple ให้แก้ Payment, Manual Update, Prioritize Download, Restart และข้อจำกัดของ Account/อายุก่อน.
ไม่ควร เพราะปัญหา App Store จำนวนมากเกิดจาก Internet, Apple Account, Billing, Screen Time หรือ Storage ซึ่ง Factory Reset ไม่ใช่แนวทางแรกของ Apple.
หาก App Store ดาวน์โหลดหรือติดตั้งอัปเดตแอปไม่ได้ อย่ารีบล้างเครื่อง ให้เริ่มจาก ตรวจ Internet → Apple System Status → Restart → Manual Update → Prioritize Download ก่อน.
หากกด Get แล้วติดเรื่อง Account ให้ตรวจ Payment & Shipping เพราะ Apple ระบุว่าบางกรณีแม้ดาวน์โหลดแอปฟรีก็อาจต้องมี Valid Payment Method และหากมี Billing Problem with Previous Purchase หรือ Verification Required ยอดค้างอาจทำให้ดาวน์โหลดแอปฟรีไม่ได้ด้วย.
หาก App Store หายหรือถูกจำกัด ให้ตรวจ Settings → Screen Time → Content & Privacy Restrictions → iTunes & App Store Purchases และตรวจ Installing Apps ส่วนกรณีพื้นที่ใกล้เต็มให้เข้า Settings → General → iPhone Storage เพื่อคืนพื้นที่ก่อน.
สุดท้าย หาก ทุกแอปยังดาวน์โหลดหรือ Update ไม่ได้ แม้ Internet, Payment, Storage, Restrictions และ iOS ปกติทั้งหมด Apple แนะนำให้ติดต่อ Apple Support เพื่อตรวจ Apple Account หรือบริการ App Store เพิ่มเติม.