iPhone เปิด 5G ไม่ได้ทั้งที่แพ็กเกจรองรับ แก้อย่างไร

หาก iPhone เปิด 5G ไม่ได้ ทั้งที่สมัครแพ็กเกจ 5G แล้ว เครื่องยังขึ้น 4G/LTE ไม่มีเมนู 5G หรืออยู่ในพื้นที่ 5G แต่ไม่จับสัญญาณ อย่าเพิ่งสรุปว่าเสาอากาศ iPhone หรือเมนบอร์ดเสีย

การใช้ 5G ต้องมีครบทั้ง iPhone ที่รองรับ + ผู้ให้บริการที่รองรับ + แพ็กเกจ 5G + SIM/eSIM ที่ตั้งค่าถูกต้อง + พื้นที่มี 5G Coverage โดย Apple ระบุว่า iPhone 12 และรุ่นใหม่กว่าสามารถใช้งานเครือข่าย 5G ของผู้ให้บริการที่รองรับได้.

สำหรับประเทศไทย รายชื่อผู้ให้บริการบนหน้า Apple ปัจจุบันระบุว่า AIS, dtac และ True รองรับ 5G บน iPhone แต่เงื่อนไขแพ็กเกจ พื้นที่ให้บริการ และการเปิดใช้หมายเลขต้องตรวจสอบกับผู้ให้บริการของคุณอีกครั้ง.

① เช็กก่อนว่า iPhone รองรับ 5G หรือไม่

Apple ระบุว่า iPhone 12 และรุ่นใหม่กว่า รองรับเครือข่าย 5G ของผู้ให้บริการที่รองรับ.

ดังนั้นหากใช้ iPhone รุ่นเก่ากว่า เช่น iPhone 11 Series ต่อให้ SIM และแพ็กเกจรองรับ 5G เครื่องก็จะไม่สามารถเชื่อมต่อ 5G ได้

ก่อนแก้ Settings ให้ตรวจรุ่นเครื่องจาก

Settings → General → About → Model Name

ก่อน

② แพ็กเกจมีคำว่า 5G แต่ต้องตรวจว่าเปิดบริการกับเบอร์แล้วจริงหรือไม่

การมีแพ็กเกจที่โฆษณาว่ารองรับ 5G ยังไม่ควรถือว่า Activation สมบูรณ์โดยอัตโนมัติ

Apple ระบุว่าต้องมีทั้ง

  • Carrier ที่รองรับ 5G
  • Cellular Plan ที่รองรับ 5G

และแนะนำให้ติดต่อ Carrier โดยตรงหากไม่เห็น 5G.

ดังนั้นควรสอบถามค่ายว่า

  • หมายเลขนี้เปิดบริการ 5G แล้วหรือไม่
  • แพ็กเกจรองรับ 5G จริงหรือไม่
  • SIM/eSIM ต้องเปลี่ยนหรือตั้งค่าเพิ่มเติมหรือไม่

③ อยู่ในพื้นที่ 5G หรือไม่

แม้แพ็กเกจและ iPhone จะรองรับ 5G แต่หากพื้นที่นั้นไม่มี Coverage เครื่องก็ไม่สามารถใช้ 5G ได้

Apple แนะนำโดยตรงว่า หากไม่เห็น 5G ให้ตรวจว่าคุณอยู่ในพื้นที่ 5G Coverage และสอบถาม Carrier หากไม่แน่ใจ.

ลองเปรียบเทียบในสถานที่ เช่น

  • กลางเมือง
  • หน้าห้าง
  • พื้นที่กลางแจ้ง
  • จุดที่โทรศัพท์เครื่องอื่นของค่ายเดียวกันจับ 5G ได้

หาก 5G ขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ แสดงว่าตัวเครื่องอาจไม่ได้มีปัญหา

④ เข้าเมนูเปิด 5G ตรงไหน

สำหรับ iPhone ที่รองรับ ให้เข้า

Settings → Cellular → Cellular Data Options → Voice & Data

หรือบางภาษา/ภูมิภาคอาจแสดงเป็น

Settings → Mobile Data → Mobile Data Options → Voice & Data

Apple ระบุว่าภายใน Voice & Data สามารถพบตัวเลือกหลัก เช่น

  • 5G Auto
  • 5G On
  • LTE

ถ้าใช้ Dual SIM ต้องเลือกหมายเลขที่ต้องการตั้งค่าก่อน.

⑤ 5G Auto คืออะไร

5G Auto เปิด Smart Data Mode

Apple ระบุว่า เมื่อความเร็ว 5G ไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน iPhone สามารถสลับกลับไปใช้ LTE โดยอัตโนมัติเพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่.

ดังนั้นหากตั้งเป็น

5G Auto

แต่บางช่วง Status Bar ขึ้น

LTE หรือ 4G

ไม่ได้หมายความว่า 5G เสีย

ระบบอาจกำลังเลือก LTE ให้เหมาะกับสถานการณ์

⑥ อยากทดสอบว่าเครื่องจับ 5G ได้หรือไม่ ให้ลอง 5G On

เข้า

Settings → Cellular → Cellular Data Options → Voice & Data → 5G On

Apple ระบุว่า 5G On จะใช้ 5G เมื่อเครือข่าย 5G พร้อมใช้งาน แต่การตั้งค่านี้อาจทำให้ใช้แบตเตอรี่มากขึ้น.

ดังนั้นสามารถใช้ 5G On เป็นตัวช่วยทดสอบได้

หากอยู่ในพื้นที่ Coverage ที่ยืนยันแล้ว แต่เลือก 5G On แล้วยังเป็น LTE ตลอด ให้ตรวจ Carrier, SIM/eSIM และ Carrier Settings ต่อ

⑦ LTE คืออะไรในเมนู Voice & Data

หากเลือก

LTE

iPhone จะใช้ LTE แม้ในพื้นที่ที่มี 5G.

ดังนั้นหากผู้ใช้เผลอตั้ง

Voice & Data → LTE

ก็จะไม่เห็น 5G

ให้เปลี่ยนเป็น

5G Auto

หรือ

5G On

แล้วทดสอบใหม่

⑧ เมนู 5G หาย มีแต่ LTE ต้องทำอย่างไร

หาก iPhone เป็นรุ่นรองรับ 5G แต่ Voice & Data ไม่มีตัวเลือก 5G ให้ตรวจ

  1. แพ็กเกจรองรับ 5G หรือไม่
  2. Carrier เปิด 5G ให้หมายเลขแล้วหรือไม่
  3. SIM/eSIM ถูกต้องหรือไม่
  4. Carrier Settings ล่าสุดหรือไม่
  5. iOS เป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่

Apple ระบุว่า Carrier Settings Update สามารถเพิ่มการรองรับฟังก์ชันใหม่ เช่น 5G ได้.

ดังนั้น Carrier Settings เป็นจุดที่ไม่ควรมองข้าม

⑨ อัปเดต Carrier Settings

เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วเข้า

Settings → General → About

รอสักครู่

หากมี Carrier Settings Update ระบบจะแสดงข้อความให้ Update

Apple ระบุว่า Carrier Settings Update ช่วยปรับปรุง Cellular Connectivity/Performance และยังสามารถเพิ่มการรองรับคุณสมบัติ เช่น 5G หรือ Wi-Fi Calling.

การอัปเดตนี้ใช้เวลาไม่นานและไม่ลบข้อมูล

⑩ ดู Carrier Settings Version ได้อย่างไร

เข้า

Settings → General → About

ดูค่าบริเวณ

Carrier

Apple ระบุว่าสามารถแตะ Version Number เพื่อดูข้อมูล Carrier เพิ่มเติม และหากต้องการยืนยันว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดสามารถสอบถามผู้ให้บริการได้.

หากเพิ่งเปลี่ยน SIM หรือ eSIM ยิ่งควรตรวจจุดนี้

⑪ เปลี่ยน SIM หรือ eSIM ใหม่แล้ว 5G หาย

Apple ระบุว่าเมื่อเพิ่ม eSIM ใหม่หรือใส่ SIM Card ใหม่ ผู้ใช้อาจต้องดาวน์โหลด Carrier Settings ของผู้ให้บริการใหม่.

ดังนั้นหาก

ก่อนเปลี่ยน SIM มี 5G → เปลี่ยน SIM แล้วเหลือ LTE

ให้ทำดังนี้

  1. ต่อ Wi-Fi
  2. Settings → General → About
  3. ติดตั้ง Carrier Settings Update ถ้ามี
  4. Restart iPhone
  5. ทดสอบ 5G ใหม่

ถ้ายังไม่ได้ให้ Carrier ตรวจ Provisioning ของ SIM/eSIM

⑫ SIM เก่ามากอาจต้องให้ค่ายตรวจ

Apple ระบุว่าในบางกรณี SIM จาก iPhone เครื่องเดิมอาจต้องให้ Carrier ตั้งค่าเพื่อใช้งานกับเครือข่าย 5G.

ดังนั้นหาก

  • ใช้ SIM มาหลายปี
  • เพิ่งเปลี่ยนจาก iPhone รุ่น 4G มาเป็นรุ่น 5G
  • แพ็กเกจเปิด 5G แล้ว
  • เครื่องมีเมนู 5G แต่ไม่จับเลย

ควรให้ Carrier ตรวจ SIM หรือออก SIM/eSIM ใหม่หากจำเป็น

⑬ eSIM ใช้ 5G ได้ไหม

ได้ หาก

  • iPhone รองรับ 5G
  • Carrier รองรับ 5G
  • eSIM และ Cellular Plan รองรับ 5G

Apple ระบุว่าผู้ให้บริการในประเทศไทยที่อยู่ในรายชื่อปัจจุบันอย่าง AIS, dtac และ True มีทั้งการรองรับ 5G และ eSIM ตามข้อมูลหน้า Carrier Support ของ Apple.

ดังนั้น “ใช้ eSIM จึงไม่มี 5G” ไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้องโดยทั่วไป

⑭ ใช้ Dual SIM ต้องเลือก Line ให้ถูก

หาก iPhone มีสองเบอร์ ให้เข้า

Settings → Cellular

แล้วเลือกหมายเลขที่ต้องการตั้งค่า

Apple ระบุว่าสำหรับ Dual SIM ต้องเลือกหมายเลขก่อนจึงค่อยเปลี่ยน Cellular Options ของ Line นั้น.

จึงอาจเกิดกรณี

  • SIM 1 มีแพ็กเกจ 5G
  • SIM 2 มีแต่ 4G
  • แต่ Cellular Data ถูกเลือกเป็น SIM 2

แล้วผู้ใช้คิดว่า iPhone เปิด 5G ไม่ได้

⑮ ตรวจว่า Cellular Data ใช้เบอร์ไหน

เมื่อใช้ Dual SIM เข้า

Settings → Cellular → Cellular Data

จากนั้นดูว่าหมายเลขไหนถูกเลือกใช้ Data

Apple ระบุว่า iPhone ใช้ หนึ่งหมายเลขในแต่ละครั้งสำหรับ Cellular Data และสามารถเปลี่ยนหมายเลขสำหรับ Mobile Data ได้จากเมนูนี้.

ดังนั้นต้องเลือกเบอร์ที่มีแพ็กเกจ 5G เป็น Data Line หากต้องการใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน 5G ของเบอร์นั้น

⑯ iPhone 12 ใช้ Dual SIM กับ 5G ได้ไหม

Apple ระบุว่า หากต้องการใช้ 5G กับ Dual SIM บน iPhone 12 models ควรใช้ iOS 14.5 หรือใหม่กว่า.

ปัจจุบันควรใช้งาน iOS เวอร์ชันล่าสุดที่รุ่นเครื่องรองรับอยู่แล้ว

หากใช้ iOS เก่ามาก ให้ Update ก่อนวิเคราะห์ Hardware

⑰ เปิด Airplane Mode แล้วปิด

หากเครื่องและแพ็กเกจรองรับทุกอย่างแล้ว แต่ไม่เห็น 5G Apple แนะนำให้

เปิด Airplane Mode → แล้วปิด

เพื่อให้ iPhone เชื่อมต่อ Cellular Network ใหม่.

หลังปิด Airplane Mode ให้รอสัญญาณกลับมา แล้วตรวจ Status Bar ใหม่

⑱ Restart iPhone

ถ้า Airplane Mode ไม่ช่วย ให้ Restart เครื่องหนึ่งครั้ง

Restart มีประโยชน์โดยเฉพาะหลัง

  • เปลี่ยน SIM
  • เพิ่ม eSIM
  • Carrier Settings Update
  • Software Update

จากนั้นเลือก 5G Auto หรือ 5G On แล้วทดสอบใหม่ในพื้นที่ที่ยืนยันว่ามี Coverage

⑲ อัปเดต iOS

หากใช้ iOS รุ่นเก่า ให้เข้า

Settings → General → Software Update

และติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดที่ iPhone รองรับ

ความสามารถ Cellular บางอย่างขึ้นอยู่กับทั้ง iPhone, Carrier และ Software Configuration จึงควรตัดสาเหตุ Software เก่าออกก่อนตรวจ Hardware.

⑳ Low Power Mode ทำให้ 5G หายได้ไหม

ใน iPhone 12 และ iPhone 13 models Apple ระบุว่าเมื่อเปิด Low Power Mode ระบบจะปิดการใช้ 5G ในหลายสถานการณ์ ยกเว้นบางกรณี เช่น Video Streaming และ Large Downloads; สำหรับ iPhone 12 ยังปิด 5G Standalone เมื่อ Low Power Mode ทำงาน.

ดังนั้นถ้าใช้กลุ่มรุ่นดังกล่าวแล้ว

เปิด Low Power Mode → 5G หาย

ให้ลองปิด Low Power Mode เพื่อทดสอบ

อย่าใช้พฤติกรรมนี้เหมารวมกับ iPhone ทุกรุ่น

㉑ Data Mode ไม่ใช่สวิตช์เปิด 5G

ใน Cellular Data Options ยังมีเมนู Data Mode

ตัวเลือกที่ Apple ระบุ ได้แก่

  • Allow More Data on 5G
  • Standard
  • Low Data Mode

เมนูนี้ควบคุม รูปแบบการใช้ข้อมูล ไม่ใช่ตัวเลือกหลักว่าจะเปิดหรือปิด 5G

การเลือก 5G อยู่ที่

Voice & Data

㉒ Allow More Data on 5G คืออะไร

Apple ระบุว่า Allow More Data on 5G อนุญาตให้ฟีเจอร์และแอปบางชนิดใช้ข้อมูลมากขึ้น เช่น

  • FaceTime คุณภาพสูงขึ้น
  • Streaming คุณภาพสูงขึ้น
  • iOS Update ผ่าน Cellular
  • Automatic iCloud Backup

และฟังก์ชันบางอย่างที่ใช้ประโยชน์จาก 5G มากขึ้น.

การเปิดเมนูนี้ไม่ได้ช่วยให้พื้นที่ที่ไม่มี Coverage กลายเป็น 5G

㉓ 5G Auto แล้วขึ้น LTE ถือว่าปกติไหม

ได้

นี่เป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด

Apple ระบุว่า 5G Auto ใช้ Smart Data Mode และ iPhone จะสลับกลับ LTE เมื่อ 5G ไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าอย่างชัดเจน เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่.

ถ้าต้องการทดสอบการจับ 5G โดยตรง ให้เลือก 5G On ชั่วคราว

㉔ เลือก 5G On แล้วทำไมยังขึ้น LTE

แม้เลือก 5G On แต่ Apple ระบุว่า 5G On จะใช้ 5G เมื่อเครือข่าย 5G พร้อมใช้งาน.

ดังนั้นยังสามารถไม่เห็น 5G ได้หาก

  • ไม่มี Coverage
  • Carrier ยังไม่เปิด 5G ให้เบอร์
  • Plan ไม่รองรับ
  • SIM/eSIM มีปัญหา
  • Carrier Settings ยังไม่ถูกต้อง

5G On ไม่สามารถบังคับให้เครื่องสร้างสัญญาณ 5G ในพื้นที่ที่ไม่มีเครือข่าย

㉕ มีเมนู 5G แปลว่าเครื่องรองรับหรือไม่

Apple ระบุว่า เมื่อเข้า Cellular Data Options ตามขั้นตอนการตรวจ 5G และเห็นหน้าตัวเลือกดังกล่าวบนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แสดงว่าอุปกรณ์มีความสามารถด้าน 5G.

อย่างไรก็ตาม การรองรับของ ย่านความถี่และเครือข่ายจริง ยังขึ้นอยู่กับ Model Number, Region และ Carrier

โดยเฉพาะ iPhone เครื่องนำเข้า ควรตรวจรุ่นและผู้ให้บริการด้วย

㉖ iPhone เครื่องนอกใช้ 5G ไทยได้ไหม

ไม่ควรสรุปจากคำว่า “เครื่องนอก” อย่างเดียว

Apple ระบุว่าการรองรับ Cellular Technology ขึ้นอยู่กับ Model Number และ Configuration ของ iPhone และความเข้ากันได้กับ Carrier.

ดังนั้นถ้าเป็นเครื่องนำเข้าแล้วไม่จับ 5G ควรตรวจ

  • Model Number
  • ประเทศต้นทาง
  • Carrier Lock
  • Band ที่รองรับ
  • Carrier ในประเทศไทย

ก่อนสรุปว่า Hardware เสีย

㉗ 5G+, 5G UC, 5G UW หรือ 5GA คืออะไร

Apple ระบุว่า Status Bar อาจแสดงสัญลักษณ์ เช่น

  • 5G+
  • 5G UW
  • 5G UC
  • 5GA

ในบาง Carrier/ประเทศ เพื่อแสดงเครือข่าย 5G บางประเภท รวมถึงเครือข่ายความถี่สูงหรือรูปแบบ 5G ที่ Carrier กำหนด.

สัญลักษณ์เหล่านี้ไม่ได้มีในทุกประเทศและทุกค่าย

ดังนั้นในประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็น 5G UW หรือ 5G UC เพื่อพิสูจน์ว่า 5G ทำงาน

㉘ 5G Standalone ต้องเปิดไหม

Apple ระบุว่า 5G Standalone และ Voice Over 5G Standalone อาจมีให้ใช้งานในบางตลาด และขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ.

ดังนั้นหากในเครื่องไม่มีตัวเลือกนี้ ไม่ได้หมายความว่า 5G ใช้ไม่ได้

การมีหรือไม่มีเมนูดังกล่าวขึ้นกับ Carrier และ Market

㉙ ไปต่างประเทศแล้ว 5G หาย เหลือ LTE

เป็นไปได้

Apple ระบุว่า Carrier จำนวนมากรองรับ 5G Roaming แต่ถ้า Carrier ของคุณไม่รองรับ 5G Roaming คุณยังสามารถใช้งาน Cellular Data ผ่าน 4G/LTE หรือใช้ Local SIM/eSIM ที่รองรับ 5G ได้.

ดังนั้นกรณี

อยู่ไทย 5G → ไปต่างประเทศเหลือ LTE

ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาที่ iPhone

ควรตรวจ Roaming Agreement กับ Carrier

㉚ AIS, dtac และ True รองรับ 5G บน iPhone ไหม

จากหน้า Wireless carrier support and features for iPhone in Asia-Pacific ของ Apple ปัจจุบัน ประเทศไทยมีรายชื่อ

  • AIS — 5G
  • dtac — 5G
  • True — 5G

และทั้งสามรายยังถูกระบุว่ารองรับ eSIM, LTE, VoLTE และ Wi-Fi Calling ตามรายการคุณสมบัติของ Apple.

อย่างไรก็ตาม การใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ หมายเลข พื้นที่ และเงื่อนไขที่ Carrier กำหนด

㉛ คนข้าง ๆ ใช้ค่ายเดียวกันขึ้น 5G แต่เครื่องเราไม่ขึ้น

กรณีนี้มีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์มาก

ถ้า

  • อยู่ตำแหน่งเดียวกัน
  • Carrier เดียวกัน
  • อีกเครื่องรองรับ 5G และจับ 5G ได้
  • แต่เครื่องคุณได้เฉพาะ LTE

ให้ตรวจต่อทันทีว่า

  1. iPhone รุ่นอะไร
  2. Voice & Data ตั้งเป็นอะไร
  3. Data Line ถูกเบอร์หรือไม่
  4. Plan เปิด 5G หรือไม่
  5. Carrier Settings ล่าสุดหรือไม่
  6. SIM/eSIM ถูก Provision สำหรับ 5G หรือไม่

หากครบทั้งหมดแล้วยังไม่ได้ ให้ Carrier ตรวจหมายเลขก่อนซ่อมเครื่อง

㉜ เปลี่ยน SIM ใหม่ช่วยได้ไหม

อาจช่วยได้หาก SIM เดิมไม่ถูกตั้งค่าสำหรับบริการ 5G ตามที่ Carrier ต้องการ

Apple ระบุว่าบางกรณีต้องติดต่อ Carrier เพื่อ Set Up SIM จาก iPhone เครื่องเก่าให้ทำงานกับ 5G Network.

ดังนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อ SIM เองแบบสุ่ม

ให้ Carrier ตรวจ SIM เดิมก่อน และเปลี่ยนเมื่อผู้ให้บริการเห็นว่าจำเป็น

㉝ Reset Network Settings ควรทำไหม

สามารถพิจารณาได้หลังตรวจ Carrier, Plan, Coverage, 5G Settings, SIM/eSIM และ Software แล้ว

แต่ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก เพราะหาก Carrier ยังไม่ได้เปิด 5G ให้หมายเลข การ Reset Network Settings ก็ไม่สามารถเปิดบริการฝั่งเครือข่ายให้ได้

หากต้อง Reset ให้เตรียมรหัส Wi-Fi เพราะการตั้งค่า Network ที่บันทึกไว้บางส่วนจะถูกรีเซ็ต

㉞ ต้อง Factory Reset เพื่อเปิด 5G ไหม

ไม่ควร

ก่อน Factory Reset ควรทำครบก่อน

  1. ตรวจรุ่น iPhone
  2. ตรวจ Coverage
  3. ตรวจแพ็กเกจ
  4. ตรวจ Carrier
  5. ตั้ง Voice & Data เป็น 5G Auto หรือ 5G On
  6. เลือก Data SIM ให้ถูก
  7. Airplane Mode
  8. Restart
  9. Update Carrier Settings
  10. Update iOS
  11. ตรวจ SIM/eSIM กับ Carrier

Apple เองแนะนำให้ติดต่อ Carrier หากยังไม่มี 5G หลังตรวจการตั้งค่าและ Coverage แล้ว.

ดังนั้น Factory Reset ไม่ควรเป็นคำตอบแรก

㉟ เมื่อไรควรติดต่อค่ายมือถือ

ควรติดต่อ Carrier หาก

  • แพ็กเกจระบุว่าเป็น 5G แต่ไม่ขึ้น 5G
  • อยู่ในพื้นที่ Coverage แล้ว
  • เครื่องรองรับ 5G
  • Voice & Data มี 5G
  • เลือก 5G On แล้ว
  • Airplane Mode แล้วไม่หาย
  • Carrier Settings ล่าสุดแล้ว
  • เพิ่งเปลี่ยน SIM/eSIM
  • ใช้เครื่องใหม่กับ SIM เก่า

Apple ระบุโดยตรงว่าหากยังไม่มี 5G Service ให้ติดต่อ Carrier.

㊱ เมื่อไรควรสงสัย Hardware

ควรเพิ่มความสงสัยที่ตัว iPhone เมื่อ

  • Carrier ยืนยันว่า Plan เปิด 5G ปกติ
  • SIM/eSIM ใช้ 5G ได้
  • นำ SIM เดียวกันไปใส่ iPhone 5G อีกเครื่องแล้วขึ้น 5G
  • เครื่องของคุณยังได้แต่ LTE ทุกพื้นที่
  • Carrier Settings และ iOS ล่าสุด
  • เครื่องเคยตกหรือโดนน้ำ
  • มีปัญหา Cellular อื่นร่วมด้วย เช่น No Service หรือสัญญาณหายตลอด

กรณีนี้จึงค่อยพิจารณาตรวจ Hardware

ไม่ควรเริ่มจากเปลี่ยนเสาอากาศหรือซ่อมเมนบอร์ดโดยที่ Carrier ยังไม่ได้ตรวจหมายเลข

วิธีแก้ iPhone เปิด 5G ไม่ได้แบบสรุป

หาก iPhone เปิด 5G ไม่ได้ทั้งที่แพ็กเกจรองรับ ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ตรวจว่าเป็น iPhone ที่รองรับ 5G
  2. ตรวจว่า Carrier รองรับ 5G
  3. ตรวจว่าแพ็กเกจและหมายเลขเปิด 5G แล้ว
  4. ไปยังพื้นที่ที่ยืนยันว่ามี 5G Coverage
  5. เข้า Settings → Cellular
  6. หาก Dual SIM ให้เลือกเบอร์ที่มีแพ็กเกจ 5G
  7. เข้า Cellular Data Options → Voice & Data
  8. เลือก 5G Auto
  9. หากต้องการทดสอบ ให้เลือก 5G On
  10. อย่าเลือก LTE หากต้องการใช้ 5G
  11. เปิด Airplane Mode แล้วปิด
  12. Restart iPhone
  13. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  14. เข้า Settings → General → About
  15. Update Carrier Settings หากมี
  16. อัปเดต iOS
  17. ถ้าใช้ iPhone 12/13 ให้ทดสอบปิด Low Power Mode
  18. ตรวจ SIM/eSIM กับ Carrier
  19. หากใช้ SIM เก่ามาก ให้ถามค่ายว่าต้องเปลี่ยนหรือไม่
  20. หาก Carrier ยืนยันทุกอย่างปกติแต่ยังไม่มี 5G ทุกพื้นที่ จึงตรวจ Hardware

คำถามที่พบบ่อย

iPhone รุ่นไหนรองรับ 5G

Apple ระบุว่า iPhone 12 models และรุ่นใหม่กว่า รองรับ 5G Cellular Network ของ Carrier ที่รองรับ.

เปิด 5G บน iPhone ตรงไหน

เข้า Settings → Cellular → Cellular Data Options → Voice & Data แล้วเลือก 5G Auto หรือ 5G On.

5G Auto กับ 5G On ต่างกันอย่างไร

5G Auto ใช้ Smart Data Mode และสามารถสลับเป็น LTE เพื่อประหยัดแบตเมื่อ 5G ไม่ได้ให้ประโยชน์ชัดเจน ส่วน 5G On จะใช้ 5G เมื่อเครือข่ายพร้อมใช้งาน แต่อาจใช้แบตเตอรี่มากกว่า.

ตั้ง 5G Auto แล้วขึ้น LTE ถือว่าผิดปกติไหม

ไม่เสมอไป เพราะ Apple ระบุว่า 5G Auto สามารถเปลี่ยนเป็น LTE อัตโนมัติเมื่อ 5G ไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน.

เลือก 5G On แล้วก็ยังเป็น LTE ทำไม

5G On ใช้ 5G เมื่อเครือข่ายพร้อมเท่านั้น หากพื้นที่ไม่มี Coverage หรือ Carrier/Plan/SIM ยังไม่รองรับ เครื่องยังไม่สามารถเชื่อมต่อ 5G ได้.

เมนู 5G ไม่มี ต้องทำอย่างไร

ตรวจแพ็กเกจ Carrier, SIM/eSIM และ Carrier Settings ก่อน Apple ระบุว่า Carrier Settings Update สามารถเพิ่มการรองรับฟังก์ชันใหม่อย่าง 5G ได้.

Carrier Settings Update อยู่ตรงไหน

เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้วเข้า Settings → General → About หากมี Update ระบบจะแสดงข้อความให้ติดตั้ง.

ใช้ Dual SIM แล้ว 5G ไม่ขึ้นต้องทำอย่างไร

ตรวจว่า Cellular Data ถูกเลือกเป็นหมายเลขที่มีแพ็กเกจ 5G และเข้า Settings ของหมายเลขนั้นเพื่อเลือก 5G Auto/5G On เพราะ Apple ให้จัดการ Cellular Settings แยกตามแต่ละ Line.

Low Power Mode ทำให้ 5G หายไหม

สำหรับ iPhone 12 และ iPhone 13 Apple ระบุว่า Low Power Mode จะปิด 5G ในหลายสถานการณ์ ยกเว้นการใช้งานบางประเภท เช่น Streaming Video และ Large Downloads.

AIS, dtac และ True ใช้ 5G กับ iPhone ได้ไหม

หน้า Carrier Support สำหรับ Asia-Pacific ของ Apple ปัจจุบันระบุ AIS, dtac และ True ในประเทศไทยว่ารองรับ 5G บน iPhone.

ไปต่างประเทศแล้ว 5G หายเป็นเพราะเครื่องเสียไหม

ไม่จำเป็น Apple ระบุว่า 5G Roaming ขึ้นกับ Carrier หากเครือข่ายไม่รองรับ 5G Roaming เครื่องอาจใช้ 4G/LTE แทนได้.

ต้อง Factory Reset เพื่อให้ 5G กลับมาไหม

ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก ให้ตรวจ 5G Settings, Coverage, Carrier, Plan, SIM/eSIM, Carrier Settings และ iOS ก่อน และหากยังไม่มี 5G Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier.

สรุป

หาก iPhone เปิด 5G ไม่ได้ทั้งที่แพ็กเกจรองรับ สิ่งแรกที่ต้องเช็กคืออย่าดูเพียงคำว่า “แพ็กเกจ 5G” แต่ต้องมีครบทั้ง iPhone ที่รองรับ, Carrier ที่รองรับ, Cellular Plan 5G, SIM/eSIM ที่ถูกต้อง และพื้นที่มี 5G Coverage.

จากนั้นเข้า

Settings → Cellular → Cellular Data Options → Voice & Data

แล้วเลือก 5G Auto หรือใช้ 5G On ชั่วคราวเพื่อทดสอบ โดยต้องเข้าใจว่า 5G Auto สามารถสลับกลับ LTE ได้ตาม Smart Data Mode จึงไม่ควรมองว่าการเห็น LTE บางช่วงเป็นความผิดปกติเสมอไป.

ถ้ายังไม่ขึ้น 5G ให้ เปิด–ปิด Airplane Mode → Restart → Update Carrier Settings จาก Settings → General → About → Update iOS → ตรวจ SIM/eSIM กับ Carrier โดย Apple ระบุว่า Carrier Settings Update สามารถเพิ่มการรองรับฟังก์ชันอย่าง 5G ได้.

สำหรับประเทศไทย Apple ระบุปัจจุบันว่า AIS, dtac และ True รองรับ 5G บน iPhone ดังนั้นหากใช้ iPhone รุ่นรองรับ อยู่ในพื้นที่ Coverage และแพ็กเกจเปิด 5G แล้วแต่ยังได้เพียง LTE ทุกพื้นที่ ควรให้ค่ายมือถือเช็กการเปิดบริการและ SIM/eSIM ของหมายเลขก่อนส่งเครื่องซ่อม.