Google Play Store ดาวน์โหลดแอปไม่ได้ ค้างรอดาวน์โหลด Pending แก้อย่างไร

Google Play Store ดาวน์โหลดแอปไม่ได้ ค้างที่ “รอดาวน์โหลด” หรือ “Pending” โหลดค้าง 0% อัปเดตแอปไม่เสร็จ หรือกดติดตั้งแล้วไม่เริ่มดาวน์โหลด เป็นปัญหาที่เกิดได้จากอินเทอร์เน็ต พื้นที่จัดเก็บ Google Play Store ระบบ Android เวลาในเครื่อง หรือข้อมูลชั่วคราวของบริการ Google

Google แนะนำให้เริ่มจากขั้นตอนพื้นฐานก่อน ได้แก่ ตรวจอินเทอร์เน็ต ตรวจพื้นที่ว่าง ตรวจ Android Update ปิดแล้วเปิด Play Store ใหม่ รีสตาร์ทเครื่อง และตรวจวันที่/เวลา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนขั้นสูง เช่น ล้าง Cache หรือถอนการอัปเดต Play Store

ดังนั้นอย่าเพิ่ง Factory Reset โทรศัพท์ เพราะส่วนใหญ่ยังมีวิธีแก้อีกหลายขั้นที่ไม่ทำให้ข้อมูลในเครื่องหาย

① Google Play Store ขึ้น Pending คืออะไร

คำว่า

Pending

หรือภาษาไทยประมาณ

รอดาวน์โหลด

หมายความว่า Play Store ยังไม่ได้เริ่มดาวน์โหลดแอปนั้นจริง ๆ

อาการที่พบได้ เช่น

  • ดาวน์โหลดค้างที่ Pending
  • ขึ้นรอดาวน์โหลดตลอด
  • โหลดค้าง 0%
  • กดติดตั้งแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • อัปเดตแอปไม่ได้
  • ดาวน์โหลดได้บางแอปแต่บางแอปไม่ได้
  • ใช้ Wi-Fi แล้วไม่โหลด
  • ใช้เน็ตมือถือแล้วไม่โหลด
  • Play Store หมุนค้าง
  • แอปหลายตัวรออัปเดตพร้อมกัน

สาเหตุไม่ได้มีเพียง Play Store เสีย แต่ควรตรวจตั้งแต่อินเทอร์เน็ตจนถึงพื้นที่จัดเก็บ

② เช็กอินเทอร์เน็ตก่อนเป็นอันดับแรก

Google แนะนำให้ตรวจว่ามือถือมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่แรงและเสถียร และหากทำได้ให้ใช้ Wi-Fi ที่เชื่อถือได้

ลองทำตามนี้

  1. เปิดเว็บไซต์ใน Chrome
  2. เปิด YouTube ทดลองเล่นวิดีโอ
  3. ปิด Wi-Fi แล้วเปิดใหม่
  4. สลับจาก Wi-Fi ไปใช้เน็ตมือถือ
  5. หรือสลับจากเน็ตมือถือไป Wi-Fi
  6. เปิด Airplane Mode ชั่วคราวแล้วปิด
  7. รีสตาร์ทเราเตอร์หากอุปกรณ์อื่นก็ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้

ถ้าอินเทอร์เน็ตช้าหรือหลุดบ่อย Play Store สามารถค้างที่ Pending ได้

③ ตรวจพื้นที่จัดเก็บในมือถือ

พื้นที่เต็มเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ

Google ระบุว่าหากอุปกรณ์มีพื้นที่จัดเก็บต่ำ อาจทำให้แอป ดาวน์โหลดและติดตั้งไม่ได้ และถ้ามีพื้นที่เหลือน้อยกว่า 1 GB อาจถือว่าเครื่องกำลังมีพื้นที่ต่ำแล้ว

เข้าไปที่

การตั้งค่า → พื้นที่จัดเก็บ

หรือ

Settings → Storage

หากพื้นที่ใกล้เต็ม ให้ลบหรือย้าย

  • วิดีโอขนาดใหญ่
  • รูปภาพที่สำรองแล้ว
  • ไฟล์ Downloads
  • เกมที่ไม่เล่น
  • แอปที่ไม่ได้ใช้
  • วิดีโอ Offline
  • ไฟล์จากแอปแชต

Google มีเครื่องมือและแนวทางสำหรับการเพิ่มพื้นที่ว่างบน Android โดยตรง

หลังเคลียร์พื้นที่แล้วให้ลองดาวน์โหลดใหม่

④ ปิด Play Store แล้วเปิดใหม่

บางครั้ง Play Store ค้างเพียงชั่วคราว

Google แนะนำให้

  1. เปิดหน้าจอ Recent Apps
  2. ปัด Google Play Store ออก
  3. เปิด Play Store ใหม่
  4. ลองดาวน์โหลดอีกครั้ง

นี่เป็นหนึ่งในขั้นตอนพื้นฐานที่ Google แนะนำสำหรับปัญหาดาวน์โหลด

⑤ รีสตาร์ทมือถือ

ถ้าปิด Play Store แล้วยังไม่หาย ให้ Restart เครื่อง

ทำได้โดย

Power → Restart

หรือปิดแล้วเปิดใหม่

Google แนะนำการ Restart เป็นหนึ่งในขั้นตอนพื้นฐานสำหรับปัญหาดาวน์โหลดจาก Play Store เช่นกัน

หลังเปิดเครื่องแล้ว อย่าเปิดหลายแอปพร้อมกัน ให้ลอง Play Store ก่อน

⑥ ตรวจวันที่และเวลาในเครื่อง

วันที่หรือ Time Zone ที่ผิดสามารถทำให้บริการออนไลน์บางส่วนทำงานผิดปกติ

Google แนะนำให้ตรวจ

Settings → System → Date & time

แล้วเปิด

  • Set time automatically
  • Set time zone automatically

หากตั้งค่าอัตโนมัติอยู่แล้ว ให้ตรวจว่าปัจจุบันเวลาถูกต้องหรือไม่ จากนั้นรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง

⑦ ตรวจ Android System Update

ระบบ Android ที่เก่าหรือมี Update ค้างอยู่ควรได้รับการตรวจสอบ

โดยทั่วไปเข้าได้ที่

การตั้งค่า → ระบบ → Software Update / System Update

Google แนะนำให้ตรวจ Android System Update เมื่อแก้ปัญหาดาวน์โหลดแอปจาก Google Play

หลังอัปเดตเสร็จให้รีสตาร์ทโทรศัพท์

⑧ มีหลายแอปกำลังอัปเดตพร้อมกันหรือไม่

บางครั้ง Play Store กำลังอัปเดตแอปหลายรายการอยู่เบื้องหลัง

เปิด

Google Play Store → รูปโปรไฟล์ → Manage apps & device

แล้วดูว่ามีแอปจำนวนมากกำลัง

  • Downloading
  • Updating
  • Pending

หรือไม่

หากมีหลายรายการ ให้รอรายการก่อนหน้าเสร็จ หรือหยุดรายการที่ไม่จำเป็นก่อนแล้วลองดาวน์โหลดแอปที่ต้องการใหม่

กรณี Download Pending มีการแนะนำในชุมชน Google Play ให้ตรวจคิวอัปเดตและยกเลิกรายการที่ไม่จำเป็นด้วย

⑨ ล้าง Cache ของ Google Play Store

ถ้าวิธีพื้นฐานไม่หาย ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญมากคือ Clear Cache

Google ระบุว่าการล้าง Cache ของ Play Store เป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุดวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาดาวน์โหลดแอป

เข้าไปที่

Settings → Apps → Google Play Store → Storage & cache

แล้วเลือก

Clear cache

จากนั้น

  1. ปิด Settings
  2. เปิด Google Play Store
  3. ลองดาวน์โหลดแอปใหม่

การ Clear Cache จะลบไฟล์ชั่วคราวของ Play Store ไม่ใช่การถอนแอปที่ติดตั้งไว้

⑩ ถ้า Clear Cache ไม่หาย ให้ Clear Storage ของ Play Store

Google แนะนำว่าสามารถล้างทั้ง Cache และ Data/Storage ของ Google Play Store ได้หากปัญหายังไม่หาย

เข้า

Settings → Apps → Google Play Store → Storage & cache

แล้วเลือก

Clear storage / Clear data

จากนั้นเปิด Play Store ใหม่

Google ระบุว่าการล้างข้อมูล Play Store อาจทำให้การตั้งค่าบางอย่างของ Play Store เช่น Parental Controls หรือ Password Protection ถูกรีเซ็ต และอาจต้องยอมรับ Terms of Service ใหม่เมื่อเปิดแอปอีกครั้ง

แต่ไม่ได้หมายความว่าแอปทุกตัวในมือถือจะถูกลบ

⑪ ตรวจ Google Play Store Update

Play Store เองก็มีเวอร์ชันของมัน

Google ระบุว่าสามารถตรวจอัปเดต Play Store ได้ที่

Google Play Store → รูปโปรไฟล์ → Settings → About → Update Play Store

หากมีเวอร์ชันใหม่ ให้ปล่อยให้ระบบอัปเดต

หลังจากนั้นรีสตาร์ทเครื่องแล้วลองดาวน์โหลดใหม่

⑫ ถอนการอัปเดต Google Play Store แล้วลงใหม่

ถ้า Play Store เริ่มมีปัญหาหลังอัปเดต หรือ Clear Cache/Data ไม่ช่วย สามารถพิจารณาถอน Play Store Updates

Google แนะนำขั้นตอนนี้สำหรับปัญหาดาวน์โหลดบางกรณี

โดยทั่วไป

  1. กดค้างไอคอน Google Play Store
  2. เลือก App info
  3. กดเมนูเพิ่มเติม
  4. เลือก Uninstall updates
  5. ยืนยัน

จากนั้นเปิด Play Store แล้วไปที่

Settings → About → Update Play Store

เพื่อให้อัปเดตอีกครั้ง

นี่ไม่เหมือนการถอน Google Play Store ออกจากเครื่องทั้งหมด

⑬ Google Play Services มีปัญหาได้ไหม

ได้

Google Play Services เป็นบริการสำคัญที่เชื่อมแอปกับบริการ Google ต่าง ๆ และทำงานร่วมกับ Android

หากแก้ Play Store แล้วไม่หาย ให้ตรวจ Google Play Services

เข้า

Settings → Apps → Google Play services

แล้วตรวจว่ามี Update หรือไม่

Google แนะนำให้ทำให้ Google Play Services เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนพิจารณาการล้างข้อมูล

⑭ ล้าง Cache ของ Google Play Services

หากจำเป็น สามารถเข้า

Settings → Apps → Google Play services → Storage & cache → Clear cache

Google มีขั้นตอนนี้อยู่ในแนวทางแก้ปัญหา Google Play Services

จากนั้นรีสตาร์ทเครื่องและลอง Play Store อีกครั้ง

⑮ อย่ารีบ Clear All Data ของ Google Play Services

ขั้นตอนนี้ควรอยู่ท้าย ๆ

Google เตือนว่าการล้างข้อมูลหรือ Storage ของ Google Play Services อาจลบข้อมูลบางอย่างที่บันทึกไว้ในอุปกรณ์ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลบางรายการของ Google Pay หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง และอาจต้อง Sign in หรือยืนยันบริการบางอย่างใหม่

ดังนั้นควรลอง

  • อินเทอร์เน็ต
  • พื้นที่
  • Restart
  • Update
  • Play Store Cache
  • Play Store Data

ก่อน

อย่า Clear Google Play Services Data เป็นขั้นตอนแรก

⑯ ดาวน์โหลดไม่ได้เฉพาะแอปเดียว ต้องทำอย่างไร

ถ้าแอปอื่นดาวน์โหลดได้ปกติ แต่มีปัญหาเฉพาะแอปเดียว ให้ตรวจหน้าแอปนั้นก่อน

Google แนะนำให้ตรวจว่า แอปรองรับอุปกรณ์ของคุณหรือไม่ เพราะหากแอปไม่รองรับโทรศัพท์ เครื่องจะไม่สามารถดาวน์โหลดได้

ให้ตรวจ

  • Android Version
  • รุ่นโทรศัพท์
  • ประเทศ/ภูมิภาค
  • ความเข้ากันได้ของแอป
  • พื้นที่จัดเก็บ

ถ้าเป็นแอปที่มีอยู่แล้ว ให้ลองถอนแล้วติดตั้งใหม่หากข้อมูลภายในแอปได้รับการสำรองเรียบร้อย

Google มีคำแนะนำให้ถอนและติดตั้งแอปใหม่สำหรับกรณีปัญหาเฉพาะแอปเช่นกัน

⑰ โหลดได้บางแอป แต่บางแอปขึ้น “ไม่รองรับอุปกรณ์”

กรณีนี้ไม่ใช่ Download Pending ปกติ

ถ้าหน้า Play Store ระบุว่าแอป

  • ไม่รองรับอุปกรณ์นี้
  • ไม่พร้อมให้บริการในอุปกรณ์ของคุณ
  • ต้องใช้ Android เวอร์ชันใหม่กว่า

การ Clear Cache มักไม่ได้เปลี่ยนข้อจำกัดดังกล่าว

Google แนะนำให้ดูในหน้าของแอปว่าแอปนั้นพร้อมใช้งานกับอุปกรณ์หรือไม่

⑱ ดาวน์โหลดด้วย Wi-Fi ได้ แต่เน็ตมือถือไม่ได้

ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะ Mobile Data ให้ตรวจการตั้งค่าของ Play Store และ Android

ตรวจว่า

  • Data Saver เปิดอยู่หรือไม่
  • Play Store ถูกจำกัด Background Data หรือไม่
  • ซิมมีอินเทอร์เน็ตหรือไม่
  • แพ็กเกจหมดหรือไม่
  • สัญญาณ 4G/5G มีหรือไม่

จากนั้นลองเปิด Chrome เพื่อยืนยันว่า Mobile Data ใช้งานได้จริง

Google แนะนำให้ตรวจการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Mobile Data ให้เสถียรก่อนแก้ขั้นตอนอื่น

⑲ ใช้ Wi-Fi แล้ว Pending แต่ใช้ 5G โหลดได้

ถ้าเป็นแบบนี้ มีโอกาสว่าปัญหาอยู่ที่ Wi-Fi หรือเราเตอร์มากกว่า Play Store

ลอง

  1. Forget Network
  2. เชื่อม Wi-Fi ใหม่
  3. Restart Router
  4. ทดลอง Wi-Fi เครือข่ายอื่น
  5. ปิด VPN
  6. ปิด Private DNS ชั่วคราวหากเคยตั้งค่าเอง

ถ้าเปลี่ยนเครือข่ายแล้วดาวน์โหลดได้ทันที ให้เน้นแก้เครือข่ายเดิมแทนการล้างโทรศัพท์

⑳ VPN ทำให้ Play Store ดาวน์โหลดไม่ได้หรือไม่

เป็นไปได้ในบางกรณี โดยเฉพาะหาก VPN ทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร หรือเปลี่ยนตำแหน่งเครือข่าย

ถ้าใช้ VPN ให้ลอง

  1. Disconnect VPN
  2. ปิด Play Store
  3. เปิด Play Store ใหม่
  4. ทดลอง Download

ถ้ากลับมาดาวน์โหลดได้ ให้ตรวจการตั้งค่า VPN หรือเปลี่ยน Server

㉑ Google Play ขึ้น Waiting for Wi-Fi

ถ้า Play Store รอ Wi-Fi ทั้งที่มี Mobile Data ให้ตรวจการตั้งค่าดาวน์โหลดแอปของ Play Store

เข้า

Play Store → Settings → Network preferences

แล้วตรวจเมนูเกี่ยวกับ

App download preference

ชื่อเมนูอาจแตกต่างตาม Play Store Version

หากตั้งเป็น Wi-Fi Only ระบบอาจไม่ดาวน์โหลดผ่าน Mobile Data จนกว่าจะต่อ Wi-Fi

㉒ เครื่องมีพื้นที่เยอะ แต่ยังโหลดไม่ได้

ถ้าพื้นที่เหลือหลาย GB แล้วปัญหายังอยู่ อย่าเสียเวลาลบไฟล์เพิ่มอย่างเดียว

ให้ไปตรวจ

  1. Internet
  2. Date & Time
  3. Android Update
  4. Play Store Cache
  5. Play Store Data
  6. Play Store Update
  7. Google Play Services
  8. แอปนั้นรองรับเครื่องหรือไม่

เพราะพื้นที่เป็นเพียงหนึ่งในหลายสาเหตุเท่านั้น

㉓ ดาวน์โหลดแอปใหม่ไม่ได้และอัปเดตแอปเก่าก็ไม่ได้

ถ้า ทุกแอป มีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะแอปเดียว ให้เน้นตรวจ Google Play Store และบริการระบบ

Google แยกแนวทาง Troubleshooting ระหว่างปัญหาเฉพาะแอปกับปัญหาหลายแอปอย่างชัดเจน

กรณีหลายแอปควรตรวจ

  • อินเทอร์เน็ต
  • Storage
  • System Update
  • Play Store
  • Play Services
  • Google Account

ก่อนสรุปว่าแอปทั้งหมดเสียพร้อมกัน

㉔ สลับ Google Account แล้วลองดาวน์โหลด

หากโทรศัพท์มี Google Account หลายบัญชี สามารถลองเปลี่ยนบัญชีใน Play Store ได้

Google ระบุว่าสามารถสลับบัญชีได้จาก

Play Store → รูปโปรไฟล์ → ลูกศรลง → เลือกบัญชี

ถ้าอีกบัญชีดาวน์โหลดได้ อาจช่วยแยกได้ว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับ Account หรือไม่

㉕ ถอด Google Account แล้วเพิ่มใหม่ควรทำเมื่อไร

นี่ควรเป็นขั้นตอนระดับท้าย ไม่ใช่วิธีแรก

ก่อน Remove Account ต้องแน่ใจว่า

  • จำอีเมลได้
  • จำ Password ได้
  • มี Recovery Phone/Email
  • ข้อมูลที่สำคัญ Sync แล้ว

จากนั้นจึงพิจารณาถอดและเพิ่ม Google Account ใหม่

Google มีขั้นตอนการเพิ่ม Google Account กลับเข้า Android ผ่าน Settings → Accounts → Add account → Google

ถ้าจำ Password ไม่ได้ อย่า Remove Account ก่อนแก้เรื่องบัญชี

㉖ Download Manager มีปัญหาได้ไหม

Android บางรุ่นมีบริการ Download Manager สำหรับจัดการการดาวน์โหลดของระบบ

หาก Play Store ค้างหนักและวิธีอื่นไม่ได้ผล อาจตรวจว่า Download Manager ถูก Disable หรือทำงานผิดปกติหรือไม่

ใน Google Android Community ปี 2026 ก็ยังมีคำแนะนำให้ตรวจหรือล้างข้อมูล Download Manager ในบางกรณีที่ติดตั้งและอัปเดตแอปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ชื่อเมนูและการแสดง System Apps แตกต่างกันตามผู้ผลิต

หากไม่พบ Download Manager ไม่ควรกดปิด System App อื่นแบบสุ่ม

㉗ ต้อง Factory Reset ไหม

ไม่ควรเป็นวิธีแรก

สำหรับอาการ Play Store Pending ควรลองขั้นตอนทั้งหมดด้านบนก่อน

โดยเฉพาะ

  • Internet
  • Storage
  • Restart
  • Date & Time
  • Android Update
  • Clear Play Store Cache
  • Clear Play Store Data
  • Update Play Store
  • Google Play Services

Factory Reset จะทำให้ต้องตั้งค่าโทรศัพท์ใหม่และมีความเสี่ยงต่อข้อมูลที่ไม่ได้สำรอง ดังนั้นควรใช้เฉพาะเมื่อวิธีแก้ระดับระบบอื่น ๆ ไม่ได้ผลและมีการสำรองข้อมูลแล้ว

วิธีแก้ Google Play Pending แบบเร็วที่สุด

ถ้าไม่ต้องการอ่านทั้งหมด ให้ลองตามลำดับนี้

  1. สลับ Wi-Fi/เน็ตมือถือ
  2. เช็กพื้นที่ว่าง
  3. ปิดแล้วเปิด Play Store
  4. Restart มือถือ
  5. เปิด Date & Time อัตโนมัติ
  6. ตรวจ Android Update
  7. ตรวจคิวแอปที่กำลังอัปเดต
  8. Clear Cache Google Play Store
  9. Clear Storage Google Play Store
  10. Update Play Store
  11. ตรวจ Google Play Services
  12. ถ้าเสียเฉพาะแอปเดียว ให้ตรวจว่าแอปรองรับเครื่องหรือไม่

Google แนะนำขั้นตอนพื้นฐานส่วนใหญ่ในลำดับใกล้เคียงกันก่อนเข้าสู่ Advanced Troubleshooting

สรุป Google Play Store ดาวน์โหลดแอปไม่ได้ Pending แก้อย่างไร

หาก Google Play Store ดาวน์โหลดแอปไม่ได้ ค้างรอดาวน์โหลด หรือขึ้น Pending ตลอด อย่าเพิ่งรีเซ็ตโทรศัพท์

เริ่มจาก

อินเทอร์เน็ต → พื้นที่ → Restart → วันที่/เวลา → Android Update → Play Store Cache/Data → Play Store Update

Google ระบุว่าพื้นที่ต่ำ อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ระบบที่ต้องอัปเดต หรือปัญหาใน Play Store สามารถเป็นจุดที่ควรตรวจเมื่อแอปดาวน์โหลดไม่สำเร็จ

หากดาวน์โหลดไม่ได้ เฉพาะแอปเดียว ให้ตรวจว่าแอปรองรับอุปกรณ์หรือไม่ ส่วนถ้าดาวน์โหลดไม่ได้ ทุกแอป ให้เน้นตรวจ Play Store, Google Play Services และระบบ Android มากกว่า

ส่วนใหญ่ปัญหา Pending สามารถไล่หาสาเหตุได้โดยไม่ต้อง Factory Reset และควรใช้วิธีที่ไม่ลบข้อมูลก่อนเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

Play Store ขึ้น Pending ตลอด แก้ยังไง?

เริ่มจากเช็กอินเทอร์เน็ต พื้นที่ว่าง ปิดแล้วเปิด Play Store ใหม่ Restart เครื่อง และตรวจวันที่/เวลา หากไม่หายจึง Clear Cache ของ Google Play Store

Clear Cache Play Store ทำให้แอปหายไหม?

ไม่ใช่การถอนแอปที่ติดตั้งในมือถือ แต่เป็นการล้างไฟล์ชั่วคราวของ Google Play Store

Clear Data Play Store ทำให้เกมหายไหม?

ไม่ได้หมายถึงการถอนเกมทั้งหมด แต่การตั้งค่าบางส่วนของ Play Store อาจถูกรีเซ็ต และ Google ระบุว่าอาจต้องยอมรับ Terms of Service ใหม่เมื่อเปิด Store อีกครั้ง

เหลือพื้นที่เท่าไรถึงจะดาวน์โหลดแอปได้?

Google ระบุว่าถ้าเหลือพื้นที่น้อยกว่า 1 GB อุปกรณ์อาจถือว่ามีพื้นที่ต่ำและอาจหยุดดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอป

ทำไมโหลดไม่ได้แค่แอปเดียว?

ควรตรวจว่าแอปนั้นรองรับโทรศัพท์และ Android Version ของคุณหรือไม่ Google แนะนำให้ดูสถานะความเข้ากันได้ที่หน้าแอปใน Play Store

ต้องล้าง Google Play Services ไหม?

ไม่ควรเริ่มจากการ Clear All Data เพราะ Google เตือนว่าอาจกระทบข้อมูลบางประเภทและต้องยืนยันบริการต่าง ๆ ใหม่ ควรลองขั้นตอนอื่นก่อน

ต้อง Factory Reset เพื่อแก้ Download Pending ไหม?

ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก ปัญหานี้มักควรเริ่มจาก Network, Storage, Restart, Update และการแก้ Play Store ก่อน