Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือ Android ขึ้นคำว่า Safe mode / Safe Mode ที่มุมหน้าจอ แอปที่เคยติดตั้งบางตัวหายหรือเปิดไม่ได้ และแม้รีสตาร์ทแล้วเครื่องยังกลับเข้า Safe Mode อีก อาการนี้ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์เสียหรือข้อมูลถูกลบ
Safe Mode เป็นโหมดวิเคราะห์ปัญหาของ Android ซึ่งจะปิดการทำงานของแอปที่ผู้ใช้ดาวน์โหลดมาชั่วคราว เพื่อช่วยตรวจว่าแอปใดเป็นสาเหตุของอาการค้าง เด้ง รีสตาร์ท หรือทำงานผิดปกติ Google ระบุว่าโดยทั่วไปสามารถ ออกจาก Safe Mode ด้วยการรีสตาร์ทโทรศัพท์ตามปกติ แต่ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต
หากรีสตาร์ทแล้ว Safe Mode ยังไม่หาย สาเหตุที่ควรตรวจเป็นอันดับต้น ๆ คือ ปุ่ม Volume ค้าง เคสกดทับปุ่ม หรือโทรศัพท์กำลังรับคำสั่งเข้า Safe Mode ซ้ำตอนเปิดเครื่อง
Safe Mode คือโหมดที่ Android ใช้สำหรับช่วยวิเคราะห์ปัญหาซอฟต์แวร์
เมื่อเปิด Safe Mode แอปที่ดาวน์โหลดและติดตั้งเพิ่มเติมจะถูกปิดการทำงานชั่วคราว ทำให้สามารถทดสอบได้ว่าอาการผิดปกติเกิดจากแอปภายนอกหรือระบบ Android เอง
Google แนะนำ Safe Mode โดยเฉพาะสำหรับการตรวจหาแอปที่ทำให้โทรศัพท์มีปัญหา และหากอาการหายขณะอยู่ใน Safe Mode มีความเป็นไปได้ว่าแอปที่ดาวน์โหลดเป็นต้นเหตุ
อาการที่พบขณะอยู่ใน Safe Mode เช่น
นี่ถือเป็นพฤติกรรมปกติของ Safe Mode
วิธีแรกที่ควรทำคือ Restart โทรศัพท์ตามปกติ
ให้ทำดังนี้
Google ระบุว่าโดยทั่วไปการออกจาก Safe Mode สามารถทำได้ด้วยการรีสตาร์ทโทรศัพท์ตามปกติ
หากเปิดเครื่องใหม่แล้วคำว่า Safe Mode หาย ถือว่าเครื่องกลับสู่โหมดปกติแล้ว
Android บางเครื่องอาจมีเพียงเมนู Power off / ปิดเครื่อง
ให้ทำดังนี้
ถ้าระบบเปิดตามปกติ Safe Mode ควรหายไป
ถ้าเครื่องกลับเข้า Safe Mode ทุกครั้ง สิ่งแรกที่ควรสงสัยคือ ปุ่มกด
โทรศัพท์ Android หลายรุ่นสามารถเข้าสู่ Safe Mode โดยใช้ปุ่ม Volume ระหว่างการเปิดเครื่อง ดังนั้นถ้าปุ่มค้าง โทรศัพท์อาจเข้า Safe Mode ซ้ำทุกครั้ง
ให้ตรวจ
ถ้าพบปุ่มผิดปกติ Safe Mode อาจไม่ใช่ปัญหาซอฟต์แวร์เลย
นี่เป็นวิธีง่ายแต่สำคัญมาก
เคสบางรุ่นแน่นเกินไปและอาจกด Volume Down ค้างตลอดเวลา
ให้ลอง
ถ้าครั้งนี้ Safe Mode หาย สาเหตุอาจมาจากเคสกดปุ่ม ไม่ได้เกิดจาก Android เสีย
ถ้าสงสัยว่าปุ่ม Volume Down จม ให้ลองกดและปล่อยปุ่มหลายครั้งเบา ๆ
ไม่ควร
ถ้าปุ่มยังค้างหรือกดไม่เด้ง ควรให้ช่างตรวจชุดปุ่มหรือสายแพ
หากอาการเริ่มหลังโทรศัพท์ตกพื้น ให้สงสัยปุ่มทางกายภาพมากขึ้น
แรงกระแทกอาจทำให้
หาก Safe Mode กลับมาทุกครั้งแม้รีสตาร์ทแล้ว ควรตรวจฮาร์ดแวร์ก่อน Factory Reset
เพราะการล้างเครื่องจะไม่สามารถแก้ปุ่มที่เสียได้
ถ้าโทรศัพท์เพิ่ง
แล้วเริ่มเข้า Safe Mode เอง อาจเกิดจากปุ่ม Volume ทำงานผิดปกติ
อย่ารีบ Factory Reset
ให้ตรวจว่าปุ่มกดเป็นปกติหรือไม่ และถ้าเครื่องยังมีความชื้นหรือมีอาการร้อนผิดปกติ ควรหยุดชาร์จและนำเข้าตรวจ
โดยปกติ แอปไม่ได้ถูกลบ
Safe Mode เพียงปิดการทำงานของแอปที่ดาวน์โหลดไว้ชั่วคราว จึงอาจดูเหมือนว่าแอปหายหรือเปิดไม่ได้
Google ระบุว่าหลังออกจาก Safe Mode ผู้ใช้สามารถนำ Widget บนหน้าจอที่ถูกเอาออกกลับมาได้ และแอปที่ดาวน์โหลดจะกลับมาทำงานตามปกติ
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปใหม่ทั้งหมดเพียงเพราะเห็นแอปหายตอนอยู่ Safe Mode
ถือว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ตามวัตถุประสงค์ของ Safe Mode
เพราะโหมดนี้ออกแบบมาให้ปิดแอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ว่าแอปเหล่านั้นเป็นต้นเหตุของปัญหาหรือไม่
เมื่อออกจาก Safe Mode แล้ว แอปควรกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
หากออก Safe Mode แล้วแอปยังเปิดไม่ได้ ค่อยแก้ปัญหาแอปนั้นแยกต่างหาก
สาเหตุที่ควรตรวจมีหลายอย่าง
อาจจับบริเวณ Volume ขณะเปิดโทรศัพท์
พบได้ง่ายโดยเฉพาะเคสแข็งหรือเคสไม่ตรงรุ่น
เป็นสาเหตุสำคัญเมื่อเครื่องกลับเข้า Safe Mode ทุกครั้ง
บางรุ่นสามารถเข้า Safe Mode ผ่านเมนู Power ได้
Safe Mode อาจถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ปัญหา แต่ตัวระบบไม่ได้เลือกเข้า Safe Mode เองทุกครั้งโดยไม่มีเหตุผลเสมอไป
ดังนั้นถ้า Safe Mode เกิดซ้ำ ควรเริ่มจากตรวจปุ่มและวิธีเปิดเครื่อง
นี่คือประโยชน์หลักของ Safe Mode
หากก่อนหน้าเครื่องมีอาการ
ให้ลองใช้งานเครื่องใน Safe Mode สักระยะ
Google ระบุว่ามีแนวโน้มว่าแอปที่ดาวน์โหลดเป็นสาเหตุ
ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากแอปที่ติดตั้งเพิ่มเติม และต้องตรวจระบบหรือฮาร์ดแวร์ต่อ
Google แนะนำให้ถอนแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัว และรีสตาร์ทโทรศัพท์ตามปกติหลังถอนแต่ละแอป เพื่อดูว่าอาการหายหรือไม่
เริ่มจากแอปที่
อย่าถอนแอปทั้งหมดพร้อมกัน เพราะจะทำให้ไม่รู้ว่าแอปใดเป็นต้นเหตุจริง
ถ้าอาการยังเกิดแม้อยู่ Safe Mode ปัญหาอาจไม่ได้มาจากแอปที่ดาวน์โหลด
ควรตรวจต่อ เช่น
Google ระบุว่าหากปัญหาไม่หายขณะอยู่ใน Safe Mode แอปที่ดาวน์โหลดอาจไม่ใช่ต้นเหตุ และควรใช้แนวทาง Troubleshooting อื่นต่อไป
เมื่อกลับเข้าโหมดปกติแล้ว ควรตรวจว่ามี System Update หรือไม่
โดยทั่วไปเข้าได้ที่
การตั้งค่า → ระบบ → System Update
หรือ
การตั้งค่า → Software Update
ชื่อเมนูแตกต่างตามแบรนด์
Google แนะนำให้ตรวจ Android Update และ App Update เมื่อต้องแก้ปัญหา Android ที่ค้างหรือรีสตาร์ท
หลังอัปเดตควรรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง
เปิด Google Play Store แล้วไปที่
รูปโปรไฟล์ → Manage apps & device
จากนั้นอัปเดตแอปที่มีเวอร์ชันใหม่
Google แนะนำการตรวจอัปเดตแอปเป็นส่วนหนึ่งของการแก้โทรศัพท์ Android ที่ Crash หรือรีสตาร์ทผิดปกติ
หากปัญหาเริ่มหลังแอปใดอัปเดตและกลับมาเกิดซ้ำหลังออก Safe Mode ให้พิจารณาถอนแอปนั้นชั่วคราว
Android บางแบรนด์หรือบางเวอร์ชันอาจแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ Safe Mode และมีตัวเลือกสำหรับออกจากโหมดนี้
แต่ฟังก์ชันดังกล่าวไม่ได้มีเหมือนกันทุกเครื่อง
วิธีที่ใช้ได้กว้างกว่าคือ Restart โทรศัพท์ตามปกติ ซึ่ง Google ระบุว่าเป็นวิธีทั่วไปสำหรับการออกจาก Safe Mode
ถ้าไม่มีเมนูในแถบแจ้งเตือน ไม่ได้หมายความว่าเครื่องมีปัญหา
แตกต่างกันมาก
Android ยังเปิดเข้าสู่ระบบได้ แต่ปิดแอปที่ดาวน์โหลดไว้ชั่วคราว
เป็นโหมดสำหรับจัดการหรือกู้คืนระบบก่อนเข้า Android ปกติ และอาจมีเมนูอย่าง Reboot หรือ Factory Reset
ดังนั้นถ้าหน้าจอยังเปิด Android ได้และเห็นคำว่า Safe mode อยู่ด้านล่าง แสดงว่าอยู่ Safe Mode ไม่ใช่ Recovery Mode
ไม่เหมือนกัน
Safe Mode ใช้สำหรับวิเคราะห์แอปและปัญหาระบบ
ส่วน Airplane Mode / โหมดเครื่องบิน ใช้ปิดการเชื่อมต่อไร้สายบางประเภท เช่น เครือข่ายมือถือ
จึงเป็นคนละฟังก์ชันโดยสิ้นเชิง
โดยทั่วไป ไม่หาย
การ Restart เพื่อออกจาก Safe Mode ไม่ใช่ Factory Reset
รูปภาพ วิดีโอ รายชื่อ และข้อมูลในเครื่องควรยังอยู่
สิ่งที่อาจสังเกตได้คือ Widget บางตัวบน Home Screen อาจต้องเพิ่มกลับหลังออกจาก Safe Mode ซึ่ง Google ก็ระบุไว้ในคู่มือ Safe Mode
ไม่ควร
Factory Reset ไม่ใช่วิธีปกติสำหรับการออกจาก Safe Mode
ควรทำตามลำดับนี้ก่อน
การ Factory Reset ทั้งที่ต้นเหตุคือปุ่ม Volume Down ค้างจะไม่ช่วยแก้ปัญหา
หลักทั่วไปคล้ายกัน คือ Restart เครื่องตามปกติ
แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามแบรนด์และรุ่น ซึ่ง Google เองก็ระบุว่าการเปิดหรือออกจาก Safe Mode แตกต่างกันตามโทรศัพท์ และหากจำเป็นควรดูคำแนะนำของผู้ผลิต
ดังนั้นหาก Restart แล้วไม่หาย ไม่ควรกดชุดปุ่มของแบรนด์อื่นแบบสุ่ม
ให้ตรวจรุ่นที่ใช้งานโดยเฉพาะ
ควรนำเครื่องเข้าตรวจหากพบว่า
ในกรณีเหล่านี้ การตรวจชุดปุ่มและสายแพอาจมีประโยชน์กว่าการล้างระบบ
ถ้าต้องการลองแก้ทันที ให้ทำตามนี้
ถ้ามือถือ Android เข้า Safe Mode และปิดไม่ได้ วิธีแรกคือ Restart โทรศัพท์ตามปกติ ซึ่งเป็นแนวทางที่ Google แนะนำสำหรับการออกจาก Safe Mode
ถ้า Restart แล้วยังกลับเข้า Safe Mode ให้ตรวจทันทีว่า
Safe Mode ไม่ได้ลบแอปหรือข้อมูล แต่ปิดแอปที่ดาวน์โหลดไว้ชั่วคราวเพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหา หากอาการของโทรศัพท์หายเมื่ออยู่ Safe Mode Google ระบุว่ามีแนวโน้มว่าแอปที่ติดตั้งเพิ่มเติมเป็นต้นเหตุ และควรถอนแอปล่าสุดทีละตัวเพื่อหาแอปที่มีปัญหา
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset เพียงเพราะออกจาก Safe Mode ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุอาจเป็นเพียงปุ่ม Volume ค้างหรือเคสกดปุ่มอยู่
ให้เริ่มจาก Restart โทรศัพท์ตามปกติ Google ระบุว่านี่เป็นวิธีทั่วไปในการออกจาก Safe Mode แต่ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต
ควรตรวจปุ่ม Volume และเคสก่อน เพราะถ้าปุ่มที่ใช้เรียก Safe Mode ถูกกดค้าง เครื่องอาจกลับเข้า Safe Mode ทุกครั้งที่เปิด
โดยทั่วไปแอปไม่ได้ถูกลบ แต่แอปที่ดาวน์โหลดจะถูกปิดการทำงานชั่วคราวขณะอยู่ใน Safe Mode
การเข้า Safe Mode เองไม่ใช่ Factory Reset จึงไม่ใช่กระบวนการล้างรูปและข้อมูลในเครื่อง
ใช้ช่วยตรวจว่าแอปที่ดาวน์โหลดเป็นสาเหตุของปัญหาหรือไม่ หากอาการหายใน Safe Mode Google แนะนำให้ถอนแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัวเพื่อหาแอปต้นเหตุ
ไม่ต้องเป็นปกติ ควรลอง Restart ตรวจปุ่มและเคสก่อน Factory Reset ไม่ใช่วิธีมาตรฐานในการออกจาก Safe Mode