Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากเปิดมือถือแล้วพบข้อความ Enter PUK, PUK Required, SIM Locked, Enter PUK Code หรือข้อความว่าซิมถูกล็อก อย่าเพิ่งตกใจ เพราะโดยทั่วไปหมายความว่า SIM PIN ถูกใส่ผิดหลายครั้งจนระบบล็อกซิม และต้องใช้รหัส PUK เพื่อปลดล็อก
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามเดารหัส PUK แบบสุ่ม เพราะหากใส่ PUK ผิดเกินจำนวนครั้งที่ระบบอนุญาต SIM หรือ eSIM อาจถูกล็อกถาวรและต้องขอซิมใหม่จากผู้ให้บริการ Apple แนะนำโดยตรงว่าไม่ควรเดาทั้ง SIM PIN และ PUK หากไม่ทราบรหัสที่ถูกต้อง
PUK ย่อมาจาก Personal Unblocking Key เป็นรหัสที่ใช้สำหรับปลดล็อก SIM เมื่อมีการใส่ SIM PIN ผิดหลายครั้ง
PUK ไม่ใช่รหัสเดียวกับ:
โดยทั่วไป PUK เป็นรหัสเฉพาะของ SIM และผู้ใช้ไม่ควรสร้างหรือเดารหัสขึ้นมาเอง
เอกสารสนับสนุนของ Xiaomi ระบุว่า PUK1 เป็นรหัส 8 หลักและใช้เมื่อ PIN ของ SIM ถูกล็อก
ดังนั้นหากหน้าจอขึ้นคำว่า PUK ให้หยุดใส่ PIN เดิม เพราะระบบกำลังรอรหัสอีกประเภทหนึ่งแล้ว
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ ใส่ SIM PIN ผิดติดต่อกันหลายครั้ง
ตัวอย่างเช่น:
คุณเปิด SIM PIN ไว้ แต่จำรหัสไม่ได้ แล้วลองใส่:
1234
ไม่ผ่าน
ลอง:
0000
ไม่ผ่าน
แล้วลองรหัสอื่นต่อไป
เมื่อถึงจำนวนครั้งที่ระบบกำหนด SIM จะถูกล็อก และโทรศัพท์จะเปลี่ยนจากการถาม:
Enter SIM PIN
เป็น
Enter PUK
ในจุดนี้ SIM PIN จะใช้ปลดล็อกไม่ได้แล้ว
ต้องใช้ PUK ที่ถูกต้องจากผู้ให้บริการเครือข่าย
ให้ทำเพียงอย่างเดียวก่อน:
หยุดใส่รหัส
อย่าทดลอง:
Apple เตือนว่าการเดา SIM PIN หรือ PUK ผิดอาจทำให้ SIM/eSIM ถูกล็อกจนต้องเปลี่ยนใหม่
ดังนั้นการหยุดทันทีช่วยรักษาโอกาสในการปลดล็อก SIM ไว้มากที่สุด
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ขอ PUK จากผู้ให้บริการเครือข่ายของ SIM นั้น
Apple ระบุว่าหากไม่ทราบ SIM PIN หรือ PUK ควรติดต่อผู้ให้บริการที่ออก SIM หรือ eSIM เพื่อช่วยปลดล็อกโดยใช้ Default SIM PIN หรือ PUK ที่ถูกต้อง
ช่องทางที่อาจใช้ได้ขึ้นอยู่กับเครือข่าย เช่น:
สำหรับลูกค้า AIS ปัจจุบัน AIS มีศูนย์ช่วยเหลือที่ระบุกรณี “หน้าจอขึ้น PUK/ขอ PUK code” เป็นหนึ่งในปัญหาที่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้
สำหรับ True/dtac ควรใช้ศูนย์ช่วยเหลือหรือแอปอย่างเป็นทางการของเครือข่าย เพราะช่องทางบริการและขั้นตอนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา
SIM บางชุดอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับ PIN/PUK อยู่บนบรรจุภัณฑ์หรือเอกสารที่ให้มาตอนซื้อ SIM แต่ไม่ควรถือว่าทุก SIM จะมีให้ดูในรูปแบบเดียวกัน
หากยังเก็บ:
สามารถตรวจสอบได้
แต่ถ้าไม่พบ อย่าเดา
ให้ขอ PUK จากผู้ให้บริการโดยตรงจะปลอดภัยกว่า
ไม่ควรคิดว่าเหมือนกัน
PUK เป็นข้อมูลสำหรับ SIM นั้น ๆ ดังนั้น:
PUK ของเบอร์หนึ่งไม่ควรนำไปใช้กับอีกเบอร์
แม้จะเป็น:
ก็ไม่ควรนำรหัสมาใช้สลับกัน
ถ้าใช้มือถือ Dual SIM ให้ตรวจสอบก่อนว่า SIM ช่องไหนถูกล็อก
มือถือปัจจุบันจำนวนมากรองรับ:
หากระบบขึ้น PUK ให้ดูชื่อเครือข่ายหรือหมายเลขที่หน้าจอแสดง
ตัวอย่าง:
SIM 1 — AIS
หรือ
SIM 2 — True
จากนั้นขอ PUK ของ หมายเลขนั้นโดยเฉพาะ
อย่านำ PUK ของ SIM 1 ไปกรอกให้ SIM 2
บน iPhone ที่ใช้ Dual SIM ระบบยังมีการตั้งค่า SIM PIN แยกตามแต่ละหมายเลข ทำให้แต่ละสายสามารถมีสถานะ SIM PIN ของตนเองได้
ได้
PUK ไม่ได้ใช้เฉพาะ SIM พลาสติกเท่านั้น
Apple ระบุว่าระบบ SIM PIN ครอบคลุมทั้ง SIM และ eSIM และหากไม่สามารถปลดล็อกด้วย SIM PIN หรือ PUK ได้ อาจต้องขอ SIM หรือ eSIM ใหม่จากผู้ให้บริการ
ดังนั้นหากใช้ eSIM แล้วขึ้น PUK:
เมื่อได้ PUK ที่ถูกต้องจากผู้ให้บริการ ให้ทำตามข้อความบนหน้าจอมือถือ
กระบวนการโดยทั่วไปจะมีลักษณะ:
ข้อความบนหน้าจออาจแตกต่างกันตาม:
ให้ทำตามข้อความของอุปกรณ์เป็นหลัก
นี่เป็นขั้นตอนปกติ
เมื่อ PUK ถูกต้อง ระบบอาจถามให้กำหนด:
New PIN
หรือ
Enter new SIM PIN
ตรงนี้หมายถึง SIM PIN ใหม่
ไม่ใช่ PIN ปลดล็อกหน้าจอมือถือ
ตัวอย่าง:
PUK = รหัสที่เครือข่ายให้มา
หลังปลดล็อกสำเร็จ คุณตั้ง SIM PIN ใหม่เป็น:
4826
ครั้งต่อไปหากระบบต้องยืนยัน SIM PIN ก็จะใช้ 4826
ควรเลือกเลขที่คุณจำได้ แต่ไม่ควรใช้รหัสที่คนอื่นเดาได้ง่ายมาก
จำนวนครั้งที่อนุญาตอาจขึ้นกับระบบและ SIM แต่ อย่าพยายามใช้โควตานั้นในการเดา
เอกสารสนับสนุน Xiaomi ระบุกรณี PUK ที่สามารถใส่ได้ 10 ครั้ง และหากผิดครบ 10 ครั้ง SIM จะถูกล็อกถาวร
Apple ไม่แนะนำให้เดา PUK เช่นกัน และระบุว่าหาก SIM/eSIM ไม่สามารถปลดล็อกด้วย PIN หรือ PUK หรือขึ้นข้อความว่าความพยายามใช้ PUK หมดแล้ว ต้องขอ SIM/eSIM ใหม่
ดังนั้นหากคุณเหลือ:
5 attempts remaining
หรือ
3 attempts remaining
อย่าคิดว่ายังมีอีกหลายครั้งให้ทดลอง
ให้หยุดและขอรหัสที่ถูกต้องทันที
หากหน้าจอแจ้งในลักษณะ:
หรือไม่ยอมรับ PUK อีกต่อไป อาจหมายความว่า SIM ถูกล็อกจนไม่สามารถแก้ด้วย PUK ได้แล้ว
Apple ระบุว่าหากปลดล็อก SIM/eSIM ด้วย SIM PIN หรือ PUK ไม่ได้ หรือระบบแจ้งว่า PUK ถูกใช้จนหมด ให้ ขอ SIM หรือ eSIM ใหม่จากผู้ให้บริการ
ในกรณีนี้ควรติดต่อเครือข่ายทันที
โดยปกติเป้าหมายคือ ขอ SIM ใหม่โดยรักษาหมายเลขเดิม หากเงื่อนไขของผู้ให้บริการอนุญาต
การที่ SIM ถูกล็อกไม่ได้หมายความทันทีว่าหมายเลขโทรศัพท์ถูกยกเลิก
ปัญหาหลักคือ SIM/eSIM ไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อ:
จนกว่าจะปลดล็อกหรือเปลี่ยน SIM ตามขั้นตอนของผู้ให้บริการ
หากต้องเปลี่ยน SIM ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการใช้หมายเลขเดิม และยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขของเครือข่าย
โดยทั่วไป Wi-Fi ยังสามารถใช้งานได้ เพราะ Wi-Fi ไม่ได้ใช้ SIM สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ดังนั้นแม้ SIM ถูกล็อก คุณอาจยังสามารถ:
ได้ตามปกติ
แต่บริการที่ต้องใช้หมายเลขมือถือ เช่น:
อาจใช้งานไม่ได้จนกว่า SIM จะกลับมาทำงาน
ไม่ควร Factory Reset เพื่อแก้ PUK
เพราะ PUK เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของ SIM/eSIM ไม่ใช่รหัสหน้าจอของระบบ Android หรือ iPhone
การ Factory Reset อาจทำให้:
แต่ไม่ได้เป็นวิธีที่ควรใช้เพื่อขอหรือเดา PUK ของ SIM
ดังนั้นหากปัญหาคือ:
SIM Locked — Enter PUK
ให้แก้ที่ SIM และผู้ให้บริการเครือข่าย
ไม่ใช่รีเซ็ตโทรศัพท์
โดยทั่วไป ไม่
ถ้าตัว SIM ถูกล็อก แล้วนำ SIM เดิมไปใส่มือถืออีกเครื่อง สถานะล็อกของ SIM ไม่ได้หายไปเพียงเพราะเปลี่ยนโทรศัพท์
เครื่องใหม่อาจยังคงถามหา:
SIM PUK
อยู่เหมือนเดิม
นี่เป็นหลักฐานอีกอย่างว่า PUK เป็นเรื่องของ SIM ไม่ใช่ตัวโทรศัพท์
ไม่ควรคาดหวังว่าจะหาย
การ:
ไม่ได้สร้าง PUK ใหม่และไม่ได้ยกเลิกสถานะ SIM Lock
หาก SIM ถูกล็อกจนขอ PUK วิธีที่ถูกต้องคือ ใช้ PUK จริงจากผู้ให้บริการ
จำง่าย ๆ ดังนี้:
ล็อกโทรศัพท์และข้อมูลในเครื่อง
ล็อกการใช้งาน SIM/eSIM
ใช้ปลด SIM หลังจาก SIM PIN ถูกล็อก
ตัวอย่าง:
มือถือถาม PIN หลังเปิดหน้าจอ → อาจเป็น Screen PIN
ขึ้น SIM PIN → ใช้ SIM PIN
ขึ้น Enter PUK → ต้องใช้ PUK
ห้ามนำรหัสทั้งสามอย่างมาใส่แทนกัน
PUK เป็นข้อมูลรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ SIM ของคุณ
จึงไม่ควร:
หากต้องขอความช่วยเหลือ ควรติดต่อ ช่องทางอย่างเป็นทางการของผู้ให้บริการ
โดยเฉพาะเมื่อหมายเลขนั้นเชื่อมกับ:
ความปลอดภัยของหมายเลขโทรศัพท์มีความสำคัญมาก
ขึ้นอยู่กับความต้องการด้านความปลอดภัย
SIM PIN ช่วยเพิ่มการป้องกันกรณีมีคนถอด SIM ของคุณไปใช้อุปกรณ์อื่น Apple ระบุว่า SIM PIN สามารถใช้ล็อก SIM/eSIM สำหรับการโทรและ Cellular Data ได้
แต่หากเปิดใช้งาน คุณต้องจำ SIM PIN ให้ได้
หากมักลืมรหัส ควรจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยและแยกให้ชัดว่า:
โดยไม่ควรจดรหัสไว้บนตัวเครื่องหรือในที่ที่คนอื่นเห็นง่าย
PUK ของ SIM โดยทั่วไปพบในรูปแบบ 8 หลัก และเอกสาร Xiaomi ระบุ PUK1 เป็นรหัส 8 หลัก
อย่างไรก็ตามควรใช้รหัสที่ผู้ให้บริการของ SIM ยืนยันให้เท่านั้น
อย่าคาดหวังว่าจะสามารถเปิดเมนูในโทรศัพท์แล้วดู PUK ได้โดยตรง เพราะ PUK เป็นข้อมูลของ SIM/ผู้ให้บริการ
ให้ตรวจสอบช่องทางอย่างเป็นทางการของเครือข่าย
อย่าเดา ติดต่อผู้ให้บริการของ SIM แล้วขอ PUK หลังยืนยันตัวตน
PUK เกี่ยวข้องกับ SIM ไม่ได้เป็น Master Code สำหรับปลดล็อกมือถือทุกเครื่อง
ไม่ได้ PUK ใช้สำหรับ SIM ไม่ใช่ PIN/Password/Pattern ของหน้าจอ
อาจต้องขอ SIM/eSIM ใหม่ Apple แนะนำให้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเปลี่ยน SIM เมื่อไม่สามารถปลดล็อกด้วย PUK ได้หรือความพยายามใช้ PUK หมด
ถ้ามือถือขึ้น Enter PUK หรือ PUK Required ให้ทำตามลำดับนี้:
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ Factory Reset มือถือ เปลี่ยนมือถือ ทดลอง PUK จากอินเทอร์เน็ต หรือเดาตัวเลขไปเรื่อย ๆ เพราะไม่ได้แก้ต้นเหตุและอาจทำให้ SIM ถูกล็อกถาวร
Apple ระบุชัดว่าหากไม่ทราบ SIM PIN หรือ PUK ไม่ควรเดา แต่ควรติดต่อผู้ให้บริการที่ออก SIM/eSIM โดยตรง และหากปลดล็อกไม่ได้อาจต้องเปลี่ยน SIM/eSIM ใหม่
สำหรับผู้อ่าน comsiam หากเห็นคำว่า PUK บนหน้าจอ ให้จำง่าย ๆ ว่า “หยุดกด แล้วติดต่อเครือข่าย” วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการทดลองรหัสด้วยตัวเองมาก
comsiam แนะนำให้เก็บข้อมูลสำคัญของหมายเลขโทรศัพท์และช่องทางติดต่อผู้ให้บริการไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะเบอร์ที่ใช้รับ OTP หรือผูกกับ Mobile Banking เพราะหาก SIM ถูกล็อก การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสต้องเปลี่ยน SIM โดยไม่จำเป็น