Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือขึ้น กำลังดาวน์โหลดอัปเดต แต่เปอร์เซ็นต์ไม่ขยับ ดาวน์โหลดช้ามาก ค้างที่ 0% หรือ Download Update ไม่เสร็จ สามารถเกิดได้ทั้ง Android และ iPhone และไม่ได้หมายความว่าระบบมือถือเสียเสมอไป
สาเหตุที่ควรตรวจเป็นอันดับแรกคือ Wi-Fi ไม่เสถียร, พื้นที่จัดเก็บไม่พอ, ไฟล์ Update มีขนาดใหญ่, แบตเตอรี่ไม่พร้อม หรือไฟล์ Update ที่ดาวน์โหลดไว้มีปัญหา
Google ระบุว่า Android Update อาจมีขนาดใหญ่และใช้เวลาพอสมควร จึงแนะนำให้เชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 75% ก่อนอัปเดต หากการดาวน์โหลด Update เริ่มแล้วแต่ไม่เสร็จ Android สามารถพยายามดาวน์โหลดใหม่อีกครั้งโดยอัตโนมัติในช่วงวันถัดไปได้
สำหรับ iPhone Apple ระบุว่าเวลา Download ขึ้นอยู่กับ ขนาดของ Update และความเร็วอินเทอร์เน็ต พร้อมแนะนำให้ใช้ Wi-Fi และหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด Content อื่นพร้อมกัน
บทความนี้ comsiam จะพาแยกว่าอาการไหนคือ “กำลังดาวน์โหลดช้า” และอาการไหนมีแนวโน้มว่าค้างจริง พร้อมวิธีแก้โดยไม่ต้อง Factory Reset เครื่องทันที
ถ้าเปอร์เซ็นต์ยังเพิ่ม เช่น
10% → 11% → 12%
แม้จะช้ามาก แสดงว่าการดาวน์โหลดยังทำงานอยู่
แต่ถ้า
ควรเริ่มตรวจปัญหาเพิ่มเติม
Apple ระบุว่า Update อาจใช้เวลานานตามขนาดไฟล์และความเร็วอินเทอร์เน็ต ดังนั้น “ช้า” เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานว่า Update เสีย
ถ้า Update ค้างตอนกำลัง Download ยังไม่ควรรีบ
เพราะปัญหายังอยู่เพียงขั้น ดาวน์โหลดไฟล์ Update
ให้แก้
อินเทอร์เน็ต → พื้นที่ → แบตเตอรี่ → ไฟล์ Update
ก่อน
ถ้า Download ดูเหมือนหยุดจริง สามารถ Restart เครื่องแล้วกลับไปตรวจ Software Update ใหม่ได้
หลัง Restart ให้
Android สามารถตรวจสถานะ Update ได้จาก Settings และทำตามขั้นตอนที่ระบบแสดง
Android ทั่วไปเข้า
Settings > System > Software updates
หรือชื่อใกล้เคียงตามผู้ผลิต
Google ระบุว่าสามารถเปิด Settings > System > Software updates เพื่อตรวจสถานะ Update และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอได้
ใน Pixel อาจแสดงชื่อเมนูแตกต่างเล็กน้อย
Google ระบุว่า Android Updates สามารถมีขนาดใหญ่และใช้เวลาได้ จึงแนะนำให้ เชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อน Update
หากกำลังใช้ Wi-Fi ที่
ให้ย้ายไปจุดที่สัญญาณดีขึ้นหรือใช้เครือข่าย Wi-Fi อื่นที่เชื่อถือได้
Google แนะนำให้ชาร์จ Android ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 75% ก่อนเริ่ม Update
เพื่อความสะดวกสามารถเสียบชาร์จไว้ระหว่างดาวน์โหลด
โดยเฉพาะ Update ขนาดใหญ่ที่ใช้เวลานาน
จุดนี้ผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้
Google ระบุว่า หาก Update เริ่ม Download แล้วไม่เสร็จ อุปกรณ์สามารถ พยายามดาวน์โหลดใหม่อัตโนมัติในช่วงวันถัด ๆ ไป และจะแจ้ง Notification เมื่อมีการลองใหม่
ดังนั้น Download Fail หนึ่งครั้งไม่ได้หมายความว่าต้อง Factory Reset
หากขึ้น
Downloading update 0%
เป็นเวลานาน ให้ทดสอบอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีง่าย ๆ
หากอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ Update ก็ไม่สามารถ Download ต่อได้ตามปกติ
Google ระบุว่าสามารถเปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi ผ่าน Settings > Network & internet > Internet ได้
Android สามารถตัดการเชื่อมต่อ Wi-Fi และเชื่อมใหม่ผ่านหน้า Internet Settings ได้
หาก Update ค้างเพราะ Connection ชั่วคราว ให้ลอง
ไม่ต้อง Factory Reset เครื่อง
ถ้ามี Wi-Fi อื่นที่เชื่อถือได้ สามารถทดลองเปลี่ยน Network
โดยเฉพาะหาก Wi-Fi เดิม
ถ้าเปลี่ยน Wi-Fi แล้ว Download เดินทันที แสดงว่าต้นเหตุมีแนวโน้มอยู่ที่ Network เดิม
System Update อาจมีไฟล์ขนาดใหญ่
ควรใช้เครือข่ายที่ไว้ใจได้และสามารถเชื่อมต่อได้นาน
เพราะ Google เองแนะนำให้ใช้ Wi-Fi สำหรับ Android Update เนื่องจาก Update สามารถมีขนาดใหญ่และใช้เวลาได้
หาก Storage เหลือน้อยมาก การ Download หรือเตรียม Update อาจมีปัญหา
เข้า
Settings > Storage
แล้วตรวจพื้นที่ว่าง
ถ้าเครื่องใกล้เต็ม ให้เริ่มจากจัดการ
ควรหลีกเลี่ยงการลบรูปสำคัญที่ยังไม่มี Backup
ควรมีพื้นที่สำรองไว้มากกว่าการดูเพียงขนาด Download
เพราะระหว่าง Update ระบบอาจต้องใช้ Storage สำหรับ
ดังนั้นเครื่องที่เหลือพื้นที่เพียงเล็กน้อยควรเคลียร์ Storage ก่อนลองอีกครั้ง
หากระบบขึ้น Check for update แต่ไม่พบเวอร์ชันที่คนอื่นกำลัง Download อยู่ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเครื่องเสีย
การปล่อย Android Update สามารถขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการเครือข่าย ตามเอกสาร Android Help ของ Google
ดังนั้นอย่าดาวน์โหลด Firmware จากเว็บสุ่มเพียงเพราะ OTA ของเครื่องยังไม่พร้อม
เข้า
Settings > General > Software Update
ถ้ามี Update ระบบจะแสดงเวอร์ชันและตัวเลือกดาวน์โหลด/ติดตั้ง
Apple ระบุเส้นทางนี้เป็นวิธีตรวจและติดตั้ง iOS Update แบบ Manual
ถ้า Download ยังมีความคืบหน้า ควรรอก่อน
Apple ระบุว่าเวลา Download ขึ้นอยู่กับ
และผู้ใช้ยังสามารถใช้อุปกรณ์ระหว่างช่วง Download ได้
ดังนั้น Update ใหญ่บนอินเทอร์เน็ตช้าอาจใช้เวลานานโดยที่ระบบไม่ได้เสีย
ถ้า Download iOS ช้ามาก Apple แนะนำให้
เชื่อมต่อ Wi-Fi
และ
หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด Content อื่นในเวลาเดียวกัน
หากกำลัง Download เกมหรือวิดีโอขนาดใหญ่ ให้หยุดงานเหล่านั้นชั่วคราวแล้วปล่อย Software Update ทำงาน
ขณะ iPhone กำลังดาวน์โหลด Update ควรลดกิจกรรมที่ใช้ Bandwidth สูง เช่น
Apple แนะนำโดยตรงให้หลีกเลี่ยงการ Download Content อื่นพร้อม Update เพื่อช่วยให้ Download เร็วขึ้น
Apple ระบุว่าระหว่าง Update อาจพบข้อความ เช่น
Unable to Download
รวมถึงข้อความที่แจ้งว่าอุปกรณ์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ Update ต้องใช้ Wi-Fi Network
ให้แก้ Network ก่อน
ไม่จำเป็นต้อง Erase iPhone
หากขึ้น
Unable to Check for Update
หรือไม่สามารถ Verify/Download Update ได้ Apple แนะนำให้ลอง Update ผ่าน Network เดิมอีกครั้งก่อน หากยังไม่ได้ให้ลอง อีก Wi-Fi Network
นี่เป็นขั้นตอนที่ควรทำก่อนลบไฟล์ Update
ลำดับที่เหมาะคือ
Wi-Fi A → ลอง Update
ถ้ายัง Error
Wi-Fi B → ลอง Update
Apple ระบุว่าหากยังพบ Error หลังใช้ Network เดิม ให้ทดลอง Network อื่น หรือใช้คอมพิวเตอร์อัปเดตแทน
Apple ระบุว่า iPhone ต้องมี Storage เพียงพอสำหรับดาวน์โหลด Update
ตรวจที่
Settings > General > iPhone Storage
ถ้าพื้นที่เหลือน้อย ให้จัดการก่อน
Apple แนะนำตัวเลือก
Offload Unused Apps
จากหน้า iPhone Storage เมื่อต้องการเพิ่มพื้นที่สำหรับ Update
ข้อดีคือช่วยคืนพื้นที่จากแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลบรูปหรือวิดีโอสำคัญ
ถ้าลอง Network และพื้นที่แล้วแต่ Update ยัง Download/Install ไม่สำเร็จ Apple มีวิธีลบ Package เดิมแล้วดาวน์โหลดใหม่
เข้า
Settings > General > iPhone Storage
หา Update ในรายการ
แตะ
Delete Update
จากนั้นดาวน์โหลดใหม่
หลังลบไฟล์เดิมแล้ว เข้า
Settings > General > Software Update
แล้วเลือก Download Update อีกครั้ง
Apple ระบุขั้นตอน Delete Update และ Download ใหม่ไว้เป็นวิธีแก้เมื่อ Update ยังติดตั้งไม่สำเร็จ
วิธีนี้ไม่ได้ลบรูป Contacts หรือข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดในเครื่อง
Apple ระบุว่า หากไม่พบ Update ในรายการ Storage หรือยังเกิดปัญหาอีกหลัง Download ใหม่ ควรลอง Update อุปกรณ์ผ่าน Mac หรือคอมพิวเตอร์
ดังนั้นไม่ต้อง Factory Reset ก่อน
หาก OTA Download มีปัญหา Apple รองรับการ Update ผ่าน Finder บน Mac
ขั้นตอนหลักคือ
Apple ระบุขั้นตอนนี้อย่างเป็นทางการสำหรับ Mac ที่รองรับ Finder
Apple แนะนำให้ Backup อุปกรณ์ผ่าน iCloud หรือ Computer ก่อน Update ผ่าน Finder
โดยเฉพาะหากมือถือมีข้อมูลสำคัญ
ควรมี Backup ล่าสุดก่อนทำ System Update ใหญ่เสมอ
Apple ระบุว่า หากคอมพิวเตอร์กำลังใช้ Personal Hotspot จากอุปกรณ์ตัวเดียวกับที่ต้องการ Update ควรเปลี่ยนให้คอมพิวเตอร์ใช้ Wi-Fi หรือ Ethernet Network อื่นก่อน Update
เพราะ iPhone ต้องเป็นอุปกรณ์ที่กำลังถูกอัปเดต ไม่ควรเป็นแหล่งอินเทอร์เน็ตหลักของคอมพิวเตอร์ในขั้นตอนเดียวกัน
บทความนี้เน้นช่วง
Downloading Update
ถ้า Download 100% แล้วและเครื่องเข้าสู่
นั่นเป็นอีกช่วงของกระบวนการ
อย่าใช้วิธี Delete Download หรือปิดเครื่องแบบสุ่มในขณะที่ระบบกำลังติดตั้งจริง
Apple ระบุว่า Progress Bar ในช่วง Installation สามารถเคลื่อนช้า และเวลาขึ้นอยู่กับขนาด Update และจำนวนไฟล์ในอุปกรณ์
หาก Download เสร็จแล้วและเข้าสู่ Installation Apple แนะนำให้ต่อเครื่องกับแหล่งพลังงาน และระบุว่า Progress Bar สามารถดูเหมือนเคลื่อนช้าได้
ดังนั้นต้องแยก
Download ไม่เดิน
กับ
Install กำลังทำงาน
ให้ถูกก่อนแก้
Google ระบุว่า Android สามารถลองดาวน์โหลด Update ใหม่โดยอัตโนมัติในช่วงวันถัดไปเมื่อ Download รอบเดิมไม่เสร็จ
ดังนั้นหาก
ให้กลับมาตรวจหลัง Connection ปกติก่อน
ให้ตรวจตามลำดับ
1. Restart เครื่อง
2. ต่อ Wi-Fi ที่เสถียร
3. ชาร์จแบตให้เพียงพอ
4. ตรวจ Storage
5. เปิด Software Update ใหม่
6. ลอง Wi-Fi อื่น
7. ตรวจว่ารุ่นเครื่องยังรองรับ Update หรือไม่
8. ตรวจช่องทาง Support ของผู้ผลิต
Google ระบุว่ากำหนดการ Update สามารถแตกต่างตามอุปกรณ์ ผู้ผลิต และ Carrier ดังนั้นปัญหาบางกรณีต้องตรวจข้อมูลจากผู้ผลิตของมือถือรุ่นนั้นโดยตรง
ใช้ลำดับนี้
1. Restart
2. ต่อ Wi-Fi
3. เสียบชาร์จ
4. ตรวจ iPhone Storage
5. หยุด Download อื่น
6. ลอง Wi-Fi อื่น
7. Delete Update
8. Download Update ใหม่
9. หากยังไม่ได้ ใช้ Mac/Computer Update
Apple แนะนำทั้งการเปลี่ยน Network, ลบ Update และ Download ใหม่ รวมถึง Update ผ่านคอมพิวเตอร์เมื่อ OTA ยังมีปัญหา
ไม่ควรเริ่มจาก Reset Network Settings ทันทีหากยังไม่ได้ลองวิธีง่ายกว่า
เริ่มจาก
ก่อน
เพราะการ Reset Network Settings อาจทำให้ต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อบางส่วนใหม่ และไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกกรณี
Android แต่ละยี่ห้อมีระบบ Update แตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้คำแนะนำประเภท
“Clear Data ของ System App ตัวนี้ได้ทุก Android”
แบบเหมารวม
การลบ Data ของ System Apps โดยไม่ทราบหน้าที่อาจสร้างปัญหาอื่นได้
ให้เริ่มจากวิธีมาตรฐานที่ Googleรองรับก่อน ได้แก่ Wi-Fi, Battery, Software Update และรอให้ระบบลอง Download ใหม่หากรอบแรกไม่เสร็จ
ถ้า OTA Update ค้าง ไม่ควรแก้โดยการดาวน์โหลด Firmware ที่อ้างว่าเป็น
จากเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ผู้ผลิต
เพราะไฟล์ผิดรุ่นหรือกระบวนการไม่ถูกต้องอาจทำให้ระบบมีปัญหาหนักกว่าเดิม
ควรใช้ OTA หรือวิธีที่ผู้ผลิตรองรับสำหรับรุ่นนั้น
ควรพิจารณาติดต่อ Support ของผู้ผลิตเมื่อ
โดย Android Update Schedule และกระบวนการอัปเดตบางส่วนขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครือข่าย
ทำตามนี้ก่อน:
☑ Backup ข้อมูลสำคัญ
☑ Restart เครื่อง
☑ เชื่อม Wi-Fi
☑ ใช้ Wi-Fi ที่เสถียร
☑ เสียบชาร์จ
☑ ตรวจ Storage
☑ หยุด Download อื่น
☑ ลอง Network อื่น
☑ Android — รอระบบลอง Download ใหม่ถ้ารอบแรก Fail
☑ iPhone — Delete Update แล้ว Download ใหม่ถ้ายังค้าง
☑ iPhone — ใช้ Mac/Computer หาก OTA ยังไม่ได้
ขั้นตอนเหล่านี้ควรทำก่อนคิดถึง Factory Reset
เมื่อ Update ค้างช่วง Download หลีกเลี่ยงการ
แก้จากสาเหตุง่ายและปลอดภัยก่อนเสมอ
หาก มือถืออัปเดตค้างที่กำลังดาวน์โหลด ให้เริ่มจากแยกก่อนว่า Download เพียงช้าหรือหยุดจริง
สำหรับ Android Google ระบุว่า Updates สามารถมีขนาดใหญ่และใช้เวลาได้ จึงแนะนำให้ใช้ Wi-Fi และชาร์จแบตอย่างน้อยประมาณ 75% ก่อน Update และหาก Download เริ่มแล้วไม่เสร็จ ระบบสามารถพยายาม Download ใหม่อัตโนมัติในช่วงวันถัด ๆ ไปได้
ดังนั้น Android ให้ไล่
Restart → Wi-Fi → แบตเตอรี่ → Storage → Software Update → ลอง Network อื่น
ก่อนคิดถึงการล้างเครื่อง
สำหรับ iPhone Apple ระบุว่า Download Time ขึ้นอยู่กับ ขนาด Update และความเร็วอินเทอร์เน็ต แนะนำให้เชื่อม Wi-Fi และหยุด Download Content อื่นชั่วคราว หากติดต่อ Update Server ไม่ได้ให้ลอง Network อื่น
ถ้า iPhone ยัง Download/Install ไม่สำเร็จ สามารถเข้า
Settings > General > iPhone Storage > เลือก Update > Delete Update
แล้วกลับไป
Settings > General > Software Update
เพื่อ Download ใหม่ได้ หากยังมีปัญหา Apple แนะนำให้อัปเดตผ่าน Mac หรือคอมพิวเตอร์แทน
หลักที่ comsiam แนะนำคือ “อย่ารีบ Reset — เช็ก Wi-Fi → เช็กพื้นที่ → เสียบชาร์จ → ลองใหม่ → iPhone ค่อยลบไฟล์ Update → ใช้คอมถ้ายังไม่ได้”
และต้องแยกช่วง Downloading ออกจากช่วง Installing ให้ถูก เพราะหากระบบเข้าสู่ขั้นติดตั้งแล้ว Progress Bar เคลื่อนช้า Apple ระบุว่าอาจเป็นพฤติกรรมปกติตามขนาด Update และจำนวนไฟล์ในเครื่อง ไม่ควรบังคับปิดเครื่องเพียงเพราะรู้สึกว่าใช้เวลานาน