มือถืออัปเดตระบบไม่ได้ แก้อย่างไร? Android และ iPhone ดาวน์โหลดหรือติดตั้ง Update ไม่สำเร็จ

มือถือ อัปเดตระบบไม่ได้ เป็นปัญหาที่เกิดได้ทั้ง Android และ iPhone อาการอาจแตกต่างกัน เช่น กดอัปเดตแล้วไม่เริ่ม ดาวน์โหลดไม่สำเร็จ ค้างที่ Preparing Update ขึ้นพื้นที่ไม่พอ ตรวจหา Update ไม่เจอ หรือ Download เสร็จแล้วติดตั้งไม่ได้

สาเหตุหลักมักเกี่ยวข้องกับ พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ, Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตมีปัญหา, แบตเตอรี่ไม่พร้อม, Update ดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์, รุ่นมือถือไม่ได้รับเวอร์ชันนั้น หรือเครื่องติดต่อเซิร์ฟเวอร์อัปเดตไม่ได้

Google แนะนำให้ Android เชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 75% ก่อนอัปเดต พร้อมระบุว่ากำหนดการได้รับ Android Update แตกต่างกันตามอุปกรณ์ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการเครือข่าย

สำหรับ iPhone Apple ระบุว่าการอัปเดตต้องมี อุปกรณ์ที่รองรับ แหล่งจ่ายไฟ อินเทอร์เน็ต และพื้นที่ว่างเพียงพอ

บทความนี้ comsiam จะพาไล่แก้จากวิธีง่ายที่สุดก่อน เพื่อไม่ให้ต้อง Factory Reset มือถือโดยไม่จำเป็น

① Restart มือถือก่อนหนึ่งครั้ง

หากกด Update ไม่ได้หรือระบบทำงานผิดปกติ ให้เริ่มจาก Restart เครื่องก่อน

หลังเปิดเครื่องใหม่

  1. ต่อ Wi-Fi
  2. เสียบชาร์จ
  3. รอสักครู่
  4. เข้า Software Update ใหม่
  5. ตรวจ Update อีกครั้ง

ไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรก เพราะปัญหา Update จำนวนมากควรตรวจการเชื่อมต่อ Storage และไฟล์ Update ก่อน

② Android เช็ก Update ตรงไหน?

ใน Android ทั่วไป สามารถเข้า

Settings > System > Software update

จากนั้นดูสถานะ Update และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

Google ระบุเส้นทางนี้เป็นวิธีตรวจ Android Update ปัจจุบัน โดย Pixel บางรุ่นอาจแสดงชื่อเมนูว่า Software updates

มือถือแต่ละยี่ห้ออาจใช้ชื่อเมนูแตกต่างเล็กน้อย

③ เช็ก Android Version ปัจจุบันก่อน

เข้า

Settings > About phone > Android version

สามารถตรวจ

  • Android version
  • Android security update
  • Google Play system update
  • Build number

Google ระบุว่าสามารถดูข้อมูลเหล่านี้จาก Android Settings ได้

การรู้ Version ปัจจุบันช่วยแยกได้ว่าเครื่องเก่าจริง หรือเพียงยังไม่ได้รับ Update รอบล่าสุด

④ iPhone เช็ก Update ตรงไหน?

เข้า

Settings > General > Software Update

iPhone จะแสดง

  • iOS ที่ติดตั้งอยู่
  • Update ที่มีให้ดาวน์โหลด
  • ตัวเลือก Download and Install

Apple ระบุขั้นตอน Wireless Update ให้ Backup เครื่อง ต่อไฟ เชื่อม Wi-Fi แล้วเข้า Settings > General > Software Update

⑤ Backup ก่อนอัปเดตระบบ

ก่อนติดตั้ง System Update ขนาดใหญ่ ควรมี Backup ล่าสุด

Android

ตรวจ Google Backup รวมถึงข้อมูลสำคัญอย่างรูปและ Contacts

iPhone

Backup ผ่าน iCloud หรือคอมพิวเตอร์

Apple ระบุให้ Backup อุปกรณ์ก่อนเริ่มอัปเดต iPhone หรือ iPad

โดยเฉพาะมือถือที่มีข้อมูลสำคัญ ไม่ควรเริ่ม Update ครั้งใหญ่โดยไม่มี Backup เลย

⑥ เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร

Android และ iPhone Update สามารถมีขนาดใหญ่

Google แนะนำให้ Android เชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อน Update

ส่วน Apple ระบุว่าการดาวน์โหลด iOS ต้องใช้อินเทอร์เน็ต และความเร็วในการดาวน์โหลดขึ้นอยู่กับขนาด Update และความเร็วอินเทอร์เน็ต

หาก Wi-Fi หลุดบ่อย ให้ลองเครือข่ายอื่น

⑦ อย่าดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่พร้อมกับ Update

หากกำลัง Update iPhone แล้ว Download ช้ามาก Apple แนะนำให้เชื่อม Wi-Fi และหลีกเลี่ยงการ Download Content อื่นพร้อมกัน

ดังนั้นระหว่างอัปเดตควรหลีกเลี่ยง

  • Download เกมขนาดใหญ่
  • Download หนัง
  • Backup ไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน
  • ใช้เครือข่ายหนักจากหลายอุปกรณ์โดยไม่จำเป็น

เพื่อให้ Update มี Connection ที่เสถียรมากขึ้น

⑧ เสียบชาร์จก่อน Update

อย่าปล่อยแบตต่ำมากแล้วเริ่ม Update

Google แนะนำให้ชาร์จ Android อย่างน้อยประมาณ 75% ก่อน Update

Apple แนะนำให้ iPhone เชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟขณะอัปเดต

ถ้ากำลังติดตั้ง Update อยู่ ไม่ควรปล่อยเครื่องแบตหมด

⑨ พื้นที่มือถือไม่พอทำให้ Update ไม่ได้

นี่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมาก

Update ต้องใช้พื้นที่สำหรับ

  • ดาวน์โหลด Package
  • แตกไฟล์
  • เตรียมไฟล์ติดตั้ง
  • ติดตั้งระบบ

Apple ระบุโดยตรงว่าพื้นที่ไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ iPhone หรือ iPad ไม่สามารถ Update ได้

Android ก็มีระบบแจ้ง Not enough space available เมื่อ Storage ไม่เพียงพอสำหรับ Update

⑩ เช็กพื้นที่ Android

เข้า

Settings > Storage

ดูว่าพื้นที่เหลือน้อยมากหรือไม่

หากใกล้เต็ม ให้เริ่มจากจัดการ

  • Downloads
  • Videos ขนาดใหญ่
  • ไฟล์ซ้ำ
  • แอปที่ไม่ใช้
  • Offline files

Google มีเครื่องมือ Storage > Free up space สำหรับอุปกรณ์ Android ที่รองรับ

ควรเหลือพื้นที่มากกว่าขนาดไฟล์ Update เพียงเล็กน้อย เพราะระบบต้องใช้พื้นที่ระหว่างการติดตั้งด้วย

⑪ เช็กพื้นที่ iPhone

เข้า

Settings > General > iPhone Storage

หากพื้นที่ไม่พอ Apple แนะนำให้ใช้ Offload Unused Apps หรือจัดการแอปและข้อมูลที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มพื้นที่

Offload แตกต่างจากการลบข้อมูลทุกอย่างของแอป เพราะระบบออกแบบมาเพื่อช่วยคืนพื้นที่โดยยังรักษาข้อมูลส่วนตัวที่เกี่ยวข้องตามพฤติกรรมของฟังก์ชัน

⑫ iPhone ขอ Remove Apps Temporarily กดได้ไหม?

ระหว่าง Update หาก iPhone แจ้งว่าต้องนำแอปบางส่วนออกชั่วคราวเพื่อเพิ่มพื้นที่ Apple ระบุว่าสามารถแตะ Continue ได้

หลังติดตั้ง Update เสร็จ แอปที่ระบบนำออกชั่วคราวจะถูกติดตั้งกลับโดยอัตโนมัติ

หากไม่ต้องการใช้วิธีนี้ สามารถเลือก Cancel แล้วจัดพื้นที่ด้วยตนเองก่อน

⑬ Android ดาวน์โหลด Update ไม่สำเร็จ

Google ระบุว่า หาก Android เริ่ม Download Update แล้วไม่เสร็จ ระบบสามารถพยายาม Download ใหม่โดยอัตโนมัติในช่วงวันถัด ๆ ไป และจะแจ้งเตือนเมื่อมีการลองอีกครั้ง

ดังนั้นหาก Download Fail ครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset

ให้ตรวจ

  • Wi-Fi
  • แบตเตอรี่
  • Storage

แล้วลองใหม่

⑭ Android ไม่มี Update ทั้งที่คิดว่าควรมี

มือถือ Android แต่ละเครื่องไม่ได้รับ Update พร้อมกันทั้งหมด

Google ระบุว่า Update schedules vary by device, manufacturer, and mobile carrier

ดังนั้นมือถือรุ่นเดียวกันที่

  • คนละประเทศ
  • คนละผู้ให้บริการ
  • คนละ Variant
  • คนละผู้ผลิต

อาจได้รับ Update ต่างช่วงเวลาได้

⑮ Android รุ่นเก่าอาจไม่ได้ Android ใหม่ล่าสุด

Google ระบุว่าอุปกรณ์รุ่นเก่าบางรุ่นไม่สามารถใช้ Android เวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้

ดังนั้นหากกด Check for Update แล้วขึ้นว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุด อาจหมายถึง

เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ผู้ผลิตปล่อยสำหรับรุ่นนั้น

ไม่ได้หมายความว่าต้องได้ Android เวอร์ชันเดียวกับมือถือรุ่นใหม่

⑯ ติดต่อผู้ผลิตหาก Android ไม่มี Update

สำหรับ Android ที่ไม่ใช่ Pixel Google ระบุว่ากำหนดการ Update ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการ และแนะนำให้ติดต่อ Manufacturer หรือ Carrier เพื่อสอบถามข้อมูล

จึงไม่ควรดาวน์โหลด Firmware จากเว็บสุ่มเพียงเพราะ Update OTA ยังไม่มา

⑰ Android Security Update กับ Android Version ไม่เหมือนกัน

Android มีข้อมูล Update หลายประเภท เช่น

  • Android version
  • Android security update
  • Google Play system update

Google แสดงข้อมูลเหล่านี้แยกกันในหน้า Android Version

ดังนั้นเห็น Google Play System Update ใหม่ ไม่ได้หมายความว่า Android Major Version ต้องเปลี่ยนด้วย

⑱ Pixel Update ติดตั้งเบื้องหลังได้

Google ระบุว่า Pixel สามารถติดตั้ง Android Update ที่ดาวน์โหลดแล้วใน Background และ Update จะมีผลเมื่อ Restart เครื่องครั้งถัดไป

จึงอาจเห็นว่า Download เสร็จแล้วแต่ Version ยังไม่เปลี่ยน จนกว่าจะ Restart ตามขั้นตอน

⑲ Android ยี่ห้ออื่นอาจ Restart ตอนติดตั้ง

Google ระบุว่า Android Phone และ Tablet จำนวนมากจะ Restart โดยอัตโนมัติระหว่างติดตั้ง Update และ Update จะเริ่มใช้งานเมื่อ Installation เสร็จ

ดังนั้นอย่าปิดเครื่องหรือพยายาม Interrupt ขณะกำลังติดตั้งโดยไม่มีเหตุจำเป็น

⑳ iPhone ขึ้น Unable to Check for Update

ถ้า iPhone แสดงข้อความลักษณะ

Unable to Check for Update

Apple ระบุว่าสาเหตุหนึ่งคือเครื่องไม่สามารถติดต่อ Update Server หรืออินเทอร์เน็ตได้

ให้ลอง

  1. ตรวจ Wi-Fi
  2. กด Check ใหม่
  3. ลอง Wi-Fi อีกเครือข่าย
  4. หากยังไม่ได้ ให้พิจารณา Update ผ่านคอมพิวเตอร์

㉑ iPhone ขึ้น Unable to Download

Apple ระบุตัวอย่างข้อความ Error เช่น

Unable to Download

หรือแจ้งว่าต้องใช้ Wi-Fi Network เพื่อ Download Update

กรณีนี้ควรแก้ Connection ก่อน ไม่ใช่ Factory Reset เครื่อง

㉒ ลองเปลี่ยน Wi-Fi

ถ้า iPhone ติดต่อ Update Server ไม่ได้ Apple แนะนำให้ลอง Update ผ่าน Network เดิมอีกครั้ง และหากยังไม่ได้ให้เปลี่ยนไปใช้อีก Network หนึ่ง

ดังนั้นสามารถทดลอง

Wi-Fi บ้าน → Wi-Fi อีกเครือข่ายที่เชื่อถือได้

ก่อนลบ Update หรือใช้คอมพิวเตอร์

㉓ VPN หรือ Proxy อาจรบกวนการ Update iPhone

Apple ระบุว่า VPN หรือ Proxy connections อาจทำให้อุปกรณ์ติดต่อ Update Servers ไม่ได้

หากเปิด VPN อยู่และ Update มีปัญหา ให้ลองปิดชั่วคราวแล้วตรวจ Software Update ใหม่

แต่หากอุปกรณ์เป็นของบริษัทหรือโรงเรียน ไม่ควรลบ Profile หรือการตั้งค่าที่องค์กรจัดการเองโดยไม่ได้รับอนุญาต

㉔ iPhone Download Update เสีย สามารถลบแล้วโหลดใหม่ได้

Apple มีขั้นตอนอย่างเป็นทางการสำหรับกรณี Update ยังติดตั้งไม่ได้

เข้า

Settings > General > iPhone Storage

หาไฟล์ Update

แตะ

Delete Update

จากนั้นกลับไป

Settings > General > Software Update

แล้ว Download Update ใหม่

วิธีนี้เหมาะเมื่อ Package ที่ดาวน์โหลดเดิมมีปัญหา

㉕ ถ้าไม่เห็นไฟล์ Update ใน iPhone Storage

Apple ระบุว่า หากไม่เห็น Update ในรายการ Storage หรือปัญหายังคงเกิดซ้ำ ควรลอง Update ผ่าน Mac หรือคอมพิวเตอร์แทน

ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset ก่อนลองวิธีคอมพิวเตอร์

㉖ iPhone Update ผ่าน Mac ได้

หาก Update แบบ Wireless ไม่สำเร็จ Apple รองรับการ Update ผ่าน Finder บน Mac

ขั้นตอนหลักคือ

  1. Backup iPhone
  2. เชื่อม iPhone กับ Mac
  3. เปิด Finder
  4. เลือก iPhone
  5. เลือก General
  6. คลิก Check for Update
  7. คลิก Download and Update

Apple ระบุขั้นตอนนี้สำหรับ Mac ที่ใช้ macOS Catalina หรือใหม่กว่า

㉗ Windows ก็ Update iPhone ได้

Apple รองรับการ Update iPhone ผ่านคอมพิวเตอร์ Windows ตามเครื่องมือที่ระบบรองรับ เช่น Apple Devices หรือ iTunes ในระบบที่เกี่ยวข้อง

ควรอัปเดตซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันก่อน หากพบ Error ระหว่าง Update

㉘ ต่อ iPhone กับคอมแล้วไม่เจอเครื่อง

ถ้าใช้ Finder หรือเครื่องมือบนคอมแล้วไม่พบ iPhone ให้ตรวจ

  • ปลดล็อก iPhone
  • สาย USB
  • USB Port
  • Trust This Computer
  • Software บนคอมพิวเตอร์

Apple ระบุว่าหาก Mac ไม่รู้จักอุปกรณ์ ให้ปลดล็อกเครื่อง และใน Error บางประเภทควรตรวจ USB Connection ด้วย

㉙ เปลี่ยนสายหรือ USB Port ได้

หาก Update ผ่านคอมแล้วมี Error เกี่ยวกับ Connection Apple แนะนำให้ตรวจ USB Cable, USB Port และลอง Port หรือ Computer อื่นในบางกรณี

ควรใช้สายที่รองรับ Data Transfer และเชื่อถือได้

อย่าใช้สายที่ชาร์จได้แต่รับส่งข้อมูลไม่ได้แล้วสรุปว่า iPhone เสีย

㉚ โปรแกรม Security บนคอมอาจรบกวน iPhone Update

Apple ระบุว่า Third-party Security Software อาจขัดขวางการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และ Apple Servers ใน Error บางประเภท

หาก Update ผ่านคอมไม่ได้ซ้ำ ๆ ให้ตรวจ Software ดังกล่าวตามคำแนะนำของ Apple

ไม่ควรปิดระบบความปลอดภัยโดยไม่เข้าใจผลกระทบ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ขององค์กร

㉛ iPhone แถบ Update เดินช้ามาก ต้องรอไหม?

Apple ระบุว่า Progress Bar ระหว่างติดตั้งอาจดูเหมือนเคลื่อนช้า และระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาด Update และจำนวนไฟล์ในอุปกรณ์

ดังนั้นถ้า

  • ยังมี Progress
  • เครื่องไม่แสดง Error
  • เครื่องยังอยู่ในขั้นติดตั้งปกติ

ไม่ควร Force Restart เพียงเพราะแถบเดินช้า

㉜ เครื่องแบตหมดระหว่าง iPhone Update ทำอย่างไร?

Apple ระบุว่า หากเครื่องหมดพลังงานระหว่าง Update ให้เชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ แล้วเปิดเครื่องเพื่อให้ Update หรือ Restore ดำเนินต่อ

อย่าปล่อยแบตหมดซ้ำระหว่างขั้นตอนดังกล่าว

㉝ รุ่น iPhone ไม่รองรับ iOS ล่าสุด

Apple ระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่ไม่สามารถติดตั้ง iOS ล่าสุดได้คือ อุปกรณ์ไม่รองรับ Software ใหม่

หากไม่เห็น Update ให้ตรวจรุ่น iPhone และ Compatibility ของ iOS รุ่นนั้น

มือถือเก่าไม่ได้หมายความว่าเสีย แต่อาจสิ้นสุดการรองรับ Major Update แล้ว

㉞ Update ไม่ขึ้นทันทีในวันแรกเสมอไปหรือไม่?

สำหรับ Android การปล่อย Update ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการเครือข่าย

ดังนั้นอย่ารีบใช้ไฟล์ Firmware จากแหล่งอื่นเพียงเพราะเห็นผู้ใช้อีกประเทศหนึ่งได้รับ Update ก่อน

รอ OTA ที่ตรงกับรุ่นและภูมิภาคของอุปกรณ์จะปลอดภัยกว่า

㉟ อัปเดตแล้วค้างหน้าโลโก้ต้องแยกเป็นอีกปัญหา

หาก Download และ Installation ผ่านไปแล้ว แต่เครื่อง

  • ค้างโลโก้
  • Restart วน
  • เปิดไม่ถึง Home Screen

ปัญหานี้ไม่ใช่เพียง “ดาวน์โหลด Update ไม่ได้” แล้ว

สำหรับ iPhone Apple มีขั้นตอนแยกสำหรับกรณีเครื่อง Frozen หรือเปิดไม่ขึ้นหลัง Update

อย่า Factory Reset ทันทีหากยังมีข้อมูลที่ไม่มี Backup

㊱ ไม่ควร Downgrade แบบสุ่มเพื่อแก้ Update

หาก Update ล่าสุดมีปัญหา ไม่ควรดาวน์โหลด Firmware เก่าจากเว็บสุ่มแล้ว Flash เอง

Apple ระบุว่า Error บางชนิดอาจเกิดเมื่อพยายามติดตั้ง iOS เวอร์ชันเก่ากว่าที่ระบบอนุญาต หรือมีการดัดแปลง Software ที่ไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับ Android ก็ควรใช้ Update ที่ผู้ผลิตรองรับสำหรับรุ่นเครื่องนั้น

㊲ อย่า Factory Reset ถ้ายังไม่ได้ลองวิธีพื้นฐาน

ก่อนคิดถึง Factory Reset ควรผ่านขั้นตอนเหล่านี้ก่อน

☑ Restart

☑ ต่อ Wi-Fi ที่เสถียร

☑ เสียบชาร์จ

☑ ตรวจ Storage

☑ ตรวจ Software Update ใหม่

☑ ลอง Network อื่น

☑ ตรวจรุ่นว่าได้รับ Update หรือไม่

☑ iPhone ลบไฟล์ Update แล้ว Download ใหม่

☑ iPhone ลอง Update ผ่านคอมพิวเตอร์

Factory Reset ไม่ใช่วิธีมาตรฐานขั้นแรกสำหรับทุกกรณีที่ System Update ไม่สำเร็จ

㊳ วิธีแก้ Android อัปเดตไม่ได้แบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้

1. Backup ข้อมูลสำคัญ

2. Restart Android

3. ชาร์จแบตให้เพียงพอ

4. ต่อ Wi-Fi

5. เข้า Settings > System > Software update

6. ตรวจ Storage

7. เพิ่มพื้นที่หากเครื่องเต็ม

8. ลอง Check for Update อีกครั้ง

9. รอระบบลอง Download ใหม่หากรอบแรกไม่สำเร็จ

10. ตรวจว่ารุ่นยังได้รับ Update หรือไม่

11. ตรวจผู้ผลิต/ผู้ให้บริการหาก OTA ยังไม่มา

Google ระบุว่า Update สามารถมีขนาดใหญ่ จึงแนะนำ Wi-Fi และแบตอย่างน้อยประมาณ 75% และกำหนดการ Update แตกต่างกันตามรุ่น ผู้ผลิต และ Carrier

㊴ วิธีแก้ iPhone อัปเดตไม่ได้แบบเร็วที่สุด

ทำตามนี้

1. Backup iPhone

2. Restart

3. เสียบชาร์จ

4. เชื่อม Wi-Fi

5. Settings > General > Software Update

6. เช็ก iPhone Storage

7. เพิ่มพื้นที่

8. ปิด VPN/Proxy ชั่วคราวหากเกี่ยวข้อง

9. ลอง Wi-Fi อื่น

10. หากยังไม่ได้ ลบไฟล์ Update จาก iPhone Storage

11. Download Update ใหม่

12. หากยังไม่ได้ ใช้ Mac หรือ Windows Update

Apple ระบุแนวทางเหล่านี้สำหรับปัญหา Wireless Update ไม่สำเร็จ

㊵ สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อมือถืออัปเดตไม่ได้

หลีกเลี่ยงการ

  • Factory Reset ทันที
  • ปิดเครื่องกลาง Installation
  • ปล่อยแบตหมด
  • Flash Firmware จากเว็บสุ่ม
  • Downgrade เองโดยไม่ตรวจข้อจำกัด
  • ลบข้อมูลสำคัญโดยไม่มี Backup
  • Force Restart ขณะ Progress ยังทำงานปกติ
  • ติดตั้งไฟล์ Update ที่ไม่ตรงรุ่น
  • เชื่อว่าไม่เห็น Update แปลว่าเครื่องเสียเสมอ
  • ใช้ Wi-Fi ที่หลุดตลอดแล้วลองซ้ำไม่หยุด

ควรแก้ทีละสาเหตุเพื่อป้องกันปัญหารุนแรงกว่าเดิม

㊶ เมื่อไรควรติดต่อศูนย์บริการ?

ควรพิจารณาความช่วยเหลือจากผู้ผลิตหรือศูนย์บริการเมื่อ

  • Update Fail ซ้ำทุกครั้ง
  • เครื่อง Restart เองระหว่างติดตั้งซ้ำ ๆ
  • เครื่องไม่สามารถเปิดระบบได้หลัง Update
  • คอมพิวเตอร์ไม่สามารถ Update/Restore ได้
  • มี Error ด้าน Hardware
  • Storage หรือระบบผิดปกติอย่างชัดเจน

สำหรับ Android Google ระบุว่าการรองรับ Update ของอุปกรณ์อื่นขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและ Carrier

ส่วน Apple ระบุว่า Error บางหมายเลขระหว่าง Update/Restore อาจสัมพันธ์กับ Hardware และควรตรวจเพิ่มเติม

สรุป มือถืออัปเดตระบบไม่ได้ แก้อย่างไร?

หาก มือถืออัปเดตระบบไม่ได้ อย่าเริ่มด้วย Factory Reset

ให้ตรวจตามลำดับ

อินเทอร์เน็ต → แบตเตอรี่ → พื้นที่ → รุ่นที่รองรับ → ไฟล์ Update → วิธีติดตั้ง

สำหรับ Android เข้า

Settings > System > Software update

Google แนะนำให้ต่อ Wi-Fi และชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้ประมาณ 75% ก่อน Update และระบุว่าระยะเวลาการได้รับ Update แตกต่างตามอุปกรณ์ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการ

ถ้า Android Download Update ไม่เสร็จ ระบบสามารถลองใหม่ในช่วงวันถัด ๆ ไปได้ จึงไม่จำเป็นต้อง Factory Reset หลังการ Download Fail ครั้งแรก

สำหรับ iPhone เข้า

Settings > General > Software Update

Apple ระบุว่าสาเหตุหลักที่ Update ไม่ได้ ได้แก่ รุ่นไม่รองรับ พื้นที่ไม่พอ ดาวน์โหลดช้า ติดต่อ Update Server ไม่ได้ หรือ Installation ไม่เสร็จ

ถ้า iPhone ยังติดตั้งไม่ได้ สามารถเข้า Settings > General > iPhone Storage ลบไฟล์ Update แล้ว Download ใหม่ และหากยังเกิดปัญหา สามารถ Update ผ่าน Mac หรือ Windows ได้

หลักที่ comsiam แนะนำให้จำคือ “Backup → Restart → Wi-Fi → ชาร์จ → เช็กพื้นที่ → Download ใหม่ → ใช้คอมพิวเตอร์ถ้าจำเป็น”

และหากระบบกำลังติดตั้ง Update อยู่จริง อย่ารีบปิดเครื่องหรือบังคับ Restart เพียงเพราะ Progress Bar เคลื่อนช้า เพราะขั้นตอนติดตั้งอาจใช้เวลาตามขนาด Update และจำนวนข้อมูลในเครื่องได้