มือถือเครื่องใหม่ไม่พบข้อมูลสำรองของเครื่องเก่า แก้อย่างไร? เช็ก Google Backup และ iCloud Backup ก่อนรีเซ็ตซ้ำ

ซื้อมือถือเครื่องใหม่หรือเพิ่ง Factory Reset แล้วเข้าสู่ขั้นตอนกู้คืนข้อมูล แต่กลับขึ้นว่า ไม่พบข้อมูลสำรอง, No backup found, Backup ไม่แสดง หรือไม่มี Backup ของเครื่องเก่าให้เลือก อย่าเพิ่งรีเซ็ตเครื่องใหม่ซ้ำทันที เพราะสาเหตุอาจเกิดจากใช้ Google Account หรือ Apple Account ผิดบัญชี ข้ามขั้นตอน Restore ไปแล้ว Backup เก่าไม่พร้อมใช้งาน หรือกำลังดูข้อมูลคนละประเภทกับที่เคยสำรองไว้

สำหรับ Android Google ระบุว่า หากไม่มีเครื่องเก่าอยู่แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถ Restore Android Backup ได้โดยใช้ Google Account และรหัสผ่านเดิม จากนั้นเลือกรายการ Backup ระหว่างขั้นตอนตั้งค่าเครื่องใหม่ ส่วนข้อมูลบางประเภท เช่น App Data, Settings และ Messages อาจต้อง Restore ในช่วง Setup ของอุปกรณ์ (support.google.com) (support.google.com)

สำหรับ iPhone หาก iCloud Backup ที่ต้องการไม่ปรากฏ Apple แนะนำให้ตรวจว่ามี Backup อยู่จริง กด Show All Backups เพื่อดูรายการเพิ่มเติม และทดลองใช้ Wi-Fi เครือข่ายอื่นหากจำเป็น (support.apple.com)

บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละจุดว่า Backup เครื่องเก่าหายไปไหน และควรแก้อย่างไรก่อนตัดสินใจ Factory Reset เครื่องใหม่อีกรอบ

① อย่าเพิ่ง Factory Reset เครื่องใหม่ทันที

หาก Setup เครื่องใหม่แล้วไม่พบ Backup สิ่งแรกคือ หยุดก่อน

อย่าเพิ่ง

  • Factory Reset ซ้ำ
  • ลบ Google Account
  • Sign out Apple Account
  • ลบ Backup เก่า
  • ล้างมือถือเครื่องเก่า
  • Format SD Card
  • ลบรูปหรือไฟล์จาก Cloud

เพราะปัญหาอาจแก้ได้เพียงเปลี่ยนบัญชี ตรวจ Backup หรือกลับเข้าสู่ขั้นตอน Restore ที่ถูกต้อง

หากมือถือเครื่องเก่ายังอยู่ ควรเก็บไว้จนกว่าข้อมูลสำคัญจะมาอยู่ในเครื่องใหม่ครบ

② เช็กก่อนว่าเป็น Android หรือ iPhone Backup

ระบบ Backup ของ Android และ iPhone ทำงานต่างกัน

Android

มักเกี่ยวข้องกับ

  • Google Backup
  • Google One
  • Google Photos
  • Google Contacts
  • Backup ของผู้ผลิต

iPhone

มักเกี่ยวข้องกับ

  • iCloud Backup
  • iCloud Photos
  • iCloud Drive
  • Backup บน Mac
  • Backup บน Windows

ดังนั้นต้องแก้ตามระบบของเครื่อง ไม่ควรใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด

③ Android ให้ตรวจ Google Account ก่อนเป็นอันดับแรก

หากเครื่องใหม่เป็น Android ให้ตรวจว่า Sign in ด้วย Google Account เดียวกับเครื่องเก่า หรือไม่

Google ระบุว่า หากไม่มีมือถือเครื่องเดิม คุณต้องทราบ Google Account และ Password เดิมเพื่อ Restore Backup บนเครื่องใหม่ (support.google.com)

หากมี Gmail หลายบัญชี เช่น

  • Gmail ส่วนตัว
  • Gmail ทำงาน
  • Gmail เก่า

ให้ตรวจทีละบัญชี

Backup ของเครื่องเก่าอาจอยู่ในบัญชีอื่น ไม่ใช่บัญชีที่กำลังใช้ Setup

④ อย่าดูแค่ Email ที่คล้ายกัน

บางคนมีบัญชีลักษณะใกล้กัน เช่น

name123@gmail.com

กับ

name.123@gmail.com

หรือมีบัญชี Google หลายบัญชีที่ใช้รูปโปรไฟล์เดียวกัน

ควรตรวจ Email แบบเต็ม ๆ และดูว่าบัญชีใดเคยใช้กับ

  • Google Backup
  • Google Photos
  • Contacts
  • Play Store

บนมือถือเครื่องเก่า

⑤ ถ้าเครื่องเก่ายังเปิดได้ ให้ดู Backup จากเครื่องเก่า

หาก Android เครื่องเก่ายังใช้งานได้ ให้เข้าโดยทั่วไปที่

Settings > Google > All services > Backup

จากนั้นดูว่า Backup เปิดอยู่และข้อมูลล่าสุดถูกสำรองหรือไม่ Google ระบุเส้นทาง Backup ปัจจุบันผ่าน Settings > Google > All services > Backup บนอุปกรณ์ที่รองรับ (support.google.com)

ถ้า Backup ยังไม่ล่าสุด ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi และกด Backup ก่อนเริ่มย้ายใหม่

⑥ Backup เปิดอยู่ไม่ได้หมายความว่า Backup ล่าสุดสมบูรณ์เสมอไป

ควรตรวจ

  • Backup ล่าสุดเมื่อไร
  • ข้อมูล Device ถูก Backup หรือไม่
  • Google Account ใดใช้เก็บ Backup
  • มี Error หรือไม่

อย่าดูเพียงว่าปุ่ม

Backup by Google One

เปิดอยู่

แล้วคิดว่า Backup ล่าสุดต้องพร้อม Restore แน่นอน

⑦ Android เครื่องใหม่ต้องเลือก Restore ระหว่าง Setup

Google ระบุขั้นตอน Restore Android Backup ว่าให้

  1. เปิดเครื่องใหม่
  2. เริ่ม Device Setup
  3. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  4. Sign in Google Account เดิม
  5. เลือก Backup ที่ต้องการ
  6. เลือก Apps และ Data ที่ต้องการ Restore (support.google.com)

ดังนั้นถ้าข้ามหน้าการ Restore ไป อาจไม่เห็นข้อมูลบางประเภทในภายหลัง

⑧ ตั้ง Android เสร็จแล้วแต่ลืม Restore ทำอย่างไร?

ข้อมูลบางประเภทสามารถ Sync หรือ Copy เพิ่มภายหลังได้

เช่น

  • Google Photos
  • Contacts
  • Calendar
  • Google Drive
  • Files บางประเภท

แต่ Google ระบุว่า App Data, Settings Data และ Messages บางส่วนสามารถ Restore ได้เฉพาะตอน Setup อุปกรณ์ หากต้องการข้อมูลเหล่านี้ อาจจำเป็นต้อง Factory Reset แล้วทำ Setup ใหม่ (support.google.com)

ก่อน Reset รอบใหม่ ต้อง Backup ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งสร้างในเครื่องปัจจุบันก่อน

⑨ อย่า Factory Reset รอบสองโดยไม่ Backup ข้อมูลใหม่

สมมติตั้งเครื่องใหม่ไปแล้ว 3 วัน ก่อนพบว่า Backup เก่าไม่ได้ถูก Restore

ใน 3 วันนั้นอาจมี

  • รูปใหม่
  • Contacts ใหม่
  • Messages ใหม่
  • Notes ใหม่
  • ดาวน์โหลดใหม่
  • App Data ใหม่

หาก Factory Reset ทันที ข้อมูลเหล่านั้นอาจหาย

ดังนั้นต้องสร้าง Backup ของข้อมูลปัจจุบันก่อนเสมอ

⑩ Android Backup เก่าอาจหมดอายุได้

จุดนี้สำคัญมาก

Google One ระบุว่า หากอุปกรณ์ไม่ได้ถูกใช้งานเกิน 57 วัน Backup ของอุปกรณ์นั้นจะไม่พร้อมใช้งานอีกต่อไป และหากปิด Backup บนอุปกรณ์ Backup นั้นก็ถูกลบได้เช่นกัน (support.google.com)

ดังนั้นหากมือถือเก่าเสียหรือไม่ได้เปิดใช้งานมาหลายเดือน Backup เก่าอาจไม่ได้ถูกเก็บไว้ตลอดไป

⑪ Google Photos ไม่เหมือน Device Backup

ถ้า Device Backup ไม่แสดง อย่าเพิ่งคิดว่ารูปหายด้วย

เปิด

Google Photos

แล้ว Sign in Google Account เดิม

รูปและวิดีโอที่เคย Backup ผ่าน Google Photos สามารถอยู่ใน Cloud แยกจาก Device Backup

Google แนะนำให้ตรวจ Google Photos และ Google Drive แยกสำหรับรูป วิดีโอ และไฟล์เมื่อย้ายไป Android เครื่องใหม่ (support.google.com)

⑫ Contacts ก็อาจกลับมาแม้ Device Backup หาไม่เจอ

หาก Contacts เคยบันทึกใน Google Account เมื่อ Sign in บัญชีเดิมบน Android เครื่องใหม่ รายชื่อสามารถ Sync กลับมาได้ Google ระบุว่า Contacts ที่ Save ใน Google Account สามารถแสดงบนเครื่องใหม่หลัง Sign in (support.google.com)

ดังนั้นให้ตรวจ

Google Contacts

แยกจาก Device Backup

⑬ Calendar ก็ตรวจแยกได้

หากใช้ Google Calendar อยู่แล้ว Event สามารถ Sync กลับจาก Google Account หลัง Login เครื่องใหม่ได้ โดยไม่ต้องพึ่ง Device Backup ทุกอย่าง (support.google.com)

จึงควรแยกข้อมูลเป็นหมวด

Device Backup ไม่เจอ

ไม่ได้หมายความว่า

ข้อมูล Cloud ทุกอย่างหาย

⑭ Documents และ Downloads อาจไม่อยู่ใน Device Backup

ไฟล์ที่เก็บเอง เช่น

  • PDF
  • Word
  • Excel
  • ZIP
  • Downloads
  • Folder งาน

ควรตรวจ

  • Google Drive
  • Cloud อื่น
  • SD Card
  • Computer
  • มือถือเครื่องเก่า

Google แนะนำให้ใช้ Google Drive หรือการถ่ายโอนไฟล์ผ่านคอมพิวเตอร์เป็นทางเลือกสำหรับ Files และ Folders (support.google.com)

⑮ แอปกลับมาได้ แต่ข้อมูลในแอปอาจไม่ครบ

แม้พบ Backup และ Restore สำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่า App Data ทุกตัวจะกลับมาครบ

Google ระบุว่าไม่ใช่ทุกแอปที่รองรับการ Backup และ Restore ข้อมูลหรือการตั้งค่าทั้งหมด (support.google.com)

ดังนั้นแอปสำคัญควรตรวจ

  • Account
  • Cloud Sync
  • Backup ของแอป
  • Export
  • Transfer

แยกอีกครั้ง

⑯ Android ไม่มีเครื่องเก่าแล้วยัง Restore ได้ไหม?

ได้ หาก Backup ยังมีอยู่และจำ Google Account ได้

Google ระบุโดยตรงว่า หากไม่มีอุปกรณ์เครื่องเดิม สามารถเริ่มเครื่องใหม่ เชื่อมต่อ Wi-Fi Sign in Google Account และเลือก Backup ที่ต้องการ Restore ระหว่าง Setup ได้ (support.google.com)

เพื่อความปลอดภัย ระบบอาจขอ PIN, Pattern หรือ Password ของอุปกรณ์เครื่องเดิม

⑰ ถ้าจำ Google Password ไม่ได้ต้องแก้บัญชีก่อน

อย่า Factory Reset เครื่องเก่าหากยังเปิดได้และคุณยังไม่แน่ใจว่าเข้า Google Account ได้

ก่อนย้ายควรยืนยันว่า

  • จำ Email ได้
  • จำ Password ได้
  • มี Recovery Email/Phone
  • รับรหัสยืนยันได้

เพราะ Account เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเข้าถึง Backup

⑱ Android เครื่องใหม่หา Backup ไม่เจอ แต่เครื่องเก่ายังอยู่ ทำอย่างไร?

ให้ใช้แนวทางนี้

1. อย่าล้างเครื่องเก่า

2. ตรวจ Google Account ในเครื่องเก่า

3. เข้า Backup settings

4. กด Back up now หากจำเป็น

5. รอ Backup ให้เสร็จ

6. ตรวจ Google Photos

7. ตรวจ Contacts

8. จึงเริ่ม Setup/Transfer เครื่องใหม่อีกครั้ง

หากยังมีเครื่องเก่าอยู่ Direct Transfer ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งตามขั้นตอน Android Switch ของ Google (support.google.com)

⑲ iPhone เครื่องใหม่ไม่เห็น iCloud Backup ต้องทำอย่างไร?

หากอยู่ที่หน้า

Choose a Backup

แล้ว Backup ของ iPhone เครื่องเก่าไม่ขึ้น Apple แนะนำให้

  1. ยืนยันว่ามี Backup จริง
  2. ลอง Restore ผ่านเครือข่าย Wi-Fi อื่น
  3. แตะ Show All Backups เพื่อดู Backup เพิ่มเติมถ้ามี (support.apple.com)

อย่าเลือก Backup ที่ไม่แน่ใจเพียงเพราะเป็นรายการเดียวที่เห็น

⑳ iPhone ต้องใช้ Apple Account เดิม

iCloud Backup ผูกกับ Apple Account

ดังนั้นระหว่าง Restore ต้อง Sign in ด้วยบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ Backup เดิม

Apple ระบุว่าขั้น Restore จาก iCloud ให้ Sign in Apple Account แล้วเลือก Backup ตาม วันที่และขนาด ที่เกี่ยวข้องที่สุด (support.apple.com)

หากใช้บัญชีผิด Backup เดิมอาจไม่ปรากฏ

㉑ กด Show All Backups

ถ้าเห็น Backup เพียงรายการเดียวหรือไม่ใช่เครื่องที่ต้องการ ให้มองหาตัวเลือก

Show All Backups

Apple ระบุว่าหน้านี้ใช้ดู Backup เพิ่มเติมที่พร้อม Restore ได้ (support.apple.com)

ตรวจ

  • ชื่อเครื่อง
  • วันที่
  • ขนาด Backup

ก่อนเลือก

㉒ Backup วันที่เก่ากว่าข้อมูลที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่น

Backup ล่าสุดวันที่ 5 สิงหาคม

แต่ถ่ายรูปสำคัญวันที่ 8 สิงหาคม

หากรูปวันที่ 8 ไม่ได้ Sync ผ่าน iCloud Photos หรือ Cloud อื่น รูปดังกล่าวจะไม่อยู่ใน Backup วันที่ 5

ดังนั้นต้องดูวันที่ Backup ให้ละเอียด

Apple แนะนำให้ดู Date และ Size ของแต่ละ Backup แล้วเลือกชุดที่เกี่ยวข้องที่สุด (support.apple.com)

㉓ iPhone แจ้งว่าต้องใช้ Software ใหม่กว่า

หากเลือก Backup แล้ว iPhone แจ้งว่าต้องใช้ Software เวอร์ชันใหม่กว่า Apple ระบุให้ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอเพื่อ Update Software ก่อน Restore ต่อ (support.apple.com)

ดังนั้น Backup ไม่ทำงานในทันทีไม่ได้หมายความว่า Backup เสีย

อาจเป็นเรื่อง Software Version

㉔ เปลี่ยน Wi-Fi หาก iCloud Backup ไม่ขึ้น

Apple แนะนำให้ทดลอง อีกเครือข่าย Wi-Fi หาก Backup ที่ต้องการไม่ปรากฏหรือ Restore มี Error (support.apple.com)

จึงควรลองเครือข่ายที่เสถียรก่อน Erase หรือ Restore ซ้ำหลายครั้ง

㉕ iPhone ตั้งค่าเป็นเครื่องใหม่ไปแล้ว แต่ต้องการ Restore Backup เก่า

หาก Setup iPhone เสร็จแล้ว Apple ระบุว่าต้อง Erase All Content and Settings เพื่อกลับเข้าสู่ขั้นตอน Setup และเลือก

Transfer Your Apps & Data > From iCloud Backup (support.apple.com)

แต่ก่อน Erase ต้อง Backup ข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นบนเครื่องปัจจุบันก่อน

㉖ อย่ารอนานเกินไปหากตั้ง iPhone เป็นเครื่องใหม่แล้วต้องการ Backup เก่า

Apple เตือนว่า หากตั้งอุปกรณ์เป็นเครื่องใหม่และปล่อยให้ iCloud สร้าง Backup ใหม่ Backup ใหม่อาจเข้ามาแทน Backup เดิมในบางสถานการณ์ จึงควร Restore จาก Backup ที่ต้องการโดยเร็วเมื่อรู้ว่าตั้งค่าเครื่องผิดทาง (support.apple.com)

ก่อนล้างเครื่องใหม่ให้เก็บข้อมูลใหม่ที่เพิ่งสร้างไว้ก่อนเสมอ

㉗ iCloud Photos ไม่ได้อยู่ใน iCloud Backup แบบซ้ำเสมอไป

หากเปิด iCloud Photos รูปและวิดีโอจะ Sync ผ่าน iCloud Photos และไม่ได้อยู่ใน Nightly iCloud Backup ซ้ำตามรูปแบบการทำงานของ Apple (support.apple.com)

ดังนั้นหา Device Backup ไม่เจอไม่ได้แปลว่ารูปใน iCloud Photos หาย

หลัง Login Apple Account เดิม ให้ตรวจ Photos และ iCloud Photos แยก

㉘ iCloud Drive ก็ตรวจแยกจาก Device Backup

Apple ระบุว่าไฟล์ที่ Sync ผ่าน iCloud Drive ไม่ได้รวมซ้ำใน iCloud Backup เพราะข้อมูล Sync อยู่ใน iCloud อยู่แล้ว (support.apple.com)

ดังนั้นเปิด

Files > iCloud Drive

หรือตรวจ iCloud จากอุปกรณ์อื่น

ก่อนสรุปว่าเอกสารหาย

㉙ Contacts และ Calendar อาจ Sync กลับมาเอง

ข้อมูล Contacts และ Calendar ที่ใช้ iCloud สามารถ Sync กลับลงอุปกรณ์หลัง Account และ Restore ทำงาน Apple ระบุว่าหลัง Restore ข้อมูล Contacts และ Calendar ล่าสุดจาก iCloud จะถูกส่งกลับมายังอุปกรณ์ (support.apple.com)

ดังนั้นรายชื่อยังไม่ขึ้นในช่วงแรกอาจต้องตรวจ Account และ Sync ก่อน Restore ใหม่ทั้งหมด

㉚ Restore iPhone แล้วยังไม่เห็นข้อมูลครบ ให้ดูว่ายัง Restore อยู่หรือไม่

เข้า

Settings > [ชื่อ] > iCloud > iCloud Backup

หาก Restore ยังทำงาน Apple ระบุว่าจะมีข้อความว่าอุปกรณ์กำลังถูก Restore และจะ Backup อัตโนมัติเมื่อเสร็จ (support.apple.com)

ดังนั้นอย่าเริ่ม Restore รอบใหม่ในขณะที่รอบปัจจุบันยังทำงาน

㉛ iPhone มี Backup ในคอมพิวเตอร์หรือไม่?

ถ้า iCloud Backup ไม่พบ ให้ตรวจว่าเคย Backup ผ่าน

  • Finder บน Mac
  • Apple Devices บน Windows
  • iTunes ในระบบเก่า

หรือไม่

Apple รองรับการเลือก Restore Backup จากคอมพิวเตอร์ แล้วเลือก Backup ตามวันที่ที่ต้องการได้ (support.apple.com)

จึงควรตรวจคอมพิวเตอร์เก่าก่อนคิดว่าข้อมูลไม่มี Backup เลย

㉜ Android และ iPhone ต้องแยก Cloud Data จาก Device Backup

นี่เป็นหลักที่สำคัญมาก

Android

Device Backup ไม่เจอ
≠ Google Photos หาย
≠ Google Contacts หาย
≠ Google Drive หาย

iPhone

iCloud Backup ไม่เจอ
≠ iCloud Photos หาย
≠ iCloud Drive หาย
≠ iCloud Contacts หาย

ข้อมูลบางประเภท Sync แยกจาก Backup แบบเต็มเครื่อง จึงควรตรวจบริการนั้นโดยตรงก่อน

㉝ ถ้ามือถือเก่ายังอยู่ ให้ทำ Backup ใหม่ดีกว่าเดา

หากเครื่องเก่ายังใช้งานได้และ Backup เดิมไม่แสดง วิธีที่ปลอดภัยคือ

  • อย่าล้างเครื่องเก่า
  • ตรวจ Account
  • ต่อ Wi-Fi
  • สร้าง Backup ล่าสุด
  • ตรวจ Cloud สำคัญ
  • จึงเริ่ม Transfer ใหม่

โดยเฉพาะข้อมูลที่สร้างขึ้นใหม่ไม่ได้ เช่นรูปครอบครัว เอกสาร และ Contacts สำคัญ

㉞ ถ้าเครื่องเก่าเสียและ Backup ไม่เจอ

ให้ตรวจทุกแหล่งที่อาจมีสำเนา

Android

  • Google Photos
  • Google Contacts
  • Google Drive
  • Google Backup
  • SD Card
  • Computer
  • Cloud ของแอป

iPhone

  • iCloud Photos
  • iCloud Drive
  • iCloud Contacts
  • iCloud Backup
  • Computer Backup
  • Cloud ของแอป

อย่าพึ่ง Device Backup เพียงแหล่งเดียว

㉟ Backup ไม่เคยสร้างไว้ กู้ผ่าน Restore ได้ไหม?

หากไม่มี Backup และข้อมูลไม่เคย Sync ไป Cloud ระบบ Restore ไม่มีสำเนาให้ดึงกลับมา

การ Restore ไม่ได้สร้างข้อมูลย้อนหลังขึ้นมาเอง

ดังนั้นควรระวังบริการหรือโปรแกรมที่อ้างว่า

“หา Backup ที่ไม่มีอยู่ให้ได้ 100%”

เป้าหมายควรเป็นการตรวจหา สำเนาที่เคยมีอยู่จริง จากบัญชี Cloud เครื่องเก่า SD Card หรือคอมพิวเตอร์ก่อน

㊱ วิธีแก้ Android ไม่พบ Backup แบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้:

  1. ตรวจ Gmail ให้ถูกบัญชี
  2. ถ้าเครื่องเก่ายังอยู่ ตรวจ Settings > Google > Backup
  3. สร้าง Backup ล่าสุดถ้าจำเป็น
  4. เปิดเครื่องใหม่และทำ Setup
  5. เชื่อมต่อ Wi-Fi
  6. Sign in Google Account เดิม
  7. เลือกรายการ Backup
  8. เลือก Apps และ Data ที่ต้องการ
  9. ตรวจ Google Photos แยก
  10. ตรวจ Google Contacts
  11. ตรวจ Drive/Documents
  12. อย่าล้างเครื่องเก่าจนข้อมูลครบ

Google ระบุให้เลือก Backup และข้อมูลที่ต้องการระหว่าง Setup เครื่องใหม่ และข้อมูลบางประเภทต้อง Restore ในช่วง Setup โดยเฉพาะ (support.google.com) (support.google.com)

㊲ วิธีแก้ iPhone ไม่พบ Backup แบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้:

  1. ตรวจ Apple Account
  2. ตรวจว่ามี iCloud Backup จริง
  3. กด Show All Backups
  4. ดูวันที่และขนาด Backup
  5. ลอง Wi-Fi อีกเครือข่าย
  6. Update Software หากระบบร้องขอ
  7. ตรวจ iCloud Photos
  8. ตรวจ iCloud Drive
  9. ตรวจ Computer Backup
  10. หาก Setup เสร็จแล้วและต้อง Restore แบบเต็มเครื่อง ให้ Backup ข้อมูลใหม่ก่อน Erase

Apple แนะนำให้ยืนยันว่า Backup มีอยู่ ทดลองอีก Network และใช้ Show All Backups หาก Backup ที่ต้องการไม่ปรากฏ (support.apple.com)

㊳ สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อหา Backup ไม่เจอ

หลีกเลี่ยงการ

  • Factory Reset ซ้ำทันที
  • ล้างมือถือเครื่องเก่า
  • ลบ Google Account
  • Sign out Apple Account
  • ลบ Backup เก่าแบบสุ่ม
  • ลบ Google Photos
  • ลบ iCloud Photos
  • Format SD Card
  • Reset เครื่องใหม่โดยไม่ Backup ข้อมูลใหม่
  • คิดว่าไม่เห็น Device Backup เท่ากับข้อมูล Cloud ทุกอย่างหาย

ควรค้นหาต้นทางของข้อมูลให้ครบก่อน

㊴ เมื่อเจอ Backup แล้วอย่าเพิ่งลบเครื่องเก่า

แม้ Restore จะเริ่มได้แล้ว ควรรอจนข้อมูลสำคัญมาอยู่ในเครื่องใหม่จริง

ตรวจ

☑ รูปและวิดีโอ

☑ Contacts

☑ Messages

☑ Apps

☑ App Data สำคัญ

☑ Notes

☑ Documents

☑ Downloads

☑ Calendar

☑ แอปแชต

จากนั้นจึงค่อยจัดการมือถือเครื่องเก่า

สรุป มือถือเครื่องใหม่ไม่พบข้อมูลสำรองของเครื่องเก่า แก้อย่างไร?

หาก มือถือเครื่องใหม่ไม่พบ Backup ของเครื่องเก่า สิ่งแรกที่ควรตรวจคือ ใช้บัญชีเดียวกับที่สร้าง Backup หรือไม่

สำหรับ Android ให้ใช้ Google Account เดิมระหว่าง Setup จากนั้นเลือกรายการ Backup ที่ต้องการ Restore Google ระบุว่าหากไม่มีเครื่องเก่าอยู่แล้ว ก็ยัง Restore ได้หากทราบ Google Account และ Password เดิม (support.google.com)

หากตั้ง Android เสร็จไปแล้ว ต้องรู้ว่าข้อมูลบางประเภท เช่น App Data, Settings และ Messages อาจ Restore ได้เฉพาะช่วง Setup และอาจต้อง Factory Reset เครื่องใหม่เพื่อกลับเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าว แต่ต้อง Backup ข้อมูลใหม่ก่อนทุกครั้ง (support.google.com)

นอกจากนี้ Android Backup ไม่ได้ถูกเก็บตลอดไป Google ระบุว่าหากไม่ได้ใช้อุปกรณ์เกิน 57 วัน Backup จะไม่พร้อมใช้งานอีกต่อไป (support.google.com)

สำหรับ iPhone หาก Backup ที่ต้องการไม่ขึ้น Apple แนะนำให้ตรวจว่ามี Backup อยู่จริง กด Show All Backups และทดลอง Wi-Fi เครือข่ายอื่น หากเลือก Backup แล้วต้องใช้ Software ใหม่กว่า ให้ Update ตามขั้นตอนบนหน้าจอ (support.apple.com) (support.apple.com)

และอย่าลืมว่า Google Photos, Google Contacts, iCloud Photos และ iCloud Drive เป็นข้อมูลที่ควรตรวจแยกจาก Device Backup เพราะการไม่เห็น Backup แบบเต็มเครื่องไม่ได้หมายความว่าข้อมูล Cloud เหล่านั้นหายไปด้วย (support.google.com) (support.apple.com)

หลักที่ comsiam แนะนำให้จำคือ “เช็กบัญชี → เช็กว่า Backup มีจริง → เช็ก Cloud แยก → Restore ตอน Setup → ตรวจข้อมูลจริง → แล้วค่อยล้างเครื่องเก่า”

หากมือถือเครื่องเก่ายังใช้งานได้ อย่ารีบล้าง เพราะเครื่องเก่ายังคงเป็นแหล่งข้อมูลต้นฉบับที่ดีที่สุดสำหรับสร้าง Backup ใหม่หรือย้ายข้อมูลส่วนที่ขาดเพิ่มเติม