Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือโทรแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงเรา เป็นปัญหาที่สายโทรศัพท์ยังเชื่อมต่อได้และเราได้ยินคู่สนทนาตามปกติ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ยินเสียง ได้ยินเบามาก เสียงขาดๆ หายๆ หรือได้ยินเพียงเสียงรบกวน
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ปิดไมโครโฟนระหว่างโทรโดยไม่ตั้งใจ รูไมโครโฟนถูกเคส ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกปิดกั้น โทรศัพท์เชื่อมต่อกับหูฟัง Bluetooth ที่ไมโครโฟนมีปัญหา แอปโทรศัพท์ไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน หรือไมโครโฟนภายในเครื่องได้รับความเสียหายจากน้ำและแรงกระแทก
ควรเริ่มจากตรวจสอบปุ่มปิดเสียง ปลายทางเสียง และทดสอบไมโครโฟนด้วยแอปบันทึกเสียงก่อน เพื่อแยกให้ได้ว่าปัญหาเกิดเฉพาะสายโทรศัพท์หรือเกิดกับไมโครโฟนของเครื่องทั้งหมด
ผู้ใช้อาจพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
การทดสอบด้วยแอปบันทึกเสียงจะช่วยแยกได้อย่างรวดเร็วว่าไมโครโฟนของเครื่องยังทำงานหรือไม่
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิดปุ่มปิดเสียงระหว่างโทร
❷ วางสายแล้วโทรใหม่
❸ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❹ ปิด Bluetooth ชั่วคราว
❺ ถอดหูฟังและอุปกรณ์เสียงทั้งหมด
❻ ถอดเคสแล้วตรวจสอบรูไมโครโฟน
❼ ทดสอบด้วยแอปบันทึกเสียง
❽ ทดลองเปิดลำโพงระหว่างโทร
❾ ทดลองโทรหาหลายหมายเลข
❿ ตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟนของแอปโทรศัพท์
⓫ อัปเดตระบบและแอปโทรศัพท์
⓬ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากแอปบันทึกเสียงไม่สามารถบันทึกเสียงได้เลย และหูฟังภายนอกใช้งานได้ปกติ ไมโครโฟนภายในเครื่องอาจมีปัญหา
ระหว่างโทรจะมีปุ่ม ปิดเสียง, Mute หรือไอคอนไมโครโฟน หากแตะโดยไม่ตั้งใจ อีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียงทั้งหมด แต่เรายังได้ยินคู่สนทนาตามปกติ
ปุ่มนี้อาจถูกแตะโดย
ให้ตรวจสอบว่าไอคอนไมโครโฟนไม่ได้ถูกขีดทับ และแตะเปิดเสียงอีกครั้ง
โทรศัพท์บางรุ่นวางไมโครโฟนไว้บริเวณขอบล่างหรือด้านข้าง หากถือเครื่องห่างจากปากมากเกินไป หรือพูดเบามาก อีกฝ่ายอาจได้ยินไม่ชัด
ควรทดลอง
หากอีกฝ่ายได้ยินเมื่อพูดใกล้ไมโครโฟนมากๆ อาจมีสิ่งกีดขวางหรือไมโครโฟนเริ่มเสื่อม
เคสบางรุ่นผลิตไม่ตรงตำแหน่ง หรือใส่กลับด้านจนรูไมโครโฟนถูกปิดกั้น
อาการที่มักพบ ได้แก่
ควรถอดเคสแล้วโทรทดสอบ หากเสียงกลับมาปกติควรเปลี่ยนเคสที่ออกแบบตรงกับรุ่นเครื่อง
รูไมโครโฟนมีขนาดเล็กและอาจถูกฝุ่น เส้นใย หรือคราบอุดตัน ทำให้เสียงเบา อู้อี้ หรือขาดหาย
ควรทำความสะอาดอย่างระมัดระวังด้วยวิธีดังนี้
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดเคสออก
③ ใช้แปรงขนนุ่มและแห้งปัดบริเวณรอบรูไมโครโฟน
④ ถือเครื่องให้รูไมโครโฟนคว่ำลง
⑤ เช็ดภายนอกด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑥ เปิดเครื่องและทดสอบบันทึกเสียง
⚠️ ไม่ควรใช้เข็ม ลวด ของแหลม น้ำ แอลกอฮอล์ หรือลมแรงเป่าเข้าไปในรูไมโครโฟน เพราะอาจทำให้ตะแกรงและชิ้นส่วนภายในเสียหาย
เมื่อเชื่อมต่อหูฟัง สมาร์ตวอตช์ หรือเครื่องเสียงรถยนต์ โทรศัพท์อาจใช้ไมโครโฟนของอุปกรณ์นั้นแทนไมโครโฟนตัวเครื่อง
หากไมโครโฟนของอุปกรณ์มีปัญหา อีกฝ่ายอาจไม่ได้ยินเสียง แม้ลำโพงของหูฟังยังทำงานอยู่
อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
ให้ปิด Bluetooth ชั่วคราวและโทรผ่านโทรศัพท์โดยตรง หากอีกฝ่ายได้ยิน แสดงว่าปัญหาอยู่ที่อุปกรณ์ Bluetooth หรือการเลือกปลายทางเสียง
หูฟังแบบสายหรือ Bluetooth อาจยังมีเสียงออก แต่ไมโครโฟนไม่ทำงาน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรทดลองถอดหูฟังและโทรผ่านไมโครโฟนของเครื่อง หากใช้งานได้ปกติควรเปลี่ยนหูฟังหรือเชื่อมต่อใหม่
หากสิทธิ์ไมโครโฟนถูกปิด แอปโทรศัพท์หรือแอปสนทนาอาจเชื่อมต่อสายได้ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงเรา
ควรตรวจสอบสิทธิ์ดังนี้
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > สิทธิ์ > ไมโครโฟน > อนุญาต
บน iPhone:
การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ไมโครโฟน
ตรวจสอบว่าแอปที่ใช้สนทนาได้รับอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟน
โทรศัพท์ Android บางรุ่นมีปุ่ม การเข้าถึงไมโครโฟน ในเมนูด่วน หากปิดไว้ แอปทั้งหมดอาจไม่สามารถใช้ไมโครโฟนได้
อาการที่พบได้คือ
ให้เปิดการเข้าถึงไมโครโฟนกลับ แล้วรีสตาร์ตแอปที่กำลังใช้งาน
แอปบันทึกสาย แอปเปลี่ยนเสียง แอปบันทึกหน้าจอ หรือแอปประชุม อาจเข้าถึงไมโครโฟนพร้อมกันและทำให้แอปโทรศัพท์ใช้งานไม่ได้เต็มที่
แอปที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
ควรปิดแอปเหล่านี้ทั้งหมด รีสตาร์ตโทรศัพท์ แล้วทดลองโทรใหม่
แอปโทรศัพท์อาจค้าง มีแคชเสียหาย หรือขัดแย้งกับระบบหลังอัปเดต
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นแอปเริ่มต้น ล้างเฉพาะแคช และรีสตาร์ตเครื่อง
แอปบางตัวอาจใช้ไมโครโฟนอยู่เบื้องหลัง ทำให้การโทรมีปัญหา เช่น
ให้ปิดแอปทั้งหมดจากหน้าจอแอปล่าสุด แล้วโทรทดสอบอีกครั้ง
หากอีกฝ่ายได้ยินเสียงเราเป็นบางช่วง เสียงขาดหาย หรือเสียงมาช้า อาจเกิดจากเครือข่าย ไม่ใช่ไมโครโฟนเสีย
อาการที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย ได้แก่
ควรทดสอบโทรในพื้นที่อื่น เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน และทดลองใช้ 4G แทน 5G ชั่วคราว
VoLTE ช่วยให้โทรผ่านเครือข่าย 4G หากระบบทำงานไม่สมบูรณ์ อาจเกิดเสียงทางเดียว คือเราได้ยินอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายไม่ได้ยินเรา
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรเปิด VoLTE ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ และรีสตาร์ตโทรศัพท์
บริการเสียงอาจขัดข้องเฉพาะทิศทางได้ ทำให้เสียงจากเราไม่ส่งไปยังปลายทาง แม้สายยังเชื่อมต่ออยู่
สัญญาณที่ควรสงสัยว่าเป็นเครือข่าย ได้แก่
ควรติดต่อผู้ให้บริการหากซิมมีปัญหาเหมือนกันในโทรศัพท์หลายเครื่อง
หากมีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ยินเสียงเรา แต่คนอื่นได้ยินตามปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่โทรศัพท์ของอีกฝ่าย
อีกฝ่ายอาจ
ควรทดลองโทรหาหมายเลขอื่นก่อนสรุปว่าไมโครโฟนของเราเสีย
โทรศัพท์มีไมโครโฟนหลายตัว เช่น ไมโครโฟนด้านล่าง ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และไมโครโฟนสำหรับวิดีโอ หากไมโครโฟนที่ใช้สนทนาเสีย อีกฝ่ายอาจไม่ได้ยินเสียงในสายปกติ แต่บางแอปยังบันทึกเสียงได้
สาเหตุที่ทำให้ไมโครโฟนเสีย ได้แก่
หากบันทึกเสียงแล้วไม่มีเสียงหรือเสียงเบามากทุกครั้ง ควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบ
โทรศัพท์บางรุ่นใช้ไมโครโฟนหลายตัวร่วมกันเพื่อลดเสียงรบกวน หากไมโครโฟนตัวหนึ่งถูกปิดกั้นหรือเสีย ระบบอาจลดเสียงพูดของเราออกไปด้วย
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจสอบรูไมโครโฟนทุกตำแหน่งและนำเครื่องเข้าศูนย์หากอาการไม่หาย
น้ำอาจอุดช่องไมโครโฟนหรือทำให้วงจรภายในผิดปกติ
หากโทรศัพท์เพิ่งโดนน้ำ ควร
ไม่ควรเขย่าเครื่องแรง เพราะอาจทำให้น้ำกระจายเข้าไปยังส่วนอื่น
หลังอัปเดต Android หรือ iOS สิทธิ์ไมโครโฟน แอปโทรศัพท์ Bluetooth และ VoLTE อาจทำงานผิดปกติ
ควรตรวจสอบ
หากปัญหาเริ่มหลังอัปเดต ควรรีสตาร์ตและรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายก่อนรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
ระหว่างที่สายเชื่อมต่อ ให้ดูไอคอนไมโครโฟนบนหน้าจอ
① หากไอคอนมีเส้นขีด ให้แตะเปิดเสียง
② พูดทดสอบกับคู่สนทนา
③ ล็อกและปลดล็อกหน้าจอหนึ่งครั้ง
④ ตรวจสอบว่าหน้าจอดับเมื่อแนบหู
⑤ วางสายแล้วโทรใหม่ หากสถานะปุ่มค้าง
หากปุ่มปิดเสียงเปิดเองซ้ำๆ ควรตรวจสอบหน้าจอ เซ็นเซอร์ระยะใกล้ และแอปโทรศัพท์
ปัญหาเสียงทางเดียวอาจเกิดเฉพาะสายนั้นจากระบบเสียงหรือเครือข่ายค้าง
ให้ทำดังนี้
① วางสาย
② รอประมาณ 10–20 วินาที
③ โทรกลับใหม่
④ ให้คู่สนทนาเป็นฝ่ายโทรกลับ
⑤ ทดลองหมายเลขอื่น
หากปัญหาเกิดเฉพาะคนเดียว ควรให้ปลายทางตรวจสอบโทรศัพท์ของตนด้วย
การรีสตาร์ตจะเริ่มระบบไมโครโฟน แอปโทรศัพท์ Bluetooth และเครือข่ายใหม่ทั้งหมด
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วโทรทดสอบโดยไม่เชื่อมต่อหูฟังหรือเปิดแอปอื่น
ขั้นตอน:
① ปิด Bluetooth จากเมนูด่วน
② ตรวจสอบว่าไม่มีหูฟังหรือลำโพงเชื่อมต่อ
③ วางสายแล้วโทรใหม่
④ เลือกแหล่งเสียงเป็นโทรศัพท์
⑤ พูดทดสอบกับคู่สนทนา
หากอีกฝ่ายได้ยินหลังปิด Bluetooth ปัญหาน่าจะอยู่ที่ไมโครโฟนของอุปกรณ์ภายนอก
ถอดอุปกรณ์ต่อไปนี้ออก
จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องและโทรผ่านไมโครโฟนของโทรศัพท์โดยตรง
ถอดเคสออกแล้วตรวจสอบรูบริเวณ
ตรวจสอบว่ารูของเคสตรงกับตำแหน่งไมโครโฟนทั้งหมดหรือไม่
หากถอดเคสแล้วอีกฝ่ายได้ยินชัด ควรเปลี่ยนเคสใหม่
เปิดแอปบันทึกเสียงของระบบ แล้วทำตามนี้
① บันทึกเสียงพูดประมาณ 10–20 วินาที
② พูดด้วยระดับเสียงปกติ
③ เล่นไฟล์เสียงกลับ
④ ฟังว่าเสียงดัง ชัด หรือขาดหายหรือไม่
⑤ ทดลองบันทึกอีกครั้งโดยไม่ใส่เคส
⑥ ทดลองพูดใกล้และห่างไมโครโฟน
ผลการทดสอบช่วยแยกดังนี้
โทรศัพท์อาจใช้ไมโครโฟนต่างตัวในแต่ละโหมด
ให้ทดลอง
① ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลัง
② พูดระหว่างบันทึก
③ ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้า
④ เล่นวิดีโอทั้งสองไฟล์
⑤ เปรียบเทียบระดับเสียง
หากวิดีโอบางกล้องมีเสียงแต่บางกล้องไม่มี อาจมีไมโครโฟนบางตัวเสียหรือถูกปิดกั้น
แตะไอคอนลำโพงแล้วพูดทดสอบ
ผลที่อาจพบ:
① เปิดลำโพงแล้วอีกฝ่ายได้ยิน — ไมโครโฟนหรือโหมดเสียงปกติอาจมีปัญหา
② เปิดลำโพงแล้วยังไม่ได้ยิน — ตรวจสอบสิทธิ์ ระบบ หรือฮาร์ดแวร์
③ ใช้หูฟังแล้วได้ยิน — ไมโครโฟนของเครื่องอาจมีปัญหา
④ ใช้เครื่องได้แต่หูฟังไม่ได้ — ไมโครโฟนหูฟังอาจเสีย
โทรศัพท์บางรุ่นอาจเลือกใช้ไมโครโฟนต่างกันเมื่อเปิดลำโพง จึงช่วยแยกตำแหน่งที่มีปัญหาได้
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > สิทธิ์ > ไมโครโฟน > อนุญาต
ตรวจสอบแอปสนทนาอื่นด้วย เช่น แอปโทรผ่านอินเทอร์เน็ต
บน iPhone:
การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ไมโครโฟน
เปิดสิทธิ์ให้กับแอปที่ต้องใช้งาน
บน Android บางรุ่น:
การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > การเข้าถึงไมโครโฟน
หรือตรวจสอบไอคอนไมโครโฟนในเมนูด่วน
หากปิดอยู่ ให้เปิดแล้วรีสตาร์ตแอปโทรศัพท์
ปิดแอปทั้งหมดจากหน้าจอแอปล่าสุด โดยเฉพาะ
จากนั้นรีสตาร์ตโทรศัพท์และทดลองโทรใหม่
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > แอปเริ่มต้น > แอปโทรศัพท์
เลือกแอปโทรศัพท์ที่ติดมากับเครื่อง แล้วปิดแอปโทรศัพท์หรือแอประบุเบอร์จากผู้พัฒนารายอื่นชั่วคราว
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
จากนั้นรีสตาร์ตโทรศัพท์
📌 ควรล้างเฉพาะแคชก่อน ไม่ควรล้างข้อมูลทันที หากยังไม่ได้สำรองประวัติหรือการตั้งค่าที่จำเป็น
ควรทดลองอย่างน้อย 3 แบบ
① เบอร์เครือข่ายเดียวกัน
② เบอร์คนละเครือข่าย
③ เบอร์ที่เคยโทรได้ปกติ
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
วิธีนี้ช่วยรีเฟรชระบบเสียงของเครือข่าย
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② รอประมาณ 30 วินาที
③ ปิดโหมดเครื่องบิน
④ รอชื่อเครือข่ายกลับมา
⑤ โทรทดสอบใหม่
หากปัญหาเกิดจากบริการเสียงค้าง วิธีนี้อาจช่วยได้
บน Android ชื่อเมนู VoLTE อาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > VoLTE
ควรเลือกประเภทเครือข่าย เช่น
หากเสียงทางเดียวเกิดบน 5G ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว
ผลการทดสอบช่วยแยกสาเหตุได้ชัดเจน
① ซิมมีเสียงทางเดียวในทุกเครื่อง — ตรวจสอบซิมหรือเครือข่าย
② ซิมใช้งานได้ในเครื่องอื่น — เครื่องเดิมอาจมีปัญหา
③ ซิมอื่นใช้เครื่องเดิมแล้วปกติ — ซิมหรือบริการเดิมอาจผิดปกติ
④ ทุกซิมมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิม — ตรวจสอบไมโครโฟนหรือระบบ
ควรทดสอบในพื้นที่เดียวกันและโทรหาหมายเลขเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบ
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตโทรศัพท์และทดสอบใหม่
การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายอาจช่วยเมื่อปัญหาเกี่ยวข้องกับ VoLTE ซิม หรือบริการเสียง โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ และไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ตให้ทดสอบโทรโดยยังไม่เชื่อมต่อ Bluetooth ก่อน
หากแอปบันทึกเสียงทำงานปกติ แสดงว่าไมโครโฟนหลักอาจยังไม่เสีย
ควรตรวจสอบตามลำดับนี้
❶ ปุ่มปิดเสียงระหว่างโทร
❷ สิทธิ์ไมโครโฟนของแอปโทรศัพท์
❸ แอปบันทึกสาย
❹ แอปโทรศัพท์เริ่มต้น
❺ Bluetooth และหูฟัง
❻ VoLTE
❼ ประเภทเครือข่าย
❽ บริการเสียงของผู้ให้บริการ
หากโทรผ่านแอปอินเทอร์เน็ตได้ปกติ แต่โทรผ่านซิมไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับบริการโทรศัพท์หรือ VoLTE มากกว่าฮาร์ดแวร์
โทรศัพท์อาจใช้ไมโครโฟนคนละตัวสำหรับวิดีโอและสายโทรศัพท์
ให้ตรวจสอบ
① บันทึกเสียงด้วยแอปบันทึกเสียง
② ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าและกล้องหลัง
③ ทดลองเปิดลำโพงระหว่างโทร
④ ทดลองใช้หูฟัง
⑤ ตรวจสอบรูไมโครโฟนด้านล่าง
⑥ ปิดแอปตัดเสียงรบกวนหรือบันทึกสาย
⑦ นำเครื่องไปตรวจสอบหากแต่ละโหมดให้ผลต่างกันมาก
อาการนี้ชี้ไปที่ไมโครโฟนภายในเครื่อง
ให้ลองทำดังนี้
❶ ถอดเคส
❷ ตรวจสอบรูไมโครโฟน
❸ ทำความสะอาดภายนอกอย่างปลอดภัย
❹ ทดสอบแอปบันทึกเสียง
❺ ทดลองเปิดลำโพง
❻ ตรวจสอบว่าเครื่องเคยตกหรือโดนน้ำหรือไม่
❼ อัปเดตระบบ
❽ นำเครื่องเข้าศูนย์บริการหากไม่หาย
หากหูฟังทุกชุดใช้งานได้ แต่ไมโครโฟนเครื่องไม่ทำงาน มีโอกาสสูงว่าชุดไมโครโฟนหรือสายแพมีปัญหา
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
① เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
② ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติหรือไม่
③ ซิม 2 มีสัญญาณเสถียรหรือไม่
④ ปิดซิม 1 ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
⑤ สลับช่อง SIM 1 และ SIM 2
⑥ ทดลองซิม 2 กับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⑦ ตรวจสอบบริการเสียงกับผู้ให้บริการ
⑧ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากอาการย้ายตามซิม ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับซิมหรือเครือข่าย แต่หากทุกซิมมีปัญหาเฉพาะช่องเดิม ควรตรวจสอบตัวเครื่อง
ให้ลองทำตามนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ ตรวจสอบปุ่มปิดเสียง
❸ เปิดสิทธิ์ไมโครโฟน
❹ ปิด Bluetooth
❺ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
❻ ปิดแอปบันทึกสาย
❼ ตรวจสอบ VoLTE
❽ อัปเดตระบบรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากแอปบันทึกเสียงก็ไม่ทำงานหลังอัปเดต ควรตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟนและระบบเพิ่มเติม
หากปัญหาเริ่มหลังเครื่องโดนน้ำ ให้ทำดังนี้
① ถอดสายชาร์จและอุปกรณ์ทั้งหมด
② เช็ดภายนอกด้วยผ้าแห้ง
③ ไม่ใช้ไดร์หรือความร้อน
④ ไม่แทงรูไมโครโฟน
⑤ ไม่ชาร์จหากพอร์ตยังชื้น
⑥ วางเครื่องในที่อากาศถ่ายเท
⑦ ปิดเครื่องหากมีอาการผิดปกติ
⑧ นำเข้าศูนย์บริการหากเสียงไม่กลับมา
ความชื้นอาจทำให้ไมโครโฟนเสียงเบาหรือทำงานผิดปกติ แม้โทรศัพท์ยังเปิดใช้งานได้
โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักของการไม่มีเสียงจากไมโครโฟน เพราะ APN ใช้กำหนดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงเรา ควรตรวจสอบปุ่มปิดเสียง สิทธิ์ไมโครโฟน Bluetooth แอปโทรศัพท์ VoLTE และฮาร์ดแวร์ก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมด แต่ไม่ช่วยหากรูไมโครโฟนถูกเคสปิด ไมโครโฟนเสีย หรืออุปกรณ์ Bluetooth มีปัญหา
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ตรวจสอบปุ่มปิดเสียง
❷ ปิด Bluetooth
❸ ถอดเคสและหูฟัง
❹ ทดสอบแอปบันทึกเสียง
❺ ตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟน
❻ ทดลองหลายหมายเลข
❼ ทดลองซิมกับเครื่องอื่น
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากบันทึกเสียงไม่ได้และใช้ไมโครโฟนภายนอกได้ปกติ การนำเครื่องเข้าตรวจสอบเหมาะกว่าการรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบบริการเสียง VoLTE สถานะซิม และเหตุขัดข้องของเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือใช้ของแหลมแทงรูไมโครโฟน เพราะอาจทำให้ตะแกรง ไมโครโฟน และชิ้นส่วนภายในเสียหายมากขึ้น
มักเกิดจากปิดไมโครโฟนไว้ รูไมโครโฟนถูกปิด Bluetooth ใช้ไมโครโฟนผิดอุปกรณ์ แอปไม่มีสิทธิ์ หรือไมโครโฟนของเครื่องมีปัญหา
โทรศัพท์บางรุ่นใช้ไมโครโฟนต่างตัวเมื่อเปิดลำโพง หากเปิดลำโพงแล้วได้ยิน อาจมีไมโครโฟนบางตัวหรือโหมดเสียงปกติผิดปกติ
ไมโครโฟนภายในเครื่องอาจถูกปิดกั้น เสื่อม หรือเสีย ขณะที่ไมโครโฟนของหูฟังยังทำงานตามปกติ
ไมโครโฟนอาจยังทำงาน แต่แอปโทรศัพท์ VoLTE บริการเครือข่าย หรือการเลือกอุปกรณ์เสียงอาจผิดปกติ
ได้ หากเคสปิดรูไมโครโฟนหรือรูเจาะไม่ตรงกับรุ่นเครื่อง ควรถอดเคสแล้วโทรทดสอบ
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือโทรแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงเรา อาจเกิดจากปิดไมโครโฟนโดยไม่ตั้งใจ เคสหรือฝุ่นปิดรูไมโครโฟน เสียงถูกส่งผ่านหูฟัง Bluetooth แอปโทรศัพท์ไม่มีสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน หรือไมโครโฟนภายในเครื่องเสีย
ควรเริ่มจากตรวจสอบปุ่มปิดเสียง ปิด Bluetooth ถอดหูฟังและเคส แล้วทดสอบด้วยแอปบันทึกเสียง จากนั้นตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟน แอปโทรศัพท์ VoLTE และประเภทเครือข่าย
แนวทางของ comsiam คือใช้การบันทึกเสียงและการทดลองหูฟังช่วยแยกสาเหตุ หากบันทึกเสียงชัดและโทรผ่านแอปได้ แต่โทรผ่านซิมไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับบริการเสียงหรือเครือข่าย
หากแอปบันทึกเสียงไม่ได้และทุกซิมมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิม comsiam แนะนำให้นำเครื่องเข้าตรวจสอบไมโครโฟน สายแพ พอร์ตชาร์จ และความเสียหายจากน้ำหรือแรงกระแทก