Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือรับสายแล้วไม่มีเสียงทั้งสองฝั่ง เป็นอาการที่สายเชื่อมต่อสำเร็จและเวลาสนทนาเริ่มเดิน แต่เราไม่ได้ยินเสียงผู้โทร และผู้โทรก็ไม่ได้ยินเสียงของเรา บางครั้งวางสายแล้วโทรกลับจึงใช้งานได้ หรือเกิดเฉพาะบางสาย บางพื้นที่ และบางซิม
ปัญหานี้อาจเกิดจากระบบเสียงของสายโทรศัพท์ค้าง โทรศัพท์เลือกอุปกรณ์เสียงผิด VoLTE ทำงานไม่สมบูรณ์ สัญญาณเครือข่ายขัดข้อง แอปบันทึกสายรบกวน หรือไมโครโฟนและลำโพงภายในเครื่องมีปัญหา
ควรเริ่มจากวางสายแล้วโทรใหม่ ปิด Bluetooth เปิดลำโพง และทดลองบันทึกเสียง เพื่อแยกว่าปัญหาอยู่ที่เครือข่าย ระบบเสียง หรือฮาร์ดแวร์ของโทรศัพท์
ผู้ใช้อาจพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
การทดสอบหลายสายและหลายช่องทางจะช่วยให้รู้ว่าปัญหาเกิดเฉพาะบริการโทรศัพท์หรือเกิดกับระบบเสียงของเครื่องทั้งหมด
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ วางสายแล้วโทรกลับใหม่
❷ ปิดและเปิดปุ่มลำโพงระหว่างโทร
❸ ตรวจสอบว่าไม่ได้ปิดไมโครโฟน
❹ กดเพิ่มเสียงขณะกำลังสนทนา
❺ ปิด Bluetooth ชั่วคราว
❻ ถอดหูฟังและอุปกรณ์เสียงทั้งหมด
❼ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❽ เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาทีแล้วปิด
❾ ทดลองโทรหาหลายหมายเลข
❿ ทดลองใช้แอปบันทึกเสียง
⓫ เปิด VoLTE และใช้โหมดเครือข่ายอัตโนมัติ
⓬ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากไม่มีเสียงทั้งสองฝั่งทุกสาย แต่การฟังเพลงและบันทึกเสียงยังทำงานปกติ ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับแอปโทรศัพท์ VoLTE หรือบริการเสียงของเครือข่าย
บางครั้งสายเชื่อมต่อกับเครือข่ายสำเร็จ แต่ระบบเสียงไม่เริ่มทำงาน ทำให้เวลาสนทนาเดินตามปกติแต่ไม่มีเสียงทั้งสองฝ่าย
อาการนี้มักเกิดหลังจาก
การวางสายแล้วโทรใหม่หรือรีสตาร์ตเครื่องมักช่วยได้ หากเป็นข้อผิดพลาดชั่วคราว
โทรศัพท์อาจส่งเสียงไปยังอุปกรณ์อื่น แม้ผู้ใช้กำลังถือเครื่องอยู่ เช่น
ในขณะเดียวกัน ระบบอาจเลือกไมโครโฟนของอุปกรณ์นั้นด้วย หากอุปกรณ์อยู่ไกล แบตเตอรี่หมด หรือเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์ ทั้งสองฝ่ายอาจไม่ได้ยินกัน
ควรแตะปุ่ม เสียงหรือ Audio ระหว่างโทร แล้วเลือก โทรศัพท์ หรือปิด Bluetooth เพื่อทดสอบ
แม้ถอดหูฟังออกแล้ว ระบบอาจยังคิดว่ามีหูฟังเชื่อมต่ออยู่ ทำให้เสียงและไมโครโฟนถูกส่งไปยังพอร์ตที่ไม่ได้ใช้งาน
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
ให้ตรวจสอบไอคอนหูฟัง ถอดอุปกรณ์ทั้งหมด แล้วรีสตาร์ตโทรศัพท์
หากปุ่ม Mute ถูกเปิด ผู้โทรจะไม่ได้ยินเรา แต่โดยปกติเรายังควรได้ยินอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม หากเกิดร่วมกับการเลือกปลายทางเสียงผิด อาจดูเหมือนไม่มีเสียงทั้งสองฝั่ง
ควรตรวจสอบว่า
เสียงสนทนาแยกจากเสียงเพลง เสียงเรียกเข้า และเสียงแจ้งเตือน การเพิ่มเสียงตอนยังไม่ได้โทรอาจไม่เพิ่มระดับเสียงสนทนา
ต้องกดปุ่มเพิ่มเสียงในขณะที่สายกำลังเชื่อมต่ออยู่ หากระดับเสียงถูกลดจนสุด เราอาจไม่ได้ยินอีกฝ่าย แม้อีกฝ่ายอาจไม่ได้ยินเราเพราะมีปัญหาไมโครโฟนร่วมด้วย
VoLTE คือการโทรผ่านเครือข่าย 4G หากการเชื่อมต่อเสียงไม่สมบูรณ์ อาจเกิดอาการสายติดแต่ไม่มีเสียงทั้งสองทาง
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรเปิด VoLTE ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ และทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว
บริเวณที่ 5G ไม่ครอบคลุม โทรศัพท์อาจกำลังสลับเครือข่ายในจังหวะรับสาย ทำให้เส้นทางเสียงเริ่มทำงานไม่สมบูรณ์
อาการที่พบร่วมกันอาจเป็น
ควรทดลองปิด 5G และใช้ 4G เพื่อเปรียบเทียบความเสถียร
หากโทรศัพท์รับสายได้ในช่วงที่สัญญาณกำลังลดลง สายอาจเชื่อมต่อแต่ข้อมูลเสียงส่งผ่านไม่สมบูรณ์
พื้นที่ที่มักพบปัญหา ได้แก่
หากย้ายไปนอกอาคารแล้วคุยได้ตามปกติ ปัญหามีแนวโน้มมาจากสัญญาณในพื้นที่
ระบบโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสามารถขัดข้องแยกกันได้ โทรศัพท์จึงอาจมีแถบสัญญาณและใช้เน็ตได้ แต่บริการเสียงไม่มีเสียง
สัญญาณที่ควรสงสัยว่าเป็นปัญหาจากเครือข่าย ได้แก่
กรณีนี้ควรติดต่อผู้ให้บริการแทนการรีเซ็ตเครื่องทันที
แอปโทรศัพท์อาจค้าง มีแคชเสียหาย หรือขัดแย้งกับระบบเสียง ทำให้สายเชื่อมต่อแต่ไม่มีเสียง
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น และล้างเฉพาะแคชก่อนล้างข้อมูลทั้งหมด
แอปบันทึกสายอาจพยายามเข้าถึงทั้งไมโครโฟนและเสียงสนทนา ทำให้ระบบเสียงของการโทรทำงานไม่สมบูรณ์
แอปที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
ควรปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว แล้วทดลองด้วยแอปโทรศัพท์ของระบบ
หากแอปอื่นใช้ไมโครโฟนอยู่เบื้องหลัง ระบบโทรศัพท์อาจเข้าถึงไมโครโฟนไม่ได้ตามปกติ
แอปที่อาจใช้ไมโครโฟน ได้แก่
ให้ปิดแอปทั้งหมดจากหน้าจอแอปล่าสุด แล้วรีสตาร์ตเครื่อง
หากแอปโทรศัพท์หรือแอปสนทนาไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน อีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียงเรา
บน Android บางรุ่นยังมีสวิตช์ปิดไมโครโฟนทั้งระบบ หากปิดไว้ แอปทั้งหมดจะไม่สามารถบันทึกเสียงได้
ควรตรวจสอบ
หากโทรศัพท์ตก โดนน้ำ หรือผ่านการซ่อม ชุดลำโพงสนทนาและไมโครโฟนอาจเสียหายพร้อมกัน ทำให้ไม่มีเสียงทั้งสองทาง
สัญญาณที่ควรสงสัยฮาร์ดแวร์ ได้แก่
การใช้หูฟังภายนอกทดสอบจะช่วยแยกได้ว่าชิ้นส่วนภายในเครื่องมีปัญหาหรือไม่
น้ำอาจทำให้ลำโพงเสียงเบาและไมโครโฟนรับเสียงไม่ได้พร้อมกัน
หากโทรศัพท์เพิ่งโดนน้ำ ควร
หากซิมเดียวกันไม่มีเสียงทั้งสองฝั่งในโทรศัพท์หลายเครื่อง ปัญหาอาจเกิดจากซิม โปรไฟล์ VoLTE หรือบริการเสียงของหมายเลข
ควรตรวจสอบว่า
การเปลี่ยนซิมใหม่โดยใช้หมายเลขเดิมอาจช่วยได้ หากผู้ให้บริการยืนยันว่าซิมเสื่อม
หลังอัปเดต Android หรือ iOS อาจเกิดปัญหากับ
ควรรีสตาร์ต ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่ และรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายก่อนรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด
ปัญหาอาจเกิดเฉพาะการเชื่อมต่อของสายนั้น
ให้ทำดังนี้
① วางสาย
② รอประมาณ 10–20 วินาที
③ โทรกลับไปยังหมายเลขเดิม
④ ให้ปลายทางโทรกลับมาอีกครั้ง
⑤ ทดลองโทรหมายเลขอื่น
หากโทรใหม่แล้วมีเสียงตามปกติ อาจเป็นข้อผิดพลาดชั่วคราวของระบบเสียงหรือเครือข่าย
ระหว่างโทร ให้แตะเปิดลำโพง แล้วปิดกลับมาเป็นลำโพงสนทนา
ผลการทดสอบ:
① เปิดลำโพงแล้วมีเสียงทั้งสองฝั่ง — เส้นทางเสียงเดิมอาจค้าง
② เปิดลำโพงแล้วเราได้ยิน แต่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน — ตรวจสอบไมโครโฟน
③ เปิดลำโพงแล้วอีกฝ่ายได้ยิน แต่เราไม่ได้ยิน — ตรวจสอบลำโพง
④ ไม่มีเสียงทุกโหมด — ตรวจสอบระบบ แอป หรือเครือข่าย
ดูไอคอนไมโครโฟนบนหน้าจอสายโทรศัพท์
ต้องเพิ่มเสียงหลังสายเชื่อมต่อแล้ว
① รับสายหรือโทรออก
② รอให้เวลาสนทนาเริ่มเดิน
③ กดปุ่มเพิ่มเสียงหลายครั้ง
④ ตรวจสอบแถบเสียงสนทนา
⑤ ทดสอบทั้งลำโพงด้านบนและลำโพงหลัก
ขั้นตอน:
① ปิด Bluetooth จากเมนูด่วน
② ตรวจสอบว่าไม่มีอุปกรณ์เสียงเชื่อมต่อ
③ วางสายแล้วโทรใหม่
④ แตะเลือกแหล่งเสียงเป็นโทรศัพท์
⑤ ทดสอบสนทนาอีกครั้ง
หากเสียงกลับมาหลังปิด Bluetooth ให้ลบการจับคู่อุปกรณ์ที่มีปัญหาแล้วเชื่อมต่อใหม่
ถอดอุปกรณ์ต่อไปนี้ออกชั่วคราว
จากนั้นรีสตาร์ตและโทรโดยใช้ลำโพงกับไมโครโฟนของเครื่องโดยตรง
การรีสตาร์ตจะเริ่มระบบเสียง แอปโทรศัพท์ Bluetooth โมเด็ม และบริการเครือข่ายใหม่ทั้งหมด
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วทดสอบโดยยังไม่เปิด Bluetooth หรือแอปบันทึกสาย
ขั้นตอน:
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② รอประมาณ 30 วินาที
③ ปิดโหมดเครื่องบิน
④ รอชื่อเครือข่ายกลับมา
⑤ โทรทดสอบใหม่
วิธีนี้ช่วยรีเฟรชบริการเสียงและการลงทะเบียนเครือข่าย
ควรทดลองอย่างน้อย 3 แบบ
① หมายเลขเครือข่ายเดียวกัน
② หมายเลขต่างเครือข่าย
③ หมายเลขที่เคยคุยได้ปกติ
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
เปิดแอปบันทึกเสียงของระบบ
① บันทึกเสียงประมาณ 10–20 วินาที
② พูดด้วยระดับเสียงปกติ
③ เล่นเสียงกลับ
④ ตรวจสอบว่าเสียงชัดหรือไม่
⑤ ทดลองโดยถอดเคสและปิด Bluetooth
ผลที่ได้:
ลองเปิด
ผลการทดสอบ:
① เสียงสื่อปกติ แต่สายโทรศัพท์ไม่มีเสียง — ตรวจสอบแอปโทรศัพท์และเครือข่าย
② ลำโพงทุกตัวไม่มีเสียง — ตรวจสอบระบบเสียงหรือฮาร์ดแวร์
③ ใช้หูฟังแล้วได้ยิน — ลำโพงภายในอาจมีปัญหา
④ บันทึกเสียงไม่ได้ด้วย — ไมโครโฟนอาจมีปัญหา
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > สิทธิ์ > ไมโครโฟน > อนุญาต
ตรวจสอบสวิตช์ การเข้าถึงไมโครโฟน ในเมนูความเป็นส่วนตัวด้วย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ไมโครโฟน
เปิดสิทธิ์ให้แอปสนทนาที่ใช้งาน
ปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว
จากนั้นตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
จากนั้นรีสตาร์ตโทรศัพท์
📌 ควรเริ่มจากล้างแคช ไม่ควรล้างข้อมูลทันที หากยังไม่ได้สำรองประวัติหรือการตั้งค่าที่จำเป็น
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE
บน iPhone โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่ จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง
หากปัญหาเกิดเมื่อเครื่องขึ้น 5G ให้เลือก 4G/LTE ชั่วคราว
ตัวเลือกที่เหมาะสม เช่น
หาก 4G มีเสียงปกติ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ 5G หรือการสลับเครือข่ายในพื้นที่
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ
หลังเปิดให้รอประมาณ 1–3 นาที ก่อนทดสอบสายใหม่
ผลการทดสอบช่วยแยกสาเหตุได้ชัดเจน
① ซิมไม่มีเสียงในทุกเครื่อง — ตรวจสอบซิมหรือเครือข่าย
② ซิมคุยได้ในเครื่องอื่น — เครื่องเดิมอาจมีปัญหา
③ ซิมอื่นใช้เครื่องเดิมได้ — ซิมหรือบริการเดิมอาจผิดปกติ
④ ทุกซิมไม่มีเสียงเฉพาะเครื่องเดิม — ตรวจสอบระบบเสียงหรือฮาร์ดแวร์
ควรทดสอบในพื้นที่เดียวกันและโทรหาหมายเลขเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบ
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตเครื่อง แล้วทดสอบโทรอีกครั้ง
การรีเซ็ตช่วยล้างค่า VoLTE, Bluetooth และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ และไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ตให้ทดลองโทรก่อนเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth กลับ
หากโทรออกใช้งานได้ปกติ แต่รับสายแล้วไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบดังนี้
❶ วางสายแล้วให้ผู้โทรโทรใหม่
❷ เปิดและปิดลำโพง
❸ ตรวจสอบ Bluetooth
❹ ตรวจสอบปุ่มปิดเสียง
❺ ทดลองรับสายจากหลายหมายเลข
❻ เปิด VoLTE
❼ ทดลองใช้ 4G แทน 5G
❽ อัปเดตแอปโทรศัพท์
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากเกิดเฉพาะสายแรกหลังเปิดเครื่อง อาจเป็นข้อผิดพลาดของแอปโทรศัพท์หรือบริการเสียงที่เริ่มทำงานไม่สมบูรณ์
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
① เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
② ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติหรือไม่
③ ซิม 2 มีสัญญาณเสถียรหรือไม่
④ ปิดซิม 1 ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
⑤ สลับช่อง SIM 1 และ SIM 2
⑥ ทดลองซิม 2 ในโทรศัพท์อีกเครื่อง
⑦ ตรวจสอบบริการเสียงกับผู้ให้บริการ
⑧ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากอาการย้ายตามซิม ปัญหาอาจอยู่ที่ซิมหรือบริการเสียง แต่หากอาการอยู่ที่ช่องเดิม อาจเกี่ยวข้องกับเครื่อง
อาการนี้ชี้ว่าระบบโทรศัพท์และเครือข่ายยังทำงาน แต่ลำโพงหรือไมโครโฟนภายในเครื่องอาจมีปัญหา
ให้ตรวจสอบ
❶ ถอดเคสและฟิล์ม
❷ ทำความสะอาดช่องลำโพงและบริเวณรูไมโครโฟนอย่างปลอดภัย
❸ ทดสอบแอปบันทึกเสียง
❹ ทดสอบลำโพงจากวิดีโอ
❺ เปิดลำโพงระหว่างโทร
❻ ตรวจสอบว่าเครื่องเคยตกหรือโดนน้ำหรือไม่
❼ ตรวจสอบว่าเคยเปลี่ยนหน้าจอหรือพอร์ตชาร์จหรือไม่
❽ นำเครื่องเข้าศูนย์บริการหากไม่หาย
ให้ลองทำตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ ปิด Bluetooth
❸ ตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟน
❹ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
❺ ปิดแอปบันทึกสาย
❻ เปิด VoLTE
❼ ทดลองใช้ 4G
❽ ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากทุกซิมไม่มีเสียงเฉพาะเครื่องเดิมหลังอัปเดต ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบระบบเสียงและซอฟต์แวร์
ควรทำดังนี้
① ถอดสายชาร์จและอุปกรณ์ทั้งหมด
② เช็ดภายนอกด้วยผ้าแห้ง
③ ไม่ใช้ไดร์หรือความร้อน
④ ไม่แทงช่องลำโพงและรูไมโครโฟน
⑤ ไม่ชาร์จหากพอร์ตยังมีความชื้น
⑥ ปิดเครื่องหากมีอาการร้อนหรือผิดปกติ
⑦ วางเครื่องในที่อากาศถ่ายเท
⑧ นำเข้าศูนย์บริการหากเสียงไม่กลับมา
น้ำอาจทำให้ทั้งลำโพงและไมโครโฟนทำงานผิดปกติพร้อมกัน แม้โทรศัพท์ยังเปิดใช้งานได้
โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักของอาการไม่มีเสียงระหว่างสายโทรศัพท์ เพราะ APN ใช้สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากสายเชื่อมต่อแต่ไม่มีเสียง ควรตรวจสอบ Bluetooth ปลายทางเสียง แอปโทรศัพท์ VoLTE สัญญาณ และฮาร์ดแวร์ก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมด แต่ไม่ช่วยหากลำโพง ไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ Bluetooth มีปัญหา
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ปิด Bluetooth
❷ เปิดและปิดลำโพง
❸ ทดสอบแอปบันทึกเสียง
❹ ทดสอบเสียงจากวิดีโอ
❺ ปิดแอปบันทึกสาย
❻ ทดลองหลายหมายเลข
❼ ทดลองซิมกับเครื่องอื่น
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากบันทึกเสียงไม่ได้และลำโพงไม่มีเสียงจากแอปอื่นด้วย ควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบมากกว่าการรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบบริการเสียง VoLTE สถานะซิม และเหตุขัดข้องของเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือใช้ของมีคมแทงช่องลำโพงและไมโครโฟน เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายมากขึ้น
สายเชื่อมต่อกับเครือข่ายแล้ว แต่เส้นทางเสียงอาจไม่เริ่มทำงานจากระบบค้าง VoLTE ผิดปกติ หรือโทรศัพท์เลือกอุปกรณ์เสียงผิด
การโทรใหม่จะสร้างการเชื่อมต่อเสียงใหม่ทั้งหมด จึงอาจแก้ข้อผิดพลาดชั่วคราวของเครือข่ายหรือแอปโทรศัพท์ได้
การเปิดลำโพงทำให้โทรศัพท์เปลี่ยนเส้นทางเสียงและอาจเลือกไมโครโฟนอีกตัว จึงช่วยรีเซ็ตระบบเสียงของสายนั้นชั่วคราว
ไมโครโฟนและลำโพงอาจยังปกติ แต่บริการเสียงของเครือข่าย VoLTE หรือแอปโทรศัพท์อาจมีปัญหา
ช่วยได้เมื่อซิมเก่า เสื่อม หรือโปรไฟล์บริการเสียงมีปัญหา แต่ไม่ช่วยหากลำโพง ไมโครโฟน หรือระบบเสียงภายในเครื่องเสีย
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือรับสายแล้วไม่มีเสียงทั้งสองฝั่ง อาจเกิดจากระบบเสียงของสายโทรศัพท์ค้าง เลือกอุปกรณ์เสียงผิด Bluetooth ยังเชื่อมต่ออยู่ VoLTE ผิดปกติ สัญญาณไม่เสถียร แอปบันทึกสายรบกวน หรือฮาร์ดแวร์ลำโพงและไมโครโฟนมีปัญหา
ควรเริ่มจากวางสายแล้วโทรใหม่ เปิดและปิดลำโพง ตรวจสอบปุ่มปิดเสียง เพิ่มเสียงระหว่างโทร ปิด Bluetooth และรีสตาร์ตเครื่อง จากนั้นทดลองบันทึกเสียง เปิดวิดีโอ และโทรผ่านแอปอินเทอร์เน็ตเพื่อแยกปัญหา
แนวทางของ comsiam คือหากบันทึกเสียงและลำโพงจากแอปอื่นทำงานปกติ แต่โทรผ่านซิมไม่มีเสียง ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับแอปโทรศัพท์ VoLTE หรือเครือข่าย ควรทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องและติดต่อผู้ให้บริการ
หากทุกซิมไม่มีเสียงเฉพาะเครื่องเดิม และทั้งแอปบันทึกเสียงกับลำโพงมีปัญหาด้วย comsiam แนะนำให้นำเครื่องเข้าตรวจสอบไมโครโฟน ลำโพง สายแพ ระบบเสียง และความเสียหายจากน้ำหรือแรงกระแทก