Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

AV Receiver ขึ้น PROTECT, PROTECTOR หรือ Check SP Wires แล้วดับ หมายถึงวงจรป้องกันตรวจพบสภาวะที่อาจสร้างความเสียหาย เช่น สายลำโพงลัดวงจร เครื่องร้อนเกินไป ลำโพงมีค่า Impedance ไม่เหมาะสม หรือเปิดเสียงดังจนภาคขยายทำงานหนัก
เมื่อพบข้อความดังกล่าว ไม่ควรฝืนเปิดเครื่องซ้ำหรือยกเลิกระบบป้องกัน ให้ปิดเครื่อง ถอดปลั๊ก รอให้เย็น แล้วตรวจสายลำโพงภายนอกทุกจุดก่อน หากถอดสายลำโพงทั้งหมดแล้ว Receiver ยังขึ้น PROTECT อาจเป็นความผิดปกติภายในและควรส่งศูนย์บริการ
PROTECT หรือ Protection Mode เป็นระบบที่สั่งตัดการทำงานของภาคขยายเมื่อพบกระแส อุณหภูมิ หรือการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ ระบบนี้ช่วยลดโอกาสที่ Receiver และลำโพงจะเสียหายเพิ่ม
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ข้อความและรูปแบบไฟกะพริบแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น จึงควรตรวจคู่มือของเครื่องประกอบด้วย
| สาเหตุ | อาการที่มักพบ |
|---|---|
| สายทองแดงขั้วบวกและลบสัมผัสกัน | เปิดแล้วดับทันที |
| เส้นทองแดงแตะฝาหลังเครื่อง | ขึ้น Check SP Wires หรือ PROTECT |
| สายลำโพงชำรุด | ดับเมื่อสายขยับหรือเปิดเสียง |
| ลำโพงมีค่า Impedance ต่ำเกินไป | ดับเมื่อเร่งระดับเสียง |
| เครื่องระบายความร้อนไม่ดี | ใช้ได้ระยะหนึ่งแล้วดับ |
| วางอุปกรณ์ทับช่องระบายอากาศ | ตัวเครื่องร้อนผิดปกติ |
| ต่อจำนวนลำโพงเกินที่รองรับ | ดับเมื่อใช้งานหลายช่อง |
| ระดับเสียงหรือ Channel Level สูงเกินไป | ดับเฉพาะฉากเสียงดัง |
| ไฟกระชากหรือไฟฟ้าดับ | เข้าโหมดป้องกันหลังไฟกลับมา |
| วงจรขยายภายในผิดปกติ | ถอดสายทั้งหมดแล้วยังขึ้น PROTECT |
ควรเริ่มจากสาเหตุภายนอกที่ตรวจสอบได้อย่างปลอดภัยก่อน ไม่ควรเปิดฝาเครื่องเพื่อตรวจวงจรภายในเอง
เมื่อ Receiver ขึ้น PROTECT ให้ทำดังนี้
หากเครื่องมีกลิ่นผิดปกติ มีควัน รอยไหม้ เสียงแตกดัง หรือสายไฟเสียหาย ให้หยุดใช้งานทันทีและให้ผู้ใหญ่ช่วยติดต่อศูนย์บริการ ไม่ควรเสียบปลั๊กเพื่อทดลองเพิ่ม
Receiver สร้างความร้อนระหว่างขับลำโพงหลายช่อง หากวางในตู้ปิด วางอุปกรณ์อื่นทับด้านบน หรือมีฝุ่นอุดช่องระบายอากาศ อุณหภูมิภายในอาจสูงจนวงจรป้องกันตัดการทำงาน
แนวทางแก้ไขคือ
หากเครื่องดับหลังใช้งานระยะหนึ่ง แต่เปิดใหม่ได้เมื่อเย็นลง ปัญหาความร้อนเป็นสาเหตุที่ควรตรวจเป็นอันดับต้น ๆ
สายลำโพงเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะสายแบบเปลือยที่มีเส้นทองแดงแตกออกด้านข้าง เส้นทองแดงเพียงเส้นเดียวที่แตะขั้วตรงข้ามหรือฝาหลัง Receiver ก็สามารถกระตุ้น Protection Mode ได้
ก่อนตรวจสายต้องถอดปลั๊ก Receiver และ Subwoofer แล้วให้ผู้ใหญ่ช่วยหากไม่คุ้นเคยกับการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า
ตรวจทุกช่องดังนี้
ไม่ควรจับหรือแก้สายลำโพงขณะ Receiver ยังเสียบปลั๊กอยู่ และไม่ควรใช้มือหรือโลหะทดสอบขั้วต่อ
หากตรวจด้วยสายตาแล้วไม่พบความผิดปกติ สามารถแยกปัญหาระหว่าง Receiver กับชุดลำโพงได้
ผลการทดสอบมีความหมายดังนี้
หาก Receiver ยังขึ้น PROTECT โดยไม่มีลำโพงต่ออยู่ ให้ปิดและถอดปลั๊ก ไม่ควรเปิดฝาเครื่องหรือพยายามซ่อมภาคขยายเอง
หาก Receiver เปิดได้เมื่อถอดสายทั้งหมด ให้ปิดและถอดปลั๊กก่อนต่อสายกลับทุกครั้ง แล้วทดสอบทีละคู่
ลำดับที่แนะนำคือ
หากปัญหาเกิดหลังต่อลำโพงตัวใด ให้ตรวจทั้งสายและตัวลำโพง ไม่ควรสลับสายขณะเครื่องเปิดอยู่
Impedance มีหน่วยเป็นโอห์มและมักระบุที่ด้านหลังลำโพงหรือในคู่มือ เช่น 4Ω, 6Ω หรือ 8Ω Receiver แต่ละรุ่นรองรับช่วงค่าไม่เท่ากัน
หากลำโพงมี Impedance ต่ำกว่าที่ Receiver รองรับ กระแสที่ภาคขยายต้องจ่ายอาจสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเปิดเสียงดัง ทำให้เครื่องร้อนหรือเข้า Protection Mode
ควรตรวจว่า
ไม่ควรเดาค่าหรือปรับเมนู Impedance ตามรุ่นอื่น ให้ใช้ข้อมูลจากคู่มือของ Receiver และลำโพงชุดที่ใช้งานจริง
หาก Receiver ทำงานได้เมื่อเปิดเบา แต่ดับในฉากระเบิดหรือเมื่อเร่งเสียง สาเหตุอาจมาจากภาระที่สูงเกินไป ความร้อน หรือการตั้ง Channel Level บางช่องสูงมาก
ให้ตรวจสอบดังนี้
หากระบบเคยทำงานปกติแต่เริ่มดับที่ระดับเสียงเดิม ไม่ควรแก้ด้วยการลดเสียงเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสาย การระบายความร้อน และลำโพงเพิ่มเติม
การบังคับลำโพงขนาดเล็กให้เล่นเสียงเบสต่ำมากอาจเพิ่มภาระต่อภาคขยาย ควรตั้งลำโพงเป็น Small และใช้ Crossover ตามความสามารถของลำโพง
ค่าประมาณ 80 Hz เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้กันทั่วไป แต่ไม่ใช่ค่าตายตัว ลำโพงขนาดเล็กอาจต้องใช้ Crossover สูงกว่า ส่วนลำโพงขนาดใหญ่บางรุ่นอาจเล่นได้ต่ำกว่า
ควรใช้ผลจากระบบปรับเทียบอัตโนมัติและข้อมูลช่วงความถี่ของลำโพงประกอบ ไม่ควรตั้งลำโพงทุกตัวเป็น Large เพียงเพราะตัวตู้ดูมีขนาดใหญ่
หากพบว่าต่อช่องหนึ่งแล้ว Receiver ดับ ต้องแยกว่าเสียที่สายหรือลำโพง
วิธีที่ปลอดภัยคือ
ไม่ควรเปิดตู้ลำโพง ตรวจวงจรภายใน หรือใช้แบตเตอรี่จ่ายไฟทดสอบด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายหรือเกิดอันตรายได้
บางครั้ง Receiver ดับเองแต่ไม่ได้ขึ้น PROTECT จริง อาจเกิดจาก
ให้ตรวจข้อความบนหน้าจอก่อนเครื่องดับ หากดับหลังเวลาใกล้เคียงกันทุกครั้งโดยเครื่องไม่ร้อนและไม่มีไฟเตือน อาจเป็นการตั้งค่าพลังงานแทนความผิดปกติของวงจรป้องกัน
อย่างไรก็ตาม หากมีข้อความ PROTECT, Check SP Wires หรือไฟกะพริบผิดปกติ ไม่ควรปิดฟังก์ชันป้องกันเพื่อฝืนใช้งาน
หากปัญหาเกิดหลังไฟดับหรือไฟกระชาก สามารถลองรีเซ็ตเบื้องต้นได้ดังนี้
หากเครื่องกลับมาใช้งานได้ ให้ต่อลำโพงและอุปกรณ์กลับทีละส่วน ไม่ควรเปิดซ้ำทันทีหลายครั้งเมื่อ PROTECT ยังปรากฏอยู่
Factory Reset อาจช่วยเมื่อการตั้งค่า Speaker Layout, Impedance หรือระบบควบคุมผิดปกติ แต่ไม่สามารถแก้สายลัดวงจร ความร้อนสูง ลำโพงเสีย หรือวงจรขยายเสียได้
ควรใช้ Factory Reset หลังจาก
หากเครื่องดับทันทีหรือยังขึ้น PROTECT โดยไม่ต่อลำโพง ไม่ควรฝืนรีเซ็ต ให้ส่งตรวจแทน
Receiver บางรุ่นใช้ความถี่ของไฟกะพริบช่วยแยกสาเหตุ เช่น ความร้อนสูง สายลัดวงจร หรือภาคขยายผิดปกติ แต่รูปแบบไม่เหมือนกันทุกยี่ห้อและรุ่น
ควรจดข้อมูลต่อไปนี้ไว้
ข้อมูลนี้ช่วยให้ค้นในคู่มือหรือแจ้งศูนย์บริการได้ตรงอาการมากขึ้น
ควรหยุดใช้งานและส่งตรวจเมื่อ
AV Receiver มีวงจรไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่อาจเก็บประจุแม้ถอดปลั๊กแล้ว จึงไม่ควรเปิดฝาเครื่องหรือซ่อมภายในด้วยตนเอง ให้ผู้ใหญ่ช่วยนำเครื่องไปยังศูนย์บริการหรือช่างที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ควรหาสาเหตุก่อนใช้งานต่อ ตรวจสายลำโพง ความร้อน Impedance และระดับเสียง เพราะการเปิดได้อีกครั้งไม่ได้หมายความว่าปัญหาหายแล้ว
การกลับขั้วบวกและลบเพียงตัวเดียวมักทำให้เสียงผิดเฟส แต่ไม่จำเป็นต้องเกิด PROTECT อย่างไรก็ตาม หากเส้นทองแดงของขั้วบวกกับลบสัมผัสกันจะทำให้ลัดวงจรและเข้าสู่โหมดป้องกันได้
อาจเกิดจากลำโพงมี Impedance ต่ำ เครื่องระบายความร้อนไม่ดี Channel Level สูง สายมีปัญหา หรือภาคขยายถูกใช้งานเกินความสามารถ ควรลดเสียงและตรวจทุกส่วนก่อนใช้งานต่อ
Receiver สามารถอุ่นหรือร้อนได้ระหว่างทำงาน แต่ไม่ควรร้อนจนดับ มีกลิ่นผิดปกติ หรือแตะใกล้ไม่ได้ ต้องเว้นช่องระบายอากาศตามคู่มือและไม่วางสิ่งของทับด้านบน
มีโอกาสเป็นปัญหาภายใน Receiver หรือระบบป้องกันยังไม่รีเซ็ต ให้ถอดปลั๊กทิ้งไว้ตามคู่มือแล้วลองอีกครั้งเพียงอย่างปลอดภัย หากยังเกิดซ้ำควรส่งศูนย์บริการ
ไม่ควรเปิดเครื่องเพื่อเปลี่ยนฟิวส์หรือซ่อมภายในเอง เพราะต้องตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ระบบป้องกันทำงานและอาจมีความเสี่ยงจากวงจรไฟฟ้าภายใน
เมื่อ Receiver ขึ้น PROTECT ให้ปิดเครื่อง ถอดปลั๊ก และปล่อยให้เย็นก่อน จากนั้นตรวจเส้นทองแดงของสายลำโพงไม่ให้ขั้วบวกกับขั้วลบสัมผัสกัน ตรวจการระบายอากาศ ค่า Impedance ระดับเสียง และ Crossover
หากต้องแยกสาเหตุ ให้ถอดสายลำโพงทั้งหมดแล้วทดสอบเครื่อง จากนั้นต่อกลับทีละคู่โดยปิดและถอดปลั๊กก่อนทุกครั้ง หากไม่ต่อลำโพงแล้วยังขึ้น PROTECT หรือพบกลิ่น รอยไหม้ และความร้อนผิดปกติ ให้หยุดใช้งานและส่งศูนย์บริการ ไม่ควรเปิดฝาซ่อมวงจรภายในเอง ติดตามวิธีแก้ปัญหา Home Theater และอุปกรณ์เสียงเพิ่มเติมได้ที่ comsiam