ทีวีควรตั้งเสียงเป็น PCM, Auto หรือ Bitstream แบบไหนดี? เลือกให้ตรงกับ Soundbar และ Home Theater

ทีวีควรตั้งเสียงเป็น PCM, Auto หรือ Bitstream ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้รับเสียง หากใช้ลำโพงทีวีหรือ Soundbar แบบ 2.0–2.1 และมีปัญหาเสียงไม่ออก ให้เริ่มจาก PCM แต่ถ้าใช้ Soundbar 5.1 หรือ Home Theater ควรเลือก Auto, Bitstream หรือ Pass Through เพื่อรักษาสัญญาณเสียงรอบทิศทาง

สำหรับระบบ Dolby Atmos ที่ต่อผ่าน HDMI ARC หรือ eARC โดยทั่วไปควรเปิด eARC หากอุปกรณ์รองรับ แล้วเลือก Digital Audio Output เป็น Auto หรือ Pass Through ไม่ควรใช้ PCM โดยไม่ตรวจสอบ เพราะทีวีบางรุ่นจะส่ง PCM ออกเพียง 2 ช่อง ทำให้ Soundbar แสดง Stereo แทน 5.1 หรือ Dolby Atmos

PCM, Auto และ Bitstream คืออะไร

ค่าทั้งสามเกี่ยวข้องกับวิธีที่ทีวีหรืออุปกรณ์ต้นทางจัดการเสียงก่อนส่งไปยัง Soundbar หรือ AV Receiver แต่ความหมายอาจแตกต่างเล็กน้อยตามยี่ห้อและรุ่น

การตั้งค่าวิธีทำงานโดยทั่วไปเหมาะกับ
PCMอุปกรณ์ต้นทางถอดรหัสเสียงก่อนส่งลำโพงทีวี Soundbar 2.0–2.1 และใช้ทดสอบปัญหา
Autoทีวีเลือกรูปแบบที่อุปกรณ์ปลายทางรองรับผู้ใช้ทั่วไปและระบบที่รองรับหลายรูปแบบ
Bitstreamส่งเสียงที่ยังเข้ารหัสไปให้เครื่องเสียงถอดรหัสSoundbar และ Receiver ที่รองรับ Dolby/DTS
Pass Throughส่งสัญญาณจากต้นทางผ่านทีวีโดยลดการแปลงHome Theater, 5.1 และ Dolby Atmos
Dolby Digitalส่งเสียงแบบบีบอัดได้สูงสุดตามระบบที่รองรับระบบ 5.1 และ Optical บางชุด
Dolby Digital Plusรองรับเสียงหลายช่องและ Atmos จากสตรีมมิงบางบริการARC/eARC และเครื่องเสียงที่รองรับ

Bitstream และ Pass Through ไม่ใช่คำเดียวกันทั้งหมด Bitstream หมายถึงการส่งข้อมูลเสียงที่ยังเข้ารหัส ส่วน Pass Through หมายถึงให้ทีวีส่งสัญญาณจากอุปกรณ์ต้นทางไปยังเครื่องเสียงโดยไม่ถอดรหัสหรือแปลงรูปแบบเกินความจำเป็น

❶ PCM คืออะไร

PCM หรือ Pulse-Code Modulation เป็นรูปแบบเสียงดิจิทัลที่ผ่านการถอดรหัสแล้ว อุปกรณ์ต้นทางหรือทีวีจะถอดรหัสเสียงก่อนส่งไปยังลำโพง Soundbar หรือ Receiver

ข้อดีของ PCM ได้แก่

  • รองรับกับอุปกรณ์จำนวนมาก
  • ใช้ทดสอบปัญหาเสียงไม่ออกได้ดี
  • อาจช่วยลดความหน่วงจากการถอดรหัสบางกรณี
  • เหมาะกับลำโพงทีวีและ Soundbar แบบ Stereo
  • ไม่ต้องให้เครื่องเสียงรองรับ Codec ต้นฉบับ

ข้อจำกัดที่ต้องทราบคือ ทีวีหลายรุ่นส่ง PCM ผ่าน Optical หรือ ARC ได้เพียง 2 ช่อง แม้ไฟล์ต้นฉบับจะเป็น 5.1 เมื่อเลือก PCM เครื่องเสียงจึงอาจแสดง PCM 2.0, Stereo หรือไม่มีเสียงออกจากลำโพงหลัง

อย่างไรก็ตาม PCM ไม่ได้หมายถึงเสียง 2 ช่องเสมอไป เพราะ HDMI eARC หรือการต่ออุปกรณ์เข้ากับ AV Receiver โดยตรงสามารถรองรับ Multichannel PCM ได้ หากอุปกรณ์ทุกส่วนรองรับร่วมกัน

❷ Auto คืออะไร

เมื่อเลือก Auto ทีวีจะตรวจความสามารถของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและเลือกรูปแบบเสียงที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ อาจส่ง PCM, Dolby Digital หรือ Dolby Digital Plus ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและระบบ

ข้อดีของ Auto ได้แก่

  • ใช้งานง่าย
  • ไม่ต้องเปลี่ยนค่าตามเนื้อหาแต่ละเรื่อง
  • รองรับทั้งแอปทีวีและอุปกรณ์ภายนอก
  • ลดโอกาสไม่มีเสียงจากรูปแบบที่เครื่องเสียงไม่รองรับ
  • เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป

ข้อจำกัดคือทีวีบางรุ่นอาจถอดรหัสหรือแปลงสัญญาณก่อนส่ง ทำให้ Soundbar ไม่แสดงรูปแบบเสียงต้นฉบับ หรืออาจเพิ่มความหน่วงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Pass Through

หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกอะไร ให้เริ่มจาก Auto แล้วตรวจหน้าจอของ Soundbar หรือ Receiver ว่าได้รับรูปแบบเสียงตามที่ต้องการหรือไม่

❸ Bitstream คืออะไร

Bitstream คือการส่งข้อมูลเสียงที่ยังเข้ารหัส เช่น Dolby Digital, Dolby Digital Plus, Dolby TrueHD หรือ DTS ไปให้ Soundbar หรือ AV Receiver เป็นผู้ถอดรหัส

เมื่อระบบทำงานถูกต้อง หน้าจอเครื่องเสียงอาจแสดงชื่อรูปแบบ เช่น

  • Dolby Audio
  • Dolby Digital
  • Dolby Digital Plus
  • Dolby Atmos
  • DTS
  • DTS-HD
  • DTS:X

ข้อดีของ Bitstream คือสามารถรักษารูปแบบเสียงรอบทิศทางและให้เครื่องเสียงที่ออกแบบมาสำหรับ Codec นั้นถอดรหัสโดยตรง แต่ถ้า Soundbar หรือ Receiver ไม่รองรับรูปแบบที่ส่งมา อาจไม่มีเสียงหรือถูกลดลงเป็นรูปแบบอื่น

Bitstream มักพบในเมนูของเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นแผ่น กล่องสตรีมมิง และคอมพิวเตอร์ ส่วนทีวีบางยี่ห้ออาจใช้คำว่า Auto หรือ Pass Through แทน

❹ Pass Through คืออะไร

Pass Through เป็นการให้ทีวีทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงจากแหล่งต้นทางไปยัง Soundbar หรือ Receiver โดยลดการประมวลผลและการแปลงรูปแบบ

เหมาะกับผู้ที่

  • ใช้ Soundbar หรือ AV Receiver ที่รองรับเสียงหลายรูปแบบ
  • ต้องการเสียง 5.1
  • ต้องการ Dolby Atmos
  • ต่อเครื่องเกมหรือกล่องสตรีมมิงเข้ากับทีวี
  • ต้องการให้ Receiver แสดงรูปแบบเสียงต้นฉบับ
  • ต้องการลดโอกาสเกิด Audio Delay จากการประมวลผลซ้ำ

Pass Through อาจเลือกไม่ได้เมื่อใช้แอปภายในทีวีบางรุ่น หรือเมื่อไม่ได้เชื่อมต่อเครื่องเสียงภายนอกผ่าน ARC/eARC นอกจากนี้ ทีวียังต้องรองรับการส่งผ่าน Codec ที่ต้องการด้วย

เลือกค่าตามอุปกรณ์ที่ใช้งาน

ใช้ลำโพงทีวี

ถ้าใช้ลำโพงภายในทีวี การตั้ง Digital Audio Output อาจไม่มีผลโดยตรง เพราะไม่มีการส่งเสียงไปยังอุปกรณ์ภายนอก สามารถปล่อยเป็น Auto หรือใช้ค่าเริ่มต้นของโรงงานได้

ค่าที่แนะนำ: Auto หรือค่าเริ่มต้น

ใช้ Soundbar 2.0 หรือ 2.1

Soundbar แบบพื้นฐานที่เน้นเสียง Stereo ไม่จำเป็นต้องรับ Bitstream หลายช่อง หากมีปัญหาเสียงไม่ออกหรือเสียงดีเลย์ ให้เลือก PCM

ค่าที่แนะนำ: PCM หรือ Auto

ใช้ Soundbar 3.1

หาก Soundbar มีลำโพง Center และรองรับ Dolby Digital ควรทดลอง Auto ก่อน เพื่อให้เครื่องรับเสียงหลายช่องและแยกบทสนทนาตรงกลางได้ตามความสามารถ

ค่าที่แนะนำ: Auto
ค่าทดสอบเมื่อไม่มีเสียง: PCM

ใช้ Soundbar 5.1 พร้อมลำโพงหลัง

ควรใช้ Auto, Bitstream หรือ Pass Through เพื่อรักษาช่องเสียง 5.1 หากเลือก PCM แล้วลำโพงหลังไม่มีเสียง ทีวีอาจกำลังส่ง PCM 2.0

ค่าที่แนะนำ: Auto หรือ Pass Through

ใช้ AV Receiver ระบบ 5.1 หรือ 7.1

ให้ Receiver ถอดรหัสเสียงโดยเลือก Bitstream หรือ Pass Through หากอุปกรณ์ทุกส่วนรองรับ การตั้งนี้ช่วยให้ Receiver ตรวจจับ Dolby Digital, DTS หรือรูปแบบเสียงรอบทิศทางอื่นได้โดยตรง

ค่าที่แนะนำ: Pass Through หรือ Bitstream

ใช้ Dolby Atmos

เปิด HDMI eARC Mode เป็น Auto หากทีวีและ Soundbar รองรับ จากนั้นตั้งเสียงเป็น Pass Through หรือ Auto และเปิด Dolby Atmos Compatibility หากมีเมนูนี้

ค่าที่แนะนำ: Pass Through หรือ Auto
การเชื่อมต่อที่แนะนำ: HDMI eARC หรือ HDMI ARC ตามรูปแบบ Atmos ที่ใช้

ใช้สาย Optical

Optical รองรับ PCM Stereo และเสียงบีบอัดหลายช่องบางรูปแบบ เช่น Dolby Digital 5.1 แต่ไม่เหมาะสำหรับรูปแบบเสียงแบนด์วิดท์สูง

ค่าที่แนะนำ:

  • Soundbar Stereo: PCM
  • ระบบ 5.1 ที่รองรับ Dolby Digital: Auto หรือ Dolby Digital

ตารางเลือกค่าแบบรวดเร็ว

รูปแบบการใช้งานค่าที่ควรเริ่มใช้
ลำโพงทีวีAuto
Soundbar 2.0–2.1PCM
Soundbar 3.1Auto
Soundbar 5.1Auto หรือ Pass Through
Home Theater 5.1/7.1Pass Through หรือ Bitstream
Dolby Atmos ผ่าน ARCAuto หรือ Pass Through
Dolby Atmos ผ่าน eARCPass Through หรือ Auto
Optical แบบ StereoPCM
Optical แบบ Dolby Digital 5.1Auto หรือ Dolby Digital
ไม่มีเสียงหลังเปลี่ยนค่าPCM เพื่อทดสอบ
เสียงดีเลย์PCM หรือ Pass Through เพื่อเปรียบเทียบ
เครื่องเสียงรุ่นเก่าPCM หรือ Dolby Digital ตามที่รองรับ

❺ ต้องการเสียง 5.1 ควรเลือกอะไร

หากต้องการให้ลำโพงทั้งระบบ 5.1 ทำงาน ควรเลือก Auto, Bitstream หรือ Pass Through โดยต้องตรวจว่า

  • เนื้อหาต้นทางมีเสียง 5.1
  • แอปรองรับเสียงรอบทิศทาง
  • ทีวีส่งรูปแบบนั้นผ่านช่องที่ใช้ได้
  • Soundbar หรือ Receiver ถอดรหัสรูปแบบนั้นได้
  • เชื่อมต่อลำโพงครบและตั้ง Speaker Layout ถูกต้อง
  • ไม่ได้เลือก PCM 2.0 โดยไม่ตั้งใจ

หากลำโพงหลังไม่มีเสียงเมื่อใช้ Auto ให้ตรวจหน้าจอ Receiver ว่าได้รับ 5.1 หรือ 2.0 ถ้าได้รับ 2.0 ปัญหาอาจอยู่ที่เนื้อหา แอป อุปกรณ์ต้นทาง หรือความสามารถของทีวีในการส่งผ่านเสียง

❻ ต้องการ Dolby Atmos ควรเลือกอะไร

สำหรับ Dolby Atmos ควรเริ่มด้วยการตั้งค่าดังนี้

  1. ต่อ Soundbar หรือ Receiver เข้าช่อง HDMI ARC/eARC
  2. เปิด HDMI-CEC
  3. เปิด HDMI eARC Mode หากรองรับ
  4. เลือก Sound Output เป็น HDMI eARC/ARC
  5. ตั้ง Digital Audio Output เป็น Pass Through หรือ Auto
  6. เปิด Dolby Atmos Compatibility หากมี
  7. ตั้งอุปกรณ์ต้นทางเป็น Bitstream, Auto หรือ Dolby Atmos
  8. เปิดเนื้อหาที่มี Atmos จริง
  9. ตรวจหน้าจอเครื่องเสียงว่าแสดง Dolby Atmos

Atmos จากบริการสตรีมมิงจำนวนมากใช้ Dolby Digital Plus และอาจส่งผ่าน ARC ได้ ส่วน Dolby Atmos ที่อยู่ใน Dolby TrueHD ต้องการเส้นทางที่รองรับแบนด์วิดท์สูงกว่า เช่น eARC หรือการต่ออุปกรณ์เข้ากับ Receiver หรือ Soundbar โดยตรง

❼ PCM กับ Bitstream แบบไหนเสียงดีกว่า

ไม่สามารถตัดสินจากชื่อรูปแบบเพียงอย่างเดียว เพราะหากถอดรหัสอย่างถูกต้อง ข้อมูลเสียงที่ได้อาจใกล้เคียงกัน ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่อุปกรณ์ใดเป็นผู้ถอดรหัสและจำนวนช่องเสียงที่เส้นทางเชื่อมต่อรองรับ

เลือก PCM เมื่อ

  • ใช้ระบบ Stereo
  • เครื่องเสียงไม่รองรับ Codec ต้นฉบับ
  • ต้องการแก้ปัญหาไม่มีเสียง
  • ต้องการทดสอบ Audio Delay
  • ใช้ลำโพงทีวีหรือ Soundbar พื้นฐาน

เลือก Bitstream เมื่อ

  • เครื่องเสียงรองรับ Dolby หรือ DTS
  • ต้องการเสียงรอบทิศทาง
  • ต้องการให้ Receiver แสดง Codec ต้นฉบับ
  • ต้องการ Dolby Atmos
  • ต่อเครื่องเล่นเข้ากับ Receiver หรือ Soundbar โดยตรง

ไม่ควรเลือก Bitstream เพียงเพราะคิดว่าเสียงดีกว่าเสมอ หากอุปกรณ์ปลายทางไม่รองรับ การตั้ง PCM อาจใช้งานได้เสถียรกว่า

❽ Auto กับ Pass Through ต่างกันอย่างไร

Auto อนุญาตให้ทีวีเลือกหรือประมวลผลรูปแบบเสียงตามความเข้ากันได้ ส่วน Pass Through พยายามส่งเสียงต้นฉบับไปยังเครื่องเสียงโดยตรง

ควรเลือก Auto หาก

  • ต้องการใช้งานง่าย
  • ใช้หลายแอปและหลายอุปกรณ์
  • มีปัญหาบางรูปแบบไม่มีเสียง
  • ไม่แน่ใจว่า Soundbar รองรับ Codec ใด

ควรเลือก Pass Through หาก

  • ใช้ Receiver หรือ Soundbar ที่รองรับ Codec ต้นฉบับ
  • ต้องการ Atmos หรือเสียงหลายช่อง
  • ต้องการลดการแปลงเสียงโดยทีวี
  • ต้องการแก้ปัญหาเสียงดีเลย์
  • อุปกรณ์ต้นทางต่อเข้าช่อง HDMI ของทีวี

หาก Pass Through เป็นสีเทาหรือเลือกไม่ได้ อาจเกิดจากกำลังใช้แอปภายในทีวี เลือกช่องเสียงออกไม่ถูก หรือไม่มีอุปกรณ์ HDMI ภายนอกเชื่อมต่ออยู่

❾ เล่นเกมควรตั้ง PCM หรือ Bitstream

สำหรับเครื่องเล่นเกม การตั้งค่าที่เหมาะขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อ

ต่อเครื่องเกมเข้าทีวีแล้วส่งเสียงผ่าน eARC

สามารถใช้ Linear PCM หลายช่องได้หากทีวี Soundbar และ eARC รองรับครบ หากต้องการ Dolby Atmos ให้เลือก Atmos หรือ Bitstream ตามเมนูของเครื่องเกม

ต่อเครื่องเกมเข้า AV Receiver โดยตรง

Multichannel PCM เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเสียงหลายช่องและอาจมีความหน่วงต่ำ ส่วน Bitstream เหมาะเมื่อให้ Receiver ถอดรหัส Dolby Atmos หรือรูปแบบเฉพาะ

ต่อผ่าน ARC หรือ Optical

เส้นทางเหล่านี้อาจไม่รองรับ Multichannel PCM จึงอาจต้องเลือก Bitstream Dolby Digital เพื่อรักษาเสียง 5.1

หลังเปลี่ยนค่าให้ตรวจทั้งจำนวนช่องเสียงและความหน่วง เพราะค่าที่ให้เสียงรอบทิศทางครบอาจไม่ใช่ค่าที่มีความหน่วงต่ำที่สุดในอุปกรณ์ทุกชุด

❿ ไม่มีเสียงหลังเลือก Bitstream แก้อย่างไร

หากเลือก Bitstream แล้วไม่มีเสียง ให้ทำตามลำดับนี้

  1. เปลี่ยนกลับเป็น PCM เพื่อยืนยันว่าการเชื่อมต่อยังทำงาน
  2. ตรวจว่า Soundbar หรือ Receiver รองรับ Codec ที่ส่งมา
  3. ตั้งทีวีเป็น Auto แทน Pass Through
  4. ตรวจช่อง HDMI ARC/eARC
  5. เปิด HDMI-CEC และ eARC
  6. เปลี่ยนรูปแบบต้นทางเป็น Dolby Digital
  7. ถอดอุปกรณ์ HDMI อื่นออกชั่วคราว
  8. ปิดและเปิดอุปกรณ์ใหม่
  9. ทดลองสาย HDMI เส้นอื่น
  10. อัปเดต Firmware

หาก PCM มีเสียงแต่ Bitstream ไม่มี มักหมายความว่าอุปกรณ์ปลายทางหรือเส้นทางเชื่อมต่อไม่รองรับรูปแบบที่กำลังส่ง ไม่ได้แปลว่าลำโพงเสีย

⓫ PCM แล้วลำโพงหลังไม่มีเสียง เกิดจากอะไร

PCM ที่ออกจากทีวีผ่าน ARC หรือ Optical อาจถูกจำกัดไว้ที่ 2 ช่อง จึงไม่มีข้อมูลแยกสำหรับลำโพง Surround

แนวทางแก้คือ

  • เปลี่ยนเป็น Auto หรือ Pass Through
  • เลือก Bitstream บนอุปกรณ์ต้นทาง
  • ตรวจว่าเนื้อหามีเสียง 5.1
  • ตรวจว่า Receiver แสดง Dolby Digital หรือ 5.1
  • เปิด eARC หากต้องการ Multichannel PCM และอุปกรณ์รองรับ
  • ต่ออุปกรณ์ต้นทางเข้ากับ Receiver โดยตรง

การเปิดโหมดจำลอง Surround อาจทำให้ลำโพงหลังมีเสียงจากต้นฉบับ Stereo แต่ไม่ถือว่าเป็นสัญญาณ 5.1 แท้จากเนื้อหา

⓬ เสียงดีเลย์ควรตั้งค่าอะไร

หากเสียงตามหลังภาพ ให้ทดลอง PCM เพื่อดูว่าการถอดรหัสเป็นสาเหตุหรือไม่ จากนั้นทดลอง Pass Through เพื่อลดการประมวลผลของทีวี

ลำดับที่แนะนำคือ

  1. ตั้ง Audio Delay เป็น 0
  2. ทดลอง PCM
  3. ทดลอง Auto
  4. ทดลอง Pass Through
  5. ปิดโหมดประมวลผลเสียงของ Soundbar
  6. เปลี่ยนจาก Bluetooth เป็น HDMI
  7. เปิด Game Mode หากเกิดเฉพาะเกม
  8. เปรียบเทียบและเลือกค่าที่เสียงตรงที่สุด

PCM อาจลดความหน่วงแต่ทำให้เหลือ Stereo ส่วน Pass Through อาจรักษาเสียงรอบทิศทางและลดการประมวลผลได้ หากอุปกรณ์ทั้งหมดทำงานร่วมกันอย่างถูกต้อง

วิธีตั้งค่าทีวีแต่ละยี่ห้อโดยทั่วไป

เส้นทางเมนูอาจแตกต่างตามรุ่นและเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ

Samsung TV

ไปที่ Settings > Sound > Expert Settings > Digital Output Audio Format แล้วเลือก PCM, Auto หรือ Pass Through

LG TV

ไปที่ Settings > Sound > Advanced Settings > Digital Sound Output แล้วเลือก PCM, Auto หรือ Pass Through

Sony TV

ไปที่ Settings > Display & Sound > Audio Output > Digital Audio Out แล้วเลือก PCM, Auto หรือ Prioritize Pass Through ตามรุ่น

Android TV และ Google TV ยี่ห้ออื่น

ไปที่ Settings > Device Preferences หรือ Display & Sound > Sound > Digital Audio Output

หากไม่พบเมนู ให้ค้นหาคำว่า Digital Audio, Audio Output, Pass Through หรือ Advanced Sound Settings ภายในหน้าการตั้งค่าของทีวี

เช็กลิสต์ตั้งเสียงทีวีให้ถูกต้อง

ต้องการใช้งานการตั้งค่าที่ควรตรวจ
เสียงออกง่ายและเข้ากันได้สูงPCM
ให้ทีวีเลือกอัตโนมัติAuto
ส่ง Codec ไปให้เครื่องเสียงBitstream
ลดการแปลงเสียงโดยทีวีPass Through
เสียง 5.1Auto, Bitstream หรือ Pass Through
Dolby AtmosAuto หรือ Pass Through พร้อม ARC/eARC
แก้ไม่มีเสียงPCM เพื่อทดสอบ
แก้เสียงดีเลย์PCM และ Pass Through เพื่อเปรียบเทียบ
Optical แบบ 5.1Auto หรือ Dolby Digital
Multichannel PCMHDMI eARC หรือ Receiver โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

ตั้ง PCM แล้วคุณภาพเสียงลดลงหรือไม่

PCM ไม่ได้เป็นเสียงคุณภาพต่ำโดยตัวมันเอง แต่จำนวนช่องที่ส่งได้อาจถูกจำกัดตามทีวีและการเชื่อมต่อ โดยเฉพาะ Optical และ ARC จึงอาจเหลือ Stereo แม้ต้นฉบับเป็น 5.1

Auto เหมาะที่สุดสำหรับทุกคนหรือไม่

Auto เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป แต่ถ้าต้องการรักษา Codec ต้นฉบับหรือแก้เสียงดีเลย์ Pass Through อาจเหมาะกว่า

Bitstream ทำให้ได้ Dolby Atmos เสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป เนื้อหา อุปกรณ์ต้นทาง ทีวี การเชื่อมต่อ และเครื่องเสียงต้องรองรับ Atmos ตลอดเส้นทางด้วย

ใช้ Soundbar ควรเลือก PCM หรือ Auto

Soundbar แบบ Stereo สามารถใช้ PCM ได้ แต่ Soundbar 3.1, 5.1 หรือ Dolby Atmos ควรเริ่มจาก Auto หรือ Pass Through เพื่อรักษาเสียงหลายช่อง

Pass Through ทำไมเลือกไม่ได้

อาจเลือกได้เฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ HDMI ภายนอกเชื่อมต่อ เลือก Sound Output เป็น ARC/eARC แล้ว หรือเปิดเนื้อหาจากช่องสัญญาณที่รองรับ

PCM กับ Linear PCM เหมือนกันหรือไม่

อยู่ในกลุ่มหลักการเดียวกัน โดยคำว่า Linear PCM หรือ LPCM มักใช้ระบุเสียง PCM ที่ไม่มีการบีบอัด แต่จำนวนช่องและความละเอียดที่ส่งได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และการเชื่อมต่อ

สรุปควรตั้ง PCM, Auto หรือ Bitstream

ถ้าใช้ลำโพงทีวีหรือ Soundbar แบบ 2.0–2.1 ให้เริ่มจาก PCM หากใช้ Soundbar 3.1, 5.1 หรือ Home Theater ให้เลือก Auto, Bitstream หรือ Pass Through ตามรูปแบบที่อุปกรณ์รองรับ

สำหรับ Dolby Atmos ควรใช้ HDMI ARC/eARC เปิด HDMI-CEC และ eARC แล้วตั้งเสียงเป็น Auto หรือ Pass Through ส่วน PCM เหมาะสำหรับตรวจสอบปัญหาเสียงไม่ออกหรือเสียงดีเลย์ แต่ต้องตรวจว่าทีวีส่ง PCM ได้กี่ช่อง

ค่าที่ดีที่สุดไม่ใช่ค่าที่ชื่อดูมีคุณภาพสูงที่สุด แต่เป็นค่าที่ส่งจำนวนช่องและรูปแบบเสียงตรงกับอุปกรณ์ปลายทาง พร้อมให้เสียงออกครบและตรงกับภาพ สามารถติดตามคำแนะนำเกี่ยวกับทีวี Soundbar และ Home Theater เพิ่มเติมได้ที่ comsiam