Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีลดเสียงลมตอนถ่ายวิดีโอนอกบ้านที่ได้ผลที่สุด คือย้ายไปยืนหลังผนัง อาคาร หรือสิ่งกำบังลม หันหลังให้ทิศทางลม นำไมโครโฟนเข้าใกล้ปาก และใช้ฟองน้ำหรือขนกันลมครอบไมโครโฟน หากลมแรงจนเสียงแตก ควรเปลี่ยนสถานที่ บันทึกเสียงพากย์ภายหลัง หรือรอให้ลมเบาลง เพราะโปรแกรมตัดต่อไม่สามารถกู้เสียงที่ลมตีไมค์รุนแรงได้สมบูรณ์
เสียงลมเกิดจากอากาศปะทะแผ่นรับเสียงของไมโครโฟนโดยตรง ทำให้เกิดเสียงกระแทกทุ้ม ๆ และบดบังเสียงพูด บทความจาก comsiam จะแนะนำวิธีแก้ตั้งแต่การเลือกสถานที่ วางตำแหน่งมือถือ ใช้อุปกรณ์กันลม ไปจนถึงการลดเสียงลมด้วยแอปตัดต่อ
ไมโครโฟนรับการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศ เมื่อกระแสลมปะทะไมโครโฟนโดยตรง แผ่นรับเสียงจะสั่นมากกว่าปกติ จึงเกิดเสียงทุ้ม เสียงกระแทก และเสียงพร่าที่ดังเกินเสียงพูด
แม้ขณะถ่ายจะรู้สึกว่าลมไม่แรง แต่เสียงลมในไฟล์อาจดังมาก เพราะไมโครโฟนมีความไวต่ออากาศที่เคลื่อนที่ใกล้ตัวเครื่อง
ปัจจัยที่ทำให้เสียงลมรุนแรงขึ้น ได้แก่
ฟองน้ำช่วยลดลมเบา เสียงลมหายใจ และเสียงกระแทกจากการพูด เหมาะกับการถ่ายในอาคารหรือพื้นที่ภายนอกที่มีลมไม่แรง
หากลมแรง ฟองน้ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ขนกันลมหรือ Fur Windscreen ช่วยกระจายกระแสลมก่อนถึงไมโครโฟน เหมาะกับการถ่ายภายนอกอาคาร สวน แหล่งท่องเที่ยว หรือพื้นที่ที่มีลมปานกลาง
ควรเลือกขนาดให้ตรงกับไมโครโฟน ไม่แน่นหรือหลวมจนหลุดง่าย และตรวจสอบว่าขนไม่ได้เสียดสีกับเสื้อผ้า
ไมโครโฟนประเภท Shotgun อาจใช้โครงกันลมร่วมกับขนกันลม เพื่อสร้างช่องอากาศรอบไมโครโฟนและลดแรงลมก่อนถึงแผ่นรับเสียง เหมาะกับงานที่ต้องถ่ายกลางแจ้งเป็นประจำ
สำหรับคลิปด้วยมือถือทั่วไป ไมโครโฟนหนีบเสื้อพร้อมขนกันลมมักใช้งานง่ายกว่า
มือถือ กล้อง และแอปบางรุ่นมี Wind Noise Reduction ระบบนี้ช่วยลดเสียงความถี่ต่ำที่เกิดจากลม แต่ไม่สามารถป้องกันเสียงแตกจากลมแรงได้ทั้งหมด
ควรใช้ร่วมกับการเลือกตำแหน่งและอุปกรณ์กันลม ไม่ควรพึ่งซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว
หยุดยืนและสังเกตทิศทางของใบไม้ ธง หรือการเคลื่อนไหวของเสื้อผ้า จากนั้นทดลองหันตัวหลายทิศทางเพื่อหามุมที่ลมปะทะไมโครโฟนน้อยที่สุด
ไม่ควรใช้วิธีปล่อยสิ่งของขนาดเล็กหรือเศษวัสดุให้ปลิว เพราะอาจสร้างขยะและรบกวนผู้อื่น
เมื่อหันหลังให้ลม ร่างกายจะช่วยบังลมไม่ให้ปะทะโทรศัพท์หรือไมโครโฟนโดยตรง ควรวางไมโครโฟนบริเวณด้านหน้าของลำตัวและตรวจสอบว่าเสื้อผ้าไม่บังหัวไมค์
หากต้องหันหน้าเข้าหากล้อง ให้ปรับตำแหน่งกล้องตามทิศทางลมแทนการฝืนถ่ายจากมุมเดิม
ย้ายไปถ่ายด้านหลังของสิ่งกำบังที่มั่นคง เช่น
ควรเลือกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ไม่กีดขวางทางเดิน และไม่ยืนใกล้ถนน ขอบสูง หรือบริเวณอันตรายเพียงเพื่อหลบลม
ตรอกแคบ ช่องว่างระหว่างอาคาร และทางเดินที่เปิดสองด้านอาจเร่งความเร็วลม แม้บริเวณรอบข้างจะมีลมไม่มาก
หากรู้สึกว่าลมแรงขึ้นเมื่อเดินเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ควรย้ายไปอยู่ด้านหลังอาคารหรือพื้นที่ที่มีสิ่งกำบังหลายด้านแทน
ยิ่งไมโครโฟนอยู่ใกล้ผู้พูด เสียงพูดจะยิ่งเด่นกว่าเสียงลม หากใช้มือถือเป็นไมโครโฟน ควรวางห่างจากปากประมาณ 20–40 เซนติเมตรตามความเหมาะสม
หากกล้องต้องอยู่ไกล ควรใช้ไมโครโฟนหนีบเสื้อหรือไมโครโฟนไร้สาย เพื่อให้ไมค์อยู่ใกล้ผู้พูดโดยไม่ต้องเร่งระดับเสียงมากเกินไป
นำขนกันลมที่มีขนาดตรงกับไมโครโฟนครอบให้แน่น ตรวจสอบว่าไม่หลุดง่ายและไม่ปิดช่องรับเสียงผิดตำแหน่ง
หลังติดตั้งควรทดลองอัดเสียง เพราะขนกันลมที่หนาเกินไปอาจลดเสียงสูงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปยังดีกว่าการปล่อยให้ลมปะทะไมค์โดยตรง
หากถ่ายในสวน ใต้ชายคา หรือบริเวณที่มีลมเบา ฟองน้ำครอบไมค์อาจเพียงพอและมีขนาดเล็กกว่าขนกันลม
เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนและลมเริ่มแรง ควรเปลี่ยนเป็นขนกันลมหรือย้ายสถานที่ ไม่ควรพยายามแก้ด้วยการเร่งเสียงพูดเพียงอย่างเดียว
ติดไมโครโฟนบริเวณช่วงอกด้านบน ห่างจากปากประมาณ 15–20 เซนติเมตร หากลมมาจากด้านหนึ่ง สามารถขยับไมค์ไปฝั่งที่ร่างกายช่วยกำบังได้เล็กน้อย
ควรตรวจสอบว่าไมโครโฟนไม่สัมผัสกับ
เสียงเสียดสีจากเสื้ออาจแก้ไขยากพอ ๆ กับเสียงลม
การเอามือปิดไมโครโฟนแน่น ๆ อาจทำให้เสียงพูดอู้อี้ รับเสียงจากการขยับนิ้ว และปิดช่องไมค์อื่นที่ใช้ลดเสียงรบกวน
หากจำเป็นต้องใช้มือช่วยบังลม ควรวางมือเป็นแนวกั้นห่างจากช่องไมค์เล็กน้อย โดยไม่สัมผัสหรือบังไมโครโฟน และต้องไม่ทำให้จับโทรศัพท์ไม่มั่นคง
การนำวัสดุไปติดหรือยัดในช่องไมโครโฟนอาจทิ้งคราบ กีดขวางเสียง หรือทำให้อุปกรณ์เสียหาย ควรใช้อุปกรณ์กันลมที่ออกแบบสำหรับไมโครโฟนและสามารถถอดออกได้อย่างปลอดภัย
หากใช้ขนกันลมแบบติดกับโทรศัพท์ ควรตรวจสอบว่าแผ่นยึดไม่ปิดเลนส์ ลำโพง หรือช่องอื่นของตัวเครื่อง
การเดินทำให้เกิดลมปะทะไมโครโฟนเพิ่มขึ้น แม้สภาพอากาศจะไม่มีลมแรง หากต้องพูดข้อมูลสำคัญ ควรหยุดในจุดที่ปลอดภัย ยืนให้มั่นคง แล้วจึงบันทึกเสียง
สามารถถ่ายภาพเดินหรือบรรยากาศแยกไว้ แล้วนำเสียงบรรยายที่บันทึกในจุดกำบังลมมาใส่ภายหลัง
การเหวี่ยงโทรศัพท์ แพนเร็ว หรือวิ่งถือกล้องทำให้อากาศไหลผ่านไมโครโฟนและเกิดเสียงลมเพิ่มขึ้น ควรเคลื่อนกล้องช้า ๆ ใช้สองมือ และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน
ต้องมองเส้นทางและสภาพแวดล้อมระหว่างเดินถ่าย ไม่ควรเดินถอยหลังใกล้ถนน บันได ริมน้ำ หรือขอบต่างระดับ
หากแอปหรือไมโครโฟนมีปุ่ม Gain ควรตั้งให้เสียงพูดทั่วไปอยู่ในระดับชัด แต่ช่วงที่พูดดังไม่แตะ 0 dB หรือขึ้นสีแดง
การตั้ง Gain สูงเกินไปจะทำให้ทั้งเสียงพูด เสียงลม และเสียงพื้นหลังดังขึ้นพร้อมกัน ควรนำไมโครโฟนเข้าใกล้ผู้พูดก่อนเพิ่ม Gain
ตรวจสอบการตั้งค่ากล้อง แอปบันทึกเสียง หรือไมโครโฟนว่ามีตัวเลือก Wind Reduction, Wind Noise Reduction หรือ Low Cut หรือไม่
ระบบดังกล่าวช่วยลดเสียงทุ้มจากลมได้ แต่เสียงพูดอาจบางลงเล็กน้อย จึงควรทดลองเปิดและปิดเพื่อเปรียบเทียบก่อนถ่ายจริง
อัดเสียงประมาณ 10–15 วินาทีในตำแหน่งจริง แล้วฟังด้วยหูฟัง อย่าตัดสินจากการฟังด้วยหูในสถานที่เพียงอย่างเดียว เพราะเสียงลมในไฟล์อาจดังกว่าที่รู้สึก
ควรทดลองพูดทั้งระดับปกติและระดับที่ดังที่สุดที่จะใช้ พร้อมขยับตัวเหมือนตอนถ่ายจริง เพื่อค้นหาเสียงเสียดสีจากเสื้อหรือสายไมค์
ลมอาจมาเป็นช่วง หากไม่สามารถย้ายสถานที่ได้ ให้รอช่วงที่ลมสงบแล้วบันทึกประโยคสั้น ๆ ทีละช่วง
เว้นความเงียบก่อนและหลังแต่ละประโยคประมาณ 1–2 วินาที เพื่อให้ตัดต่อเชื่อมประโยคได้ง่ายขึ้น
หากสถานที่มีลมแรงตลอดเวลา ให้ถ่ายภาพบรรยากาศโดยไม่เน้นเสียงพูด แล้วกลับมาบันทึกเสียงบรรยายในห้องเงียบ
วิธีนี้เหมาะกับคลิปท่องเที่ยว คลิปแนะนำสถานที่ วิดีโออาหาร และคลิปที่ไม่จำเป็นต้องเห็นปากผู้พูดตรงกับเสียงตลอดเวลา
หากผู้พูดปรากฏในภาพและต้องการเปลี่ยนเสียงภายหลัง ควรใช้ภาพประกอบหรือมุมที่ไม่เห็นการขยับปากชัด เพื่อลดปัญหาเสียงไม่ตรงภาพ
หากเสียงลมทำให้คลื่นเสียงแตะระดับสูงสุดหรือเสียงพูดหายไป โปรแกรมตัดต่อไม่สามารถสร้างรายละเอียดที่ไม่ได้ถูกบันทึกกลับมาได้
ควรตรวจคลิปทันทีหลังถ่ายแต่ละช่วงสำคัญ หากเสียงใช้ไม่ได้ จะสามารถถ่ายใหม่ในสถานที่เดิมก่อนเดินทางออกจากพื้นที่
แอปตัดต่อหลายตัวสามารถแยกแทร็กเสียงออกจากวิดีโอ ทำให้ตัดช่วงที่มีเสียงลม ปรับระดับ และใช้เอฟเฟกต์กับเสียงได้สะดวกขึ้น
ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ก่อนเริ่มแก้ไข เผื่อต้องย้อนกลับไปใช้เสียงเดิม
เริ่มใช้ระบบลดเสียงรบกวนในระดับต่ำหรือปานกลาง แล้วฟังเสียงพูดตลอดทั้งคลิป หากใช้แรงเกินไป เสียงอาจบาง ขาดหาย หรือคล้ายเสียงโลหะ
เสียงลมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงลบได้ยากกว่าเสียงพัดลมหรือเสียงเครื่องปรับอากาศที่คงที่
เสียงลมส่วนใหญ่อยู่ในย่านความถี่ต่ำ การใช้ Low Cut หรือ High-Pass Filter สามารถช่วยลดเสียงทุ้มกระแทกได้
ควรปรับทีละน้อย เพราะหากตัดความถี่ต่ำมากเกินไป เสียงพูดจะบางและขาดความเป็นธรรมชาติ
ลดเสียงทุ้มที่รบกวนเล็กน้อย และเพิ่มย่านความชัดของเสียงพูดอย่างพอดี ไม่ควรเร่งเสียงสูงมากเกินไป เพราะเสียงซ่าและรายละเอียดที่ไม่น่าฟังอาจเด่นขึ้น
หากเสียงลมเกิดเพียงบางช่วง สามารถตัดแทร็กเสียงเป็นส่วนย่อยและลดระดับเฉพาะช่วงนั้นได้ วิธีนี้รักษาคุณภาพเสียงส่วนที่ดีไว้ได้มากกว่าการใช้ Noise Reduction รุนแรงกับทั้งคลิป
เมื่อตัดเสียงลมออกแล้ว เสียงอาจเปลี่ยนกะทันหัน สามารถใช้เสียงบรรยากาศที่บันทึกจากสถานที่เดียวกันในช่วงลมสงบวางเบา ๆ ใต้เสียงพูด เพื่อให้การเปลี่ยนช่วงฟังเป็นธรรมชาติ
ควรใช้เสียงที่บันทึกเองหรือเสียงที่มีสิทธิ์ใช้งาน และไม่เพิ่มดังจนรบกวนคำพูด
หากเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถถ่ายใหม่ได้ และยังพอฟังเสียงพูดบางส่วน ควรเพิ่มคำบรรยายที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหา
อย่างไรก็ตาม หากเสียงลมดังจนสร้างความรำคาญมาก ควรปิดเสียงเดิมและใช้เสียงพากย์ใหม่แทน
หาที่กำบังลม หันหลังให้ลม และใช้ไมค์หนีบเสื้อพร้อมขนกันลม หากกล้องอยู่ห่าง ควรใช้ระบบไมโครโฟนไร้สายแทนการเร่งเสียงจากไมค์ในมือถือ
ถ่ายภาพบรรยากาศแยกจากเสียงพูด บันทึกประโยคสำคัญในบริเวณกำบังลม และเตรียมแผนบันทึกเสียงพากย์ภายหลังหากสถานที่มีลมแรง
บริเวณชายฝั่งมักมีลมต่อเนื่อง ควรใช้ขนกันลม หลีกเลี่ยงการหันไมค์เข้าหาทะเล และเลือกจุดที่มีอาคารหรือสิ่งกำบังอย่างปลอดภัย ไม่ควรเข้าใกล้น้ำ คลื่น หรือขอบลื่นเพียงเพื่อหามุมกล้อง
พื้นที่สูงอาจมีลมแรงและเปลี่ยนทิศทางเร็ว ควรใช้ขนกันลมและบันทึกเสียงในบริเวณที่กำบัง หลีกเลี่ยงการตั้งขาตั้งใกล้ขอบหรือพื้นที่ลาดชัน และไม่ควรฝืนถ่ายเมื่อสภาพอากาศไม่ปลอดภัย
ไม่ควรถือโทรศัพท์ ถ่ายวิดีโอ หรือปรับอุปกรณ์ขณะเป็นผู้ขับขี่ หากต้องการบันทึกภาพ ควรจอดในพื้นที่ที่อนุญาตและปลอดภัยก่อน หรือให้ผู้โดยสารจัดการอุปกรณ์โดยไม่รบกวนผู้ขับขี่
การเคลื่อนที่เร็วทำให้เกิดเสียงลมรุนแรง จึงควรใช้ภาพประกอบแล้วบันทึกเสียงบรรยายภายหลัง
ใช้ไมโครโฟนแยกสำหรับผู้พูดแต่ละคนหากทำได้ พร้อมติดขนกันลมและตรวจระดับเสียงก่อนเริ่ม หากใช้ไมค์ตัวเดียว ควรวางใกล้ผู้พูดทั้งสองฝ่ายและหันด้านรับเสียงให้ถูกต้อง
ควรขอความยินยอมจากผู้ร่วมรายการก่อนบันทึกและเผยแพร่
ได้ในกรณีที่ลมเบา แต่หากถ่ายกลางแจ้งที่มีลมปานกลางหรือแรง ขนกันลมจะช่วยกระจายแรงลมได้ดีกว่า
ให้ย้ายไปหลังผนังหรืออาคาร หันหลังให้ลม นำไมโครโฟนเข้าใกล้ปาก และหยุดเดินขณะพูด หากลมยังแรงควรบันทึกเสียงพากย์ภายหลัง
ใช้มือเป็นแนวกั้นลมห่างจากไมค์ได้ชั่วคราว แต่ไม่ควรปิดหรือสัมผัสช่องไมโครโฟนโดยตรง เพราะจะทำให้เสียงอู้อี้และเกิดเสียงจากการขยับมือ
ระบบในซอฟต์แวร์ช่วยลดเสียงทุ้มจากลมได้บางส่วน แต่ไม่สามารถป้องกันแรงลมที่ปะทะไมโครโฟนโดยตรง ควรใช้สิ่งกำบังและอุปกรณ์กันลมร่วมด้วย
ไม่สามารถรับประกันได้ หากลมแรงจนเสียงแตกหรือกลบเสียงพูด รายละเอียดของคำพูดอาจสูญหายไปแล้ว แอปช่วยได้ดีที่สุดเมื่อเสียงลมมีระดับเบาถึงปานกลาง
ระบบอาจลดความถี่บางส่วนที่ซ้อนกับเสียงพูด หากตั้งค่ารุนแรงเกินไป ควรลดระดับ Noise Reduction และใช้ EQ ปรับอย่างพอดี
ไมโครโฟนไร้สายช่วยให้วางไมค์ใกล้ปาก เสียงพูดจึงเด่นขึ้น แต่ยังต้องใช้ฟองน้ำหรือขนกันลมเมื่อถ่ายกลางแจ้ง
เพลงสามารถช่วยลดความรู้สึกของเสียงรบกวนได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเปิดดังจนกลบเสียงพูด หากเสียงลมรุนแรง ควรใช้เสียงพากย์ใหม่หรือปิดเสียงต้นฉบับในช่วงนั้น
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือป้องกันลมก่อนถึงไมโครโฟน โดยย้ายไปอยู่หลังสิ่งกำบัง หันหลังให้ลม นำไมโครโฟนเข้าใกล้ผู้พูด และใช้ขนกันลมที่เหมาะกับไมค์ ควรทดลองอัดและฟังด้วยหูฟังก่อนถ่ายจริงทุกครั้ง
หากเสียงลมเกิดขึ้นแล้ว สามารถใช้ Noise Reduction, Low Cut และการลดระดับเสียงเฉพาะช่วงช่วยแก้ได้ แต่ไม่ควรปรับแรงจนเสียงพูดผิดธรรมชาติ เมื่อสภาพอากาศไม่เหมาะสม การถ่ายเฉพาะภาพแล้วบันทึกเสียงพากย์ภายหลังจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และช่วยให้คลิปของ comsiam มีเสียงชัด ฟังง่าย และดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น